บทที่ 7: ศัตรูที่รัก
คำเตือนอันเยือกเย็นของเคนจิยังไม่ทันจะจางหายไปจากโสตประสาท เสียงลมหายใจของสองเรายังคงระอุอวลอยู่บนฟูกหนาในห้องพักอันเงียบสงบของเรียวกังโอทาเกะ ทว่าในเสี้ยววินาทีต่อมา สัญชาตญาณสัตว์ป่าของฉันที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างยาวนานก็กรีดร้องเตือนภัยถึงอันตรายระดับวิกฤตที่กำลังพุ่งตรงเข้ามาจากความมืดมิดภายนอก!
*เพล้ง! โครม!*
บานหน้าต่างไม้ฉลุกระจกโบราณของห้องพักเรียวกังแตกกระจายออกเป็เสี่ยงๆ เศษไม้และเศษแก้วแหลมคมปลิวกระจายว่อนไปทั่วห้องสะท้อนแสงไฟส้มสลัว พร้อมกับร่างของชายชุดดำร่างสูงใหญ่กำยำสวมหน้ากากแทคติคอลปกปิดใบหน้ามิดชิดที่พุ่งตัวทะลุผ่านความมืดมิดจากสวนหินด้านนอกเข้ามาดั่งมัจจุราชแห่งรัตติกาล!
“บัดซบ! ใครวะ!” เคนจิที่เพิ่งฟื้นตัวจากพายุราคะสบถลั่น พยายามจะเอื้อมมือไปคว้าดาบซามูไรสั้นที่วางอยู่ข้างหัวนอนเพื่อป้องกันตัว
ทว่าผู้บุกรุกเร็วกว่าปานสายฟ้าแลบ รองเท้าคอมแบทสีดำตวัดเตะสกัดเข้าที่ข้อมือของเคนจิอย่างแม่นยำจนดาบสั้นกระเด็นหลุดมือไปกระแทกผนังห้อง ตามด้วยการหมุนตัวฟาดหมัดขวาหนักหน่วงกระแทกเข้าที่ปลายคางของยากูซ่าหนุ่มอย่างจัง แรงกระแทกส่งร่างของเคนจิเซถลาหมดสติล้มพับลงไปกับพื้นเสื่อทาทามิทันทีโดยไม่มีโอกาสได้ร้องเตือนหรือต่อสู้แม้แต่น้อย!
ฉันไม่รอช้าที่จะฉวยจังหวะอันมีค่าในเสี้ยววินาทีนั้น ร่างกายเปลือยเปล่าของฉันม้วนตัวกลิ้งหลบออกจากฟูกนอนอย่างรวดเร็ว ปลายเท้าแตะพื้นคว้าเสื้อคลุมยูกาตะผ้าฝ้ายสีขาวขึ้นมาสวมทับร่างแบบลวกๆ โดยไม่มีเวลาแม้แต่จะผูกสายรัดโอบิ สาบเสื้อเปิดกว้างล่อแหลมเผยให้เห็นร่องอกอวบอิ่มขาวผ่องและสะโพกผายที่ขยับเคลื่อนไหวอย่างว่องไว ปลายเท้าเปลือยเปล่าดีดตัวถอยหลังไปตั้งหลักที่ริมระเบียงไม้ติดกับอ่างออนเซน มือเรียวคว้าเอากาน้ำชาเซรามิกหนาหนักขึ้นมาเป็อาวุธชั่วคราว
ผู้บุกรุกหันขวับมามองฉัน ดวงตาคมกริบดุร้ายภายใต้หน้ากากสีดำจับจ้องเรือนร่างของฉันั้แ่หน้าอกตูมที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะหายใจถี่รัว ไล่ลงไปยังเอวคอดกิ่วและสะโพกผายที่โผล่พ้นชายเสื้อยูกาตะสั้นเต่อ
“ยังคงเซ็กซี่ ตอบสนองได้รวดเร็ว และดึงดูดใจเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนเลยนะ... วาว” เสียงทุ้มต่ำ ดิบเถื่อน และคุ้นเคยอย่างประหลาดดังขึ้นจากใต้หน้ากากผ้าสีดำ
หัวใจของฉันกระตุกวูบอย่างรุนแรง “เสียงนี้มัน...”
ก่อนที่ฉันจะได้เอ่ยชื่อของเขา ชายชุดดำก็พุ่งตัวเข้ามาประชิดร่างฉันด้วยความเร็วสูง ท่อนแขนแกร่งตวัดมีดสั้นคัสตอมคมกริบกรีดผ่านอากาศหมายสยบฉัน ฉันเอี้ยวตัวหลบคมมีดได้อย่างฉิวเฉียดจนได้ยินเสียงลมเฉือนผ่านเส้นผมด้านข้าง พร้อมกับเหวี่ยงกาน้ำชาในมือเข้าใส่ใบหน้าของเขาอย่างแรง ชายชุดดำยกแขนซ้ายขึ้นปัดกาน้ำชาจนแตกกระจาย น้ำชาอุ่นๆ สาดกระเซ็นไปทั่วพื้น
ฉันอาศัยจังหวะนั้นบิดสะโพกผายะโลอยตัวขึ้น ใช้เรียวขาคู่งามเกี่ยวรัดเอวหนาของเขาไว้แน่นในท่ากรรไกรล็อกคอ พละกำลังจากสะโพกและต้นขาแน่นตึงของฉันบีบอัดร่างแกร่งของเขาจนเซถลาล้มกลิ้งลงไปบนพื้นเสื่อทาทามิด้วยกัน!
*โครม!*
“อั่ก... ขาหนีบของเธอทรงพลังเป็บ้าเลยวาว!” ชายชุดดำคำรามในลำคอด้วยความเจ็บปนพึงใจ
เราสองคนกลิ้งตัวต่อสู้ตะลุมบอนกันบนเสื่อทาทามิอย่างดุเดือด เสื้อยูกาตะของฉันเลื่อนหลุดลุ่ยจนเกือบเปลือยเปล่าอีกครั้ง ชายชุดดำใช้พละกำลังท่อนบนที่เหนือกว่าพลิกตัวขึ้นมาคร่อมร่างของฉันไว้ ท่อนแขนแกร่งล็อกข้อมือสองข้างของฉันตรึงไว้กับพื้นเหนือศีรษะ ร่างกายอันหนักแน่นและร้อนระอุของเขาบดเบียดทับทาบลงมาบนเต้าทรวงอกตูมและสะโพกผายของฉันจนแทบขยับไม่ได้ กลิ่นโคโลญจน์กลิ่นหนังแท้ผสมดินปืนอันเป็เอกลักษณ์ลอยเตะจมูกอย่างจัง
เขาใช้มือข้างหนึ่งเอื้อมมาดึงหน้ากากสีดำของตัวเองออก เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มแบบลูกครึ่งยุโรป ดวงตาสีเทาหม่นดุดัน และรอยยิ้มมุมปากที่แสนจะยียวนกวนประสาทและเซ็กซี่เหลือร้าย
“คิดถึงฉันไหมที่รัก?” มาร์คัสกระซิบชิดใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาเป่ารดผิวเนื้อที่เปียกชื้นของฉัน
“ฉันคิดถึงวันที่นายจะตกนรกมากกว่า!” ฉันสวนกลับทันควัน พลางพยายามใช้เรียวขาเตะตวัดเพื่อพลิกตัวหนี แต่ด้วยตำแหน่งที่เสียเปรียบ ทุกการดิ้นรนของฉันยิ่งทำให้หน้าอกตูมเต่งตึงสองเต้าบดเบียดอัดแน่นแนบชิดกับอกเสื้อแจ็คเก็ตหนังของเขาจนยอดปทุมถันแข็งเป็ไตดันเนื้อผ้า
มาร์คัสคือสายลับคู่ปรับตัวฉกาจจากองค์กรคู่แข่ง เราเคยปะทะคารม หักเหลี่ยม และเฉียดความตายด้วยกันมาหลายครั้งในมาเก๊าและปารีส ความสัมพันธ์ระหว่างเราเป็ทั้งศัตรูคู่อาฆาตและคู่รักชั่วคราวที่มีแรงดึงดูดทางเพศอันร้อนแรงต่อกันอย่างบ้าคลั่งจนแทบแยกไม่ออก
มาร์คัสก้มลงมองร่องอกลึกและสะโพกผายที่ขยับบิดเร่าอยู่ใต้ร่างของเขา แววตาสีเทาหม่นวาวโรจน์ไปด้วยประกายแห่งความ้าและตัณหาดิบที่ปิดไม่มิด “ดูเหมือนว่าฝีมือและเรือนร่างของเธอจะพัฒนาขึ้นจนน่าในะวาว... แค่กลิ่นตัวอันเย้ายวนกับสภาพล่อแหลมตอนนี้ มันก็ทำให้ฉันแทบจะลืมภารกิจล่าหัวเธอไปหมดแล้ว”
“ถ้านายไม่คิดจะเหนี่ยวไกฆ่าฉันตามใบสั่ง... งั้นก็ไสหัวไปซะมาร์คัส!” ฉันกัดฟันพูด จ้องสบตากับดวงตาสีเทาคู่นั้นอย่างไม่ยอมอ่อนข้อ
“ฆ่าเธอเหรอ? คนสวย ทรงเสน่ห์ และเร่าร้อนระดับเธอ ถ้าฉันฆ่าทิ้งไปง่ายๆ มันคงเป็การสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุดของวงการสายลับ” มาร์คัสหัวเราะในลำคออย่างไม่ยี่หระ เขาโน้มใบหน้าคมคายลงมาประกบจูบที่ซอกคอขาวระหงของฉันอย่างรวดเร็วและดูดเม้มแรงๆ จนเกิดรอยรักสีแดงเด่นชัด ััดิบเถื่อนของเขาสร้างกระแสความเสียวซ่านแล่นพล่านไปทั่วตัวฉันจนเผลอแอ่นสะโพกขึ้นรับ
มาร์คัสผละตัวออกช้าๆ ยอมปล่อยข้อมือของฉันให้เป็อิสระ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำของตัวเองให้เข้าที่ ก่อนจะล้วงกระเป๋าเสื้อหยิบชิปการ์ดโลหะสีทองหรูหราขลิบดำที่มีสัญลักษณ์รูปเพชรสีดำสลักอยู่ออกมาถือไว้ในมือ
“แฟ้มข้อมูลของวินสตันกับรหัสของเคนจิที่เธอได้ไป... มันเป็เพียงแค่เศษเสี้ยวของภาพใหญ่เท่านั้นวาว” มาร์คัสเอ่ยเสียงเรียบ แววตาท้าทายและเ้าเล่ห์ “ผู้บงการตัวจริงที่กุมโครงข่ายอาวุธระดับโลก เขาควบคุมระบบบัญชาการและฟอกเงินผ่านระบบคาสิโนใต้ดินของฉันในย่านชินจูกุ”
เขาโยนชิปการ์ดสีทองลงมาบนฟูกนอนข้างตัวฉัน ชิปการ์ดสะท้อนแสงไฟวิบวับอยู่บนเสื่อทาทามิ
“นี่คือการ์ดผ่านทางระดับ VIP สูงสุดของ 'แบล็กไดมอนด์ คาสิโน' คาสิโนใต้ดินของฉัน ถ้าเธออยากรู้ว่าใครคือคนบงการ และอยากรู้ว่าคืนนี้ใครจะควบคุมเกม... ก็ตามฉันไปที่นั่นสิที่รัก”
มาร์คัสส่งสายตาโลมเลียเรือนร่างของฉันเป็ครั้งสุดท้าย รอยยิ้มร้ายกาจปรากฏบนใบหน้าคมคาย ก่อนที่เขาจะะโถอยหลังพุ่งทะยานข้ามขอบหน้าต่างที่แตกกระจาย หายลับไปในความมืดมิดและสายฝนที่โปรยปรายอย่างรวดเร็วไร้ร่องรอยดั่งสายลม
ฉันค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นนั่ง ดึงเสื้อยูกาตะมาคลุมหน้าอกตูมและสะโพกผายที่ยังคงสั่นสะท้านจากแรงอารมณ์และอันตรายเมื่อครู่ ฉันเดินไปตรวจเช็กชีพจรของเคนจิ พบว่าเขายังคงหายใจสม่ำเสมอเพียงแค่สลบไปเพราะแรงหมัด ฉันจัดท่าทางให้เขานอนพักอย่างปลอดภัยบนฟูก ก่อนจะเดินไปหยิบชิปการ์ดสีทองขึ้นมาพิจารณาอย่างละเอียด
‘พี่วาวคะ! พี่วาวปลอดภัยไหมคะ! สัญญาณเมื่อกี้ถูกตัดไปชั่วขณะ พราวเป็ห่วงแทบแย่!’ เสียงของพราวดังลั่นขึ้นมาในหูด้วยความร้อนรน
“ฉันปลอดภัยพราว...” ฉันตอบด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสงบแต่มุ่งมั่น “มาร์คัสบุกมาและทิ้งบัตรเชิญเข้าคาสิโนใต้ดินของเขาไว้ให้ฉัน... ตอนนี้ฉันกำลังจะเดินทางกลับไปที่เซฟเฮาส์ เตรียมข้อมูลแบล็กไดมอนด์คาสิโนให้พร้อมนะ”
ฉันรีบแต่งตัวและออกจากเรียวกังอย่างเงียบเชียบ นั่งแท็กซี่ฝ่าสายฝนยามค่ำคืนมุ่งหน้ากลับสู่เซฟเฮาส์ลับใจกลางโตเกียว เมื่อมาถึง ฉันชำระล้างร่างกายอีกครั้ง ส่องกระจกบานใหญ่ดูรอยคิสมาร์กสีแดงก่ำที่มาร์คัสประทับทิ้งไว้บนซอกคอขาวระหง ความรู้สึกร้อนวูบวาบยังคงแฝงอยู่ในอกเต้นระรัวอย่างประหลาด
พราวเดินเข้ามายื่นชุดราตรีสั้นผ้าเมทัลลิกสีเงินรัดรูปมาให้ฉัน ชุดนี้ถูกตัดเย็บอย่างประณีตด้วยเทคโนโลยีเนื้อผ้ากันรอยขีดข่วนบางเบา มันรัดรึงสรีระเน้นสัดส่วนนาฬิกาทราย อกตูม และสะโพกผายให้โดดเด่นถึงขีดสุดในยามต้องแสงไฟนีออน พร้อมช่องซ่อนเครื่องดักฟังและไมโครชิปขนาดเล็กบริเวณขอบสะโพก
“แปลนอาคารของแบล็กไดมอนด์คาสิโนขึ้นจอแล้วค่ะพี่วาว ทางเข้า VIP อยู่ชั้นใต้ดินระดับลึก มีระบบรักษาความปลอดภัยหนาแน่นมาก มีกล้องตรวจจับใบหน้าและเซนเซอร์ความร้อนทุกจุด” พราวอธิบายพลางชี้แผนที่โฮโลแกรมสามมิติ “พี่วาวต้องระวังตัวนะคะ มาร์คัสไม่ใช่คนที่จะยอมก้มหัวหรือเสียเปรียบให้ใครง่ายๆ แน่นอน”
ฉันเหยียดยิ้มบางเบาหน้ากระจก สวมรองเท้าส้นสูงสีดำขลับ ลูบไล้สะโพกผายในชุดราตรีสีเงินระยิบระยับที่โอบรัดร่างอย่างแแ่ สายตาคมกริบสะท้อนความมั่นใจในมารยาหญิงและทักษะสายลับ “ในโลกของสายลับ... ไม่มีใครควบคุมเกมได้ตลอดไปหรอกพราว คืนนี้ฉันจะไปกระชากหน้ากากผู้บงการ และทำให้มาร์คัสรู้ว่าใครกันแน่ที่จะเป็ฝ่ายกุมชะตากรรมของเกมนี้!”