
บนเรือเก่าๆที่เต็มไปด้วยคราบและกลิ่นแห่งทะเลนี้ไม่มีอะไรเลยจริงๆ มันแค่เป็เรือเก่าๆเฉยๆ หวังอี้เดินเข้าไปดูในห้อง มีโต๊ะอาหารเก่าๆ 1 ตัวพร้อมเก้าอี้ 4 ตัว เขาลองนั่งเบาๆดูเห็นว่ายังพอนั่งได้เลยนั่งเอาศอกวางโต๊ะแล้วมองไปรอบๆ เงยหน้ามองบน คิดอะไรไปเรื่อยๆ
“เรือนี่มาจากที่ไหน? มันจะมีตัวอะไรโผล่มาทำร้ายข้าเหมือนในนิยายสยองขวัญไหมนะ?”
หวังอี้เผลอโยกตัวไปข้างหลังมากไปหน่อย ขาเก้าอี้ที่เก่าอยู่แล้วเลยหัก เขาล้มลงเจ็บตัวเล็กน้อย
“อูย เืออกเลย”
แล้วทันใดนั้นก็มีเสียงบางอย่าง
ตึก ตึก ตึก
เขารีบชักกระบี่ออกมา
“ใคร?!”
เงียบไม่มีเสียงตอบ แต่ทันใดนั้นเรือใหญ่ก็เริ่มขยับ หัวเรือนหันกลับหัวอย่างรวดเร็ว แรงเหวี่ยงทำให้หวังอี้ต้องรีบหาอะไรเกาะไว้ กระนั้นขาเขายังลอยขึ้นเหนือพื้นตามแรงเหวี่ยงอยู่ดี
“เหวอ!”
แล้วเรือก็กดหัวลงน้ำ และพุ่งลงไป หวังอี้รีบอมกาศไว้เต็มปากก็ที่รือจะพุ่งลงน้ำดังโครมใหญ่น้ำสาดกระเซ็นไปทั่ว
เรือดำดิ่งลงลึกเรื่อยๆ ทะเลแถวนี้มันลึกขนาดนี้เชียวหรือนี่? หวังอี้ใช้ 2 มือโอบกอดเสาเรือไว้แน่น
เมื่อเรือลงไปลึกระดับหนึ่งแล้วก็มีฟองอาการศขนาดใหญ่ถูกบางอย่างพ่นลอยขึ้นมาครอบเรือไว้ น้ำหายไป หวังอี้จึงกลับมาหายใจได้อีกครั้ง
เรือกำลังพุ่งลงด้านล่างเรื่อยๆ ไม่รู้ลึกเท่าใดแล้วแต่พอนานๆหวังอี้ก็เลิกประหม่า เขานั่งชมวิวท้องทะเลลึกที่เงียบงันแทน เพราะเหล่าปะการัง, แมงกะพรุน และปลาเรืองแสงต่างๆที่เข้ามาแทนที่แสงอาทิตย์นั้นมีหลากหลายสีดูสวยงามยิ่งนัก
กรึ่ก!
เรือจู่ๆก็อยู่ หวังอี้มองไปทางจุดที่เขาปีนเชือกขึ้นมา มันมีบันไดไม้เก่าๆหย่อนลงไป แล้วก็มีเสียงคนเดินขึ้นมา
ผู้ที่ขึ้นมานั้นเป็ชายวัย 17-18 ปีเท่ากับเขา ชายผู้นี้แต่งตัวประหลาดยิ่งนัก เสื้อผ้าสีขาวมีลวดลายสีดำ ใบหน้าเขาขาวซีด ผมสีเหลืองอ่อน ั้แ่ผม, เสื้อผ้า ลงมาถึงเท้าเปียกทั้งตัว เขาก้มหน้าไม่มองหวังอี้ด้วยซ้ำแล้วมานั่งชันเข่าข้างๆหวังอี้
ชายผู้นั้นเป็ฝ่ายพูดก่อน
“ผมชอบเรือ ...เพราะมันพาคนที่จากกัน กลับมาเจอกันอีก...”
หวังอี้มองหน้าเขา
“เ้ายังติดค้างสิ่งใด?”
เขายิ้มบางๆไม่พูด แต่เอาศีรษะมาซบไหล่หวังอี้และหลับไป
หวังอี้เองก็รู้สึกเหนื่อย เข้าเองก็พิงหลับคู่กับชายลึกลับไปโดยไม่รู้ตัว
ไม่รู้เวลาผ่านไปเท่าใดแล้ว หวังอี้สะดุ้งเพราะชายลึกลับยืนขึ้น เบื้อหง้นาเป็ูเาไฟใต้ทะเลขนาดใหญ่ที่พังถล่มแล้ว แต่ตรงกลางนั้นกลับมีแท่นหินที่ส่องแสงสว่างสีฟ้าอ่อนๆ มีปลาทะเลน้ำลึกตัวเล็กๆว่ายวนเป็วงกลม กลางแท่นนั้นมีคัมภีร์หนึ่งวางอยู่
หวังอี้ลุกขึ้นมายืนดูข้างๆชายลึกลับ
“สิ่งนี้คืออะไร?”
ชายลึกลับมองด้วยแววตาเศร้าสร้อยไปทางแท่นหินและพูดช้า
“มันคือวาสนา”
แล้วเขาก็ยืนนิ่งมองไปโดยไม่พูดอะไรอีก หวังอี้มองคัมภีร์ด้านหน้า ข้าจะไปเอาดีไหม? ข้าพอว่ายน้ำได้ แต่ก็ไม่ได้เก่งอะไร และที่นี่คือใต้ทะเลลึกแรงกดสูง หากข้าออกจากเรือนี่ข้าอีกจะร่างะเิตายทันทีเลยก็ได้
ชายลึกลับชำเลืองตามมองหวังอี้ที่กำลังคิดมาก เขายิ้มแล้วผิวปากเบาๆก็มีปลาประหลาดตัวเล็กๆคาบคัมภีร์มายื่นให้ข้างเรือ
หวังอี้มองหน้าชายลึกลับ เขาพยักหน้า จึงรวบรวมความกล้าเข้าไป แต่เจาก็ยังกำวลเื่แรงกดดันน้ำภายนอกอยู่ดีจึงใช้ปราณวารีห่อหุ้มมือไว้ก่อนจะยื่นออกจากเรือ หยิบคัมภีร์นั้นจากปากปลา
“วิชาม่านวารีพิทักษ์?”
หวังอี้รีบอ่าน มันเป็วิชาที่ใช้ปราณวารีสร้างกำแพงน้ำป้องกันภัยติดต่อกันได้ 3 ครั้ง แม้เซียนระดับ 1 รวมปราณก็สามารถป้องกันการโจมตีของเซียนระดับ 4 หยวนอิงได้
น่าแปลกว่าหวังอี้อ่านแล้วกลับรู้สึกไม่ดีใจได้สุดยอกวิชา เขารู้สึกว่านี่มันแปลกๆ
เขาเงยหน้าหันมองชายลึกลับที่จ้องมองเขาด้วยแววตาลึกซึ้ง
“นี่ไม่ใช่ประสงค์ของเ้า”
หวังอี้ปล่อยพลังปราณอัคคีออกมาแทนปราณวารี ทันใดนั้นคัมภีร์ก็เปลี่ยนเป็สีแดงอ่อน และข้อความด้านในก็เปลี่ยนไป
“วิชาไฟเผาิญญา!”
หวังอี้เปลี่ยนราณที่เหลืออีก 3 ธาตุ คือ ไม้ ทอง และดิน พบว่าคัมภีร์เปลี่ยนสีและเปลี่ยนเนื้อหากลายเป็วิชาตามธาตุนั้นๆ
เขาหันมองหน้าชายลึกลับที่ยืนมองเขา และพูดว่า
“คุณต้องเลือก...”
หวังอี้หันกลับมามองคัมภีร์ในมือ เขาหลับตาปี๋ ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจใช้ปราณธาตุที่ 6 ที่ไม่ให้ใครรู้แม้แต่ศิษย์พี่
ไอสีเทาออกมาจากร่างหวังอี้ เขาเหงื่อโชกกัดฟันกร่อด แล้วคัมภีร์ก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็สีเทา
หวังอี้ลืมตาดูวิชาที่คัมภีร์มอบให้
“วิชาอัญเชิญ!”
เขาตาเบิกโพลงหันหน้ามองชายลึกลับที่บัดนี้ยิ้มบางๆ
“นานมาแล้ว...ผมติดหนี้สกุลหวังของคุณ...”
แล้วเขาก็เดินมาจับคัมภีร์สีเทาที่หวังอี้ถือไว้ เกิดอักษรเรืองแสงสีเทาอ่อนมากมายหลั่งไหลเข้าไปในรากปัญญาหวังอี้ ชายลึกลับตบไหล่เขาร่างค่อยๆซีดจางโปร่งใสขึ้นเรื่อยๆ
“ดีจังที่ยังมีคนจำผมได้...
แล้วเขาก็หายไป หวังอี้มองคัมภีร์ในมือมันก็หายไปด้วย ทันใดนั้นมีเสียงดังจากูเาถล่ม บางสิ่งกำลังพุ่งเข้ามาที่เรืออย่างบ้าคลั่ง
“ปีศาจปลาวาฬ!”
หวังอี้ไม่มีทางสู้ได้เพราะมันเป็ปีศาจระดับ 8(เทียบเท่าระดับ 3 แกนปราณขั้นกลาง-ปลาย) ปากใหญ่ๆนั่น หางที่มีพลังทำลายูเา แถมนี่อยู่ในน้ำลึกแรงกดอากาศสูง ข้าจะเอาอะไรไปสู้มัน ฤา ข้าต้องตายที่นี่วันนี้แล้ว
ไม่!
หวังอี้กัดนิ้วตัวเองใช้เืเขียนวงเวทย์ และร่ายคาถาตามที่คัมภีร์นั้นสอน
“ใครก็ได้ออกมาช่วยข้าหน่อย!”
ปลาวาฬั์พุ่งมาถึงมันรีบอ้าปากจะขย้ำเรือให้พัง
ตูม!
ควันสีแดงปรากฏเป็ร่างผ้าคลุมดำสูงใหญ่ ไม่มีใบหน้าในนั้นมีแค่เงามืด มันใช้มือกระดูกข้างเดียวรั้งการโจมตีของปลาวาฬปีศาจได้ แล้วทันใดนั้นมันใช้มืออีกข้างดึงเคียวน่ากลัวออกจากใต้ผ้าสีดำนั้น
ฉั่วะ!
ปีศาจปลาวาฬขาดครึ่ง ซากกระดูกมนุษย์มากมายในท้องมันร่วงออกมาเต็มพื้นไปหมด
“น้องพี่!”
ิญญาหญิงสาวรีบออกมาจากกระบี่กอดโครงกระดูกหนึ่งที่สวมแหวนบางอย่างไว้ที่นิ้ว
“ฮือๆ”
หวังอี้ปล่อยให้เธอโศกเศร้ากอดกระดูกน้องชาย ส่วนเขาแหงนมองร่างั์ผ้าคลุมดำถือเคียวที่มีไอิญญารายรอบ
“ยมฑูต!”
หวังอี้โค้งศีรษะคำนับขอบคุณ ยมทูตดำนั้นจึงหายไป แล้วเขาก็หมดเรี่ยวแรงทรุดลง เืไหลออกทางปากและรูจมูก
“วิชานี้ใช้พลังปราณมหาศาล ซึ่งข้ามีเพียงน้อยนิด”
“ข้าต้องใช้เมื่อถึงคราวจำเป็จริงๆเท่านั้น”
แล้วหวังอี้ก็นอนหลับไป พอตื่นขึ้นมาิญญาหญิงสาวยังคงกอดกระดูกน้องชายอยู่อย่างโศกเศร้า เขามองแล้วก็รู้สึกสงสารจับใจ จึงหันศีรษะโค้งไปทางเสากระโดงเรือ
“หากเ้าเมตตา ได้โปรดให้ข้าสามารถนำกระดูกทุกคนกลับไปส่งหาพ่อแม่คนที่เขารักด้วยเถิด”
เรือสั่นเล็กน้อย ฟองอากาศขยายตัวออกไปถึงกองกระดูกที่อยู่ข้างๆเรือจนไม่มีน้ำ หวังอี้จึงเดินลงไปค่อยๆเก็บกระดูกทุกคน เหนื่อยก็นั่งพักมีแรงก็ทำต่อ ใช้เวลาหลายชั่วยาม ในที่สุดก็ขนขึ้นเรือจนหมดได้สำเร็จ
เรือค่อยๆลอยขึ้น ส่วนหวังอี้หมดแรงนอนหลับไม่รู้เื่บนพื้นเรือ....