ระบบไฟฟ้าแห่งแรกของแคว้น(?)จัดวางอย่างเรียบง่ายสายระโยงรยางค์ต่อเข้าเรือนไม้หลังเล็กโต๊ะญี่ปุ่นถูกใช้เป็โต๊ะคอมพิวเตอร์ชั่วคราวเฉินกวงนั่งดูคนตัวเล็กจิ้มแผงบนเครื่องสี่เหลี่ยมนิ้วเป็ระวิง
“เราจำเป็ต้องใช้เครื่องมือช่วยทำนาเ้าค่ะดังนั้นเราจะให้ใครรู้ไม่ได้” เหมยลี่อธิบาย“ข้าจะทำให้เรารู้ก่อนว่ามีใครเดินเข้ามาในบริเวณของเราบ้างแล้วมันจะบอกให้เรารู้ตัวก่อนที่พวกเขาจะเห็นเ้าค่ะ”
“อย่างไรเล่า?”เฉินกวงที่เพิ่งเคยเห็นอุปกรณ์ใหม่ขมวดคิ้วถาม
เหมยลี่ไม่ได้ตอบคำถามเธอรัวคำสั่งลงในคอมพิวเตอร์อีกไม่นานก็นักภาพจากกล้องวงจรปิดมุมต่าง ๆ ที่เฉินกวงติดให้ก็ปรากฏขึ้นเขาเบิกตากว้างดูภาพเคลื่อนไหวบนจอเหมือนกับของจริงไม่มีผิดเพี้ยน
“สิ่งนี้มัน...มัน...”ราวกับผีหลอกกลางวันในยุคที่แม้จะมีภาพเขียนพู่กันอันเลื่องชื่อแต่ก็นับว่าไม่เหมือนนัก ต่างจากสิ่งที่เขากำลังเห็นอยู่ตอนนี้
“ที่ท่านพ่อปีนขึ้นไปติดบนปลายไม้มันชื่อว่ากล้องวงจรปิดเ้าค่ะมีหน้าที่ถ่ายสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วส่งมาให้เรา”เหมยลี่ยิ้มเมื่อเห็นสีหน้าใของท่านพ่อ ในใจคิดเล่น ๆหากพาท่านไปยุคที่เธอจากมาได้คงจะสนุกกว่านี้
เพราะระยะทางจากเรือนจนถึงปลายนาค่อนข้างไกลเหมยลี่จึงไม่ได้ทำระบบไวไฟแบบไร้สายแต่ใช้วิธีการลากสายแล้วติดตั้งอุปกรณ์ส่งเสียงแทนอย่างน้อยหากไม่ได้ใช้งานเพราะผู้คนแต่ยังใช้ป้องกันภัยจากสัตว์ร้ายได้ด้วย
สาธิตอุปกรณ์เสร็จก็ตกบ่ายพอดีสองพ่อลูกหาอะไรกินง่ายๆ แล้วพากันไปยังท้ายนา
“อาเหมยเ้าจะให้พ่อไปเรือนผู้ใหญ่บ้านหรือไม่เล่า จะได้ออกปากจ้างคนมาช่วย”เฉินกวงพูดขึ้นระหว่างทางเขาไม่รู้หรอกว่าแท้จริงแล้วบุตรของเขามีเงินมากน้อยเพียงใดแต่เขารู้ว่าเบี้ยที่เหลืออยู่มากพอที่จะจ้างคนมาช่วยทำงานได้ซักสี่ห้าคนอย่างแน่นอน
“ตอนนี้ยังก่อนเ้าค่ะแต่หลังจากปรับนาเสร็จอาจจะต้องจ้างมาหว่านนาเ้าค่ะ” พูกจบเหมยลี่ก็ชะงักงันเธอลืมไปว่าตนมีครบทุกอย่างแต่ขาดเมล็ดพันธุ์ข้าวชั้นดีเสียอย่างนั้น
“ท่านพ่อเราจะหาเมล็ดข้าวได้จากที่ไหนบ้างเ้าคะ”
“อืม จริง ๆ ในหมู่บ้านก็อาจจะมีนะเ้า”เฉินกวงพูดพลางขมวดคิ้วคิดบางอย่าง“แต่พ่อว่าเราไปหาในอีกแคว้นใกล้กันจะได้ข้าวที่ดีกว่า”
เหมยลี่พยักหน้ารับหากเป็เช่นนั้นก็คงต้องเตรียมนาให้พร้อมเสียก่อนไปกลับมาจะได้ลงกล้าข้าวได้เลยพอดี
“ท่านพ่อวันนี้เราต้องขุดบ่อน้ำให้เสร็จเพื่อเก็บน้ำเหล่านี้ไว้ก่อนเ้าค่ะบนดอนจะได้แห้ง” เหมยลี่ชี้ไปยังนาฝั่งที่สูงกว่าถึงแม้จะมีคลองอยู่ใกล้แต่น้ำที่ติดทะเลอาจจะเป็น้ำจืดผสมจนเป็น้ำกร่อยหากเอาไปทำนาหรือไร่จะทำให้ได้ผลผลิตไม่ดีนัก
“วันนี้หรือ เ้าพูดเกินกำลังไปเสียแล้ว”เฉินกวงท้วงคำพูดคนตัวเล็กแต่ไม่ทันขาดคำรถแบคโฮขนาดใหญ่ก็ปรากฎขึ้นตรงหน้าพร้อมกับถังน้ำมันขนาดสองร้อยลิตรอีกถังวางไว้ส่วนท้าย
“เ้านี่มะ...มัน!”ใบหน้าบิดเบี้ยวคำพูดที่กลืนลงคอแทบไม่ทันของเฉินกวงทำให้เหมยลี่หลุดขำ “อาเหมย เ้าไม่กลัวข้าสิ้นสติบ้างหรือไร”
“ฮ่าฮ่า ท่านพ่อพูดเกินไปท่านพ่อยังหนุ่มอยู่เลยเ้าค่ะ จะทิ้งข้าไปง่าย ๆ ได้อย่างไรกัน”เธอเดินเข้าไปกระตุกชายผ้าของเขาเบา ๆ
หลังจากหายใเขาก็ยกยิ้มอย่างเอ็นดูเด็กน้อยที่ยืนข้างๆ จนอดที่จะยกมือไปขยี้มวยผมที่มัดอยู่ไม่ได้ น่าแปลกที่เขาเพียงใเท่านั้นนานวันเข้าเขาชักจะชอบของหน้าตาประหลาดพวกนี้เข้าเสียแล้ว
เฉินกวงเดินไปลูบ ๆ คลำ ๆซักพักคนตัวเล็กก็ชูมือขึ้นเรียกให้อุ้ม แค่ฐานล้อตีนตะขาบของรถก็สูงกว่าหน้าอกของเธอเสียแล้ว
เขายกยิ้มอ่อนใจดูจากความสูงใหญ่แล้วเขาต้องเป็คนใช้งานมันแน่
“ท่านพ่อทำกาลักน้ำเป็หรือไม่เ้าคะ?”
“มันคือสิ่งใดกันเหตุใดต้องลักเล่าเ้า?” คำพูดของคนยุคใหม่บางครั้งก็เข้าใจยากจนเกินไปสำหรับเขา
“ข้าไม่ได้ชั่วช้าถึงขั้นต้องไปลักของใครเสียหน่อยเ้าค่ะ”เธอค้อนคนที่กำลังอุ้มเธออยู่“ข้าหมายถึงทำให้น้ำมันไหลเองในท่อนั้นต่างหากเ้าค่ะ”
หลอดยางสำหรับรดน้ำต้นไม้ถูกแปลงมาใช้เป็หลอดดูดน้ำมันชั่วคราวตอนที่เธอซื้อน้ำมันมาเธอลืมนึกเื่นี้เสียได้ แต่ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรนัก
“หากเป็ระหัดวิดน้ำพ่อพอทำได้”เฉินกวงบอกพลางวางคนตัวเล็กลงบนตัวถังของรถแล้วปีนตามขึ้นไป
เหมยลี่ยื่นประแจขัดกันเป็กากบาทให้เขาเปิดถังน้ำมันเหมือนว่าเขาจะรู้ว่าใช้ทำอะไรได้โดยไม่ต้องถามฝาถังที่ปิดสนิทก็เปิดออก
“มันคือสิ่งใดกัน?” เฉินกวงพูดงึมงำอยู่ในคอพลางก้มตัวลงตามกลิ่นลอยโชยขึ้นมา
“ท่านพ่ออย่าดมเ้าค่ะ อันตราย!”เหมยลี่รีบดึงคนตัวใหญ่กว่าออกจากถังน้ำมัน“มันเป็เชื้อเพลิงที่ทำให้รถคันนี้ทำงานได้เ้าค่ะ”
“น้ำมันไม่เหมือนน้ำมันก๊าซหรือน้ำมันสนเลยหรือเ้า?” เพราะเป็กลิ่นที่ไม่คุ้นเคยจะว่าหอมก็ไม่หอมจะว่าเหม็นก็ใช่ว่าจะเป็อย่างนั้น
“ไม่เหมือนเ้าค่ะในโลกที่ข้ามาของพวกนี้ต้องผ่านหลายกระบวนการกว่าจะได้มา”เธอส่งท่อให้เขาแล้วเดินเอากุญแจไปเปิดฝาถังน้ำมันของรถแบคโฮ“ท่านพ่อเอาสายยางนั่นใส่ลงไปเลยเ้าค่ะ”
ทั้งสองเติมน้ำมันจนเต็มแล้วเหมยลี่จึงพาเขาขึ้นไปยังห้องควบคุมที่อยู่ด้านหน้าในโลกก่อนเหมยลี่มีโอกาสได้ควบคุมงานหน้าไซด์ก่อสร้างอยู่บ่อย ๆจึงพอมีทักษะการขับขี่รถพวกนี้อยู่บ้าง
ภายในห้องโดยสารมีเบาะสำหรับนั่งได้หนึ่งคนแต่ก็พอดีสองพ่อลูกเหมยลี่ไม่ได้ขับเองเพราะมีคันเกียร์ที่อยู่ด้านหน้าที่เธอเอื้อมไม่ถึง
“ท่านพ่อต้องขับเองนะเ้าคะเราจะใช้ปลายงวงนั่นตักดินขึ้นแหวกดินเป็บ่อลึกเท่าเอวท่านพ่อก็พอเ้าค่ะ”เด็กน้อยตั้งหน้าตั้งตาพูดแล้วชี้ไปยังบุ้งกี๋ของแบคโฮ
“แล้วพ่อต้องทำอย่างไรเ้ารีบสอนพ่อเถิด” ดูท่าทางมั่นใจของลูกสาวตัวเล็กตรงหน้าเฉินกวงก็อดตื่นเต้นไม่ได้ในเมื่อเขาเองก็ยอมรับเื่นี้ได้แล้วก็ไม่มีเหตุอันใดต้องต่อต้านความคิดของนางอีก
เหมยลี่ยกยิ้มดีใจแล้วหันไปเริ่มต้นอธิบายั้แ่แรก“ท่านพ่อดูตรงนี้เ้าค่ะ รูตรงนี้ท่านพ่อต้องเสียบกุญแจก่อนมันเป็ดั่งประตูบ้านที่ต้องคลายกลอนจึงจะเข้าไปได้บิดมันไปจนสุดเช่นนี้เ้าค่ะ”เหมยลี่ผลักกุญแจไปหาล็อคอีกข้างเพื่อเปิดเครื่องยนต์
ครืน...
เสียงดังที่ได้ยินราวกับฟ้าผ่าตอนแรกเฉินกวงก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดเหมยลี่จึงต้องติดตั้งเสียงเตือนภัยดังเสียขนาดนั้นบัดนี้เขารับรู้แล้ว
เหมยลี่อธิบายการใช้งานเกียร์เดินหน้าถอยหลังและการควบคุมแขนของแบคโฮอีกไม่นานคนที่สนใจอยู่ก็พอจะควบคุมมันได้
“ท่านพ่ออย่าลืมว่าพ่อที่ท่านพ่อจะขุดต้องไม่ชันมากนักนะเ้าคะไม่เช่นนั้นดินจะพังลงได้” เหมยลี่ย้ำแล้วลงจากรถไปเธอตกลงสัญญาณมือกับท่านพ่ออีกสองสามคำแล้วปล่อยให้เฉินกวงได้ทำความเข้าใจกับของเล่นชิ้นใหญ่ของเขา
เหมยลี่นั่งรอจนแน่ใจว่าท่านพ่อควบคุมม้าั์ตัวนี้ได้แล้วก็ผละไปอีกด้านวันนี้เธอยังไม่ได้ใช้งานจากไฟฟ้ามากนัก ต้องรอทดสอบแบตเตอรี่และวงจรให้สมบูรณ์เสียก่อนหากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นจะได้ไม่เสียหายจนเกินไป
กว่าจะเสร็จก็มืดดึกดื่นพอดีเฉินกวงยืนกอดอกยกยิ้มกับผลงานตรงหน้าบ่อน้ำขนาดใหญ่ที่เขาขุดวันนี้กำลังดึงเอาน้ำที่ท่วมขังนาลงมารวมที่เดียวกันจนเกือบเต็มผืนดินโผล่ให้เห็นเป็หย่อม ๆ ยังคงมีบางที่ที่มีน้ำขังอยู่บ้างเท่านั้น
ก่อนหน้านี้เขาขุดทางน้ำเล็ก ๆข้างคันนาไว้ด้วย จึงทำให้งานเสร็จช้ากว่าที่ควรจะเป็
“ท่านพ่อกลับกันเถิดเ้าค่ะข้าเอาหัวมันแช่น้ำไว้แล้วอีก 7 วันก็เอาไปปลูกได้”เหมยลี่รีบวิ่งมาหาเมื่อเห็นว่ารถหยุดทำงานแล้ว
“ดีดี เราจะได้มีหัวมันไว้ขาย”เขาพูดพลางอุ้มคนตัวเล็กขึ้น “พ่อชอบไอ้ตัวนี้ยิ่งนักงานหนักกลับสบายข้างในก็ไม่ร้อน”
“ท่านพ่อชอบหรือเ้าคะไว้เรามีบ้านหลังใหม่ข้าจะทำให้ท่านพ่ออยู่อย่างไม่ร้อนเลยเ้าค่ะแต่เราคงต้องปกปิดกันเสียหน่อย”
“ฮ่าฮ่าฮ่า เราค่อย ๆ ทำกันไปก็ได้เ้าแต่เราต้องมีบารมีกันเสียก่อนไม่เช่นนั้นจะโดนรังแกได้”
หลังจากเก็บข้าวของเสร็จสองพ่อลูกก็พากันกลับไปเรือนเพื่อพักผ่อนตรงข้ามกับบ้านอีกหลังที่พวกเขาจากมา
คฤหาสน์สกุลเฉิน
“เื่ที่ข้าให้ไปสืบเป็เช่นไรบ้าง”ฟางเซียนเหยียดตามองทาวรับใช้ที่หมอบอยู่กับพื้นั้แ่เฉินกวงพาเหมยลี่ออกจากสกุลไป นางก็ให้คนตามสืบอยู่เนือง ๆเพราะเกรงว่าพวกเขาจะไปใส่ร้ายธุรกิจของนางเสียหาย
“ยังไม่ได้ความขอรับมีพวกชาวบ้านเห็นว่านายท่านพาคุณหนูออกจากแคว้นไปเท่านั้น”
“อยากโดนโบยหรือไร! พวกมันออกจากที่นี่ไปแล้วพวกเ้าทั้งหมดห้ามเรียกนายท่านหรือคุณหนูอีกพวกชั้นต่ำพวกนั้นไม่มีสิทธิ์สูงไปกว่าพวกข้า” นางพูดอย่างโมโห หน้าตาเกรี้ยวกราดจนทาสคนอื่นๆ ต่างพากันหมอบต่ำเกรงโดนโบย “สืบต่อไปหากพวกมันทำให้ข้าหรือลูกข้าเสื่อมเสียก็ให้มารายงานข้าโดยตรง”
เหตุใดพวกมันไม่ตาย ๆ ไปซะ
แผนการชั่วร้ายบังเกิดขึ้นในหัวนาง