สถานการณ์เป็ไปได้ด้วยดีจนกระทั้งมีชายวัยรุ่นสองคนปรากฏตัว พวกมันทั้งสองเดินแหวกฝูงชนเข้ามาด้วยความมั่นใจอันเต็มเปี่ยม ความมั่นใจนี้มาพร้อมกับใบหน้าอันดุดันที่พร้อมจะทำให้ทุกคนเจ็บตัวหากมีเื่กับมัน
“ฉันได้กลิ่นสิ่งผิดกดหมายว่ะ นายได้กลิ่นเหมือนกันไหมเพื่อน?”
“ใช่กลิ่นผิดกฏหมายแม่งโคตรแรงเลยว่ะเพื่อน”
เมื่อวัยรุ่นผู้มั่นใจเต็มเปี่ยมทั้งสองมาถึงหน้าร้านขายเฟรนช์ฟรายส์ของสมิธพวกมันเริ่มพูดจาโจมตีในทันที โดยสิ่งที่พวกมันเลือกโจมตีคือความผิดปกติของราคาสิ้นค้าที่ถูกเกินไปซึ่งพวกมันพูดต่ออีกเป็นัยๆว่าที่ขายถูกแบบนี้ได้เพราะวัตถุดิบที่ใช้มันมีอะไรหรือเปล่า
“มันฝรั่งทดลองเปล่าเนี้ยทำไมรสชาติมันแปลกๆ”
“ใช่รสชาติแม่งโคตรแปลก พวกนายทุกคนรู้หรือเปล่าว่าตัวเองพึ่งจะกินมันฝรั่งแปลกประหลาดเข้าไป?”
พวกมันทั้งสองยิ่งปั่นป่วนเมื่อเห็นสมิธนิ่งเงียบไม่โต้ตอบ ส่วนเหตุใดสมิธถึงเลือกที่จะเงียบปล่อยให้เด็กน้อยสองคนนี้ข่มเหงเขาอยู่ได้ทั้งที่มีประสบการณ์กว่า 30 ปีอย่างโชกโชน ไม่ใช่เพราะสมิธกลัวเจ็บตัวหรือหาข้อโต้แย้งไม่ได้แต่เพราะเขารอ รอบางอย่าง แม้ในระหว่างรอนี้กรีนชิลดอยากจะจับเ้าสองตัวนี้ไปเป็ปุ๋ยจนใจจะขาดแต่สมิธก็ห้ามไว้ด้วยเหตุผลบางอย่างที่สนุกกว่าการจับเ้าสองคนนี้เป็ปุ๋ยเป็ไหนๆ จนในที่สุดโอกาสที่สมิธจะสวนกลับก็มาถึงเมื่อเ้าตัวป่วนสองคนนี้ได้กระทำบางอย่าง…
“เอาเงินมาแล้วฉันจะยอมไปเงียบๆ หรือจะให้ฉันร้านและรถของแก” หนึ่งในนั้นมันเข้ามาใกล้สมิธยิ่งขึ้นพร้อมกับโชว์การ์ความสามารถของมันที่สามารถเรียกไฟออกมาจากมือได้
ส่วนเพื่อนมันอีกคนก็ทำท่าทีคุกคามสมิธอย่างชัดเจนพร้อมกับปลดปล่อยพลังออกมาจนคนภายในลานแห่งนี้ต่างพากันถอยห่างและวิ่งนี้เพราะไม่อยากจะโดนลูกหลง สมิธที่เผชิญกับสถานการณ์แบบนี้หากเป็คนปกติหรือเป็สมิธคนก่อนคงทำไรไม่ถูกหรือหวาดกลัวจนขาสั่นมือสั่น แต่นี้คือสมิธคนใหม่เขารีบนำโทรศัพท์ออกมาอย่างรวดเร็วพร้อมกับกดโทรออกไปเบอร์เบอร์หนึ่งโดยไม่พูดอะไรสักคำ
“แกเรียกตำรวจมาก็ทำอะไรฉันไม่ได้หรอกเว้ย ฮ่า ฮ่า” เ้าใช้ไฟหัวเราะออกมาอย่างสะใจเมื่อเห็นกากระทำของสมิธเพราะพวกตำรวจในตอนนี้เป็แค่ก้อนเนื้อดีๆนี้เองมันได้พิสูจน์มาแล้วก่อนหน้านี้ก่อนที่จะเลือกสมิธเป็เหยื่อร้ายต่อไป เพราะความสามารถของมันคือไฟที่สามารถเผาทำลายได้ทุกสิ่งแม้แต่ลูกปืนของตำรวจยังละลาย
สมิธก็ได้แต่แอบขำก็อาจจะจริงที่ตำรวจปกติที่ใช้ปืนหรือการ์ดความสามารถต่อสู้ปกติไม่อาจต่อกรกับเ้าไฟนี้ได้เพราะเ้าไฟนี้เหมือนจะเป็การ์ดพิเศษเพราะไฟของมันไม่เหมือนไฟปกติ อย่างไรก็ตาม...เพียงไม่นานเบอร์โทรที่สมิธโทรไปก่อนหน้านี้ก็ได้รับการตอบรับโดยใช้เวลาไม่ถึง 3 นาที และการตอบรับที่ว่าคือ
“มาสักที!” สมิธเงยหน้าขึ้นท้องฟ้าเห็นชายคนหนึ่งซึ่งกำลังลอยตัวอยู่บนอากาศราวกับซุปเปอร์ฮีโร่ในการ์ตูนหรือภาพยนต์
“เ้านี้เลยครับ เ้านี้มันข่มขู่ทุกคนแทบบอกจะเผาร้านผมด้วย” สมิธแสดงบทเหยื่อพร้อมกับะโบอกคนบนฟ้าถึงสถานการณ์
ฝึบ! เพียงกระพริบตาเดียวชายทั้งสองที่เคยแสดงท่าทีว่าตัวเองสุดยอดได้หายไปจากหน้าร้านของสมิธแล้ว เพราะพวกมันทั้งสองโดนชายที่ลอยอยู่บนฟ้าพุ่งตรงเข้าใส่อย่างรวดเร็วโดยชายบนฟ้าทำการจับไปที่แขนของทั้งสองราวกับหยิบตุ๊กตาที่ทั้งเบาและไร้ซึ่งการโต้ตอบใดๆ
เพียงระยะเวลาอันสั้นระดับเสียววิทั้งสองคนถูกจัดการเป็ที่เรียบร้อย!
“เฮ้สมิธ เ้าหนุ่มบินได้นั้นใคร เมื่อกี้ข้าเกือบมองไม่ทันว่ามันทำบ้าอะไร” กรีนชิลดเข้ามากระซิบถามถึงชายบินได้ที่ซึ่งถูกเรียกมาโดยสมิธ
“เขาคือความหวังของมนุษยชาติน่ะ” สมิธตอบกรีนชิลดก่อนจะเดินไปหาชายผู้บินได้ที่ตอนนี้กำลังใส่อุปกรณ์อะไรบางอย่างให้วัยรุ่นจอมห้าวทั้งสอง ซึ่งอุปกรณ์ดังกล่าวคือเครื่องยับยั้งพลังไม่ว่าคนผู้นั้นจะมีพลังระดับทำลายจักรวาลแต่เมื่อโดนสวมโดยอุปกรณ์นี้จะกลายเป็คนธรรมดาไม่อาจใช้พลังได้ในทันที
“นายรู้เบอร์นั้นได้ยังไง” ชายผู้บินได้หลังจากใส่อุปกรณ์ให้จอมห้าวทั้งสองเสร็จแล้วเขาหันมาถามสมิธด้วยความสงสัย
“ฉันรู้ว่านายมีข้อมูลอยู่มากและฉันก็เคารพนายอย่างมากอีกด้วย ดังนั้นแล้วฉันจะบอกนายตามตรงเลยแล้วกันว่าฉันมาจากอนาคตน่ะ”