ในขณะนี้ เมื่อได้เห็นเหตุการณ์ดังกล่าว ทุกคนต่างตกตะลึงในอานุภาพของธรรมชาติ
แต่โชคดีที่หลังจากสายฟ้าสีเงินม่วงเส้นนั้นฟาดลงมา ท้องฟ้าก็ไม่มีเสียงฟ้าร้องอีกเลย
ฝนที่ตกหนักอย่างกะทันหัน หยุดลงอย่างกะทันหันเช่นกัน
พายุฝนที่น่าใครั้งนี้ดำเนินไปเพียงเกือบสิบนาทีก็สงบลง
เมฆดำบนชั้นบรรยากาศค่อย ๆ สลายตัวไป แสงแดดอันอบอุ่นกลับมาส่องสว่างบนผืนดินอีกครั้ง
หวังอวี่ถอดเสื้อผ้าที่เปียกโชกออกแล้วบิดน้ำทิ้ง จากนั้นก็นำหม้อเล็กไปล้างจนสะอาดแล้วสวมกลับเข้าที่เดิมบนกระติกน้ำ
เขาเก็บเสื้อยืดใส่ในกระเป๋าเป้ สวมกางเกงกลับเข้าไป จากนั้นจึงหยิบเสื้อแจ็คเก็ตกันลมที่ใส่ไว้เมื่อเช้านี้ออกมาจากกระเป๋า
กระเป๋าเป้เอาชีวิตรอดนาโนเทคโนโลยีที่ระบบจัดหาให้ มีประสิทธิภาพยอดเยี่ยมจริง ๆ เพราะเสื้อแจ็คเก็ตกันลมที่เก็บไว้ในกระเป๋ายังคงแห้งสนิท
หลังจากสวมเสื้อแจ็คเก็ตกันลมแล้ว หวังอวี่ก็พูดกับกล้องไลฟ์สดด้วยรอยยิ้มว่า "โชคดีที่เมื่อเช้านี้ผมเอาเสื้อแจ็คเก็ตกันลมใส่ไว้ในกระเป๋าเป้ ไม่อย่างนั้นล่ะก็ ถ้าต้องสวมเสื้อผ้าเปียก ๆ แบบนี้อยู่ในป่า คงเป็หวัดได้ง่าย ๆ เลย ผมนี่เป็เด็กฉลาดผู้หยั่งรู้ล่วงหน้าจริง ๆ !"
...
หลี่จวิ้นโปเป็นักเรียนชั้นมัธยมปลายปีที่ 6 ที่กำลังจะเข้าสู่การสอบเกาเข่า
เนื่องจากบ้านอยู่ใกล้โรงเรียนและเป็นักเรียนที่เดินทางไปกลับ ดังนั้นใน่เที่ยงเขาจึงกลับมาทานข้าวที่บ้าน
วันนี้พอเลิกเรียนตอนเที่ยง หลี่จวิ้นโปก็รีบวิ่งกลับบ้าน และเปิดคอมพิวเตอร์ด้วยความใจจดใจจ่อ
สาเหตุที่เป็เช่นนี้ เพราะเมื่อเช้านี้เพื่อนร่วมโต๊ะของเขาเอาแต่พูดว่า เมื่อวานได้ดูไลฟ์สดที่เจ๋งและตื่นเต้นมาก
ห้องไลฟ์สดนั้นมีชื่อว่ารายการ Man vs. Wild
ตามคำพูดของเพื่อนร่วมโต๊ะคือ สตรีมเมอร์คนนี้เจ๋งสุด ๆ รับรองว่าถ้าได้ดูแล้วจะกลายเป็แฟนคลับตัวยงทันที
ท่าทางตื่นเต้นยามที่เพื่อนเล่าถึงห้องไลฟ์สดนี้ ทำให้เขารู้สึกอยากรู้อยากเห็นเป็อย่างมาก
วันนี้พ่อแม่บังเอิญมีธุระออกไปข้างนอก ไม่ได้อยู่ที่บ้าน หลี่จวิ้นโปจึงรีบเข้าไปในห้องไลฟ์สดที่เพื่อนบอกว่าตื่นเต้นสุด ๆ นั้นทันที
"ไม่เคยเห็นไลฟ์สดที่ภาพชัดระดับนี้มาก่อนเลย!"
ทันทีที่เข้ามา หลี่จวิ้นโปก็ถูกดึงดูดด้วยคุณภาพความคมชัดของห้องไลฟ์สดของหวังอวี่
อย่างไรก็ตาม หลังจากดูไปได้เพียงสิบกว่านาที หลี่จวิ้นโปก็จมดิ่งลงไปในไลฟ์ของหวังอวี่อย่างสมบูรณ์ และคอยพิมพ์แสดงความคิดเห็นในช่องแชตเป็ระยะ ๆ
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว จู่ ๆ เขาก็สะดุ้งตื่นจากภวังค์ เมื่อมองดูนาฬิกาบนผนัง ก็พบว่าตอนนี้เหลือเวลาอีกไม่ถึงสิบนาทีก็จะถึงเวลาเข้าเรียน่บ่ายแล้ว
ที่น่าสยองยิ่งกว่าคือ พ่อของเขากำลังยืนอยู่ข้างหลังเงียบ ๆ โดยไม่รู้ว่าแอบสังเกตเขามานานแค่ไหนแล้ว
‘ซวยแล้ว ถูกจับได้ว่าแอบเล่นคอม’
ในขณะนี้หลี่จวิ้นโปเริ่มรู้สึกลนลานในใจ เพราะตอนนี้อยู่ ม.6 แล้ว เหลือเวลาอีกไม่กี่วันจะถึงการสอบเกาเข่า ภาระการเรียนจึงค่อนข้างหนัก
ปกติพ่อแม่คุมเข้มมาก ทีวีแทบจะไม่ให้ดู นับประสาอะไรกับการเล่นคอมพิวเตอร์
เขารออย่างสงบอยู่สองนาที แต่สิ่งที่เขาไม่คาดคิดก็คือ เสียงดุด่าที่คิดว่าพ่อแม่จะตำหนิว่าเขาไม่ได้เื่กลับไม่เกิดขึ้น
หลี่จวิ้นโปค่อย ๆ หันกลับไปมองพ่อของตัวเองด้วยสีหน้ามึนงง
"พ่อว่าคนหนุ่มคนนี้ดูดีทีเดียว ความรู้เยอะดี เวลาว่างลูกก็ดูวิดีโอที่ให้ความรู้แบบนี้ที่บ้านบ่อย ๆ นะ อย่าเอาแต่ดูของไร้สาระ ตอนนี้รีบเก็บของไปโรงเรียนได้แล้ว เดี๋ยวจะสาย!"
พ่อของหลี่จวิ้นโปพูดพลางผลักเขาให้ออกห่างจากคอมพิวเตอร์ แล้วตัวเองก็นั่งลงบนเก้าอี้แทน
เมื่อเห็นว่าการเล่นคอมพิวเตอร์ครั้งนี้ไม่ถูกดุด่าราวกับพายุโหมกระหน่ำอย่างที่คิดไว้ หลี่จวิ้นโปก็รีบคว้ากระเป๋านักเรียนวิ่งออกไปที่ประตูทันที เพราะกลัวว่าถ้าช้าไปวินาทีเดียว จะถูกลากกลับมาอบรมชุดใหญ่
พอวิ่งไปถึงประตู ก็ได้ยินเสียงสงสัยของพ่อดังมาจากข้างหลัง
"กลับมานี่! คำบรรยายในวิดีโอนี้ พ่อส่งได้ด้วยไหม?"
"หา!" หลี่จวิ้นโปไม่คิดว่าพ่อจะเรียกเขากลับมาเพื่อถามเื่นี้ พอตั้งสติได้จึงอธิบายว่า "พ่อ พ่อหมายถึงวิธีส่งข้อความแชตใช่ไหม แค่พิมพ์ในช่องแชตที่มุมซ้ายล่างของหน้าจอ แล้วกดส่งได้เลยครับ"
หลังจากพ่อของหลี่จวิ้นโปได้ยินดังนั้น เขาก็โบกมือไล่เป็สัญญาณว่าให้รีบไสหัวไปโรงเรียนได้แล้ว
'เกิดอะไรขึ้น! วันนี้พ่อดูแปลก ๆ นะ!'
หลี่จวิ้นโปวิ่งเร็ว ๆ ไปตามทางไปโรงเรียน พร้อมกับรำพึงในใจ
...
พายุฝนที่ตกลงมาอย่างกะทันหันครั้งนี้ ทำให้ระดับน้ำในลำธารเพิ่มสูงขึ้นไม่น้อย
หวังอวี่พูดด้วยความรู้สึกหวั่นใจว่า "โชคดีที่ฝนตกหนักไม่ถึงสิบนาที ไม่อย่างนั้นถ้าฝนตกยาวนาน มีโอกาสสูงมากที่จะเกิดน้ำป่าไหลหลาก ตำแหน่งที่ผมอยู่ตอนนี้คือจุดระบายน้ำ ไม่รู้ว่าอีกสักพักฝนจะตกอีกไหม เพื่อความปลอดภัยผมต้องรีบออกจากที่นี่ก่อน"
หลังพายุฝน แสงแดดอันสดใสส่องลงมาบนร่างกาย ช่วยขับไล่ความหนาวเย็นไปได้มาก
แม้ว่าพายุฝนเมื่อครู่จะทำให้เขารู้สึกหดหู่เล็กน้อย แต่เมื่อเขาเห็นจำนวนคนในห้องไลฟ์สดที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อารมณ์ก็เปลี่ยนเป็ดีใจทันที
หลังจากฝนตกครั้งนี้ จำนวนคนในห้องไลฟ์ของเขาทะลุห้าพันคนไปแล้ว
หวังอวี่คาดว่า เมื่อถึง่ค่ำที่แพลตฟอร์มไลฟ์สดมีผู้ใช้งานสูงสุด จำนวนคนในห้องไลฟ์อาจจะทะลุหกพันคนในรวดเดียว
ขณะเดินลัดเลาะในป่า หวังอวี่ก็เดินพลางตอบคำถามต่าง ๆ ในช่องแชตไปด้วย
"มีเพื่อนถามว่า สตรีมเมอร์เป็คนที่ไหน ผมเป็คนเหอหนานครับ ตอนนี้มาสู้ชีวิตอยู่ที่ปักกิ่ง"
[โอ้โห คนบ้านเดียวกันนี่นา ลูกพี่อวี่ ฉันก็คนเหอหนานเหมือนกัน]
[ลูกพี่อวี่อย่ามาล้อเล่นเลย แค่โดรนติดกล้องระดับ HD ของนายตัวนี้ ก็ราคาหลักแสนขึ้นไปแล้ว]
[ลูกพี่อวี่ เป้สะพายหลังข้างหลังนายดูท่าทางกันน้ำได้ดีมากเลยนะ ซื้อมาจากไหนเหรอ?]
[แอดมินหวงเสี่ยวเฉิน : สุดยอดไปเลยลูกพี่อวี่ บ้านฉันก็อยู่ปักกิ่ง กลับมาแล้วเดี๋ยวฉันเลี้ยงข้าวเอง]
เมื่อมองดูผู้ชมในห้องไลฟ์ มีหลายคนที่บอกในแชตว่าตัวเองอยู่ที่ปักกิ่ง
หวังอวี่รู้สึกขึ้นมาทันทีว่าเขาสามารถจัดงานรวมตัวกันแบบออฟไลน์ได้ ซึ่งอาจจะทำให้ผู้ชมมีความสามัคคีกันมากขึ้น
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาจึงพูดต่อว่า "ได้เลยครับพี่น้อง หลังจากจบไลฟ์ซีซันแรก ผมจะจัดงานรวมตัวกันแบบออฟไลน์ พี่น้องที่อยู่ปักกิ่งมากันได้หมดเลย ส่วนจะเป็เมื่อไหร่ รอผมแจ้งอีกทีนะครับ"
"เพื่อนคนนี้ถามว่ากระเป๋าเป้ข้างหลังซื้อจากที่ไหน ต้องขอโทษด้วยนะครับ กระเป๋าใบนี้ไม่มีขายตามท้องตลาด นี่เป็ของสั่งทำพิเศษ รวมถึงเสื้อแจ็คเก็ตกันลม รองเท้าเดินป่า และกระบอกน้ำที่ผมใช้อยู่ ก็เป็ของสั่งทำทั้งหมดครับ"
กระเป๋าเป้ข้างหลังเขาเป็ของสมนาคุณจากชุดของขวัญมือใหม่ของระบบ แน่นอนว่าไม่มีขายในตลาด
เมื่อเห็นผู้ชมในห้องไลฟ์แสดงท่าทางไม่เชื่อ หวังอวี่ก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาก้มลงหยิบหินแหลมคมก้อนหนึ่งขึ้นมาจากพื้น แล้วกรีดลงบนเสื้อแจ็คเก็ตกันลมอย่างแรง หลังจากกรีดซ้ำ ๆ สิบกว่าครั้ง เขาก็นำเสื้อมาจ่อที่หน้ากล้องไลฟ์สด