ใบเตย!
"เตย...เข้ามาได้ไงอ่ะครับ" ผมรีบถามออกไปใดิคับปกติคนนอกไม่น่าจะมีคีย์การ์ดเข้ามาในตึกได้แต่ก็แอบลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ กระโปรงนี่ซื้อมาจากร้านไหนหรอคับสั้นดีเหลือเกิน
"แล้วทำไมถึงมาไม่ได้ล่ะคะใบเตยก็อยู่ตึกนี้เหมือนกันมาดื่มไวน์กันดีกว่าค่ะ"ผมแพ้ให้กับมือนุ่มๆที่ลูบลงบนแผ่นอกผ่านจุดวาบหวิวไปมาอย่างเย้ายวน จนต้องเดินถอยหลังเข้ามานั่งตรงโซฟาในห้องส่วนใบเตยพอเธอผละมือออกก็เดินไปหยิบแก้วมารินไวน์ให้ผม
"คิดถึงกันบ้างหรือเปล่าคะเนี้ย"คิดครับ...คิดว่าหน้าอกหน้าใจนี่ ทั้งขาวแล้วก็ใหญ่มากจริงๆที่มีตั้งร้อยไร่ไม่ไปนั่งเธอจงใจเดินมานั่งลงบนตักผมแล้วหน้าอกเธอก็เลยอยู่ในระดับสายตาผมพอดี “หืม”
"คิดถึงสิครับ"ผมยกแก้วไวน์ขอบแก้วยังไม่ทันแตะถึงปากดีก็ต้องวางแก้วลงก่อน มาสนใจอ้อยที่กำลังจะเข้าปากช้างนี้ดีกว่าเตยเธอค่อยๆก้มหน้ามาประกบริมฝีปากนุ่มจูบผมก็เงยหน้าตอบรับจูบนั้นทันทีอย่างคนรู้กัน ก็อย่างว่าแหละครับผมกับเธอก็ใช่ว่าจะเป็คนแปลกหน้าซะเมื่อไหร่
ผมอุ้มเธอขึ้นไปนอนบนเตียงเราทักทายกันพอให้หายคิดถึงไม่นานเธอก็พลิกตัวขึ้นมา้าแล้วจัดการให้ผมทุกอย่างแม้แต่ถุงยางเธอก็เตรียมมาเองซะด้วย สบายผมสิครับแค่นอนอยู่ด้านล่างลูบคลึงส่วนเว้าส่วนโค้งแล้วมองใบหน้าเย้ายวนเร้าอารมณ์นั้น
พอได้ที่ก็ถึงเวลาผมเป็ฝ่ายคุมเกมบ้างต้องสอนให้รู้ซะหน่อยว่าเสืออาร์เด็ดขนาดไหนผมพลิกตัวขึ้นมา้าแล้วจัดการที่เหลือต่อ จนเธอส่งเสียงหวานฟังไม่ได้ศัพท์ออกมาดังลั่นห้องแล้วเริ่มจิกปลายเล็บยาวๆลงบนแผ่นหลังผมแรงขึ้นมันคงเป็รอยซักที่แต่ถึงตอนนี้ผมก็ไม่ได้ใส่ใจ
จังหวะวาบหวามแต่เวลาผ่านไปสักพักก็ยังไปไม่ถึงไหนอยู่ดีหรือผมจะเหนื่อยเพราะ่นี้ซ้อมดนตรีหนักด้วย
ติ้ง~ (เสียงเตือนโทรศัพท์)
"อาร์คะ"ผมซุกหน้าลงบนซอกคอขาวเนียนได้กลิ่นน้ำหอมฟุ้งแล้วขยับร่างกายทำเื่ที่ยังค้างคาอยู่ต่อไป"แต่เดี๋ยวก่อนนะที่หน้าจอโทรศัพท์เมื่อกี้นี้มัน Tul Tullur ตอบกลับ
เฮ้ย!!!
ผมหยุดแล้วถอนตัวเองออกมาอย่างอัตโนมัติรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู
"เป็อะไรหรือเปล่าคะ"คนใต้ร่างส่งเสียงหอบกระเส่าถาม ผมรีบลุกเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวมาส่งให้เธอแต่สายตาก็ยังไม่ได้ละจากหน้าจอ
"ใบเตยไปอาบน้ำเถอะครับอาร์เหนื่อยๆอ่ะเดี๋ยวเตยกลับก่อนได้เลยนะ"ผมบอกเธอแล้วลุกไปหยิบผ้าอีกผืนมาพันส่วนล่างของตัวเองไว้นั่งลงที่ปลายเตียงยกโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูอีกครั้ง
"แต่อาร์คะ"นิ้วมือเรียวเล็กพยายามลุกล้ำเข้ามาใต้ผ้าที่พันตัวผมไว้อีกครั้ง
"เตยกลับไปก่อนเถอะนะครับอาร์อยากพักแล้ว"ผมได้ยินเสียงฟึดฟัดอยู่นิดหน่อยก่อนที่เธอจะลุกเดินไปคว้าเสื้อตัวบางเดินเข้าห้องน้ำไป
ผมตื่นเต้นจนเผลอลืมรู้สึกต่างๆก่อนหน้านี้ไปจนหมดเหลือแต่อาการใจเต้นแรงลุ้นว่าข้อความที่ตอบกลับมาจะเป็แบบไหน(ขอบคุณครับ) ผมยิ้มออกมาหลังจากเห็นข้อความตอบกลับสั้นๆนั้นกอดกันโทรศัพท์แนบเข้าหาตัวซะอย่างกับมันเป็ของล้ำค่าน่าทะนุถนอม
ผมทิ้งตัวลงนอนราบกับที่นอนยิ้มกว้างหุบไม่ได้เลยทีเดียวข้อความที่เม้นท์ไว้ส่วนใหญ่คงจะเป็เพื่อนของพี่เขา เื่ที่จะตอบเม้นท์เพื่อนมันก็ไม่แปลกแต่พี่เขาก็ยังอุตส่าห์ตอบเม้นของผมด้วยทำเอาผมคิดในใจว่างานนี้อาจจะพอมีหวัง
ผมนอนหลับตาฝันหวานอยู่ได้สักพักก็มีอะไรชื้นๆมาโดนเข้าข้างขมับทำให้ต้องลืมตาขึ้นมาอัตโนมัติ
“เตยกลับก่อนนะคะ” เธอพูดหลังจากฝากรอยจูบเอาไว้แล้วเดินออกไปทางหน้าประตูผมก็เดินตามก้นงอนๆออกไปส่งแล้วกดล็อคประตู หวังว่าจะไม่มีใครมาเคาะอีกเป็ครั้งที่สองนะ
ผมกลับมานั่งพิงหัวเตียงเปิดดูเม้นพี่ตุลย์อีกครั้งแล้วก็อีกครั้งมันก็มีแค่ข้อความสั้นๆนั่นแหละ เลยหาอะไรดูลามไปถึงรูปที่โพสก่อนหน้าถึงจะเคยดูไปหมดทุกรูปแล้วก็เหอะมันก็ไม่ได้รู้สึกเบื่อกับการเปิดมันขึ้นมาดูอีกตาหวานๆขนาดไม่มองกล้องยังดูดี
ความรู้สึกอัดอั้นยังไงบอกไม่ถูก พอนั่งดูอะไรๆไปซักพักบางสิ่งในตัวผมที่มันยังค้างคาอยู่ภายในเริ่มรบเร้า้าการปลดปล่อยก็ต้องโทษไอ้ความไวที่ไล่สาวกลับไปแบบไม่ได้ทันคิดหน้าคิดหลังผมก้มมองตัวเองแล้วส่ายหัว ลำบากนิ้วมือเรียวยาวนี้อีกแล้วสินะ
ผมทาบมือลงบนผ้าขนหนูแล้วขยับเบาๆ “โถเ้าตัวน้อยน่าสงสารจัง”มืออีกข้างก็ยังถือโทรศัพท์อยู่ ก็แอบอยากรู้นะว่ามันจะเป็ไปได้ไหมถ้าผมจะ...ทำมันโดยใช้ใบหน้าสวยหวานนี้เป็ตัวกระตุ้นแน่นอนว่าผมเคยทำแบบนั้นกับรูปสาวๆมานับครั้งไม่ถ้วนแต่กับผู้ชายมันไม่มีเลยไม่เคยอยู่ในหัวสมอง
แค่คิดแล้วลองกดเลื่อนดูรูปต่อไปแค่สองสามรูปมันเสียวท้องน้อยวาบขึ้นมาหรือว่าเรากำลังมีอารมณ์กับผู้ชายได้จริงๆ? ผมเริ่มเลื่อน นิ้วปัดหน้าจอดูรูปพี่เขาไปเรื่อยๆจนต้องดึงเอาผ้าขนหนูออกแล้วจัดการส่วนที่แข็งขืนขึ้นมาเต็มที่ “พี่ตุลย์”
ดึกแล้วผมยังนอนพลิกไปพลิกมานึกถึงสิ่งที่เพิ่งทำไปภาพพี่เขาลอยขึ้นมาในหัวผมชัดเจนจนเผลอเรียกชื่อออกมาใน่เวลานั้นผมต้องทำอะไรซักอย่างกับความรู้สึกของตัวเองตอนนี้ที่ทำเอาผมอยู่ไม่สุขใจมันหวิวอย่างที่ไม่เคยเป็กับผู้หญิงคนไหนๆ
ไม่รู้ว่าผมชอบพี่เขามากขนาดไหนตอนแรกๆมันก็เริ่มจากแค่รู้สึกดีกับการมองรอยยิ้มบนใบหน้าหวานๆ เริ่มอยากคุยด้วยอยากให้เขาจดจำผมจนตอนนี้มันกลายเป็ความโลภอยากจะมีโอกาสััผิวขาวเนียนนั้น“เห้ย...ไอ้เวรเอ้ยมึงทำอะไรของมึงอยู่เนี้ย” พยายามสลัดหัวไล่ความคิดชั่วๆออกไปเท่าที่ทำไปนี่ก็ไม่รู้จะมองหน้าพี่เขายังไงแล้ว
นอนคิดไปคิดมารู้ตัวอีกทีก็มีแต่เื่พี่ตุลย์เต็มหัวไปหมดกว่าจะนอนหลับลงได้ก็ไม่รู้ปาเข้าไปตีเท่าไหร่
#ตุลย์
การหาสายยี่ห้อที่ถูกใจนี่มันยากพอๆกับการหากีตาร์คู่มือตอนผมเลือกซื้อกีตาร์นี่ว่าอยากลำบากแล้วแถมค่าสินสอดแต่ละตัวก็แรงไม่ธรรมดา ่นี้ดันเกิดกิเลสอยากได้สายยี่ห้อที่ต้องสั่งควานหาหลายร้านแล้วหมดปัญญาจริงๆ
“เห้อรอดตายแระ” ผมพึ่งกลับมาจากข้างนอกที่มีความร้อนระดับปรอทแตกมานอนตากแอร์อยู่ในห้องเหยือดตัวยาวบนที่นอนกลางดงตุ๊กตากองเท่าูเา น้องๆน่ารักพวกนี้คือหนึ่งในของรักของหวงที่ผมสะสมไว้
ติ้งค์~
“คอมเมนต์หรอ?”ผมดันตัวลุกขั้นนั่งหันไปมองลังเลที่จะหยิบหมอนใบเล็กลายการ์ตูนหรือใบใหญ่ที่เป็ลายกาแลกซี่เลือกมาซักอันแล้วนอนคว่ำหน้าเอาหมอนรองอกไว้ เปิดไล่ดูคอมเม้นท์ใต้รูปที่เพิ่งโพสวันนี้
นาย : แหมสัสทำเป็แอคใส่แว่น
ส่ายหัวเบาๆ สายตาผมปกติดีนะคับแว่นแฟชั่นใส่แล้วก็ดูเหมือนเป็พวกเด็กหมอดีTulTullur @ นาย : ก็กูเด็กเรียนคับคุณนาย
Stang : ไม่ชวนกูเลยนะมึงแอบไปกับสาวหรอว่ะ
ยิ้มอ่อนๆส่ายหัวแรงกว่าเดิมมันก็รู้ว่าผมไม่ค่อยจะสนใจอะไรแบบนั้นแค่นี้ชีวิตก็กิจกรรมเยอะอยู่แล้ว ดำน้ำดูปากการังปลูกป่าปีนเขาหึ TulTullur @ Stang : กูไม่ใช่มึงนะไอ้ตางค์
R : ใส่แว่นแล้วน่ารักจังเลยคับ
“นี่มันน้องที่เจอวันนี้นิ”เด็กสมัยนี้ทำไมตัวสูงกันจัง หน้าตาดีแถมยังเล่นดนตรีอีกสาวๆนี่ตามหวีดกันไม่ไหวตอบมันซะหน่อยดีไหมไหนๆน้องมันก็ขับรถไปส่งเมื่อเย็น TulTullur @ R :ขอบคุณครับ
VVava : ไอติมน่ากินจังทั้งสีเขียวทั้งสีชมพูเลย
ไอติมรสมะนาวสีเขียวในช้อนไอติมสีชมพู? วาเป็เพื่อนรุ่นเดียวกันพวกเราเจอกันตอนรับน้องพวกไอ้นายไอ้ตางค์มันก็เคยบอกนะว่าวาน่าจะชอบผม เทอก็เป็ผู้หญิงที่สวยมากดีกรีดาวคณะแต่ผมก็มองวาเป็เพื่อนคนนึงอืม....
Tuch : สิ่งที่ดูดีที่สุดในรูป ไอติม***
หืม... เพื่อนเวร กลอกตามองบนใครมันจะไปหล่อเข้มเหมือนมันแล้ว่นี้เห็นว่ากำลังอินเลิฟแอบชอบเด็กหนุ่มหน้าใสเพ้อหนักจนถึงขั้นใกล้บ้าเต็มทนTulTullur @ Tuch : ไอ้สั.....
ก๊อก ก๊อก ก๊อก~
ผมกำลังจะพิมพ์ตอบเพื่อนที่น่ารักซะหน่อยก็มีเสียงบางคนมาเคาะประตูห้อง
“เข้ามาเลยคาบบประตูไม่ได้ล็อค”ผมะโเสียงดังไม่ได้ลุกเดินไปเปิดประตูเพราะตัวจมอยู่บนที่นอนสบายจนไม่อยากขยับไปไหน
“อ่าวไอ้แสบยังไม่นอนอีก” หนุ่มน้อยผิวขาวใส่ชุดนอนลายไปทั้งตัวเปิดประตูแล้วเดินตรงมาหาผมเมษ น้องชายผมเองเราอายุห่างกันสามปีตอนนี้มันเพิ่งจะอยู่ม.5
“พรุ้งนี้วันเสาร์มั่งเหอะ”หน้าเหวอนึกในใจวันนี้วันอะไร? ผมก็ลืมไปวันเสาร์มันไม่ต้องไปเรียนเด็กมอปลายนี่สบายจริงๆ
“เฮีย เล่นเกมส์เป็เพื่อนหน่อยดิ” โหนึกว่าจะให้ติวหนังสือหรืออะไรที่ไหนได้เข้ามาหาเพื่อนเล่นเกมนี่เองเมษมันทำหน้าเซ็งๆเดินมาทำท่าจะนั่งลงบนที่นอน
“เห้ย หยุดเลย”ผมชี้มือไปที่ไอ้เด็กเผือกให้หยุดแล้วรีบหยิบตุ๊กตาบนเตียงย้ายมาอีกฝั่งก่อนที่มันจะนั่งทับลงไป เด็กนี่มันไม่ค่อยระวังชอบทำของผมเปื้อนบ้างล่ะร่วงพื้นบ้างล่ะบางตัวราคาแอบแรงอยู่นะหาซื้อก็ยากด้วย
“โหนี่ถามจริงตุ๊กตากับน้องนี่เลือกอะไร”พอเตียงฝั่งนั้นว่างมันก็นั่งลงแล้วหันมาถามผมกวนๆ
“ตุ๊กตา” ผมก็ตอบมันไปแบบกวนๆ เมษมันก็มีของสะสมเหมือนกันแหละเ้าตัวก็หวงของไม่แพ้ผมเท่าไหร่หรอก
“แล้วรถกับน้องอ่ะ” มันยังถามต่อผมมีบิ๊กไบค์สุดรักอยู่คันนึงที่อุตส่าห์เก็บตังค์จากการร้องเพลงมาั้แ่มอปลายที่ต้องซื้อเองเพราะที่บ้านไม่เห็นด้วยให้ขับมอไซทุกคนลงความเห็นว่ามันอันตราย แต่ผมก็ยังแอบแม่ซื้อจนได้
“ไม่น่าถามก็ต้องเป็รถอ่ะดิ”เข้าใจหน่อยเห๊อะน้องนี่พ่อกับแม่ทำมาให้แต่รถพี่เหนื่อยมากกว่าจะได้มานะผมก็รักมันแหละคับเรียกว่าเลี้ยงมันมาั้แ่เด็กๆอยู่ด้วยกันตลอดแค่อยากกวนมันเฉยๆ
“เฮียแม่งงงงง” มันส่ายหัวใส่ผมคงไม่ได้โกรธหรืองอลหรอกคับ เมษมันรู้เราพี่น้องก็พูดเล่นหยอกกันประจำอยู่แล้วกัดกันตลอดอย่างแรงก็ไม่คุยกันสองสามวันพอมันเหงาก็มาหาเพื่อนเล่นเหมือนเดิม
“ไหนๆจะเล่นเกมอะไร”ผมถามเมษมันก็คว้าหมอนมานอนคว่ำลงบนที่นอนข้างๆกัน แล้วยื่นโทรศัพท์มาให้ดูก็เป็พวกเกมส์ต่อสู้แหละคับตามวัย
เสียงเรียกเข้า~
“โห่อะไรเนี้ยเฮีย”เมษมันบ่นอุบตอนที่มีสายเรียกเข้าเครื่องผมมาขัดจังหวะการเล่นเกมพอดีคนที่โทรมาคือไอ้นายเพื่อนในกลุ่มผมเอง
“ไงคับคุณนาย”ผมกดรับแล้วพลิกตัวมานอนหงายคุยโทรศัพท์ส่วนเด็กเผือกก็ก้มหน้าก้มตาเล่นเกมรอผมไปพรางๆ
(วันอาทิตย์ตกลงมึงเอาไงไปไม่ไป)ผมกับไอ้นายชวนกันว่าจะไปฟิตเนส หลังจากที่ห่างหายไปนานเพราะมัวแต่ซ้อมดนตรีไปงานแข่งกล้ามเนื้อที่เคยสร้างไว้มันเริ่มหายไปบางส่วนจนต้องหาเวลาไปซะหน่อย
“ไปดิพุงกูเริ่มมาแล้วเนี้ย” ผมตอบตกลงไปเพราะวันอาทิตย์มีซ้อมบ่ายไปออกกำลังกายต่อ่เย็นไหวอยู่แล้วเป็นักร้องก็สบายอย่างนี้แหละไม่ต้องเสียแรงอะไรมากมายเหมือนพวกมือกลอง
(อย่างมึงเนี้ยนะต่อให้แดกควายทั้งตัวกูก็ว่าไม่น่ามีนะพุง) ทำไมต้องเป็ควาย?ของแบบนั้นใครจะไปกิน ผมก็มีหน่อยๆแหละคับทั้งกล้ามเนื้อทั้งไขมันแอบๆไว้
“เออๆไว้เจอกันมึง”ผมตัดบทตอบมันไปแบบนั้นเพราะเด็กที่นอนข้างๆเริ่มหันมาทำตาโตใส่ไอ้นายก็พูดแค่เออแล้วกดวางสายไป
หันมาขยี้ผมเด็กที่นอนเล่นเกมอยู่แรงๆจนหัวยุ่งแล้วกดเปิดเกมขึ้นมาเล่นเป็เพื่อนอยู่พักใหญ่ ก่อนจะไล่มันไปนอนตอนซักห้าทุ่มได้
#วันอาทิตย์
#ห้องซ้อม
“ไอ้ทัชแล้วทำไมกูต้องมาช่วยมึงแบกกีตาร์ด้วยว่ะเนี้ย”ผมถูกเรียกให้ลงจากอาคารเรียนมาช่วยถือของจากรถเพื่อนที่กำลังจะไปซ้อมดนตรีด้วยกันไหนจะกีต้าร์ที่มันหอบมาตั้งสองตัวไหนขนมอีกถุงบะเร่อ
“ก็กูเอามาเผื่อมึงไงใครใช้ให้มึงขับมอไซมาล่ะวันหลังก็เอากีตาร์มึงติดรถกูไว้ซักตัว” มันว่าพร้อมหยิบกระเป๋ากีตาร์ส่งให้ผมส่วนใหญ่ผมก็จะขับมอไซมาเรียนอยู่แล้วยกเว้นวันไหนี้เีก็มีนั่งแท็กซี่บ้างแต่วันนี้จะไปต่อไงเลยต้องเอารถมาเอง
“ติดรถมึง?ลูกกูต้องอยู่ในห้องแอร์เท่านั้นเว้ยมึงเข้าใจป่ะ” กีตาร์ไฟฟ้าก็ไม่ต่างจากของสะสมทั้งสามตัวที่มีตอนนี้วางเรียงบนขาตั้งเป็ระเบียบอยู่ในห้องนอนส่วนกีตาร์โป่งเหลือตัวเดียวอีกตัวโดนเ้าเมษตอดไปแล้ว
“ทำไมมึงมีลูกดกจังว่ะห้องมึงนี่แทบจะไม่เหลือที่เดินแล้วนะ” มันเคยไปบ้านผมคับไอ้ทัชนี่สนิทั้แ่มอปลายมันเป็คนเงียบๆไม่ค่อยเื่เยอะผมเลยชอบอยู่กับมันสบายใจดีพอบ่นเสร็จก็เดินนำหน้าไป
“ไอ้ทัชวันนี้มึงไม่ไปฟิตเนสกับพวกกูจริงๆหรอว่ะ”พอเราเดินมาถึงห้องซ้อมของชมรมดนตรี ไอ้นายที่นั่งอยู่ในห้องก็หันมาถามไอ้ทัชทันที
“เออวันนี้ขอผ่านว่ะ ไว้รอบหน้า”มันว่าแล้วหันมารับกระเป๋ากีตาร์กับถุงในมือผมไปวาง ่นี้มันหายไปบ่อยๆสงสัยไปเฝ้าตามจีบเด็ก
“นี่อย่าบอกนะว่ามึงจะไปเฝ้าเด็กมอโน้นอีกแล้วอ่ะเป็เอามากนะมึง” ผมว่ามันเห็นมันเพ้อหนักนี่ขนาดอยู่มหาลัยไกลคนละโยชยังอุตส่าห์ขับรถไปเฝ้าเค้าแทบจะทุกวัน
“เออถึงตามึงบ้างกูจะคอยดูว่ามึงจะไปไหม”ไอ้ทัชมันหันมาเลิกคิ้วให้ผมผมก็ยิ้มๆเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ตรงมุมห้องไม่ได้ใส่ใจอะไรมากมาย
“ไอ้ตุลย์เนี้ยนะ ไปไหนว่ะ”ไอ้ตางค์ที่นั่งตีกลองเสียงดังหนวกหูอยู่ หยุดมือแล้วหันไม่ถามไอ้ทัช
“เออนั่นดิทำไมกูต้องไปไหนด้วย”ผมก็ถามมันด้วยอีกคนมันพูดอย่างกับรู้ว่าผมจะต้องไปไหนทั้งที่ตัวผมเองยังไม่รู้เลยใครจะไปพยายามเท่ามันได้อีก
“ไอ้ตางค์มึงต้องเห็นตอนที่กูไปถ่ายรูปให้เพจน้องมึงครั้งก่อนเพื่อนน้องฮาร์ปจ้องไอ้ตุลย์ตาไม่กระพริบเลย” มันพูดจบทุกคนก็หันมามองหน้าผมกันหมดส่วนผมก็หันไปมองไอ้ทัชแบบงงๆมันพูดบ้าอะไรของมัน
“อะไรของมึง มันก็แค่มองปกติป่าวว่ะ”เวลาผมจดจ่อกับอะไรก็ไม่สนใจสิ่งรอบข้างหรอกคับแล้วยิ่งรู้สึกว่ามีคนมองนี่แทบจะเป็เื่ปกติจนผมชินแล้วเลยไม่ได้สังเกตุวันนั้นก็มัวแต่ดูไอ้ทัชถ่ายแบบด้วยดิ
“โหควายเอ้ยเพื่อนกูใครดูเค้าก็รู้กันทั้งนั้นแหละมีแต่มึงนี่แหละที่ไม่เคยรู้สีกเหี้ยไรเลย”เอ้าผมยิ่งทำหน้างงหนักขมวดคิ้วเข้าหากัน ไอ้ทัชมันจะมาด่าผมทำไมเนี้ยนี่ผมทำอะไรผิดไปหรอใครจะมองก็มองไปสิผมไม่สนซะอย่าง
“เออๆช่างแม่งรีบซ้อมกูจะได้รีบไปฟิตเนส”ผมเปลี่ยนเื่เดินหนีพวกมันไปหยิบกีตาร์มาเตรียมซ้อมได้ยินเสียงมันสามคนเดินไปรวมหัวซุบซิบอะไรกันแล้วมองมาทางผมซักพักมันถึงจะเริ่มซ้อมกัน
#ฟิตเนส
ผมเดินเข้ามาในฟิตเนสกวาดสายตามองหาไอ้นายแต่ไม่เห็นมันเลยสงสัยมันจะยังมาไม่ถึงขับรถใหญ่ก็งี้รถติดน่าเบื่อออก
“อ่าวหวัดดีคับพี่นัท”คนที่ผมเจอกลับเป็พี่ชายมันแทนผมยกมือใหว้พี่นัทเป็เทรนเนอร์ที่คอยดูแลพวกผมอยู่ตอนนี้ หุ่นพี่แกดีมากกล้ามเป็มัดๆแต่จะให้ผมเอาอย่างพี่เขาคงไม่ไหวโหดเกิ๊น
“อ่าวตุลย์หายไปนานเลยนะนึกว่าถอดใจเลิกไปซะแระ”พี่นัทยิ้มให้แล้วพูดทักทายผมอย่างเป็กันเองผมรู้จักพี่เขามาได้ซักสามสี่เดือนก็ไอ้นายน้องเขาแหละลากผมมาซื้อครอสที่นี่มันว่าไกล้ดี
“ยังดิพี่่นี้ซ้อมหนักเลยไม่ค่อยมีเวลา” ผมก็แอบบ่นให้พี่เขาฟังนิดหน่อยเพราะ่หลังๆเราต้องซ้อมเพื่อไปแข่งก็เลยจริงจังกันมากกว่าเดิม
“ไหนพี่ดูดิ๊ซิคแพคหายไปหมดยัง”พอพูดปุ๊บมือพี่เขาก็ยื่นมาลูบที่หน้าท้องปั๊บ จนผมสะดุ้งก้าวถอยหลังมาอย่างไวร่างกายมันตอบสนองเองคับปกติผมไม่ค่อยชอบให้ใครมาแตะตัว ถึงจะรู้ว่าการมาฟิตเนสมันก็ต้องมีบ้างก็ยังรู้สึกแปลกๆทุกครั้ง
“เดี๋ยวผมขอตัวไปเปลี่ยนชุดก่อนดีกว่าพี่”ผมบอกพี่นัทแล้วรีบเดินตรงเข้าไปในห้องล็อกเกอร์ถ้ายืนอยู่ตรงนั้นต่อก็ทำตัวไม่ถูกพี่เขาทำหน้าแปลกๆตอนที่ผมถอยหลังหลบเขาอาจจะรู้สึกไม่ดีหรือเปล่าผมก็แปลสีหน้านั้นไม่ออก
“ตุลย์อยากลองต่อยมวยไหม่นี้มีให้ทดลองฟรี1ครั้งนะ” พอผมเปลี่ยนเสื้อผ้าออกมาก็ยังไม่เห็นไอ้นายอีก หรือว่าระหว่างรอจะต่อยมวยไปพรางๆก่อนดีผมคิดในใจ
“ก็ได้คับระหว่างรอไอ้นาย”ผมเดินตามพี่เขาขึ้นไปบนคอกกลางห้อง เราเริ่มจากยืดเส้นวอร์มเบาๆหลังจากใส่นวมก็เริ่มเรียนจากท่าง่ายๆอย่างพวกหมัดตรง ไล่ยากขึ้นไปเรื่อยๆเหนื่อยเอาเื่คับนี่ขนาดแค่ระหว่างรอ
“ยกขาสูงๆ เตะแรงๆมา หนึ่ง สอง”พี่นัทเวลาเทรนนี่โหดจริง ผมเริ่มเหงื่อตกรู้สึกเหมือนแขนขาเริ่มล้าสงสัยเป็เพราะห่างไปนาน
“โห...ไอ้ตุลย์ท่าได้นะเนี้ย”
“โอ้ย”ผมเผลอหันไปมองตามเสียงที่ได้ยินเลยเตะพลาดไม่รู้เท้าผมไปโดนเข้ากับอะไรมันเจ็บแปล๊บจนร้องออกมาเสียงหลงพี่นัทกับไอ้นายเลยรีบเดินเข้ามาดู
“เจ็บมากไหมคับ/เห้ยมึงเจ็บตรงไหนว่ะ”สองคนรีบถามผมเพราะความเป็ห่วง ผมเลยลองขยับเท้าข้างที่โดนเมื่อกี้ดู
“โอ้ย”พอขยับความเจ็บมันก็แล่นเข้ามาอีกจนผมต้องยกขาขึ้นมานิดนึงถ้าทิ้งน้ำหนักเหยียบลงพื้นคงจะเจ็บอีกแน่ๆ
“ไอ้นายพาตุลย์ลงไปนั่งพักข้างล่างก่อน”สองคนช่วยกันพยุงผมลงมาด้านล่างเป็อย่างที่คิดจริงๆพอเท้าเตะพื้นก็เจ็บทุกครั้งไป จนหน้าผมเสียร้องซี๊ดออกมาเลย
“ไอ้ตุลย์กูว่ามึงไม่ไหวแล้วเนี้ยเจ็บมากป่าวว่ะ”พอพาผมมานั่งที่เก้าอี้ด้านหน้าสองคนก็ก้มมองที่ขา ผมเองก้มดูแล้วมันก็ไม่ได้มีรอยแดงช้ำหรืออะไรแค่เจ็บตอนขยับเฉยๆคงเป็อาการคล้ายๆขาแพรงเดี๋ยวก็คงหายไปเองนั่นแหละ
“พี่ตุลย์เป็อะไรหรือเปล่าคับ”พี่ตุลย์หรอ?วิธีการเรียกกับเสียงแปลกๆที่ไม่ใช่ของสองคนนั้นทำให้ผมละสายตามจากขาเงยหน้าขึ้นมองเอ้าไอ้นี่มันน้องคนนั้นนิทำไมพักนี้เจอหน้ามันบ่อยจัง
“อ่าวอาร์มาได้ไงอ่ะ”ผมถามออกไปด้วยความแปลกใจพักนี้จะเจอหน้ามันบ่อยเกินไปแระเมื่อก่อนมาแถวนี้ตลอดไม่เห็นจะเคยเจอคนหน้าตาแบบนี้เลย
“ผมมาเดินเล่นแถวนี้อ่ะพี่”แถวมหาลัยมันไม่มีห้างหรือไงมาเดินเล่นซะไกลเชียว พอมันพูดจบก็ย่อตัวสูงๆของมันนั่งลงข้างหน้าผม
“เจ็บข้อเท้าหรอคับไหนขอดูหน่อย”ผมนั่งมองขมวดคิ้วสงสัยว่ามันจะทำอะไร มันยื่นมือออกมาทำท่าจะจับที่ข้อเท้าผม
“เห้ย” ผมร้องทักออกไปเบาๆตอนที่มันเอื้อมมือเข้ามาใกล้จนเกือบจะโดน มันหยุดมือแล้วเงยหน้าช้อนตาขึ้นมามองผมผมก็มองมัน
แปลก มันต่างจากคนอื่นที่ผมเคยเจอบางคนถือวิสาสะจับตัวผมโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว บางคนก็ไม่สนถึงผมจะร้องทักอะไรออกไปก็ยังคงทำอยู่ดีแต่ไอ้เด็กนี่มันหยุดทันทีแค่เพราะเสียงเบาๆนั่น
สายตาแบบนี้หรอที่มองมาตอนนั้นทำไมผมไม่เคยสังเกตุเลย