เปรี้ยวค่อย ๆ ลืมตาขึ้นในเช้าวันใหม่ แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านผ้าม่านบางเข้ามาในห้องหอเล็ก ๆ กระทบกับผิวเนื้อที่ยังรู้สึกหน่วงชาไปทั้งร่าง
ความทรงจำเมื่อคืนไหลย้อนกลับมาเป็ฉาก ๆ ทั้งความเ็ป ความวาบหวาม และความสับสนที่เธอปล่อยให้ไกรตีตราจองเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนค่อนคืน
เธอสะดุ้งน้อย ๆ เมื่อััได้ถึงท่อนแขนแกร่งที่ยังโอบรัดเอวเธอไว้จากด้านหลัง ไกรยังคงหลับสนิท ใบหน้าที่เคยดุดันยามราตรี บัดนี้กลับดูสงบและอ่อนโยนลงอย่างน่าประหลาด
เปรี้ยวค่อย ๆ ขยับตัวออกจากอ้อมกอดนั้นอย่างเงียบเชียบ เธอคว้าผ้าขนหนูมาพันกายพลางก้าวเข้าห้องน้ำไป
สายน้ำเย็นฉ่ำไหลผ่านรอยรักสีกุหลาบที่ฝังอยู่ตามผิวเนื้อ เธอยืนนิ่งอยู่ใต้ฝักบัวนานกว่าปกติ พยายามชะล้างร่องรอยแห่งกามารมณ์ออกไป แต่ยิ่งล้าง ภาพััอันเร่าร้อนของเขาก็ยิ่งเด่นชัด ความร้อนแรงที่กดลึกและความเสียวซ่านที่ทำให้เธอหลุดครางไม่หยุดเมื่อคืนทำให้เธอต้องกัดริมฝีปากแน่นจนห่อนเื น้ำตาไหลรินปนไปกับสายน้ำ
“กู... กูทำอะไรลงไปวะ...” เธอกอดตัวเอง ท่ามกลางเสียงน้ำ
เมื่อจัดการตัวเองเสร็จ เปรี้ยวเดินออกมาในชุดนอนตัวบาง ผมที่เปียกชื้นยังหยดน้ำลงพื้นห้อง เธอชะงักกึกเมื่อเห็นไกรตื่นแล้ว
เขานั่งอยู่ขอบเตียงในสภาพกึ่งเปลือย รอยข่วนจากเล็บของเธอยังปรากฏชัดบนแผงอกแน่น และที่สะดุดตาที่สุดคือ... แผ่นยาคุมฉุกเฉินในมือใหญ่ของเขา
ไกรเงยหน้ามองเธอ ไม่มีแววหื่นกระหายเหลืออยู่ มีเพียงความรู้สึกผิดที่ฉายชัด เขาค่อย ๆ ยื่นยาแผ่นนั้นให้เธอ
“กินซะ เปรี้ยว...” เสียงเขาห้าวต่ำแต่แ่เบาราวกับกลัวเธอจะเตลิด
“พี่ซื้อมาเตรียมไว้ั้แ่เมื่อคืนแล้ว... แต่พี่อยากให้เปรี้ยวกินเอง”
เปรี้ยวยืนนิ่งงัน มองดูเม็ดยาในมือเขาด้วยใจที่สั่นรัว
ไกรถอนหายใจยาวพลางเอ่ยต่อ “ไม่ใช่ว่าพี่ไม่อยากมีลูกกับมึงนะ... พี่อยากมีใจจะขาด อยากเห็นมึงอุ้มลูกของเรา อยากเลี้ยงเขามาด้วยกัน แต่... มึงยังมีอนาคต มึงยังเรียนไม่จบ พี่ไม่อยากให้มึงต้องทิ้งฝันเพราะความมักมากของพี่”
เขาวางยาลงบนเตียงแล้วลุกขึ้นเดินเข้าหาเธอช้า ๆ โดยไม่คุกคาม “พี่รู้ว่าพี่ทำรุนแรงเกินไป พี่คลั่งจนหน้ามืด พี่ขอโทษจริงๆ ที่ไม่ฟังมึงเลย แต่พี่กลัว... พี่กลัวว่าถ้าพี่ไม่ทำ มึงจะกลับไปหาไอ้โอ๊ต แล้วมันจะทำลายมึง พี่ทนไม่ได้จริงๆ ว่ะที่ต้องเห็นมึงพังเพราะมัน”
น้ำตาของเปรี้ยวร่วงเผาะลงแก้มอีกครั้ง “พี่... พี่จะรับผิดชอบหนูจริงๆ เหรอคะ? หรือแค่พูดให้หนูตายใจ...”
ไกรยกมือขึ้นแตะแก้มเธออย่างแ่เบา ััครั้งนี้ไม่มีการบังคับ มีเพียงความทะนุถนอม “พี่สาบาน... พี่จะรับผิดชอบทุกอย่าง ถ้ามึงท้อง พี่จะแต่งงานกับมึงทันที พี่จะดูแลมึงกับลูกเอง พี่จะเลิกเหล้า เลิกบุหรี่ เลิกทุกอย่างที่ไม่ดี พี่จะตั้งใจทำงานพิสูจน์ให้มึงเห็น แต่ถ้ามึงยังไม่พร้อม... กินยานี่ซะ พี่จะรอมึง รอจนมึงเรียนจบ รอจนมึงพร้อม แล้วพี่จะไปขอแต่งงานมึงตามประเพณีอย่างถูกต้อง”
เขายื่นยาให้เธออีกครั้ง “.. พี่จะนั่งอยู่ตรงนี้ รอจนมึงกินเสร็จ แล้วพี่จะออกไปซื้อข้าวเช้ามาให้”
เปรี้ยวมองเม็ดยาในมือเขา สลับกับแววตาของไกร เธอสูดหายใจลึกพลางยื่นมือที่สั่นเทาไปรับยามา...
“ค่ะ..” เสียงเธอสั่นแต่เด็ดขาด เธอเทเม็ดยาลงคอแล้วดื่มน้ำตามทันทีโดยไม่มีอาการลังเลให้เห็นอีก
ไกรมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกผิดระคนโล่งใจฉายชัดในแววตา เขาพยักหน้าเบาๆ “พี่จะรอมึง... รอให้มึงพร้อมจริงๆ แล้วพี่จะมาขอแต่งงานมึงอย่างถูกต้อง พี่สัญญาว่าจะไม่หลอก ไม่เล่นกับความรู้สึกมึงเด็ดขาด”
เปรี้ยวไม่ตอบอะไร เธอเพียงก้มหน้าก้มตาเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วนั่งลงที่ขอบเตียง ไกรไม่ได้แตะต้องเธออีก เขาเพียงเก็บขวดน้ำและกล่องยาซากความทรงจำเมื่อคืนไว้ ก่อนจะเอ่ยเบาๆ
“พี่ไปซื้อข้าวมาให้กินนะ... พักผ่อนเถอะ พี่ไม่ไปไหนไกลหรอก”
เขาทิ้งให้เธอนั่งอยู่กับความเงียบและน้ำตาที่ไหลริน แต่คราวนี้มันมี "ความเชื่อใจ" บางอย่างก่อตัวขึ้นท่ามกลางความบอบช้ำ
- ตกเย็น ที่สตูดิโอซ้อมวง -
เปรี้ยวปรากฏตัวในชุดซ้อมด้วยใบหน้าที่ซีดเซียว ดวงตาบวมช้ำจางๆ แต่เธอกลับดู "นิ่ง" กว่าทุกวัน
นิดเดินเข้ามาทักด้วยความเป็ห่วง “มึงโอเคป่ะเปรี้ยว เมื่อคืนกูเป็ห่วงชิบหายเลย”
“อืม... กูโอเคแล้วว่ะนิด” เปรี้ยวยิ้มบางๆ ให้เพื่อน
แล้ว "พี่โอ๊ต" ก็ก้าวเข้ามา... เขายังคงสวมหน้ากากสุภาพบุรุษ ยิ้มแย้มไหว้ทุกคนอย่างอ่อนน้อม แต่พอหันมาเห็นเปรี้ยว เขากลับชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตีเนียนเดินตรงเข้ามาหาด้วยน้ำเสียงนุ่มหูที่แฝงไปด้วยความคุกคาม
“เปรี้ยว... เมื่อคืนน้องหายไปไหนครับ? พี่รอเราตั้งนานโทรไปก็ไม่รับ พี่เป็ห่วงจนนอนไม่หลับเลยนะ” แววตาของเขาไม่ได้มีความเป็ห่วงจริงใจ แต่มันคือความแค้นที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้ม
เปรี้ยวตัวแข็งทื่อ ภาพเมื่อคืนพุ่งกลับมาเป็ฉากๆ โดยเฉพาะเสียงโวยวายของเขาที่ลอดออกมาจากโทรศัพท์ตอนที่เธอกำลังอยู่ใต้ร่างไกร
“พี่โอ๊ตคะ...” เธอเรียกชื่อเขาเสียงเรียบแต่เย็นเยียบ “เมื่อคืนพี่โทรมาหาหนู... พี่คงได้ยินทุกอย่างชัดเจนแล้วใช่ไหมคะ?”
พี่โอ๊ตชะงัก รอยยิ้มจอมปลอมนิ่งค้าง “เปรี้ยว... น้องพูดเื่อะไร พี่—”
“หนูอยู่กับพี่ไกรค่ะ!” เปรี้ยวโพล่งขึ้นมาเสียงดังจนคนรอบข้างเริ่มหันมอง “พี่ไกรเป็คนรับสายให้พี่ฟังเอง... พี่ได้ยินเสียงหนู พี่ได้ยินทุกอย่าง! แล้วพี่จะมาแกล้งถามทำไมคะว่าหนูหายไปไหน? ในเมื่อพี่ก็รู้เต็มอกว่าหนู... ‘เป็ของพี่ไกรแล้ว’”
พี่โอ๊ตหน้าซีดเผือดลงทันที ความโกรธจัดแล่นขึ้นจนหน้าแดงก่ำ “เปรี้ยว! น้อง... น้องทำแบบนี้ได้ยังไง! น้องไปยุ่งกับไอ้ขี้คุกนั่น—”
“ไอ้เหี้ย... มึงได้ยินชัดแล้วใช่ไหม?”
เสียงห้าวต่ำดังขึ้นจากด้านหลัง ไกรเดินล้วงกระเป๋าก้าวเข้ามาอย่างช้าๆ ดวงตาแดงก่ำจ้องเขม็งไปที่พี่โอ๊ตอย่างเด็ดขาด
“เปรี้ยวเป็ของกูแล้ว มึงอย่ามายุ่งกับเมียกูอีก ถ้ามึงยังไม่หยุดพล่าม... กูไม่เกรงใจมึงแน่”
พี่โอ๊ตกำหมัดแน่นจนสั่นไปทั้งตัว เขาเห็นสายตาเพื่อนร่วมวงที่มองมาด้วยความอยากรู้แกมสมเพช จึงพยายามปั้นยิ้มฝืนๆ ออกมา
“พี่... พี่ไม่คิดเลยว่าเปรี้ยวจะรสนิยมต่ำแบบนี้ แต่ถ้าเลือกแบบนี้ พี่ก็เคารพการตัดสินใจครับ”
เขาหันหลังเดินกระแทกเท้าจากไปทันที ทิ้งไว้เพียงบรรยากาศที่มาคุ ไกรหันกลับมามองเปรี้ยว สายตาที่เคยดุดันอ่อนลงทันตา
“มึงโอเคไหม?” เขาถามเสียงเบา
เปรี้ยวพยักหน้า น้ำตาคลอแต่เธอกลับส่งยิ้มจางๆ ให้เขาเป็ครั้งแรก “...หนูโอเคค่ะพี่ ขอบคุณที่ปกป้องหนูนะคะ”
ไกรยิ้มมุมปากเล็กน้อย “พี่บอกแล้วไง... พี่จะอยู่ข้างมึงตลอดไป”