Zombie Change World

    บทที่ 14 สโลแกนที่ว่า...

    บทที่ 14 สโลแกนที่ว่า...
    หลังจากที่เสียงแตรรถดังกังวานขึ้นมา ทำให้สถานการณ์ภายในรถเกิดการต่อสู้ระหว่าง 1 สุนัข 1 คน ยื้อหยุดฉุกกระชากอยู่ภายในนั้น
    แต่ถ้าใครมาเห็นพวกเขาทั้งคู่ คงเหมือนได้รับชมการแข่งขันกีฬา ที่มีพวกเขาเป็นผู้แข่งขันโดยแบ่งเป็นมุมน้ำเงินกับมุมแดง แล้วมุมน้ำเงินก็ไม่ใช้ใครอื่นเลย สุนัขที่ฉลาดที่สุดใน พ.ศ. นี้ lady and gentleman ณ เวทีอันทรงเกียรติ Jeep wrangler extreme!!! อาจแปลกตาสำหรับ เวทีแห่งนี้ แต่คุณภาพไม่แพ้เวทีที่อื่นแต่อย่างใดภายใต้ สโลแกนที่ว่า สู้สนุกเลือดไม่เลอะเพราะกูเช็คเองงง!! โดยมีคู่เอกของวันนี้คือ มุมแดง ส่งลงสังเวียนจากทหารเกษียณ์อายุราชการ แบล็ค ศิษย์ลุงหวังงงง ส่วนมุมน้ำเงิน น้ำหนักขณะชั่ง 70 กิโลกรัม ส่วนสูง 175 เซนติเมตร เป็นการลงสังเวียนครั้งแรกของเจ้าตัว เขาเป็นใครไปไม่ได้ แจ็คคคค ศิษย์สองแควววว แล้วการแข่งขันก็เริ่มขึ้น
    “อี๊ แอ อี๊ แอ แอ่ แอ่ อี๊ แอ แอ” มุมแดงตะปดซ้ายน้ำเงินกาดขวา แดงตัดสินใจคลุกวงใน น้ำเงินมีหรือจะยอม ยกกาดซ้าย ขวา กันไว้ แดงเห็นท่าไม่ดี สะบัดตัวหลบแล้วอาศัยจังหวะคู่ต่อสู้เผลอ ใช้เท้าตะกุย จนมุมน้ำเงินถอยติดมุม แต่ไม่รู้เกิดอันใดขึ้นอยู่ดี ๆมุมแดงหนีจากเวทีไปซะอย่างั้น ปล่อยให้มุมน้ำเงินได้แต่ใช้สายตามองตามไปได้อย่างเดี่ยว
    หลังจากที่แบล็คพยายามเปิดประตูออกไปข้างนอก มันก็ได้อย่างที่หวังเอาไว้ ประตูรถเปิด พอแบล็คออกมา มันก็ปล่อยก้อนสีทองเหลืองอร่ามพร้อมกับส่งกลิ่นอันหอมหวานยังกับดอกไม้ยามเย็น จนแจ็คที่อยู่ข้างในรถถึงกับผงะเอามือปิดจมูกแล้วรีบปิดประตูรถทันที่
    “หอกแบล็ค อยู่ตั้งนานมึงไม่ขี้ แล้วที่นี้จะทำยังไง เห็นไหมพวกพี่เขาแย่แล้ว”
    พอแจ็คมองไปที่พวกวิทย์ที่ทำท่ากำลังจะแย่ เขาตัดสินใจหยิบปืน SIG-Sauer SSG 3000 ที่นุ๊ก ส่งมาให้ตอนนั้น วินาทีที่แจ็คตัดสินใจมันเป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาอยากถามตัวเองว่าทำไมต้องกลัวอะไรมากขนาดนี้และทำไมต้องให้คนอื่นปกป้องตลอดพอแจ็คคิดอย่างนั้น เขาก็นึกถึงคำพูดที่พ่อเคยพูดไว้ <กลัวได้แต่ต้องกล้าให้เป็น>
    “ใช้พ่อพูดถูก เอาว่ะเป็นไงเป็นกัน”
    แล้วแจ็คก็ถอดแม็กกาซีนออกมาพร้อมกับเอามือลวงเปิดกระเป๋ามิติค้นหากระสุนของปืนกระบอกนี้
    ไม่นานแจ็คก็เจอกล่องกระสุนปืน ตัวกล่องเขียนว่า 7.62x51mm NATO สิ่งที่เขียนอยู่มันเป็นขนาดของกระสุนปืนที่อยู่ในกล่องนั้น
    แต่ขณะที่แจ็คดู เขาก็หยิบกระสุนออกจากกล่อง แล้วลองใส่เข้าไปในตัวแม็กกาซีน โชคดูเหมือนจะเข้าข้างแจ็ค มันใส่เข้าไปในแม็กได้พอดี
    แต่แจ็คไม่รู้หรอก ว่ากระสุนที่หยิบมาจากกล่องมันจะใช้กระสุนของปืนกระบอกที่เขาถืออยู่หรือเปล่า แจ็คก็ได้แต่ลองดู แต่การเสี่ยงบางครั้งมันก็เกิดผลลัพธ์ที่ เราคาดไม่ถึงเหมือนกัน
    หลังจากแจ็คใส่กระสุนไป 5 นัด แม็กกาซีนก็เต็มพอดี เขาใส่แม็กเข้าไปในตัวปืนพร้อมกับเอามือลดกระจกรถลงแล้วเอาลำปืนพาดไปที่ประตูรถ แล้วใช้ตาข้างขวามองผ่านเลนส์กล้องของตัวปืน จนภาพที่ตาข้างขวาเห็นคือ หมาตัวใหญ่สีดำชุ่มไปด้วยเลือดกำลังพุ่งเข้าหาวิทย์ ทันที่ ที่แจ็คเห็นภาพ เขาใช้นิ้วชี้ข้างซ้ายที่กำลังสั่นหมุนปรับองศากล่องให้เห็นชัดที่สุด จนตาข้างขวาเห็นภาพที่ชัดที่สุด
    หลังจากนั้นแจ็คใช้มือขวาดึงคันชักขึ้นลำกล่องแล้วสอดนิ้วชี้ข้างขวาไปที่ไกปืนแล้วยิงไปที่ HD-1 ปัง! วินาทีที่แจ็คเหนี่ยวไกยิงเหมือนทุกอย่างมันเงียบไปหมด ทันที่ ที่ลูกกระสุนออกไปจากรังเพลิงมันพุ่งด้วยความเร็วทะลุไปโดนสะโพกข้างขวาของ HD-1 มันร้อง เอ๋งงงงง!! พร้อมกับขาหลังข้างขวาทรุดลงไปกับพื้น
    พอแจ็คเห็นมันเป็นอย่างนั้น เขาไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองไปคนยิง แต่แจ็คคงไม่รู้หรอกว่าคนที่แปลกใจที่สุดไม่ใช้แค่เขาคนเดียว แต่มันคือวิทย์กับนุ๊กที่ดู HD-1 นอนคลานหมดสภาพพร้อมกับขาอีก 3 ข้างที่กำลังตะกุยตะกลายเพื่อลุกขึ้นยืนขึ้นมาอีกครั้ง จนในที่สุดมันก็ลุกขึ้นมาจนได้
    แต่การลุกครั้งนี้ มันเต็มไปด้วยความโกรธและความแค้น มันมองไปทางรถ Jeep Wrangler Extreme และพยายามวิ่งด้วยขาทั้ง 3 ข้าง เพื่อพุ่งเข้าไปหาคนที่ทำร้ายมันจนมีสภาพแบบนี้
    แต่มีหรือที่พวกวิทย์จะยอมให้มันทำอย่างนั้น พอมันขยับ วิทย์ก็อยู่ท่าเตรียมพร้อมทันที่ เขาก้าวซ้ายนำแล้วโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยพร้อมกับชี้ปืนลูกซอง M4 เล็งไปที่ HD-1 จนกระทั้งมันพุ่งเข้ามาในระยะ 40 เมตรของวิทย์ ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! เสียงปืนดังตามออกไปแต่กระสุนทั้ง 4 มีแค่ 2 นัดเท่านั้นที่โดนตัวมัน แต่ทั้ง 2 นัด มันพุ่งผ่านทะลุสะโพกข้างซ้ายของตัว HD-1จนเป็นรูขนาดเท่าขวดน้ำอัดลม 1.25 ลิตร ด้วยรูขนาดนั้นทำให้ขาหลังข้างซ้ายที่ติดสะโพกมันหลุดออกมาจากเบ้าสะโพก จนทำให้ขาหลังข้างซ้ายมันทรุดลงไปกับพื้นพร้อมกับที่ตัว HD-1 ล้มลงแล้วร้องเสียงโหยหวนคำรามออกมา โฮกกกกกกก! เอ๋งงงงง!!!
    พอวิทย์เห็น HD-1 เป็นแบบนั้น เขาถือลูกซอง M4 ในมือเดินเข้าไปใกล้จุดที่ HD-1 มันนอนคลานอยู่ ซึ่งมันห่างจากตัวเขาแค่ 3 เมตร มันเป็นระยะที่วิทย์คิดว่ามันปลอดภัยที่สุด จนวิทย์เล็งปืนลูกซอง M4 ชี้ไปที่ HD-1 แล้วมองไปที่มันเป็นครั้งสุดท้าย ด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายสุดๆ เพราะตอนนี้ความรู้สึกที่ต้องการนอนมันเกือบจะทะลุฟ้าออกมาแล้ว แม้ว่าร่างกายจะไหวและค่าความทรหดฟื้นคืนมา แต่วิทย์ก็ยังคงคิดว่า ถ้าได้นอนสักงีบมันจะดีสักแค่ไหน และเขาก็เหนียวไกปืนยิงไปที่ HD-1
    แต่ขณะที่กำลังเหนี่ยวไกปืน มีหรือตัวHD-1 จะปล่อยให้วิทย์จัดการมันง่าย ๆอย่างนั้น มันใช้แรงเฮือกสุดท้าย พุ่งตัวแล้วลอยเข้าหาตัววิทย์ที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากตัวมันมากนักพร้อมกับคำรามออกมา โฮกกกกกก! พอวิทย์เห็นจึงก้าวถอยหลังแล้วใช้ปืนลูกซองยิงสวนเข้าไป ปัง! จนกระสุนทะลุหัวจนเป็นรูรอยกระสุน เลือดไหลหนองเต็มพื้นพร้อมกับเสียงแจ้งเตือน
    “ติ๊ง!! … ขอแสดงความยินดีท่านฆ่า Hunter Dog ระดับ 1 ระบบจะเพิ่มค่าสถานะให้ท่าน 2 จุด ทุกสถานะ”
    “ติ๊ง!! … ขอแสดงความยินดี ท่านมาถึงระดับ 12 คุณจะได้รับค่าสถานะ 4 จุด”
    “เพิ่มค่าสถานะ ความทรหดทั้งหมด”
    พอวิทย์เพิ่มค่าสถานะเสร็จ เขาก็บอกกับระบบแหวนแห่งการวิวัฒน์ไปว่า “เช็คค่าสถานะปัจจุบัน” แล้วหน้าต่างเหมือนในเกมส์ก็ปรากฏขึ้นมาให้ตาเขาเห็น
    “วิธวิทย์ เมฆาวงค์ : ชาย // ขั้น : HE // ระดับ : 12 // อาชีพ :ไม่พบ // ทักษะ : Strong Edge Attack , Backstep , Haste // Str : 12 // Vit : 13 // Agi :11 // Int : 6 // Spi : 6 // Sta : 15 / 20 (20)”

    พอเห็นตารางค่าสถานะ วิทย์รู้สึกว่าสถานะอาชีพที่ขึ้นมาว่าไม่พบ มันทำให้เขาอยากรู้มากว่าต้องทำยังไงถึงจะให้มันปรากฏอะไรขึ้นมา เขาเลยถามนุ๊กที่รอเขาอยู่
    “ไอ้นุ๊กสถานะอาชีพ มึงคืออะไร”
    นุ๊กตอบอย่างเร็ว “นักศึกษา!! มึงถามทำไม ก็รู้กันอยู่บ้าเปล่านี้ กูว่ามึงเหนื่อยแล้วล่ะกลับรถไปพักเหอะ เดี๋ยวกูเก็บของที่ตกออกมาเอง”
    วิทย์มองหน้านุ๊กแล้วก็พยักหน้าพร้อมกับเดินกลับไปที่รถแบบรู้สึกว่า “เออกูผิดเอง”
    ไม่นานวิทย์ก็เดินมาถึงที่รถ เขาเปิดประตูรถข้างที่นั่งคนขับพร้อมกับพูดออกไปว่า
    “ให้ตายเถอะ นี่มันเสือซุ่มชัดๆ”
    “โธ่!! พี่ไม่เป็นไรหรอก ผมว่ามันฟลุ๊คมากกว่า ผมเล็งที่หัวมันแต่โดนที่สะโพกแทน ให้ผมยิงอีกที่มันคงไม่โดนแบบนั้นก็ได้”
    “เอาเหอะ แค่นี้มันก็ดีแล้ว มือใหม่ยิงได้ขนาดนี้มันก็สุดยอดแล้ว แต่พี่ว่าเอ็งลองจับสัมผัสมันบ่อย ๆ โดยเฉพาะการปรับหมุนหาองศากล้อง ทำมันบ่อย ๆแล้วเอ็งจะได้ชิน ถึงพี่อย่าให้เอ็งฝึกยิงแต่เสียดายกระสุนวะ เอาเก็บไว้ยิงซอมบี้ดีกว่า”
    วิทย์พยายามพูดหว่านล้อมให้แจ็คหันมาสนใจปืนสุ่มยิงให้มากที่สุดเพราะวิทย์คิดว่ามันสำคัญมากจริง ๆ ที่จะต้องมีคนคอยดูคอยระวังหลังให้ มันจะเป็นประโยชน์มาก ถ้าพวกเขาไปเจอซอมบี้ที่มันมีระดับสูงกว่านี้จนแจ็คตอบกลับมาว่า
    “ได้พี่ ไม่มีปัญหา ผมว่ามันดีเหมือนกันผมจะได้มีไรทำเป็นชิ้นเป็นอันบ้าง”
    “โอเค แต่พี่อยากรู้มากเอ็งบีบแตรทำไม”
    แจ็คมองหน้าวิทย์พร้อมกับเกาไปที่ศีรษะทั้งยังชี้นิ้วไปที่ข้างหลังที่นั่งคนขับแล้วพูดไปว่า
    “นั้นไงพี่ คุณพี่ท่านนี่ เขามารยาทดี ในรถไม่สามารถขี้ได้ เลยต้องไปขี้ข้างนอกแทน แล้วมันก็เป็นอย่างที่พี่รู้นั้นล่ะ”
    พอแจ็คเล่าสาเหตุขึ้นมาวิทย์มองไปที่หน้าเจ้าแบล็ค แต่เหมือนมันจะเข้าใจที่พวกวิทย์คุยกัน มันเห่าออกมา โฮ่ง! โฮ่ง! โฮ่ง! “ไม่ได้พ่อบอกผมไว้ห้ามขี้ในรถ ห้ามขี้เรียราดเด็ดขาด ผมเชื่อพ่อ ผมถูกฝึกมาให้ทำอย่างนั้น” แต่วิทย์ก็ไม่สนใจเสียงที่มันเห่าแล้วบอกไปกับแจ็คไปว่า
    “เข้าใจและ แล้วก็แจ็คเอ็งลองไปดูของที่นุ๊กมันเก็บกลับมา เดี๋ยวพี่อยู่ในรถเอง พี่จะได้พักซะหน่อย แล้วเอาไอ้ตัวแสบไปด้วยให้มันไปเดินเล่นหน่อยก็ดี จะได้ไม่ทำแบบที่เอ็งว่าอีก"
    “ครับพี่”
    หลังจากที่แจ็คกับแบล็คออกจากรถไป วิทย์ก็ขึ้นไปนั่งบนเบาะรถข้างที่นั่งคนขับ แล้วก็ผล่อยหลับไป คร่อก!! ก็อย่างที่ว่าไว้ กายไม่เหนื่อยแต่ใจเหนื่อย
    3 วันที่เกิดระยะเปลี่ยนโลกทุกๆวันมันเริ่มจะทวีความรุนแรงมากขึ้น วิทย์ไม่รู้หรอกว่าวันต่อไปเขาจะเจอซอมบี้ระดับใหม่หรือพวกกลายพันธุ์ชนิดใหม่อีกหรือเปล่า แต่บางครั้ง เขาก็สงสัยว่าผู้คนที่ยังไม่ติดเชื่อมันหายไปไหนกันหมด ตั้งแต่เกิดเรื่องมา เขาเจอผู้คนแค่ 5 คนเท่านั้น ประเทศที่วิทย์อยู่มันมีคนมากกว่า 68 ล้านคนที่อยู่ เขาไม่รู้ว่าคนในจำนวนนั้นจะเป็นซอมบี้อีกเท่าไรแล้วระบบ มันจะเพิ่มคนให้มากกว่านี้หรือเปล่า วิทย์เคยถามไปที่แหวนแห่งการวิวัฒน์แต่ก็ไม่ได้คำตอบอะไรกลับมา แต่วิทย์เชื่ออย่างหนึ่งว่า ถ้าเขายังมีชีวิตรอดอยู่แล้วอยู่ไปนานๆมันคงมีสักวันที่เขาจะรู้คำตอบนั้น
    สักพักนุ๊กก็มาถึงที่รถ พอเปิดประตูรถข้างที่นั่งคนขับก็เห็นว่าวิทย์กำลังนอนหลับอยู่ เขาหันหน้ากลับแล้วเอานิ้วจุไปที่ปากบอกกับพวกที่ตามเข้ามา
    “ไอ้วิทย์มันหลับอยู่ เอางี้เมย์กับหลวงพี่อยู่เฝ้ารถพร้อมกับดูไอ้วิทย์มันไว้ เดี๋ยวพี่กับแจ็คและแบล็คเข้าไปดูในวัดก่อน ว่าเราพอจะค้างกันที่นี่ได้ไหม”
    “พี่นุ๊กไม่ลองไปกับหลวงพี่ละคะ”
    “ใช้โยมให้อาตมาไปด้วยไหม อาตมารู้ทางดีเลยล่ะ”
    นุ๊กมองไปที่หน้าหลวงพี่ที่แสดงความมั่นใจออกมา แต่ความมั่นใจของหลวงพี่มักจะทำให้เขาปวดหัวอยู่เสมอ นุ๊กเลยตอบกลับหลวงพี่ไปว่า
    “ไม่เป็นไรครับหลวงพี่ พวกผมแค่เดินดูรอบๆเอง คงไม่ต้องลำบากหลวงพี่หรอกครับ
    “งั้นหรอโยม ก็ได้แต่มีไรบอกเลยนะ แล้วถ้าผ่านกลับไปที่กุฏิของอาตาม รบกวนหยิบแว่นมาให้ด้วย”
    พอนุ๊กได้ยินคำว่า แว่น ที่หลวงพี่พูดขึ้นมา เขาคิดในใจว่า “นั้นไงกูว่าแล้ว” ตัวการทั้งหมดมันคือ แว่นนั้นเอง แล้วนุ๊กก็ตอบกลับไปว่า
    “ครับ เดี๋ยวพวกผมไปเอาให้”

    พวกนุ๊กก็พากันเดินเข้าไปภายในวัด สักพัก พวกนุ๊กก็มาถึงหน้ากุฏิของหลวงพี่ แต่ระหว่างเดินเข้าภายในวัด ตามสองข้างทางยังคงมีศพหมา แมวกลายพันธุ์นอนเกลื่อนกลาดให้เห็นเป็นระยะ จนพวกนุ๊กเดินขึ้นมาภายในกุฏิ พวกเขาก็ค้นตามที่ต่างๆเพื่อหาแว่นมาให้หลวงพี่
    แต่ผิดกับแบล็คที่ตามองไปที่ศพสุนัขกลายพันธุ์ที่ตายอยู่ในกุฏิมันเป็นใครไปไม่ได้ มันคือเจ้าด่างที่นุ๊กเป็นคนยิงนั้นเองแล้วดูเหมือนแบล็คมันจะเจออะไรสักอย่างข้างศพ มันเป็นผลึกสีดำ
    พอแบล็คเห็นผลึกสีดำมันเอาฟันคาบไปที่ตัวผลึก แล้วคาบกลิ้งเล่นไปมา จนตัวผลึกที่มันคาบไหลหายเข้าไปในปาก พร้อมกับแสงสีขาวไหลหายเข้าไปในตัวมัน จนมีเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นมา
    “ติ๊ง!! … ขอแสดงความยินดีท่านได้เริ่มเข้าสู่ระบบแห่งการวิวัฒน์”
    “แบล็ค : สัตว์เพศผู้ // ขั้น : *AE // ระดับ : 1 // อาชีพ :ไม่พบ // ทักษะ : ไม่พบ // Str : 3 // Vit : 3 // Agi : 7 // Int : 2 // Spi : 3 // Sta : 6 / 10 (10)” *Animal Evolution

    พอแจ็คกับนุ๊กเห็นแสงไหลเข้าไปในตัวแบล็ค พวกเขามองหน้ากันแล้วเอามือขยี้ไปที่ตาทำหน้าแบบไม่อยากจะเชื่อว่า โลกนี้มันบ้าไปแล้ว หมาก็วิวัฒน์โดยระบบได้มันเป็นอะไรที่ล้ำมาก แจ็คได้แต่อุทานออกมา เชี่ยเอ๊ย!!
    แจ็คคิดว่าสำหรับแบล็คมันคงพิเศษ แต่สำหรับเขามันหายนะชัดๆ เขายังจำตอนที่อยู่ในรถกับมันได้อยู่เลย มันทำให้เขาพูดไม่ออกและถ้ามันวิวัฒนาการออกมาตัวมันจะเป็นยังไง แจ็คไม่อยากจะคิดเลย
    แล้วในที่สุดแสงก็หายไปพร้อมกับปลอกคอเส้นใหม่ที่แบล็คสวมอยู่มันมีลักษณะคล้ายแหวนแห่งการวิวัฒน์ทุกอย่างเว้นแต่ปลอกคออันนี่มันใหญ่กว่าเท่านั้นเอง
    นุ๊กมองไปที่แบล็ค เขาพยายามสังเกตว่าร่างกายของมันมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้างหรือเปล่า แต่พอดูไปสักพักก็ไม่เห็นว่ามีอะไรแตกต่างไปจากก่อนหน้านี้ นุ๊กคิดว่ามันแปลกเหมือนกันที่แบล็คไม่มีอะไรเปลี่ยน แต่จะทำไงได้ถ้าเขาถามแบล็คไปมันคงมีแต่เสียงเห่าที่เป็นคำตอบให้เขา คงมีแต่กลับไปให้วิทย์มันดู
    จนนุ๊กคิดว่ามันก็อาจเป็นเรื่องดีก็ได้ที่แบล็คมันได้วิวัฒนาการในครั้งนี้ เขาได้แต่ยิ้มแล้วกลับไปหาแว่นต่อ
    ไม่นานแจ็คก็เจอแว่นซึ่งมันอยู่ในลิ้นชักโต๊ะหนังสือ เขาหยิบขึ้นมาแล้วตะโกนบอกนุ๊กไปว่า
    “พี่นุ๊กเจอแล้วพี่ นี่ไง แล้วเราจะทำไรต่อดีกลับรถเลยไหม”
    “พี่ว่าเราไปที่โบสถ์กันก่อน เอ็งหยิบหมอนผ้าห่มไปด้วย
    “แล้วพวกที่อยู่ในรถละพี่ ให้ผมไปตามไหม”
    “ไม่เป็นไรเอ็งอยู่กับแบล็คที่นี่เก็บของเสร็จก็ตามพี่ไปที่โบสถ์เลย พี่ว่าในวัดคงไม่มีอะไรแล้วล่ะ เราก็เดินดูกันมาสักพักแล้ว”
    “ครับเดี๋ยวผมจัดการทางนี่เอง พี่ไม่ต้องห่วงสบายมาก”
    พอได้ยินเสียงมั่นใจจากแจ็ค นุ๊กเดินออกมาจากกุฏิ แล้วกลับไปที่รถทันที่
    สักพักนุ๊กก็มาถึงที่รถ เขาเปิดประตูรถแล้วสะกิดไปที่ตัววิทย์ที่กำลังนอนอยู่ข้างที่นั่งคนขับพร้อมกับพูดไปว่า
    “ไอ้วิทย์ มึงโอเคหรือเปล่า”
    พอวิทย์ได้ยินเสียงนุ๊กพูด เขาลืมตาแล้วหันหน้าไปทางนุ๊กที่กำลังยืนมองอยู่ แล้วพูดกลับไปว่า
    “เออ ว่าไง เก็บของมาได้แล้วหรอ”
    “โธ่ กูเก็บของเสร็จนานแล้ว นี่มันก็ 2 ชั่วโมงเข้าไปแล้ว มึงดูฟ้าดิ มันมืดไปหมดแล้ว”
    “หรอ” วิทย์มองไปที่ท้องฟ้า แล้วหันมาพูดกับนุ๊กต่อ “เออว่ะ กูหลับเพลินเลย ว่าแต่มึงเก็บของได้อะไรมาบ้างล่ะ”
    “เออ เรื่องนั้นไว้ก่อน กูว่าเราไปนอนที่ โบสถ์ กันคืนนี้ พรุ่งนี้ค่อยออกไปกัน มึงว่าไง”
    “โอเค กูว่าความคิดมึงไปเลวเลย มึงนำไปเลย”
    แล้วพวกเขาทั้งหมดก็พากันเดินเข้าไปภายในวัด