Chapter 9
คงามสัมพันธ์ที่แสนจะแนบชิด
ผมบอกออกไปแบบเขินๆ มือของพี่ยอร์ชเริ่มไล้มาแล้ววางลงบนขาอ่อนของผม ตอนนี้ผมอยู่ในชุดกางเกงยีนส์ตัวหนากับเสื้อช็อปสีเขียว
“ลองทำกันแบบในหนังดีมั้ย?”
เมื่อได้ยินแบบนั้นผมก็ถึงกับสติหลุดไปเลย นี่พี่แกชวนผมทำอะไรอีกเนี่ย แค่เผลอพลาดมีอะไรกันไปครั้งที่แล้วก็หนักมากแล้ว นี่เรายังจะทำมันเป็ครั้งที่สองอีกเหรอ?
“ บ้าพี่ พูดอะไรเนี่ย”
ผมตอบไปแบบเขินๆแล้วพยายามจะปิดหนังเื่นี้ลง
“ซี้ดด!! อู้ยย!!!”
อ๊ากก ผมพยายามกดปิดทีวีแท้ๆ แต่แม่งดันกดผิดไปกดปุ่มเพิ่มเสียง เสียงครางมันเลยยิ่งดังมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
“ร้องดังขนาดนี้สงสัยจะเสียวมาก”
พี่ยอร์ชมองจอทีวีขำๆ แต่ผมไม่ขำด้วยเลยอ่ะ น่าอายจะตาย
“ โอ้ยมันปิดไม่ได้อ่ะพี่!”
ป้อก ป้อก!
ผมเคาะรีโมททีวีเข้ากับโซฟา แต่ดูเหมือนจะไม่ได้นำพาเพราะว่ามันก็ยังปิดไม่ได้อยู่ดี ฮือออ
พึ่บ!
อ่า เอ่ออ...
เสียงเมื่อกี้คือเสียงพี่ยอร์ชดึงผมเข้าไปหาแล้วประกบปากจูบลงมาบนริมฝีปากอวบสีระเรื่อของผมเอง
บ้าน่า นี่ผมเผลอใจยอมมันอีกแล้วเหรอเนี่ย
“อื้มม พะ พี่ยอร์ช อื้ออ แฮ่กๆ”
ผมรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายผลักอกแกร่งของมันออกไป
“อื้อ.. เป็อะไรไป รังเกียจพี่เหรอ?”
พี่ยอร์ชมองหน้าผมเศร้าๆและเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียง แ่เบา
“ ไม่ใช่แบบนั้น แต่ว่า... เราจะทำมันอีกเป็ครั้งที่สองเหรอ”
ผมสับสนในตัวเองมากเลย ใจนึงก็อยาก แต่อีกใจก็รู้สึกว่ามันไม่สมควรเลย
“ ทำไมจะทำไม่ได้อ่ะ พี่โสด จีนก็โสด เราทั้งคู่ต่างโสด”
“....”
“ ไม่มีอะไรผิดสักหน่อยนิ จริงมั้ย?”
“...”
ผมสบตากับพี่ยอร์ชแล้วไม่ตอบอะไร ดูเหมือนว่าพี่เขาจะััได้ถึงความรู้สึกภายในใจของผม พี่ยอร์ชไม่ถามและไม่พูดอะไรต่อแต่กลับเอี้ยวตัวเข้ามาแล้วประกบปากจูบลงอีกครั้ง
“อื้มม..”
ครั้งนี้มันเต็มไปด้วยความยินยอมพร้อมใจ จูบของเราในครั้งนี้มันหวานกว่าครั้งไหนๆ
เราทั้งคู่จูบกันอยู่เนิ่นนาน ไม่รู้ระยะเวลาผ่านไปกี่นาที กี่วินาที หรือกี่ชั่วโมง รู้แค่ว่ามันหวานละมุนเหลือเกิน
มือหนาของพี่ยอร์ชยกขึ้นแทรกสอดเข้ามาภายใต้เสื้อยืดสีขาวของผมที่มีเสื้อช็อปวิศวะสีเขียวสวมทับ
“อื้มม”
เสียงครวญครางในลำคอดังขึ้นอยู่ไม่หยุด มือหนาของพี่ยอร์ชยังคงลูบคำใต้เสื้อยืดสีขาวของผม
มือผมเองก็เลื่อนไปที่กระดุมกางเกงสแล็กสีดำของพี่ยอร์ชเช่นกัน
ระยะเวลาผ่านไปสักพักเสื้อผ้าอาภรณ์ของเราทั้งคู่ก็หลุดกระจัดกระจายลงไปตามพื้นห้อง ร่างของเราสองคนอยู่บนโซฟาและกำลังทำกิจกรรมที่แสดงให้เห็นถึงความรัก จะเรียกว่ารักได้มั้ยนะ เรียกว่าความใคร่อาจจะถูกกว่ารึเปล่า?
คนตัวใหญ่กว่าพรหมจูบไปทั่วเรือนร่างของผม ั้แ่หน้า จมูก ปาก คอและไล้ลงมาตามแผงอก
“อ่า พี่..”
เสียงครางน้อยๆผุดออกมาจากปากของเราทั้งคู่ ตลอดระยะเวลาการทำกิจกรรมร่วมกัน เรียกได้ว่าเรามีความสุขร่วมกันจริงๆ
“จีน อ่า..”
พี่ยอร์ชคร่อมผมแล้วมองหน้าอย่างลึกซึ้ง เราสองคนจ้องตากันอย่างไม่ลดละ เวลาปกติพี่ยอร์ชก็หล่อมากอยู่แล้ว ยิ่งในเวลาแบบนี้ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกว่าเขามีเสน่ห์ยิ่งกว่าตอนที่ไปเรียนหรือตอนเจอกันข้างนอกซะอีก...
ใบหน้าหล่อสไตล์เกาหลีมีเม็ดเหงื่อผุดขึ้นเล็กๆตามใบหน้าแม้ว่าแอร์ภายในห้องจะเย็นฉ่ำสักแค่ไหนก็ตาม แผงอกกำยำที่เคลื่อนไหวขึ้นลงไปมาตามจังหวะนั่นยิ่งทำให้ผมละสายตาไปไม่ได้
“อืออ”
เวลาล่วงเลยไปสักพักเราทั้งคู่ก็สุดถึงอารมณ์หมาย จุดหมายปลายทางที่รอเราอยู่มันช่างสุดแสนจะรัญจวนใจ
เรียกได้ว่าเรามีความสุขร่วมกันจริงๆ
หลังจากเสร็จกิจกรรมพี่ยอร์ชก็นอนลงแล้วผมก็นอนอยู่ข้างๆเขาบนโซฟา พี่ยอร์ชลูบไล้ไปทั่วเรือนผมของผม
“ใช้แชมพูอะไร ทำไมหอมจัง”
พี่ยอร์ชถามขึ้น เราทั้งคู่เปลือยเปล่าแล้วนอนกอดกันดูทีวีอยู่บนโซฟาตัวใหญ่
“ก็แชมพูทั่วไปแหละ ไม่ใช่ของแพงอะไรหรอก”
ผมตอบเขินๆ บอกตามตรงว่ายังอายอยู่มากกับกิจกรรมที่ผ่านมา
“แต่มันหอมจริงๆนะ รึว่าไม่ใช่แชมพูที่หอม อาจจะเป็กลิ่นตัวกลิ่นฮอร์โมนของจีนก็ได้นะ”
ฟอดด!
พูดจบแล้วก็หอมแก้มผมหนึ่งที บ้าจริง! จะทำให้หวั่นไหวไปถึงไหนเนี่ย
“บ้า พี่อ่า..”
ผมพูดออกไปเสียงเบาแล้วหลบหน้าด้วยความเขินอาย
“ยังจะอายอีกเหรอ ขนาดนี้แล้วนะ”
พี่ยอร์ชพูดแซวขึ้นมาปนกับขำนิดๆ
“...”
ผมไม่ตอบอะไรได้แค่พยักหน้างึกงัก
“คืนนี้นอนกับพี่มั้ย?”
“นอนได้เหรอ? ไม่ใช่นอนๆอยู่มีคนมาหาพี่ที่ห้องนะ โสดจริงป่ะเนี่ย?”
ผมถามหยอกๆ
“บอกว่าโสดก็โสดดิ จะไปมีใครได้”
พี่ยอร์ชตอบแล้วดึงแก้มผมเล่น
“งั้นนอนก็ได้”
นับวันก็ยิ่งรู้สึกตกหลุมรักพี่ยอร์ชขึ้นมาทุกที เรียกได้ว่าเป็รักแรกเลย และผมหวังว่าตัวผมเองจะสมหวังในรักแรกนะ
“แล้วสรุปตอนนี้เราเป็อะไรกัน จะเป็แฟนกันได้ยัง?”
พี่ยอร์ชถามขึ้นมาด้วยสีหน้าจริงจัง
“อืมม ผมยังไม่ให้คำตอบวันนี้ดีกว่า”
“ว้าา แล้วเมื่อไหร่จะยอมเป็แฟนกับพี่เนี่ย ขอหลายรอบแล้วนะ”
พี่ยอร์ชเอ่ยออกมาอย่างผิดหวัง สีหน้าของเขาดูผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด
ที่จริงผมก็ดึงซีนไปอย่างนั้นแหละ ในใจอ่ะมีคำตอบอยู่แล้ว ยอมขนาดนี้แล้วจะไม่ยอมเป็แฟนได้ยังไง แค่ยังไม่อยากบอกชัดๆวันนี้
“พรุ่งนี้ต้องพาผมไปเดทก่อน ขอเป็ร้านโรแมนติก บรรยากาศดีๆหน่อย”
“ร้านโรแมนติกงั้นเหรอ”
พี่ยอร์ชทำสีหน้าครุ่นคิดนิดนึง
“ใช่ จะขอเป็แฟนทั้งทีก็ลงทุนหน่อยดิพี่”
ผมพูดพร้อมกัยยักคิ้วข้างหนึ่ง
“ก็ได้ พรุ่งนี้พี่จะพาไปร้านดีๆเอง”
พี่ยอร์ชพูดพร้อมกับยิ้มกวนตีนไปอีกหนึ่งที ผมหวังว่าร้านโรแมนติกในอุดมคติของผมกับพี่ยอร์ชมันจะเป็ไปในทางเดียวกันนะ
ไม่รู้ว่ามันจะเข้าใจคำว่าโรแมนติกมากน้อยแค่ไหน ไม่อยากคาดหวังเลย ไม่คาดหวังไม่ผิดหวังวะไอ้จีน! -.,-