หัวใจข้างแรม

    ตอนที่ 4

             

            “ไอ้แรมนะเหรอ  มันทำอะไรว่ะ”

            “ข้าว่ามันกำลังแอบรักคุณหนู”

            นายขจรทำท่ากระซิบกระซาบให้ภรรยาฟัง

            “วุ้ย ไอ้นี่มันใฝ่สูงดีแท้  ไม่รู้จักตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาตัวเองเสียบ้างเลย”

            นางวิไลทำท่าเย้ยหยันไปถึงเด็กหนุ่มที่พูดถึง

            “มันคงหวังจะเป็๲หนูตกถังข้าวสารนะสิ  ท่านนายพลกับคุณหญิงออกร่ำรวย  แถมคุณหนูก็ยังเป็๲ลูกสาวคนเดียวอีกด้วย”

            “เพี้ยง  ขอให้พวกมันถูกไล่ออกไปกันให้หมดจริงๆเถอะข้าจะได้เป็๞หัวหน้าคนใช้แทนนังสายหยุดมันเสียที”

            นางวิไลทำท่ายกมือพนมขึ้นท่วมหัว  ขณะเดียวกันนั้นเอง ที่บ้านพักหลังที่หนึ่งซึ่งเป็๲หลังที่นางสายหยุดได้พักอยู่กับหลานชาย และนางสายหยุดซึ่งพึ่งเสร็จภารกิจงานในหน้าที่มาจากตึกใหญ่ก็ดูเหมือนกำลังจะเปิดฉากพูดจากับหลานชายถึงเ๱ื่๵๹เดียวกันนี้อยู่เหมือนกัน

            “แรม  หยุดอ่านหนังสือแล้วมาคุยกับป้าก่อนสักครู่สิลูก”

            นางบอกกับเด็กหนุ่มซึ่งนั่งอยู่กับพื้นก้มหน้าอ่านหนังสือที่วางบนโต๊ะตัวเตี้ยๆอย่างคร่ำเคร่งอยู่ตรงมุมห้องโถงเล็กๆของบ้านพักแห่งนั้น ขณะที่ตัวเองก็นั่งลงบนพื้นที่ว่างทางด้านหลังเขา

            “ป้ามีธุระอะไรกับผมหรือครับ”

            แรมละสายตาจากหนังสือแล้วหันมาเผชิญหน้ากับผู้ที่เป็๲พี่สาวของบิดาอย่างตั้งใจรอฟังธุระของนาง

            นางสายหยุดมองหนุ่มน้อยผู้มีโคร่งร่างผอมสูงเก้งก้างและมีใบหน้าหล่อเหลาคมคายละม้ายพ่อผู้ให้กำเนิดเป็๞อย่างมากนั้นแล้วก็ถอนใจออกมา นางไม่เคยคิดเลยว่าหลานชายคนนี้จะทำสิ่งที่ไม่ควรจริงๆแต่กระนั้นมันก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรจะวางใจ  เพราะจิตใจของวัยรุ่นนั้นเป็๞อะไรที่เดาทิศทางได้ค่อนข้างยาก

            “เมื่อเช้าท่านนายพลเรียกป้าไปเตือน”

            “เ๹ื่๪๫อะไรหรือครับ”

            เด็กหนุ่มกำพร้าที่พ่อตายจาก๻ั้๹แ๻่เด็กก่อนที่แม่จะหายหน้าไปเหมือนตายจากอีกคนรีบเอ่ยถาม เขาเป็๲เด็กที่เกิดอยู่ต่างจังหวัดหลังครอบครัวล้มสลายก็ไปอาศัยอยู่กับหลวงตาที่วัดใกล้ๆบ้านเป็๲เด็กวัดที่เรียนหนังสือไปด้วย  ชื่อจริงของเขาก็เป็๲ชื่อที่หลวงตาตั้งให้แปลว่าลูกชายของพระศิวะ  หลังเรียนจบมัธยมปลายจากโรงเรียนใกล้วัด  เขาก็กราบลาหลวงตาเข้ามาเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยที่ในกรุงเทพ โดยตั้งใจว่าจะทำงานไปด้วยเพื่อส่งตัวเองเรียน เขาเอ็นฯติดคณะที่ตั้งใจไว้  แล้วเขาก็ได้รับความเอื้อเฟื้อจากผู้เป็๲ป้าซึ่งมาทำงานเป็๲คนรับใช้อยู่ที่บ้านของท่านนายพลธัชชัยหลายปีแล้วจนได้เป็๲หัวหน้าคนใช้ ป้าได้ฝากให้เขามาทำงานเป็๲ผู้ช่วยคนสวนอยู่ในบ้านของท่านนายพลด้วย โดยเขาจะทำงานในตอนเย็นหลังเลิกเรียนกับวันหยุดเสาร์อาทิตย์ แล้วได้ค่าจ้างครึ่งหนึ่งของคนสวนที่ทำงานเต็มเวลา แต่ก็น่าจะถือว่าคุ้มเพราะอยู่ที่นี่เขาไม่ต้องไปเสียค่าเช่าหอพักและมีอาหารให้พร้อม ส่วนค่าใช้จ่ายในด้านอื่นๆเขาก็จะพยายามประหยัดเพื่อเก็บเงินเอาไว้เป็๲ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเรียนซึ่งตอนนี้เขาเรียนอยู่ปีสามแล้ว  อีกเพียงปีเดียวเท่านั้นเขาก็จะเรียนจบตามที่ตั้งใจ

            “เ๹ื่๪๫ที่ท่านนายพลเรียกป้าไปเตือน  เป็๞เ๹ื่๪๫ที่เกี่ยวกับแรม”

            “เกี่ยวกับผมงั้นหรือครับ”

            เด็กหนุ่มแปลกใจ ไม่ทันรู้ว่าตนไปทำอะไรผิดใจท่านเ๯้าของบ้านเข้า

            “ท่านนายพลสั่งให้ป้ามาเตือนแรม  ว่าอย่าไปทำตัวใกล้ชิดสนิทสนมกับคุณหนูลูกแก้วให้มากนัก”

            แรมก้มหน้าลงอย่างไม่มีอะไรจะโต้แย้ง  ทำไมเขาจะไม่รู้ว่านั้นมันเป็๞สิ่งที่ไม่เหมาะควร แต่บางทีความรู้สึกจากส่วนลึกในหัวใจมันก็เป็๞อะไรที่ยากแก่การฝ่าฝืน

            “แรมทำอย่างนั้นจริงๆหรือลูก”

            นางสายหยุดถามเมื่อเห็นอาการนิ่งเงียบงันของหลานชาย

            “คนอยู่บ้านเดียวกันมาตั้งสองสามปีแล้วนี่ครับป้า  จะไม่ให้สนิทกันเลยได้ไง”

            เด็กหนุ่มแบ่งรับแบ่งสู้

            “เขาพูดกันทำนองว่าแรมอยากเป็๲หนูตกถังข้าวสาร”

            “ผมไม่เคยคิดอะไรอย่างนั้น”

            “แต่ท่าทางท่านนายพลเดือดร้อนใจมาก  ถึงกับสั่งให้ป้ามาห้ามแรมไว้ให้ได้  ไม่งั้นเขาก็จะไล่ป้าออก”

            “ทำไมครับป้า  เพียงเพราะเราจน  เพราะเราเป็๞คนใช้เขาเท่านั้นเหรอ  เราจึงไม่มีสิทธ์มีหัวใจเหมือนกับพวกเขา”

            แรมหรือ ศิวดนย์ ถามด้วยความรู้สึกขมขื่นกับชะตาชีวิตของตัวเอง เขาต้องถูกชิงชังรังเกียจเพียงเพราะสิ่งที่ไม่สามารถเลือกได้อย่างนั้นละหรือ แต่ถึงกระนั้นเขาก็คงไม่อาจฝ่าฝืนเอาแต่ใจตัวเองได้เพราะความเดือดร้อนมันจะไม่ได้มีแค่เขาเพียงคนเดียว  ป้าของเขายังมีลูกอีกสองคนซึ่งยังอยู่ในวัยเรียนที่ต้องส่งเสีย หากเขาดึงดันเอาแต่ใจ  ก็คงมีอีกหลายคนที่ต้องเดือดร้อนกับเ๱ื่๵๹นี้

            “แรมเอ๊ย  ชีวิตของคนจนอย่างเราๆมันมีทางให้เลือกอยู่ไม่มากหรอกลูก”

             

            ๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

             

            สายๆของวันเสาร์ ทิพยาดาหอบหนังสือเรียนเดินตามหาศิวดนย์ไปทั่วบริเวณบ้านเพื่อหวังจะให้เขาช่วยสอนการบ้านให้ แล้วก็บังเอิญเดินไปเจอเข้ากับนางสายหยุดเสียก่อนจึงได้ถาม

            “ป้าสายหยุดคะ  พี่แรมอยู่ที่ไหนคะ”

            “เอ่อ  คุณหนูจะหาเ๯้าแรมมันทำไมคะ”

            นางสายหยุดย้อนถามกลับไปอย่างไม่ค่อยสบายใจเพราะยังจำคำสั่งของท่านนายพลเมื่อวานนี้ได้ดี

            “ลูกแก้วจะให้พี่แรมช่วยสอนการบ้านให้ค่ะ  มันมีอยู่หลายข้อเหมือนกันที่อ่านแล้วก็ยังไม่เข้าใจ”

            “เอ่อ  ป้าไม่รู้หรอกค่ะเพราะพอตื่นเช้าป้าก็มาที่ตึกใหญ่นี้เลย”

            นางสายหยุดตอบอย่างไม่๻้๪๫๷า๹ที่จะบอกรายละเอียดใดๆเกี่ยวกับตัวหลานชายให้เด็กสาวได้รู้

            “งั้นเชิญป้าสายหยุดทำงานต่อไปเถอะค่ะ  เดี๋ยวลูกแก้วจะไปตามหาเขาเอง”

            ว่าแล้วสาวน้อยที่ยังอยู่ในวัยสดใสและแสนบริสุทธิ์ก็วิ่งตื๋อจากไปเธอเดินไปดูที่บ้านพักของเขาก่อน  เมื่อยังไม่พบอีกก็จึงเดินหาไปตามสวนไม้ดอกไม้ใบที่ปลูกไว้รอบๆบริเวณบ้าน เพราะคิดว่าเขาคงเริ่มทำงานตามหน้าที่ของตนแล้ว  เด็กสาวเดินไปจนเห็นบริเวณที่ต้นไม้ใบไม้มีหยดน้ำเกาะและมีรอยตัดแต่งกิ่งใหม่ๆให้เห็นทำให้เธอมั่นใจว่าเขาจะต้องอยู่ใกล้ๆบริเวณนั้นแน่ๆ แต่เพราะมองไม่เห็นตัวเขาเธอจึงได้ร้องเรียก

            “พี่แรมคะ พี่แรมอยู่แถวนี้หรือเปล่า  ลูกแก้วเอาการบ้านมาให้ช่วยสอนหน่อยค่ะ”