“ไอ้แรมนะเหรอ มันทำอะไรว่ะ”
“ข้าว่ามันกำลังแอบรักคุณหนู”
นายขจรทำท่ากระซิบกระซาบให้ภรรยาฟัง
“วุ้ย ไอ้นี่มันใฝ่สูงดีแท้ ไม่รู้จักตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาตัวเองเสียบ้างเลย”
นางวิไลทำท่าเย้ยหยันไปถึงเด็กหนุ่มที่พูดถึง
“มันคงหวังจะเป็หนูตกถังข้าวสารนะสิ ท่านนายพลกับคุณหญิงออกร่ำรวย แถมคุณหนูก็ยังเป็ลูกสาวคนเดียวอีกด้วย”
“เพี้ยง ขอให้พวกมันถูกไล่ออกไปกันให้หมดจริงๆเถอะข้าจะได้เป็หัวหน้าคนใช้แทนนังสายหยุดมันเสียที”
นางวิไลทำท่ายกมือพนมขึ้นท่วมหัว ขณะเดียวกันนั้นเอง ที่บ้านพักหลังที่หนึ่งซึ่งเป็หลังที่นางสายหยุดได้พักอยู่กับหลานชาย และนางสายหยุดซึ่งพึ่งเสร็จภารกิจงานในหน้าที่มาจากตึกใหญ่ก็ดูเหมือนกำลังจะเปิดฉากพูดจากับหลานชายถึงเื่เดียวกันนี้อยู่เหมือนกัน
“แรม หยุดอ่านหนังสือแล้วมาคุยกับป้าก่อนสักครู่สิลูก”
นางบอกกับเด็กหนุ่มซึ่งนั่งอยู่กับพื้นก้มหน้าอ่านหนังสือที่วางบนโต๊ะตัวเตี้ยๆอย่างคร่ำเคร่งอยู่ตรงมุมห้องโถงเล็กๆของบ้านพักแห่งนั้น ขณะที่ตัวเองก็นั่งลงบนพื้นที่ว่างทางด้านหลังเขา
“ป้ามีธุระอะไรกับผมหรือครับ”
แรมละสายตาจากหนังสือแล้วหันมาเผชิญหน้ากับผู้ที่เป็พี่สาวของบิดาอย่างตั้งใจรอฟังธุระของนาง
นางสายหยุดมองหนุ่มน้อยผู้มีโคร่งร่างผอมสูงเก้งก้างและมีใบหน้าหล่อเหลาคมคายละม้ายพ่อผู้ให้กำเนิดเป็อย่างมากนั้นแล้วก็ถอนใจออกมา นางไม่เคยคิดเลยว่าหลานชายคนนี้จะทำสิ่งที่ไม่ควรจริงๆแต่กระนั้นมันก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรจะวางใจ เพราะจิตใจของวัยรุ่นนั้นเป็อะไรที่เดาทิศทางได้ค่อนข้างยาก
“เมื่อเช้าท่านนายพลเรียกป้าไปเตือน”
“เื่อะไรหรือครับ”
เด็กหนุ่มกำพร้าที่พ่อตายจากั้แ่เด็กก่อนที่แม่จะหายหน้าไปเหมือนตายจากอีกคนรีบเอ่ยถาม เขาเป็เด็กที่เกิดอยู่ต่างจังหวัดหลังครอบครัวล้มสลายก็ไปอาศัยอยู่กับหลวงตาที่วัดใกล้ๆบ้านเป็เด็กวัดที่เรียนหนังสือไปด้วย ชื่อจริงของเขาก็เป็ชื่อที่หลวงตาตั้งให้แปลว่าลูกชายของพระศิวะ หลังเรียนจบมัธยมปลายจากโรงเรียนใกล้วัด เขาก็กราบลาหลวงตาเข้ามาเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยที่ในกรุงเทพ โดยตั้งใจว่าจะทำงานไปด้วยเพื่อส่งตัวเองเรียน เขาเอ็นฯติดคณะที่ตั้งใจไว้ แล้วเขาก็ได้รับความเอื้อเฟื้อจากผู้เป็ป้าซึ่งมาทำงานเป็คนรับใช้อยู่ที่บ้านของท่านนายพลธัชชัยหลายปีแล้วจนได้เป็หัวหน้าคนใช้ ป้าได้ฝากให้เขามาทำงานเป็ผู้ช่วยคนสวนอยู่ในบ้านของท่านนายพลด้วย โดยเขาจะทำงานในตอนเย็นหลังเลิกเรียนกับวันหยุดเสาร์อาทิตย์ แล้วได้ค่าจ้างครึ่งหนึ่งของคนสวนที่ทำงานเต็มเวลา แต่ก็น่าจะถือว่าคุ้มเพราะอยู่ที่นี่เขาไม่ต้องไปเสียค่าเช่าหอพักและมีอาหารให้พร้อม ส่วนค่าใช้จ่ายในด้านอื่นๆเขาก็จะพยายามประหยัดเพื่อเก็บเงินเอาไว้เป็ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเรียนซึ่งตอนนี้เขาเรียนอยู่ปีสามแล้ว อีกเพียงปีเดียวเท่านั้นเขาก็จะเรียนจบตามที่ตั้งใจ
“เื่ที่ท่านนายพลเรียกป้าไปเตือน เป็เื่ที่เกี่ยวกับแรม”
“เกี่ยวกับผมงั้นหรือครับ”
เด็กหนุ่มแปลกใจ ไม่ทันรู้ว่าตนไปทำอะไรผิดใจท่านเ้าของบ้านเข้า
“ท่านนายพลสั่งให้ป้ามาเตือนแรม ว่าอย่าไปทำตัวใกล้ชิดสนิทสนมกับคุณหนูลูกแก้วให้มากนัก”
แรมก้มหน้าลงอย่างไม่มีอะไรจะโต้แย้ง ทำไมเขาจะไม่รู้ว่านั้นมันเป็สิ่งที่ไม่เหมาะควร แต่บางทีความรู้สึกจากส่วนลึกในหัวใจมันก็เป็อะไรที่ยากแก่การฝ่าฝืน
“แรมทำอย่างนั้นจริงๆหรือลูก”
นางสายหยุดถามเมื่อเห็นอาการนิ่งเงียบงันของหลานชาย
“คนอยู่บ้านเดียวกันมาตั้งสองสามปีแล้วนี่ครับป้า จะไม่ให้สนิทกันเลยได้ไง”
เด็กหนุ่มแบ่งรับแบ่งสู้
“เขาพูดกันทำนองว่าแรมอยากเป็หนูตกถังข้าวสาร”
“ผมไม่เคยคิดอะไรอย่างนั้น”
“แต่ท่าทางท่านนายพลเดือดร้อนใจมาก ถึงกับสั่งให้ป้ามาห้ามแรมไว้ให้ได้ ไม่งั้นเขาก็จะไล่ป้าออก”
“ทำไมครับป้า เพียงเพราะเราจน เพราะเราเป็คนใช้เขาเท่านั้นเหรอ เราจึงไม่มีสิทธ์มีหัวใจเหมือนกับพวกเขา”
แรมหรือ ศิวดนย์ ถามด้วยความรู้สึกขมขื่นกับชะตาชีวิตของตัวเอง เขาต้องถูกชิงชังรังเกียจเพียงเพราะสิ่งที่ไม่สามารถเลือกได้อย่างนั้นละหรือ แต่ถึงกระนั้นเขาก็คงไม่อาจฝ่าฝืนเอาแต่ใจตัวเองได้เพราะความเดือดร้อนมันจะไม่ได้มีแค่เขาเพียงคนเดียว ป้าของเขายังมีลูกอีกสองคนซึ่งยังอยู่ในวัยเรียนที่ต้องส่งเสีย หากเขาดึงดันเอาแต่ใจ ก็คงมีอีกหลายคนที่ต้องเดือดร้อนกับเื่นี้
“แรมเอ๊ย ชีวิตของคนจนอย่างเราๆมันมีทางให้เลือกอยู่ไม่มากหรอกลูก”
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
สายๆของวันเสาร์ ทิพยาดาหอบหนังสือเรียนเดินตามหาศิวดนย์ไปทั่วบริเวณบ้านเพื่อหวังจะให้เขาช่วยสอนการบ้านให้ แล้วก็บังเอิญเดินไปเจอเข้ากับนางสายหยุดเสียก่อนจึงได้ถาม
“ป้าสายหยุดคะ พี่แรมอยู่ที่ไหนคะ”
“เอ่อ คุณหนูจะหาเ้าแรมมันทำไมคะ”
นางสายหยุดย้อนถามกลับไปอย่างไม่ค่อยสบายใจเพราะยังจำคำสั่งของท่านนายพลเมื่อวานนี้ได้ดี
“ลูกแก้วจะให้พี่แรมช่วยสอนการบ้านให้ค่ะ มันมีอยู่หลายข้อเหมือนกันที่อ่านแล้วก็ยังไม่เข้าใจ”
“เอ่อ ป้าไม่รู้หรอกค่ะเพราะพอตื่นเช้าป้าก็มาที่ตึกใหญ่นี้เลย”
นางสายหยุดตอบอย่างไม่้าที่จะบอกรายละเอียดใดๆเกี่ยวกับตัวหลานชายให้เด็กสาวได้รู้
“งั้นเชิญป้าสายหยุดทำงานต่อไปเถอะค่ะ เดี๋ยวลูกแก้วจะไปตามหาเขาเอง”
ว่าแล้วสาวน้อยที่ยังอยู่ในวัยสดใสและแสนบริสุทธิ์ก็วิ่งตื๋อจากไปเธอเดินไปดูที่บ้านพักของเขาก่อน เมื่อยังไม่พบอีกก็จึงเดินหาไปตามสวนไม้ดอกไม้ใบที่ปลูกไว้รอบๆบริเวณบ้าน เพราะคิดว่าเขาคงเริ่มทำงานตามหน้าที่ของตนแล้ว เด็กสาวเดินไปจนเห็นบริเวณที่ต้นไม้ใบไม้มีหยดน้ำเกาะและมีรอยตัดแต่งกิ่งใหม่ๆให้เห็นทำให้เธอมั่นใจว่าเขาจะต้องอยู่ใกล้ๆบริเวณนั้นแน่ๆ แต่เพราะมองไม่เห็นตัวเขาเธอจึงได้ร้องเรียก
“พี่แรมคะ พี่แรมอยู่แถวนี้หรือเปล่า ลูกแก้วเอาการบ้านมาให้ช่วยสอนหน่อยค่ะ”