หลังบานประตูหนักอึ้งถูกปิดลงในใจของโม่จ้านเต็มไปด้วยอารมณ์หลากหลายผสมปนเปกันมิน่าทำไมิญญาเ้าก้อน(สรรพนามในแบบฉบับโม่จ้าน)าาปีศาจตนนั้นถึงได้ถามเขาว่าอยากตายอีกรอบหรือไม่ที่แท้เป็เพราะไม่ว่าอย่างไรก็ต้องตาย ต่างกันแค่จะตายตอนนี้หรืออีกห้าวันให้หลังเท่านั้นจริงอยู่ที่ว่ารสชาติของความตายมันไม่น่าอภิรมย์แล้วรสชาติของการรอความตายมันน่าพิสมัยนักหรืออย่างไร?
ทว่าการที่ต้องถูกโซ่ตรวนเส้นใหญ่พันธนาการไว้ไม่ต่างกับปูขนทั้งยังไม่รู้ว่าจะมีอัศวินไร้สมองคนไหนเข้ามาทุบตีตนเองอีกเมื่อไหร่หากเป็เขาก็คงเลือกทำแบบเดียวกัน ยอมเดิมพันด้วยิญญาสักตั้ง แม้ว่าดวงิญญาจะต้องแตกสลายก็ดีกว่าทนถูกทรมานอยู่ที่นี่
ขณะที่โม่จ้านกำลังตำหนิติเตียนตนเองอยู่นั้นเสียงประตูถูกเปิดก็ดังขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง โม่จ้านถอนหายใจหนึ่งเฮือก ปิดเปลือกตาลงก่อนจะเริ่มทำตัวเป็ศพแข็งทื่อ
“ท่านพี่”
“......”
“ท่านพี่...”
โม่จ้านตอนนี้มิต่างกับภิกษุเฒ่าเข้าฌานเอ่ยกับตนเองในใจด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า ‘เมื่อใจสะอาด จิตเราย่อมสะอาดตาม’ถือเสียว่าเมื่อครู่เขาไม่ได้ยินสิ่งใดเลยก็แล้วกัน
“ฮึกฮือ...ท่านพี่...”เสียงเล็กเจือเสียงสะอื้นไห้ของเด็กน้อยดังขึ้นอีกครั้ง
โม่จ้านเมื่อมั่นใจแล้วว่าเสียงที่ได้ยินไม่ใช่ภาพมายาจึงตัดสินใจเปิดเปลือกตาขึ้น ก็พบกับเด็กน้อยที่กำลังแหงนหน้ามองตนอยู่ตาแป๋ว
อันที่จริงั้แ่ยังเด็กโม่จ้านมักไม่อาจรับมือกับการร้องไห้ของเด็กและผู้หญิงได้ ขอเพียงอีกฝ่ายร้องไห้โม่จ้านที่คิดว่าตนเองเป็บุรุษจิตใจเข้มแข็งก็มักจะลนลานจนทำอะไรไม่ถูกไม่รู้จะเอามือไม้ไปวางไว้ที่ไหนซึ่งตอนนี้ดวงตาเป็ประกายชุ่มหยาดน้ำตาคู่นั้นของเด็กน้อยก็กำลังจ้องมองมายังตัวเขาโม่จ้านที่กายเปลี่ยน แต่ิญญาไม่ได้เปลี่ยนถึงกับคอตั้ง ก่อนจะเบนหน้าหนีเพื่อกลบเกลื่อนความกระอักกระอ่วนในใจของตน
“ฮึกฮือฮือ...ท่านพี่...ท่านยังเกลียดข้าจริงๆ ด้วย...”
น้ำตาของเด็กน้อยไหลรินลงมาไม่ต่างกับลูกปัดสายขาดเด็กน้อยสะอื้นไห้พลางใช้ชายแขนเสื้อกว้างปาดหยาดน้ำตารอยยิ้มขมขื่นประดับอยู่บนใบหน้าอันเศร้าหมอง
“นั่นสินะ ท่านพี่ถูกสันตะสำนักจับมาลงทัณฑ์และข้าก็เป็หนึ่งในคนของสันตะสำนัก หากท่านพี่จะเกลียดข้าก็นับว่าสมควร...”
โม่จ้านจนใจทำได้เพียงเบนหน้ากลับมามองเด็กน้อยที่ร้องไห้จนน้ำตาเปรอะเปื้อนใบหน้าอย่างจนปัญญาเด็กชายตัวน้อยที่ใบหน้ากล้ำกลืนความไม่เป็ธรรมสวมชุดเครื่องแบบของสันตะสำนักจีบผ้าบนหน้าอกและชายแขนเสื้อล้วนปักลายด้วยด้ายทองหรูหราทว่ายามนี้กลับถูกน้ำตาและน้ำมูกเปรอะเปื้อนจนยับยู่ยี่
โม่จ้านเห็นเด็กน้อยสูดจมูกด้วยท่าทางกล้ำกลืนความไม่เป็ธรรมแล้วนึกอยากเงยหน้าะโขึ้นฟ้า---เขาต้องกล้ำกลืนความไม่เป็ธรรมยิ่งกว่าเสียอีก!เขาไม่มีความทรงจำในอดีตของาาปีศาจ เขาจำอะไรไม่ได้!ต่อให้มาหลอกว่าเป็ลูกชายเขา เขาก็ไม่รู้สักนิด!
เด็กน้อยเมื่อเห็นโม่จ้านก้มหน้าลงมองตนจากที่ร้องไห้ก็กลับกลายเป็เผยยิ้มแล้วกอดเอวโม่จ้านเอาไว้“ที่แท้ท่านพี่ก็ยังเชื่อข้า”
เชื่อแล้วมีประโยชน์อันใดเ้าจะพาข้าออกไปจากที่นี่ได้หรืออย่างไร?
“หมีเอ๋อร์เพียงอยากจะอยู่กับท่านพี่ให้มากสักหน่อย”เด็กน้อยนั่งอิงต้นขาของโม่จ้านแล้วถอนหายใจเสียงเบา“เวทกาลักพลังปีศาจส่งผลร้ายต่อเผ่าปีศาจถึงเพียงนั้น จะต้องเ็ปมากเป็แน่แต่ข้ากลับทำอะไรไม่ได้สักอย่าง…”
“ท่านพี่ถูกใส่เครื่องจองจำิญญาและถูกกักขังไว้ในคุกนอกรีตข้าได้ยินเหล่าอัศวินบอกว่าท่านพี่ขัดขืนรุนแรงกระทั่งสมเด็จพระสันตะปาปายังไร้หนทางทำให้ท่านพี่สงบลง…ตลอดหลายวันมานี้ท่านพี่ไม่มีกระทั่งเสียงร้องข้ายังคิดว่า ยังคิดว่า…”
เด็กน้อยเอ่ยไปเอ่ยมาน้ำตาก็เริ่มไหลรินออกมาอีกครั้ง
อดีตาาปีศาจตนนี้น่าเวทนาถึงเพียงใดกัน…โม่จ้านลอบจุดเทียนไขให้ผู้าุโในใจอย่างเงียบเชียบเดิมทียังคิดอยากลูบหัวเด็กน้อย ทว่านอกจากลำคอร่างทั้งร่างของตนไม่มีส่วนใดขยับเขยื้อนได้เลยสักอย่างดังนั้นจึงทำได้เพียงปล่อยผ่านไป
“จองจำิญญาของเผ่าปีศาจภายหลังค่อยดูดกลืนพลังปีศาจไปทีละนิดยามปกติพระสังฆราชเ่าั้คอยสอนสั่งให้ข้าใจคอกว้างขวางมีเมตตาอารีนึกไม่ถึงว่าลับหลังจะใช้วิชาโเี้เช่นนี้กับท่านพี่” เด็กน้อยกำหมัดแน่นดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยเส้นเื แววตาฉายชัดถึงความเกลียดชังอันยากบรรยายเป็คำพูด
สิ่งที่เ้ายังไม่เคยพบเห็นมีมากมายนักในโลกก่อนหน้าที่สงบสุขถึงเพียงนั้น ยังมีการลอบใช้แผนการน่าสะอิดสะเอียนนับประสาอะไรกับที่นี่โม่จ้านมองเด็กน้อยตรงหน้าก่อนเผยสีหน้าขมขื่นออกมาอย่างอดไม่ได้ผู้ที่เพิ่งจบการศึกษาทั้งยังมีนิสัยใจคอบุ่มบ่ามเช่นตนยังถูกเงินเดือนอันน้อยนิดนั่นลับความสามารถจนทื่อ
…เดี๋ยวสิ เหมือนจะมีบางอย่างไม่ถูกต้องในเมื่อเป็น้องชายของเขา แล้วทำไมเขาถึงกลายเป็าาปีศาจแต่เด็กนั่นกลับเข้าสันตะสำนัก?
ทว่าสีหน้าแค้นเคืองของเด็กน้อยที่แสดงออกไม่เหมือนกับเสแสร้งแกล้งทำยิ่งไปกว่านั้นเด็กน้อยคนหนึ่งจะมาหลอกาาปีศาจที่ใกล้จะตายทำไมกัน? ดูท่าแล้วความเป็มาของเื่นี้คงจะสลับซับซ้อนมากกว่าที่เขาคิด
โม่จ้านนึกอยากเอ่ยปากถามทว่าเมื่อคำพูดมาอยู่ที่ริมฝีปากกลับต้องถูกกลืนกลับลงไป — จะถามยังไง? ข้าเป็ใคร ข้าอยู่ที่ไหน ก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้นแล้วพ่อกับแม่เล่าไปอยู่ที่ไหน?
ทันทีที่คำถามเหล่านี้หลุดออกไปเด็กน้อยที่อยู่ตรงหน้าจะต้องสงสัยเขาเป็แน่หากรู้ว่าในร่างาาปีศาจไม่ใช่ิญญาดั้งเดิม เด็กน้อยจะถือมีดพุ่งเข้ามาเพื่อ‘แก้แค้น’ ให้พี่ชายหรือไม่…
โม่จ้านรู้สึกอัดอั้นตันใจอยากที่จะพูดบางอย่างแต่กลับต้องชะงักเอาไว้ให้เขาไปแบกปืนสังหารศัตรูหรือขายของทำบัญชีอะไรก็ได้แต่เขาไม่ถนัดเื่ใช้ลูกไม้ เล่นาประสาท หรือใช้คำพูดจาหว่านล้อมจริงๆ !ยามนี้เวลานี้ โม่จ้านนึกเสียใจภายหลังเหลือเกินที่เมื่อชาติก่อนไม่ได้ดูละครการเมืองหรือบทละครในวังหลังอย่างน้อยคงพอได้เรียนรู้วิธีการพูดจามาบ้างไม่มากก็น้อยใช่หรือไม่?
ความคิดยุ่งเหยิงตีพันกันในหัวอยู่หลายรอบจนในที่สุดโม่จ้านก็ตัดสินใจเอ่ยปากออกไป
“…สถานการณ์ของพวกเขาเป็อย่างไรบ้าง?” ในเมื่อกลัวว่าการถามแบบเจาะลึกจะเผยพิรุธเช่นนั้นก็เอาไปแบบคลุมเครือเถอะอย่างไรการถามออกไปแบบนี้ก็คงจะได้รับข่าวคราวที่เป็ประโยชน์กลับมาบ้าง
เด็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงของพี่ชายจึงเงยหน้าขึ้นเผยสีหน้ายินดีระคนประหลาดใจก่อนจะโบกมือสื่อให้รอครู่หนึ่ง จากนั้นวิ่งหายออกไปข้างนอกขณะที่โม่จ้านกำลังมึนงงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เด็กน้อยก็ยกจอกน้ำชาวิ่งเข้ามาพยายามเขย่งปลายเท้าส่งไปจรดริมฝีปากของาาปีศาจพร้อมทั้งเงยหน้าเอ่ยพึมพำเสียงเบา
“นี่คือน้ำชาที่เอามาจากในตัวเมืองเพื่อใช้รับแขกข้าไม่กล้าเอาน้ำของสันตะสำนักให้ท่านพี่ดื่ม…”
น้ำรสหวานสดชื่นไหลผ่านลำคอแห้งผากโม่จ้านรู้สึกซาบซึ้งใจจนแทบจะร้องไห้ออกมาเหตุใดน้องชายจึงว่านอนสอนง่ายถึงเพียงนี้ เทียบกับน้องชายในชาติก่อน คนคนนั้นกลับชอบตีหน้าขรึมใส่ทุกคนวันทั้งวันเอาแต่เปิดปากพล่ามถึงเื่เงินเดือนไม่ก็เื่งาน?
“ได้ยินหัวหน้ากองอัศวินบอกว่าหลังจากพี่ใหญ่ถูกจับปู้ไหลเต๋อเ้าคนทรยศได้ถูกเจี๋ยหลัวกับอามู่ไล่ต้อนไปจนถึงริมหน้าผาจากนั้นจึงะโลงไปเพื่อฆ่าตัวตายแล้วขอรับ”
เด็กน้อยขบเขี้ยวเคี้ยวฟันพลางกำจอกน้ำชาในมือแน่นกระทั่งข้อต่อกระดูกยังกำเข้าหากันจนเกิดเป็รอยแดง
“คนผู้นั้นถึงตายก็ไม่อาจชดใช้บาปกรรมได้ ทั้งๆที่ท่านพี่เป็คนคอยดูแลเขามาโดยตลอด กระทั่งทักษะการต่อสู้ ท่านพี่ก็ยังเป็คนสอนนึกไม่ถึงว่าเขาจะเปิดโปงความลับต่อโถงพิพากษาในยามคับขัน”
“อีกทั้งยามนี้เผ่าปีศาจก็แทบจะสูญสิ้นหมดแล้ว…เฮ้อเจี๋ยหลัวถูกกองอัศวินทำให้าเ็สาหัส จนป่านนี้ก็ยังไม่รู้ว่าอยู่ที่ใดส่วนอามู่หนีไปทางฝั่งตะวันออก คาดว่าคงกำลังเร้นกายอยู่ในป่าแล้วกระมังถึงอย่างไรเขาก็เป็ภูตความมืด เผ่าภูตน่าจะยอมรับเขา” หมีเอ่อร์ถอนหายใจอีกครั้ง“กองทัพทั้งสี่เหลือเพียงกลุ่มเล็กๆ ของกองทัพที่สามที่หนีไปยังตรอกขี้เถ้าส่วนคนอื่นๆ ข้าก็ไม่รู้แล้วเช่นกัน ทั้งยังไม่มีสิทธิ์รู้ด้วยขอรับ”
โม่จ้านลอบจดจำชื่อคนไม่กี่คนและสถานที่เอาไว้ในใจจากนั้นจึงเอ่ยคำถามที่สองออกไป “…ระยะนี้ ข้างนอกมีเื่ใหญ่อะไรหรือไม่?”
ยังไม่ทันเอ่ยคำสุดท้ายจบดวงตาของเด็กน้อยที่เพิ่งปาดน้ำตาออกก็เริ่มแดงก่ำอีกครั้ง“หลังจากพี่เกอลี้ย่าได้ยินว่าท่านถูกจับก็เอาแต่ร้องไห้และเก็บตัวอยู่ในบ้านข้าพยายามเกลี้ยกล่อมนาง แต่นางบอกว่า‘เพราะพวกสัตว์เลิศเลอเช่นเ้าทำให้พวกเราไม่อาจอยู่อย่างสงบ’ก่อนจะถีบข้าออกไปนอกประตู กว่าท่านป้าหากุญแจพบนางก็ดื่มยาแปรธาตุปลิดชีพตนเองแล้ว”
เ้าของร่างเดิมไม่ได้มีแค่แฟนสาวแต่แฟนสาวยังเป็คนรักมั่น สหายโม่ผู้เป็โสดมาสามสิบปีรู้สึกกลัดกลุ้มใจยิ่งนักประกายไฟแห่งความอิจฉาดวงเล็กของโม่จ้านลุกโชนขึ้นมา
“ฮือๆๆ ล้วนแต่เป็ความผิดของข้าล้วนแต่เป็ความผิดของข้าทั้งสิ้น!” เมื่อเห็นสีหน้าอึมครึมของพี่ชายหมีเอ่อร์ก็ร้องไห้หนักกว่าเดิม “หากมิใช่เพราะเมื่อสามปีก่อนข้าอยากเข้ามาเที่ยวเล่นในเมืองก็คงไม่ต้องบังเอิญพบพระสังฆราชเ่าั้ยิ่งไม่มีทางถูกจับมาเป็พระบุตรศักดิ์สิทธิ์ลำดับสามอะไรนั่นสายเืของท่านพี่ก็คงไม่ถูกล่วงรู้เข้าเช่นกัน…ยามนี้ครอบครัวถูกทำลายกระทั่งพี่เก๋อเหลยเกอหลี่ยังหายตัวไปด้วย…ฮึกฮือๆ…ฮือๆๆๆ”
โม่จ้านที่กำลังปวดหัวจะปลอบใจก็ไม่ได้จะไม่ปลอบใจก็ไม่ได้ ถูกกวนใจจนในหัวกลายเป็ความยุ่งเหยิงอีกครั้งได้แต่หวังให้มีคนเข้ามาขัดจังหวะการร้องไห้ที่ดังขึ้นเรื่อยๆ ของเด็กน้อย
คล้ายเทพเซียนจะได้ยินเสียงวิงวอนของโม่จ้านเสียงระฆังดังแ่จากด้านหลังบานประตูทำให้เด็กน้อยที่กำลังเอามือปิดดวงตาสะดุ้งใรีบปาดน้ำตาบนใบหน้าให้สะอาด จากนั้นเงยหน้าเอ่ยกับโม่จ้านว่า“ระฆังเปลี่ยนเวรยามดังขึ้นแล้ว หากยังไม่ยอมกลับไปพวกเขาจะสงสัยเอาได้วันหลังหมีเอ่อร์จะมาอยู่เป็เพื่อนท่านพี่อีกขอรับ”
เด็กน้อยวิ่งเหยาะขึ้นบันไดจากนั้นใช้พลังมหาศาลดึงประตูใหญ่ฉาบทองมิวายยังหันกลับมามองโม่จ้านอีกครั้งก่อนจะค่อยๆปิดบานประตูเข้าหากันอย่างอาลัยอาวรณ์
ด้านนอกช่องประตูสว่างไสวอย่างมากคล้ายกับแสงเทียนส่องสว่างยิ่งกว่าแสงตะวันในขณะที่ห้องขังและโลกภายนอกถูกตัดขาดจากกันอีกครั้งในที่สุดโม่จ้านผู้เหน็ดเหนื่อยหัวใจก็ได้มีเวลาประมวลข่าวสารที่เพิ่งได้รับมา
ร่างกายของตนยามนี้คือาาปีศาจไม่ผิดแน่ถูกสันตะสำนักจับตัวมาไว้ที่นี่อัศวินผู้นั้นบอกว่าอีกห้าวันให้หลังจะมีพิธีตัดสินเวลาที่เหลือให้ตนมีไม่มากแล้วจริงๆ
‘เขาเป็ใคร’ และ ‘เขาอยู่ที่ไหน’ ได้รับคำอธิบายแล้วส่วน ‘ก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้น’ สามารถใช้สมองคิดเพิ่มเติมได้ว่า พี่น้องสามคนมีสองคนเข้ามาเที่ยวเล่นในเมือง ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นคนหนึ่งถึงเข้าสันตะสำนักอีกคนกลายเป็าาปีศาจหลังทั้งสองฝ่ายเริ่มทำาทำให้คนทรยศอย่างปู้ไหลเต๋อหักหลังกองทัพปีศาจน้องชายที่เหลืออยู่อีกคนหายตัวไป ผู้บัญชาการระดับสูงทั้งสองคน คนหนึ่งตาย คนหนึ่งหายสาบสูญกองทัพทั้งสี่เหลือทหารเพียงน้อยนิดที่หนีรอดไปยังสถานที่ที่เรียกว่าตรอกขี้เถ้าคู่หมั้นสาวของาาปีศาจคนก่อนยอมตายถวายความรักตอนนี้เื่ราวทั้งหมดก็มีเพียงเท่านี้
ซึ่งดูเหมือนจะไม่มีอะไรที่เป็ประโยชน์ต่อการหนีรอดของตัวเขาเลยสักนิดโม่จ้านเงยหน้ามองท้องฟ้า ท้องฟ้าที่เป็แค่ฝ้าเพดาน
คล้ายกับความรู้สึกของเด็กน้อยจะไม่ใช่เื่โกหกแต่คาดว่าคงจะอับจนหนทางเพราะสถานการณ์เช่นนี้ไม่ต่างกัน ดูจากชื่อ‘พระบุตรศักดิ์สิทธิ์ลำดับสาม’ก็เดาได้แปดส่วนแล้วว่าจะต้องมีลำดับหนึ่งลำดับสองอยู่เหนือกว่าเขานอกจากนั้นเมื่อเป็นักโทษถูกจองจำก็ต้องมีการคุ้มกันอย่างแ่าเพียงสายโซ่เส้นใหญ่ไม่กี่เส้นที่พันธนาการอยู่ในยามนี้ก็ไม่อาจหลุดพ้นแล้วาาปีศาจคนก่อนจะต้องแข็งแกร่งกว่าตนมากเป็แน่ทว่าท้ายที่สุดยังทำได้เพียงใช้ิญญาแลกิญญา มิน่าเล่าถึงได้บอกกับตนว่า‘ตายอีกรอบ’
มีประโยคหนึ่งพูดเอาไว้ว่าอะไรสักอย่าง? ชีวิตก็เหมือนกับการข่มขืน ในเมื่อไม่อาจต่อต้านเช่นนั้นก็จงเสพสุขเถิด? โม่จ้านคิดในใจ
ขอร้องล่ะให้เสพสุขจากการรอความตาย? มันจะไปเสพสุขได้อย่างไรกันเล่า…
แม้จะพูดเช่นนี้ทว่าโม่จ้านกลับไม่ได้ผิดหวังมากนักอีกทั้งวันนี้มีแต่เหตุการณ์แปลกประหลาดเกิดขึ้นมากมายทำให้นอกจากความรู้สึกเหนื่อยแล้วสหายโม่ของพวกเราก็ไม่รับรู้อะไรอีกเดิมทีชีวิตนี้ที่ควรจบสิ้นไปแล้วก็กลับกลายเป็ได้มีชีวิตต่ออีกห้าวันเพื่อทนรับความทรมาน เช่นนั้นอยากจะทำอะไรก็ทำไปเถอะ
ชีวิตนั้นสำคัญแต่การนอนสำคัญกว่า [1] หนังตาบนและล่างต่อยตีกันไม่ยอมหยุดความง่วงงุนค่อยๆ เข้าครอบงำสติสัมปชัญญะของโม่จ้านไปทีละน้อย
เชิงอรรถ
[1] ชีวิตนั้นสำคัญ แต่การนอนสำคัญกว่า 生命诚可贵,睡眠价更高 ดัดแปลงมาจาก ชีวิตนั้นสำคัญ ความรักสำคัญยิ่งกว่า 生命诚可贵 爱情价更高