/I will spread an umbrella for you/
“น้ำตกกกกกกกกกกก”
“จิมมี่อย่าะโสิลูก”
เสียงแจ้วของคนหลายคนจากเอ่ยดังพร้อมกันทันทีที่มาถึงอุทยานน้ำตก ในตอนแรกพวกเราก็แพลนไว้ว่าจะไปสวนสัตว์กันแต่เพราะมีคนร้องงอแงว่าอยากจะมาน้ำตกก่อนลุงกับป้าเลยต้องตามใจ
ผมลงจากรถพลางดันมีนที่ยืนขวางทางลงมองรอบๆเหมือนวันนี้นักท่องเที่ยวจะเย็นเป็พิเศษคงอาจจะเพราะวันนี้เป็วันหยุดสุดสัปดาห์คนเลยเยอะเป็พิเศษ
“ว้าาาา กลิ่นน้ำตกมันช่างชื่นใจเสียจริง”
“สมใจอยากแล้วสิคุณหญิง”
“ฮือออ โคตรๆ”
จาคนเื่มากกู่ร้องด้วยความดีใจ ก็แน่ล่ะตัวเองงอแงจนได้สมใจอยากแล้วนี่คราวนี้ก็ไม่มีสิทธิเรียกร้องแล้วล่ะ ทุกคนเดินจากรถไปตามทางที่อุทยานได้กำหนดเอาไว้ให้ระหว่างทางผมไม่ลืมจะหยิบกล้องโพลาลอยด์ขึ้นมาถ่ายบรรยากาศ
“เร็นมาถ่ายรูปกัน” ผมหันมองจาที่ตอนนี้ไปยืนรวมกับทุกคนยกเว้นป้ากับลุงที่หน้าป้ายยินดีต้อนรับหน้าทางเข้า
“อืม”
ผมเข้ามายืนฝั่งซ้ายสุดยืนเรียงกันเวย์ริมขวาสุดตามด้วยมีน จา จิมมี่ที่ยืนอยู่ตรงกลางโดยมีป้าและลุงเป็คนถ่ายให้
“เอาล่ะนะ หนึ่ง สอง ซั่ม”
“ได้แล้วๆ”
“หนูดูด้วยยย”
มันเป็ภาพที่คนสี่คนพร้อมกับเด็กน้อยที่ยืนโง่ๆให้ผู้ใหญ่ถ่ายให้ แต่สำหรับผม มันก็มีความสุขดีนะ
เดินเข้ามาถึงในตัวส่วนน้ำตกเป็โซนชั้นแรกที่น้ำจาก้าจะไหลมาบนจบกัน ตรงจุดนี้มีนักท่องเที่ยวค่อนข้างที่จะเยอะพอสมควรเราเดินต่อกันไปอีกหน่อยมาถึง่ที่คาดว่าน่าจะเป็ชั้นที่สอง มีคนบ้างประปรายพอสมควรแต่ก็ไม่ได้เยอะจนแน่น พวกเราตั้งปักหลักกันที่นี่ลุงกับป้าเลือกนั่งปูเสื่อกันอยู่ที่โขดหินกว้างที่มีต้นไม้บดบังส่วนคนโตอย่างจาก็อุ้มจิมมี่ลงน้ำไปแล้ว
“เชี่ย แม่งมีปลาด้วย”
“น้ำตกก็ต้องมีปลาป่าวว่ะ มีงนี่ถามแปลก”
“เร็นนนนน น้ำตกมีปลาด้วยแหละ”
“อือ”
ผมพยักหน้าตอบก่อนจะหย่อนตัวลงที่ขอบน้ำตกหย่อนขาลงในน้ำความเย็นแล่นเข้าสู่กระแสเืทันทีที่ขาัั ปลานับสิบตัวที่เคยว่ายวนอยู่เมื่อขาลงจุ่มน้ำพวกมันก็แตกกระจายทันที
“ไอ้เวย์!! ไอ้เชี่ยนี่!!! อ๊ากกกกก เอาออกไป!!”
“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ”
เสียงโวยวายให้ผมที่นั่งอยู่หันไปมองจาที่ยืนอยู่ไม่ไกลกำลังวิ่งหนีเวย์ที่ถือปลาวิ่งใส่ โดยมีจิมมี่ที่นั่งอยู่ขอบหินหัวเราะอย่างชอบใจ จะว่าไปก็เหมือนเด็กๆนะนั่น ทั้งความดื้อและความน่าเอ็นดู
เอ๊ะ? เอ็นดู
“ไม่ไปเล่นกับเขาไง”มีนเอ่ยพลางนั่งลงที่ข้างๆ
“ไม่ล่ะ ขอนั่งตรงนี้ดีกว่า”
“มึงล่ะ”
“เดี๋ยวค่อยลง”
เสียงน้ำตกไหลกระทบจาก้าสู่ด้านล่างทำให้ไอเย็นจากละอองน้ำแผ่กระจายไปทั่วทำให้สายรุ้งบางๆอยู่พอประปราย ผมยกกล้องโพลาลอยด์ใส่กรอบกันน้ำขึ้นถ่ายแต่ฟิล์มรูปมันไม่ได้กันนะ
“พี่เร็นนนนนนน มาเล่นกัน” จิมมี่ะโเรียกมาจากอีกฟาก แต่มองไปพึ่งสังเกตจะว่าไปสองคนนั้นหายไปไหน ด้วยความห่วงจิมมี่ผมเลยเดินไปวางกล้องที่ป้ากับลุงนั่งอยู่ ให้ตายเถอะสองคนนั้นเล่นเพลินจนลืมน้องเลยรึไง
ผมหย่อนตัวลงน้ำนั่งลงที่ข้างจิมมี่พลางทอดมองออกไปด้านหน้ากวาดสายตามองรอบๆเพื่อหาเวย์กับจาแต่ก็ไม่เจอ
“จิมมี่ พี่เวย์กับพี่จาไปไหน”
“นู่นนนนนนน”
มือน้อยๆขี้ไป้าอีกชั้นของน้ำตกที่มีหน้าผาสำหรับทางน้ำตกไหล เห็นเงาของใครบางคนที่คุ้นเคยอยู่ลางๆ เดี๋ยวขึ้นไปทำอะไรกันบนนั้นน่ะ
“มันขึ้นไปทำอะไรบนนั้นกันว่ะน่ะ”
ภาพที่เวย์ค่อยๆเดินออกมาจนสุดขอบโดยมีจาเกาะหลังตามอย่างกลัวๆ เหมือนเขาจะเห็นผมเวย์โบกมือให้เล็กน้อยอย่างไกลๆ
“เดี๋ยวๆๆๆ มึงกูกลัว”
“มาขนาดนี้จะกลัวอะไรล่ะ มาเร็ว”
“เง้ออออออ”
เสียงถกเถียงดังแต่ด้วยเสียงน้ำตกที่ดังกว่าคนด้านล่างเลยไม่ได้ยิน เวย์เตรียมพร้อมที่จะะโแล้วแต่จายังไม่พร้อม สูดลมหายใจนับหนึ่งถึงสามะโสู่ชั้นเบื้องล่างเกิดเสียงกระทบกันดังจนใครหลายคนต่างพาหันมามอง คนสองคนผุดขึ้นจากน้ำแน่นอนว่าเสียงโวยวายคนแรกคงไม่พ้นจา
“โฮ้ยยยย ไม่โอเคฝุดๆ”
แต่อีกคนหายไป ผมคิ้วขมวดกวาดสายตามองรอบๆที่ตรงพวกเขา บอกตามตรงว่าโคตรเป็ห่วง เขาอยู่ที่…
อีกคนโผล่ขึ้นตรงหน้าทันทีทำให้ผมสะดุ้งเซถอยหลังไปเล็กน้อย มือหนาเอื้อมคว้าเพื่อไม่ให้อีกคนเสียหลักก่อนจะใช้มือว่างเสยผมเปียกชุ่ม เผยให้เห็นใบหน้าเนียนที่มีน้ำเกาะอยู่ทั่วใบหน้า
“เล่นบ้าอะไรเนี่ย”
“เห็นเหงา เลยมาเล่นด้วย”
“บ้ารึไง”
“มั้ง คงบ้าที่อยากเล่นกับเธอ:)”
ก้อนเนื้อข้างในอกเต้นตุ๊บๆรอยยิ้มเ้าเล่ห์เล่นกับหัวใจอีกแล้ว เบนลายตาไปทางอื่นพลางแกะมือของอีกคนที่เอว
“เขินหรอ”
“เปล่า”
“หึ เขินก็บอกว่าเขินดิ”
“มั่วแล้ว”
ผมไม่ได้เขินแต่อุณหภูมิที่แก้มมันร้อนจนแทบจะะเิ ผมดันอกของอีกคนแต่เหมือนจะไม่ขยับด้วยความเปียกของเสื้อผ้าทำให้มือััหน้าท้องแกร่งได้อย่างชัดเจน ผมแอบกลืนน้ำลายดังอึกใจเต้นแทบจะหลุดออกมาจากอก ให้ตายเหอะผมไม่เคยเป็แบบนี้มาก่อนเลย เพียงเสี้ยววินาทีตัวของผมลอยขึ้นจากน้ำรู้ตัวอีกทีตัวเองก็ถูกอุ้มพาดบ่าอีกคนไปแล้ว
“ทำบ้าอะไร ปล่อย!”
“อยู่เฉยๆสิจ๊ะ”
มือหนาพากเข้าที่บั้นท้ายผมดังเพี๊ยะ เวรเอ้ยนี่เขาเล่นบ้าอะไรวะเนี่ย เขาเดินดุ่มผ่ากระแสน้ำขึ้นทางเดินข้างๆน้ำตกเสียงของจาตามดังมาแต่ไกล
“เฮ้ย ไอ้เวย์จะเอาเร็นไปไหนอ่ะ”
“เดี๋ยวมา”
ผมได้แต่ทำตัวนิ่งใจหนึ่งก็อยากจะดิ้นให้หลุดนะแต่ด้วยทางเดินที่ไม่เรียบและเสี่ยงต่อการล้มผมเลยต้องยอมให้เขาแต๊ะอั๋งแบบนี้
“ปล่อยเดี๋ยวนี้เลยนะ”
“ปล่อยแน่แต่เดี๋ยวขอถึงที่ก่อน”
“จะพาไปไหนเนี่ย”
“พาไปขึ้น์”
“อะไรนะ!!!”
คำพูดกำกวมทำให้ผมคิดไปไกลผมดิ้นแรงพลางตีเข้าที่ไหล่กว้าง ไม่นานก็ถึงที่หมายเวย์ค่อยปล่อยผมลงอย่างเบาที่สุด ทันทีที่พื้นแตะลงบนพื้นคิ้วเรียวก็ขมวดปมทันที ผมกวาดสายตามองรอบๆที่นี่คือชั้นสอง ชั้นสองที่สองคนนั้นก่อนหน้ามาะโกัน ผมมองเวย์เราสบตากันคงไม่ใช่อย่างที่ผมคิดหรอก
“โดดกัน”
นั่นไง
“โดดไปคนเดียวเถอะ”
“จะทิ้งกันหรอ”
สายตาเศร้าน้ำเสียงอ่อนที่มองมาทางผม ไม่ เวย์แค่แสดงละครแน่ๆ เขาร้ายกาจจะตายไปอย่าลืมสิเร็น
“ถ้าอยากโดดก็โดดไปคนเดียวสิ”
“ก็โดดด้วยกัน อยากไปด้วยกัน…กับเธอ”
“แต่-”
“ได้มั้ยครับ”
น้ำเสียงออดอ้อนแบบนี้อีกแล้ว แล้วผมจะปฏิเสธได้ยังไงล่ะ
“พ่อวัวแค่อยากทำอะไรหลายๆกับแม่วัวเอง”
“เฮ้อ ครั้งเดียว”
“หลายครั้ง”
“ในฐานะอะไรล่ะ”
เราสบตากันเงียบกันอยู่ครู่ สถานะตอนนี้มันบ่งบอกถึงความไม่ชัดเจนเอาเสียเลย fwb หรอ เพื่อนของญาติหรอ คนรู้จักที่สนิทหรือคู่นอน
“ทุกสถานะ”
“?”
“ขอทำอะไรหลายๆอย่างด้วยกัน ไม่ว่าจะอยู่สถานะไหนก็ตาม ได้มั้ย”
คำตอบที่ไม่คาดคิดออกจากปากอีกคน ผมมองเวย์ก่อนจะยกยิ้มขึ้น ทั้งที่น้ำเย็นเฉียบแต่อุณหภูมิในร่างกาวกับร้อนฉ่าแทบจะไหม้ ให้ตายเหอะคนๆนี้นี่นะ
“อืม”
แม่ง โคตรโรแมนติกเลย
“ป่ะ ไปโดดน้ำตกกัน”
มือหนาเอื้อมจับมือดึงผมให้เดินตาม ความอบอุ่นจากมือใหญ่มันทำให้รู้สึกปลอดภัยทั้งๆที่เราในจุดที่มันน่ากลัวและอันตรายด้วยซ้ำ
“มันสูงเกิน”
“เชื่อใจพ่อวัวคนนี้มั้ย”
ไม่เชื่อใจเขามาตลอด เขาคือคนร้ายกาจ เ้าเล่ห์
“อืม”
“:)”
แต่ก็แอบเชื่อใจเขา
แอบเชื่อมาตลอด
“พร้อมนะ”
“อือ”
“หนึ่ง สอง…”
ว่าเขาจะปกป้องและคอยสวมกอดเวลาที่ผม้า
|
“โห่ ยุงโคตรเยอะ”
“นี่มันต่างจังหวัดนะยุงจะเยอะก็ไม่แปลก”
“จะกรุงเทพหรือต่างจังหวัดยุงแม่งก็เยอะทุกที่แหละ”
เสียงบ่นของสองคนตรงข้ามยังไม่หยุดั้แ่อาหารมื้อเย็น พวกเราทั้งสี่นั่งสุมหัวรอบกองไฟอยู่ที่หน้าบ้านส่วนจิมมี่ก็หลับปุ๋ยนอนกับป้าไปเป็ที่เรียบร้อย บรรยากาศตอนค่ำนั่งเล่นรอบกองไฟพลางมองดูดาวบนท้องฟ้าไปพลางเปลี่ยนบรรยากาศแบบนี้ก็ดีไปอีกเหมือนกัน
“ถ่ายหรออ่ะ”
ผมยกกล้องโพลาลอยด์ขึ้นถ่ายเก็บภาพไว้เป็ความทรงจำ ั้แ่มาที่นี่ผมถ่ายรูปเก็บไว้ได้หลายรูปแล้ว ส่วนใหญ่ก็ถ่ายวิว รูปเดี่ยวถ่ายทุกคน แต่ไม่มีรูปเดี่ยวของเวย์
แล้วทำไมผมต้องถ่ายรูปเดี่ยวของเวย์ด้วยล่ะ
“มึงง่วงก็ไปนอนนะเพื่อน ตาจะหลับอยู่แล้วเนี่ย”
“หาวววว กูอยากไปนอนนะแต่คงไม่ได้ว่ะ”
“ทำไมวะ”
“แม่วัวยังอยู่ตรงนี้พ่อวัวจะหนีไปไหนได้ล่ะ เนาะ”
“เดี๋ยว คบกันแล้วหรอ”
เราต่างเงียบได้ยินแต่เสียงของไฟในกองกับเสียงลมที่โชยพัดเบาๆ ผมคิ้วขมวดมองอีกคนและมีนจาก็คิ้วขมวดมองต่ออีกทอด เอาสิ ความบันเทิงมาแล้ว
“ป่าว”
“…”
“แต่เดี๋ยวก็คบ”
“หูวววววว”
เสียงแซวขึ้นพร้อมกันส่วนผมไม่ได้ตอบอะไร จู่ๆอุณหภูมิในร่างกายก็ร้อนขึ้นมาทันตาผมเบนสายตาไปทางอื่นเพราะรู้ว่ายังไงก็โดนแซว
“ไม่อยากกลับเลย อยากอยู่ที่นี่ยาวๆ”
“มึงก็อยู่สิ ใครห้ามล่ะ”
“โถ่ ห้ามกูหน่อยก็ได้ป่ะ”
“ไม่ห้ามหรอกมึงอ่ะ”
บทสนทนายังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ มีความรู้สึกหนักเกิดขึ้นที่ไหล่ขวาผมมองศรีษะของใครบางคนที่เอนซบลง
“เธอ”
“…?”
“พ่อง่วง”
ผมคิ้วขมวดกับคำแทนตัวเองที่มาแปลก ทำไมต้องเป็พ่อ แล้วใครคือพ่อ
“ใครพ่อ”
“พ่อเวย์เนี่ย ง่วงแล้ว”
“ทำไมต้องเป็พ่อด้วย”
“เอ้า ก็พ่อวัวไงลืมแล้วหรอเราอ่ะ”
อีกคนเงยหน้าส่งสายตาอ้อนก่อนจะเอนพิงซบไหล่อีกครั้ง ผมส่ายหัวพลางจับหัวของอีกคนให้เอนได้อย่างถนัด คนๆนี้มันชอบทำให้ใจสั่นอยู่เรื่อยเลยจริงๆ
“ไอ้เวย์มึงแอบซบพี่กูหรอ เดี๋ยวเถอะ เดี๋ยวโยนเข้ากองไฟเลย”
“มึงกล้า”
“กล้าดิ เร็นถีบมันเข้ากองไฟเลย”
“โถ่กากว่ะ”
“อะไร ใครกาก มึงอย่ามามั่วกูนี่หรอกาก โถ่~”
ผมยกยิ้มเล็กน้อยพลางส่ายหัวกับความเด็กน้อยที่ตีกันเพียงเพราะความหวงไม่เข้าเื่ หยิบมือถือขึ้นเช็คเวลาจะว่าไปนี่ก็ปาไปสามทุ่มกว่าแล้วคงต้องได้เวลาเข้าบ้านแล้
“เข้าบ้านเถอะสามทุ่มแล้ว”
“สามทุ่มแล้วหรอ หาววววง่วงพอดี”
“ไอ้จาปิดปากหน่อยยุงบินปากแล้วเนี่ย”
“อุ๊ย”
ผมหยิบถังน้ำเทรอบๆกองไฟให้ชุ่มเพื่อจัดการดับไฟให้เรียบร้อยใช้มืออังที่กองไฟเช็คว่าไฟดับแล้วก่อนจะเก็บข้าวของลุกเตรียมเข้าบ้าน
“ฝันดีน้าาาาา”
“ฝันดี”
เอ่ยลาแยกย้ายกันเข้านอนเหลือเพียงผมและเวย์ที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิม ผมเช็ครอบๆว่าทุกอย่างเข้าที่หมดเหลืบเห็นบางคนที่ยืนมองท้องฟ้าอย่างไม่ละ ผมเดินเข้าไปหาก่อนจะเอ่ยบอกให้อีกคนเข้าบ้าน
“เวย์ เข้าบ้านได้แล้ว”
“เหมือนครอบครัวเลยเนาะ”
“อะไร”
“พอมานึกๆดูก็ั้แ่ที่เราเล่นพ่อวัวแม่วัวกันมา มันไม่ได้รู้สึกว่าเหมือนเราเล่นกันเลย แต่มันเหมือนเราเป็ครอบครัวกันจริงๆมากกว่า”
ประโยคนั้นทำให้ผมชะงัก ครอบครัวหรอ ผมเป็แม่ เวย์คือพ่อ และจิมมี่คือลูก ทุกอย่างที่เราเล่นกันตอนแรกแค่เล่นเพื่อสนุกตามใจหลาน แต่พอมาคิดอีกทีความรู้สึกทั้งหมดมันไม่เหมือนว่ากำลังเล่นกัน แต่มันเหมือนครอบครัวจริงๆเสียมากกว่า
“หึ”
“หือ? เธอขำหรอ”
“เปล่า”
มันน่าแปลกนะที่ผมชอบ
“เธอยิ้มด้วย”
“นี่พอแล้วจะเข้าบ้าน”
“เฮ้ยเธอ อย่าหนีดิ เมื่อกี้เธอยิ้มอ่ะ”
ชอบที่จะเป็แบบนี้ ครอบครัววัวที่มีเราสามคน