เฉิงเจินจูไม่ได้สนใจต่อคำขอโทษของอี้ชินอ๋อง เพราะกำลังคิดอยู่ว่าผู้ชายทั้งสองคน ทำไมถึงออกมาในเวลานี้ บทพูดก็ไม่ตรงกับที่ซ้อมมา
มันชักจะยังไงแล้ว รู้สึกแปลกประหลาดขึ้นทุกที ในขณะที่กำลังเหม่อลอยคิดอยู่นั้น ร่างเพรียวบางอรชรอ้อนแอ้นถูกยกขึ้น
ด้วยสองมือที่แข็งแกร่งของท่านแม่ทัพน้อย ตามมาด้วยเสียงไม่พอใจของอี้ชินอ๋อง
"เ้าจะทำอะไร วางนางลงเดี๋ยวนี้"
แม่ทัพน้อยเดินตรงไปที่เตียง วางร่างบางลงอย่างนิ่มนวลจากนั้นจึงพูด
"ก็ได้ข้าจะวางลง ที่เตียงนอนของข้า"
เวลานี้หญิงสาวคิดว่า ถ้าไม่พูดอะไรออกไป ทั้งสองก็คงจะทะเลาะกันอยู่ที่นี่ทั้งคืน
จึงคิดเห็นว่าน่าจะพูดอะไรออกไปสักนิด เพื่อหยุดานี้ ให้จบลงเพราะอยากอยู่เงียบๆ เพื่อใช้ความคิด
"เออ~นี่ก็ดึกมากแล้ว ยังไงแยกย้ายกันไปพักผ่อนเถอะ มีอะไรพรุ่งนี้ค่อยคุยกันใหม่"
"ข้าเห็นด้วยกับท่านหญิง"
"เสี่ยวถง" อี้ชินอ๋องมีท่าทีที่ไม่เต็มใจสักเท่าไหร่ ยังคงไม่ยอมออกไปจากห้องหอ
"กลับไปก่อนนะเพคะ" เฉิงเจินจูกล่าวแค่ไม่กี่คำ แต่ประโยคนี้เหมือนเป็การไล่อี้ชินอ๋อง
แม่ทัพน้อยพูดเสริม ด้วยการเรียกคนสนิทให้มาเชิญแขกที่ไม่ได้รับเชิญไป
"ซ่งอวี้ช่วยมาส่งแขกแทนข้ากับท่านหญิงหน่อย"
เมื่อถูกเ้าของบ้านออกปากได้ถึงเพียงนี้ อี้ชินอ๋องสะบัดแขนเสื้อไม่พอใจก่อนจะเดินจากไปแต่โดยดี
เฉิงเจินจูถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ต่อจากนี้จะได้อยู่แบบสงบสักที หาที่นั่งสงบๆ คิดถึงเื่ราวที่พึ่งผ่านพ้นไป
ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ถึงทำให้ต้องมาอยู่ที่นี่ หรือจะเป็เพราะ์อยากให้เธอมาเปลี่ยนบทละครนี้ด้วยตัวเอง ที่ก่อนหน้านี้เอาแต่บ่นเื่คืนเข้าหอของนางเอกและพระเอก
"ต้องใช่แน่ๆ แล้วฉันจะกลับไปได้ยังไงกัน"
เฉิงเจินจูเหม่อลอยกำลังคิดหาวิธีกลับไปยังโลกของตัวเอง โทษว่าไม่น่าบ่นเื่บทเข้าหอเลยทำให้ต้องมาติดอยู่ที่นี่
"ฉันไม่น่าปากเสียจริงๆ ให้ตายเถอะ"
โม่จวินอู๋รอให้เฉิงเจินจูนอนอยู่นานแล้วแต่ก็ยังไม่มีวี่แวว เขาเองเริ่มง่วงแล้วรอไม่ไหวจึงเรียกผู้ที่นั่งเหม่อลอยให้ได้สติขึ้นมา
"ท่านหญิงจะนอนหรือยัง"
หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะตอบคำถามของชายหนุ่ม ที่เหมือนกับยังไม่ได้สติมาเต็ม
"ห๊า...อ๋อ...นอน"
คำว่านอนหลุดออกมาจากปาก ชายหนุ่มล้มตัวลงนอนทันที มือหนาหยาบกร้านดันหน้าผากหญิงสาวให้นอนด้วย
เฉิงเจินจูถูกมือหนาใหญ่ดันหน้าผาก ก็นอนลงแต่ก็รู้สึกไม่ไม่ชอบใจนัก จึงได้แต่บ่นกระปอดกระแปดในใจ
ความอ่อนโยนไม่มีเลยสักนิดในตัว มีแต่ความแข็งกระด้างไม่สุภาพนุ่มนวลเลยสักนิด ใครเขาทำแบบนี้กับผู้หญิงกัน
แต่จะโทษเขาก็ไม่ได้ที่เป็คนอย่างนี้ ั้แ่เล็กจนโตก็อยู่แต่ในค่ายทหาร
ผู้หญิงก็ไม่เคยเจอ เลยไม่รู้วิธีปฏิบัติกับเพศตรงข้าม ว่าควรจะอ่อนโยนไม่ใช่ทำเหมือนเธอเป็ผู้ชายหรือทหารที่อยู่ในค่ายของเขา
ในขณะที่กำลังคิดเรื่อยเปื่อยอยู่ไฟในห้องก็ดับลง หญิงสาวจึงรีบลุกขึ้นนั่งหันไปมองรอบๆ ห้อง ด้วยความตื่นตระหนกใ
เธอเพิ่งได้สติว่ามีผู้ชายนอนอยู่ข้างๆและภายในห้องก็ดับลง จึงได้ขยับริมฝีปากบาง
"นี่ท่านแม่ทัพน้อย ทำไมถึงไม่กลับไปนอนห้องของตัวเอง"
โม่จวินอู๋ที่นอนหลับตาเกือบจะครึ่งหลับครึ่งตื่นก็ตอบคำถามของหญิงสาวด้วยน้ำเสียงที่เกียจคร้าน
"ห้องข้าก็ห้องนี้ไง จะให้ไปนอนห้องไหนอีก"
"ห๊า...ห้องนี้ห้องของท่าน แล้วห้องของข้าล่ะ ไม่มีห้องส่วนตัวเลยเหรอ"
"เราสองคนแต่งงานกันแล้วก็เหมือนคนๆ เดียวกัน"
"ห้องข้าก็เหมือนห้องเ้า ห้องของเ้าก็เหมือนห้องของข้า อย่าได้ถามอะไรมากมายเลย นอนพักผ่อนเถอะ"
หญิงสาวพูดอะไรไม่ออกได้แต่นั่งกัดริมฝีปากล่างของตัวเองอย่างแค้น
์คง้าลงโทษเธอจริงๆ ที่ปากเสียบ่น
ตอนนี้จึงต้องมานั่งรับกรรม เข้าห้องหออย่างที่้า แต่ในความโชคร้ายก็ยังมีโชคดี ที่มีคนร้ายบุกเข้ามาจนพังห้องหอจนเละเทะ
ทำให้คืนนี้ยังคงรักษาความบริสุทธิ์ของตัวเองไว้ได้อยู่ แต่ไม่รู้ว่าคืนต่อไปจะรอดหรือเปล่า
คงต้องคิดหาแผนการเอาตัวรอดจากท่านแม่ทัพน้อยโม่จวินอู๋
คืนนี้เธอคงนอนไม่หลับ เพราะเอาแต่คิดหาวิธีกลับไปให้ได้ ยังต้องมาหวาดระแวงชายที่นอนอยู่บนเตียงด้วยกันอีก
จึงได้หาสิ่งของที่อยู่ใกล้ตัวที่สุดมานอนกอดเอาไว้ เผื่อว่ากลางดึกเขาคิดทำเื่ไม่ดี ก็สามารถใช้สิ่งนี้ป้องกันตัวได้
เนื้อเื่ยังคงดำเนินต่อไป แต่จะไปในทิศทางใด จากนี้เฉิงเจินจูต้องเป็ผู้กำหนดเองแล้ว เพราะความปากเสียของเธอแท้ๆ
จึงทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป แม้กระทั่งบทของตัวละครคนอื่นก็เปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน ั้แ่ก้าวเข้ามายังโลกนี้
เพราะหญิงสาวได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงบทั้แ่ตอนเริ่มต้นเื่
นอนคิดอยู่พักใหญ่กำลังจะหลับตาลง แต่ท่อนแขนอันกำยำ ของชายหนุ่มก็มาพาดบนตัวอย่างไม่ได้ตั้งใจ
เฉิงเจินจูรีบพลิกตัวกำลังจะต่อว่าชายหนุ่ม แต่สุดท้ายก็พูดไม่ออกเพราะหน้าของเธอและเขาอยู่ใกล้กันมาก
ได้แต่จ้องหน้าของชายหนุ่ม ภายในใจก็คิดว่า ผู้ชายคนนี้หน้าตาหล่อเหลาไม่เบา ถ้าอยู่ในโลกของเธอคงได้เป็ซุปเปอร์สตาร์อย่างแน่นอน