“การเดินหนี ไม่ได้แปลว่าอยากหายไปตลอดกาล… บางครั้งมันคือการรอให้หัวใจกล้าพอจะกลับไป”
เสียงคลื่นทะเลในเมืองเล็กทางใต้
ดังจังหวะคงที่เหมือนเพลงกล่อมเด็ก
แต่สำหรับ ฮันมินอา—มันเป็เสียงที่เตือนว่าเธอกำลังอยู่ “ไกลจากคนที่เธอคิดถึงที่สุด”
ร้านดอกไม้ Haebit Flower ส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไฮเดรนเยีย
แสงแดดบ่ายส่องผ่านกระจก
เธอก้มน้ำกิ่งยูคาลิปตัสใส่แจกัน
แต่มือหยุดกลางอากาศ
เมื่อความคิดหนึ่งแล่นเข้าสู่หัวใจ
ตอนนี้…เขาจะเป็ยังไงบ้างนะ
ภาพวันสุดท้ายในโซลย้อนกลับมา
วันที่เธอหนีออกจากเมืองไปโดยไม่ได้บอกลา
ทำให้ความสงบของเมืองนี้กลายเป็ความว่างเปล่า
ทุกคืน เธอยังเผลอเปิดโทรศัพท์
อ่านข่าวเขา
ภาพเขาเดินออกจากห้องประชุมเหมือนคนที่สูญเสียบางอย่างสำคัญ
เสียงนักข่าวะโถามไม่หยุด
แสงแฟลชสว่างจนปิดบังสีหน้าเขา
แต่ดวงตา—เธอเห็นมันชัด
มันหม่นลงกว่าเดิม
และทุกครั้งที่เห็น เธอถามตัวเองเสมอ
ฉันทำถูกจริงหรือ…ที่หนีออกมาแบบนั้น
ตอนเย็นวันหนึ่ง ขณะที่เธอกำลังสอนเด็ก ๆ วาดรูปหลังร้าน
เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้น
ซูคยอง เ้าของร้านะโเรียก
“มินอา~ มีคนมาหา!”
เธอคิดว่าคงเป็ลูกค้าประจำ
แต่พอเดินออกมา—หัวใจเธอหยุดเต้นไปหนึ่งจังหวะ
จีฮุน
เขายืนอยู่ตรงกลางร้าน
สูทสีเทาเปียกนิด ๆ จากไอละอองทะเล
สบตาเธอด้วยสีหน้าโล่งใจปนเหนื่อยล้า
มินอาแทบพูดไม่ออก
“คุณ…มาได้ยังไงคะ”
“ท่านประธานให้ผมมาตามคุณกลับโซลครับ”
เสียงเขานุ่มแต่หนักแน่น
เหมือนซ่อนความกดดันไว้มากมาย
ซูคยองมองทั้งคู่ก่อนยิ้มอ่อน
“คุยกันหลังร้านเถอะ เดี๋ยวยายดูร้านให้”
มินอานั่งลงที่โต๊ะไม้หลังร้าน
จีฮุนวางกระเป๋าเอกสารลง
ใบหน้าเธอดูหวั่นกลัวมากกว่าที่เขาคิด
“คุณหายไปแบบนี้…เขาแทบเป็บ้า”
จีฮุนพูดตรง ๆ เพราะรู้ว่าเธอต้องได้ยิน
มินอาก้มหน้า
“ฉันไม่อยากทำให้เขาเดือดร้อนค่ะ
ตอนนี้เขาถูกบอร์ดเพ่งเล็งทุกอย่าง
ถ้าฉันกลับไป ทุกอย่างคงแย่ลง—”
“ไม่ครับ”
จีฮุนขัดทันที
“เพราะคุณไม่อยู่ ทุกอย่างถึงแย่ลง”
มินอาชะงัก
ดวงตาแดงวูบอย่างปิดไม่มิด
จีฮุนค่อย ๆ หยิบซองเอกสารสีเข้มออกมา
วางบนโต๊ะตรงหน้าเธอ
“ก่อนคุณตัดสินใจอะไร ช่วยดูนี่ก่อนครับ”
มือมินอาสั่น
เธอเปิดซอง
ค่อย ๆ ดึงเอกสารออกมา
บันทึกระบบเซิร์ฟเวอร์
ชื่อผู้ใช้: Choi Yoon-A
ปลายทางไฟล์: บริษัทที่เชื่อมโยงกับยูอินซอก
วัน–เวลา ตรงกับวันที่ข่าวหลุด
เธอเงยหน้ามองเขา
น้ำตานองดวงตา
“นี่มันหมายความว่า…”
“ว่าเื่ทั้งหมด ไม่ใช่ความผิดของคุณ”
เธอปิดปากกลั้นเสียงสะอื้น
หัวใจเจ็บจนชาไปหมด
จีฮุนพูดต่อ
คราวนี้เสียงเบากว่าเดิม แต่ลึกกว่า
“เขา…ไม่เคยสงสัยคุณเลยนะครับ
แม้แต่ 1 ครั้ง
แต่สิ่งที่เขาทนไม่ได้คือ—
คุณหายไป
โดยคิดว่าเขาไม่เชื่อคุณ”
หยดน้ำตาตกลงบนกระดาษ
ดวงตาเธอสั่นเหมือนคนที่ยืนอยู่บนเส้นบาง ๆ ระหว่างเสียใจกับโล่งใจ
“ฉัน…ฉันไม่รู้เลย…”
“เขากำลังเจ็บหนักมากครับ
โดนปลดชั่วคราว
โดนโจมตีจากสื่อ
แต่สิ่งที่เขาท้อที่สุด คือคุณไม่อยู่ข้างเขา”
มินอาเอามือกุมหน้า
เธอร้องออกมาอย่างกลั้นไม่ไหว
เหมือนปลดล็อกความเจ็บที่อัดไว้มานาน
สักพักหนึ่ง เธอเงยหน้าขึ้น
แววตาเปลี่ยนไป—มั่นคงกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด
“คุณจีฮุน…”
“ครับ?”
“พาฉันกลับไปทีค่ะ”
จีฮุนหัวเราะเบา ๆ อย่างโล่งใจ
“นั่นแหละครับ คือสิ่งที่เขารอ”
มินอาเก็บของตอนกลางคืน
ใช้กระเป๋าใบเดิมที่หนีออกมา
แต่คราวนี้ไม่ใช่เพื่อหนี
แต่เพื่อกลับไปเผชิญทุกอย่าง
เธอนั่งบนเตียง
เปิดสมุดสเก็ตช์
หน้าที่มีประโยคเดิม—
“อยากวาดแสงให้คนที่มองเห็นแต่เงา”
เธอลูบหน้ากระดาษเบา ๆ
และพูดกับตัวเองในความมืด
“คุณคือคนนั้นค่ะ…
คนที่ฉันอยากวาดแสงให้มาตลอด”
เสียงคลื่นดังประสานกับเสียงหัวใจเต้น
เหมือนเป็พยานให้เธอเริ่มต้นใหม่
รุ่งเช้า
รถไฟเที่ยงวันจอดที่สถานี
จีฮุนยืนรอพร้อมตั๋วสองใบ
มินอาหิ้วกระเป๋าออกจากร้าน
ซูคยองยื่นขนมปังห่อผ้าให้
“ไปเถอะลูก
คนที่รอเธออยู่…เป็มากกว่าที่เธอคิดนะ”
มินอากอดหญิงชราแน่น
ก่อนหันไปหาจีฮุน
“พร้อมไหมครับ”
เขาถาม
เธอพยักหน้า
“พร้อมค่ะ
ถึงเวลาที่ฉันต้องกลับไป…ยืนข้างเขาแล้ว”
รถไฟเคลื่อนออก
เสียงรางสั่นราวกับหัวใจของเธอที่กำลังเต้นด้วยความหวังและความกลัวพร้อมกัน
นอกหน้าต่าง
ทะเลค่อย ๆ ถอยห่าง
เมืองใหญ่เริ่มปรากฏลาง ๆ
มินอากำซองหลักฐานเอาไว้แน่น
ในดวงตา—มีทั้งน้ำตาและความมุ่งมั่น
เธอกระซิบกับตัวเองเบา ๆ
เป็คำสัญญาที่จะพาไปสู่ตอนต่อไป
“คุณแทจุน…
ถ้าคุณเจ็บเพราะฉัน
ฉันจะเป็คนรักษาเอง”
และรถไฟ…
กำลังพาเธอกลับไปสู่แสงจ้าที่เธอครั้งหนึ่งเคยกลัว
เพื่อเผาเงาทั้งหมดให้มอด