ตอนที่ 12
ปี 2 เทอม 1 อดีตของคนร่าเริง
สายลมหนาวพัดผ่านหน้าต่างบานเล็กดังหวิวๆ เ้าน้องคนอวดดีนอนติดเตียงอย่างไม่เคยเป็มาก่อน หน้าผาก และแก้มแดงระเรือแผ่ความร้อนออกมาจากร่างกาย หลังมือขาวอังไว้เบา ๆ เพื่อให้อุณหภูมิไหลผ่าน รีบชักกระตุกมืองามกลับทันที
“เฮ่ย ตัวร้อนอย่างกับไฟเลย ไปหาหมอกัน กูพาไป ”ไม่รอช้าคนที่พึ่งกลับมาจากสวนทุเรียนต่างจังหวัดในวันหยุดยาวเข้ามาประคองร่างใหญ่ให้ลุกขึ้นเพื่อไปหาหมอ มือข้างหนึ่งควานหากระเป๋าสตางค์ และบัตรสำคัญของเ้าน้องอย่างยากลำบาก
“อืมมมม ” เสียงแหบพร่าครางฮือ ๆ อยู่ในลำคอเหมือนไม่ได้สติ
“ไอ้ไพ่ มึงป่วยขนาดนี้ทำไมไม่บอกกูวะ กูกลับบ้านไปแค่ 3 วันมึงจะมาตายที่ห้องกูไม่ได้ ” จิตใจร้อนรนขึ้นมาตงิด ๆถ้าจะแบกเ้าน้องออกไปด้วยตัวคนเดียวก็คงไม่ไหว จะขอความช่วยเหลือจากเพื่อนๆที่สนิทด้วย ทุกคนต่างก็เรียนจบ และไปฝึกงานกันหมดแล้ว ทันใดแสงโทรศัพท์วิบวับขึ้นกระพริบๆ พร้อมกับข้อความจากใครบางคนที่คุ้นเคย
พี่ไฮโลครับผมติดต่อไอ้ไพ่ไม่ได้เลย มันอยู่กับพี่รึเปล่า
แมชชีนว่าที่คุณหมอในอนาคตทักมาได้จังหวะพร้อมกับข้อความร้อนใจที่ไม่สามารถติดต่อเพื่อนได้เลยเป็ระยะเวลาหลายวัน
ส่งรูป
มันจะตุยแล้วมึงว่างมั้ย ช่วยมารับกูพามันไปหาหมอหน่อย
ภาพเ้าน้องตัวแดงไม่ได้สติถูกส่งไปให้อีกฝั่งพลันมีการอ่านแล้วไม่ตอบแต่กลับมีเสียงะโออกมาจากด้านหน้าห้องแทน
“พี่ไฮโลผมมาแล้ว เปิดประตูให้ผมหน่อยครับ ”เสียงลูกกรอนประตูดังปลดล็อคอย่างรวดเร็วจากทางด้านในเพื่อรับคนที่อยู่อีกฝั่งของประตู
“มึงมาไวจังวะ ”
“พอดีผมเป็ห่วงมันอะ ปกติมันไม่หายไปโดยไม่ตอบแชตแบบนี้ผมก็เลยมาหามันที่ห้องนี่แหละ ว่าแต่พี่ปล่อยให้มันป่วยขนาดนี้ได้ยังไงครับ ”ขณะที่สนทนากันอยู่นั้น ทั้งคู่ก็พากันแบกร่างสูงไปขึ้นรถเพื่อส่งโรงพยาบาลพลางถามที่ไปที่มาด้วย
“พอดีกูกลับบ้าน 3 วัน เมื่อวานมันก็ยังคุยกับกูดี ๆ อยู่เลยมาวันนี้ ป่วยเฉย ”มือขาวทั้งสองข้าง ตบเบา ๆ ที่ใบหน้าเรียวเพื่อเรียกสติแต่ไม่เป็ผล “ เฮ่ยตื่นมาพูดอะไรบ้างดิ มึงได้ยินเสียงกูมั้ย มึงใจเย็น ๆ ใกล้ถึงโรงพยาบาลแล้ว ”
“ผมว่า แม่งป่วยก่อนที่พี่จะกลับบ้านอ่ะ แต่คงกลัวว่าพี่จะพามันมาหาหมอมันเลยเงียบปากไว้ ”
“ทำไมวะ ”
“ก็มันกลัวเข็มนะสิพี่ ตอนเข้ามอมาใหม่ ๆ ที่มีการตรวจสุขภาพ มันเป็ลมไปไม่รู้กี่รอบกว่าจะทำใจเจาะเืได้” ไฮโลถึงกับไปไม่เป็เมื่อได้เห็นอีกด้านหนึ่งของเ้าน้องจอมอวดดีแสนกวนตีนคนนี้แต่ถึงอย่างนั้นก็อย่าพึ่งคิดแกล้งเ้าคนป่วยตอนนี้เลย
ณโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย
ทั้งคู่พาคนป่วยมาถึงโรงพยาบาลอย่างปลอดภัยแพทย์และพยาบาลวิ่งเข้ามาทำการตรวจเช็คและช่วยเหลือผู้ป่วยพัลวันส่วนไฮโลก็วิ่งวุ่นยื่นเอกสารใด ๆ ของเ้าน้องโดยใช้แมชชีนรอดูเ้าน้องอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน
“เป็ไงบ้างวะ ออกมารึยัง ” แมชชีนส่ายหัวเบา ๆ ในขณะที่ประตูห้องฉุกเฉินได้เปิดออก
“อาจารย์ครับเพื่อนผมเป็ไงบ้าง ” แมชชีนถามคุณหมอที่พึ่งออกมาจากห้องกับอีกร่างหนึ่งที่รอฟังผลอย่างใจจดใจจ่อ
“อาการยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ยังดีนะที่พามาส่งทันเวลาถ้าช้ากว่านี้อาจเป็อันตรายได้ แล้วก็รอผลเืก่อนแต่จากที่มีการวิเคราะห์เบื้องต้นผมคิดว่าน่าจะป่วยเป็โรคเมลิออยด์ ”
“อันตรายมั้ยครับหมอ ” ไฮโลขยับริบฝีปากเปล่งเสียงออกมาเบา ๆ กับแววตาที่แสนเศร้า
“ถ้าเป็โรคนี้จริง ๆ ก็ต้องดูเชื้อว่าลามไปถึงไหนแล้วแต่ดูจากอาการน่าจะเป็ระยะเริ่มต้น ไม่อันตรายมากครั้บน่าจะอยู่โรงพยาบาลดูอาการจนกว่าเชื้อจะหมด ผมขอตัวก่อนนะครับผมมีงานต่อ ”
“ขอบคุณครับ ” ทั้งคู่ขอบคุณอาจารย์หมอที่เข้ามาให้ทำการช่วยเหลือพร้อมกับย้ายกายหยาบไปที่ห้องผู้ป่วยรวมชายชั้น 4 ที่เ้าน้องพักฟื้นอยู่
“พี่ครับงั้นผมฝากเ้าไพ่ด้วยนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผม จีโอ แล้วก็ไอ้หวย จะมาสลับกะเฝ้าไอ้ไพ่มันนะครับพี่ ถ้ามีเรียนก็ไปเรียนนะครับ อย่าขาดละไม่งั้นไอ้ไพ่เสียใจแย่ ”
“อืม ขอบใจ ” สิ้นสุดคำอำลา ไฮโลนั่งเฝ้าคนของใจไม่ยอมห่างพลันโทษตัวเองที่ไม่สามารถดูแลเ้าน้องใน่เวลาที่น้องลำบากที่สุดได้ถ้าเขาตัดสินใจไม่ได้กลับห้องวันนี้ เ้าน้องจะเป็อย่างไรบ้างก็ไม่รู้
“หายไว ๆ นะมึง กูรอมึงอยู่นะ จะสอบเก็บคะแนนแล้วด้วย กูยังไม่เข้าใจการเรียนเลยช่วยตื่นขึ้นมาติวหนังสือให้กูก่อน ” ยิ่งมองคนตรงหน้าที่นอนไม่ได้สติหัวใจดวงน้อย ๆ ก็บีบกระตุกเกร็งแบบหน่วง ๆ เปลือกตาหลับพริ้มไม่ไหวติง กับปากซีดที่ปกติจะออกสีชมพูหน่อย ๆ ไหนจะแว่นตาหนาเตอะที่มักจะใส่อยู่เป็ประจำตอนนี้เหลือเพียงใบหน้าเกลี้ยงเกลา กับสันจมูกที่รับกับรูปหน้าคมอย่างลงตัว
ความยากลำบากเกิดขึ้นประหนึ่งห่าฝนไพ่ตื่นขึ้นมาทันเหตุการณ์พยาบาลเจาะเืไปตรวจเช็คเชื้อหน้าตาบูดบี้กระวนกระวานจะกระโจนออกจากเตียงเสียให้ได้ กระทั่งพยาบาล บุรุษพยาบาลต้องเข้ามาจับไว้เพื่อไม่ให้เขาก่อเื่วุ่นวายไปมากกว่านี้
“ ม่ายยยอาวววววผมไม่เจาะเืนะ ออกไป ๆ เอาน้ำลายไปตรวจแทนได้มั้ยครับ ไม่ใช้เืได้หรือเปล่า” เสียงหวีดร้องไล่มาเป็ทอด ๆ คนไข้คนอื่น ๆ จ้องมองมาประหนึ่งไทยมุง
“ นี่มันเื่เชี่ยอะไรเนี่ย” ชายหนุ่มนักศึกษาชุดขาวเข้ามาเจอภาพที่อลังการ พลันวางกระเป๋าผ้าที่ถือมาอย่างไวแล้วปรี่เข้าหาเตียงคนไข้จนนิ้วก้อยเท้าข้างหนึ่งเตะเข้ากับเสาเตียงคนไข้อย่างจัง“ โอ้ยยยย...ขอโทษครับ ผมจัดการเอง ”
“ ที่รัก ๆ ช่วยด้วยเค้าไม่อยากเจาะเื เค้ากลัวเจ็บ ”
“ ไอ้สัสมึงนิ่ง ๆ ดิจัดการเลยครับหมอ ” ความรู้สึกตอนนี้คือเจ็บนิ้วก้อยเท้าเ้ากรรมจนแทบน้ำตาเล็ดแต่ก็ต้องเก็บทรงเอาไว้ก่อน เข้ามาล็อคตัวเ้าน้องเอาไว้ “ กูจะให้มึงเลือกมึงจะเจ็บแบบนี้ไม่กี่วัน หรือมึงเลือกจะอยู่ที่นี่ยาว ๆถ้าเข็มที่ที่ปักอยู่บนมือมึงหยุดออก ต้องเจาะคอนะเว่ย มึงจะเอาแบบนี้ใช่มั้ย ”โอ้ยยย กูพูดอะไรออกไปเนี่ย แต่ก็ช่างเถอะแค่ให้มันใจเย็นลงก็พอ
ทันทีที่จบประโยคแบบงงๆ ของไฮโล ไพ่ก็ใจเย็นลงหน่อย ๆ เลิกขัดขืน หลับตาพริ้มอย่างสงบนิ่งเบื้อนหน้าซุกเข้าท้องของไฮโลอย่างกับแมวส้มแสนมึน แขนยาว ๆ พาดเกี่ยวเอวบางจนรอบในขณะที่แขนอีกข้างหนึ่งกำลังถูกพยาบาลเก็บเืผ่านเข็มที่เจาะคาไว้เพื่อให้น้ำเกลือ
“ เสร็จแล้วค่ะคนไข้เก่งมาก ๆ เลยนะคะ ” เมื่อเก็บตัวอย่างเืเสร็จพยาบาลก็เดินออกไปทันทีแต่เดี๋ยวนะ ไอ้บ้านี่กอดกูซะแน่นเชียว
“ เลิกกอดกูได้แล้ว ”ร่างกายนิ่ง ไม่ไหวติง เหมือนอาการช็อค หนักมาก ๆ “ เฮ่ย เป็อะไรปะเนี่ย ”มือสวยพยายามแกะแขนแกร่งนั่นออกจากเอวของตน แต่ไม่เป็เป็ผลพลันใช้มือข้างหนึ่งขยุมผมด้านหน้าของเ้าน้องกระตุกฟรึบเงยขึ้นอย่างง่ายดายทำให้เขารู้ว่า ตอนนี้เ้าน้องได้เป็ลมไปเป็ที่เรียบร้อยแล้ว ให้ตายเถอะในอนาคตกูละเครียดเลยถ้ามึงจะป่วยหนักแล้วต้องนอนโรงพยาบาลแบบนี้เขาพึงพำอยู่ภายในใจ มองดูคนขี้กลังกึ่งสงสารกึ่งขำไปในตัว
สองสัปดาห์เวียนผ่านไปประหนึ่ง200 ปีสำหรับไพ่ เพราะหมอจะต้องมาเจาะเืเช็คเชื้อทุก ๆ 4 ชั่วโมงไหนจะต้องเปลี่ยนที่ หาเส้นเืใหม่เพื่อให้น้ำเกลืออีก เนื่องจากที่เจาะไว้ตอนแรกใช้การได้ไม่ค่อยดีแล้วปัจจุบันถูกเจาะไว้ที่ข้อพับแขนอีกข้าง
ถึงจะต่อว่าคนป่วยยังไงแต่คนที่อยู่เคียงข้างไม่ห่างก็ยังเป็คนปากร้ายอยู่ดีเพื่อน ๆ ก็แวะเวียนมาอยู่เป็เพื่อนบ้างเป็พัก ๆแต่สำหรับคนปากร้ายจะมาอยู่เป็เพื่อนตลอดที่ไม่มีเรียนและมักจะขนการบ้านและงานมานั่งทำอยู่ข้าง ๆ เสมอ ไหนจะคอยอธิบายและบอกว่าวันนี้เรียนอะไรบ้างอาจารย์สอนถึงไหนแล้ว มีสอบอีกทีเมื่อไหร่ เ้าพี่ก็จดจำรายละเอียดทั้งหมดมาให้ผิดกับตอนก่อนหน้านี้ ที่คนจัดการและจดจำสิ่งต่าง ๆ จะเป็ไพ่เสียมากกว่า
“ ว่าแต่มึงป่วยขนาดนี้มึงได้โทรบอกทางบ้านยัง ” ไฮโลยื่นแอปเปิ้ลที่พึ่งปลอกใหม่ ๆให้กับไพ่ที่นั่งอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าที่ค่อนข้างสดใสกว่าเมื่อวาน
“ ก็อยากโทรนะครับแต่ผมไม่มีให้โทรหาเนี่ยสิ 555 ” เสียงหัวเราะกลบเกลื่อน กับรอยยิ้มเจื่อน ๆที่แสดงออกคู่กันแบบนี้ช่างเป็อะไรที่น่าหงุดหงิดเป็ที่สุด
“ถ้าเื่มันเศร้าก็จะไม่ถามต่อละกัน ” ไฮโลตัดบดฉึบทันใดเพื่อไม่ให้เ้าน้องคิดมาก
“ มันก็พูดยากครับพี่ ”
“ มึงก็ไม่ต้องพูดไงไอ้สัสนี่ แดก ๆ ไป เอาส้มด้วยมั้ย ” ไฮโลจับแอปเปิ้ลยัดใส่ปากคนหน้าง๋อยทันทีคอยสังเกตสีหน้าของฝ่ายตรงข้ามอย่างไม่ลดละ
“ แต่ผมอยากพูดหนิ ไหนๆ พี่ก็ถามแล้ว ผมก็จะเล่าให้ฟัง บางทีพี่อาจจะมองผมใหม่ถ้าได้ฟังเื่นี้ก็ได้555 อาจจะมองผมไปในทางที่เลวร้ายกว่าเดิมก็ได้ ”ไฮโลไม่ตอบโต้อะไรเหมือนรอฟังสิ่งที่ไพ่พยายามจะสื่อ ดวงตากรอกไปมาระริก ปากหัวเราะตาหยี่ๆ แต่มองยังไงมันก็ไม่ใช่ใบหน้าที่มีความสุขเลยสักนิดเดียว
“ครอบครัวของผมเป็ครอบครัวฐานะธรรมดาทั่วไปครับ แม่ผมขายผักที่ตลาดเป็อาชีพส่วนพ่อของผมก็ นั่นแหละ กินเหล้าและอาลวาดไปวัน ๆ ทุกวันผมต้องทนกับสภาพแวดล้อมแบบนั้นตอบโต้อะไรไม่ได้เลย เพราะคำว่าบุญคุณมันค้ำคอจนมาวันหนึ่งผมทนไม่ไหวผมจึงตัดสินใจทำอะไรที่บ้าและเห็นแก่ตัวมาก ๆ ” มือทั้งสองข้างบีบประสานกันไปมาอย่างลืมตัวแล้วหันไปยิ้มให้คนที่กำลังนั่งตั้งใจฟังอีกครั้ง แต่กลับได้รับเพียงใบหน้านิ่ง ๆที่คุ้นเคยตอบกลับมา
“วันนั้นผมกลับบ้านช้าเพราะมีติวหนังสือกับเพื่อน กลับมาถึงบ้านปุ๊บสิ่งที่ได้คือฝ่ามือแข็ง ๆ ที่ทุบตีผมอย่างแรงจากผู้ชายคนนั้นเขาดุด่าว่าผมและเปรียบเทียบผมกับพี่สาวที่ได้ดั่งใจเขาทุกอย่างเขาทำกับผมแบบนั้นเพียงเพราะเขาเรียกหาผมแล้วผมไม่อยู่ ที่น่ารักสุด ๆ เลยก็คือทุกคนในบ้านแม่งเห็นเว่ย ว่าผมโดนอะไร แต่ไม่มีใครกล้าเข้ามาห้ามหรือขัดขวางเลยผมไม่แน่ใจเลยว่าถ้าผมนอนกองจะสิ้นใจอยู่ตรงนั้นพวกเขาจะใจดีโทรเรียกรถพยาบาลให้ผมหรือเปล่า....พ่อที่ทุบตีลูกรักลูกแบบลำเอียง กับแม่ที่ไม่ทำอะไรเลย เอาแต่ยืนร้องไห้ เขาจะรู้มั้ยว่าน้ำตานั่นมันไม่ช่วยอะไรเลยไหนจะพี่สาวที่เข้าข้างพ่อเพื่อแลกกับความรักจากเ้าขี่เมานั่น ”บรรยากาศการเล่าเป็ไปอย่างเรียบง่ายโทนเสียงนิ่มปกติไม่มีการเติมแต่งหรืออารมณ์ร่วมใด ๆ กับเนื้อหาเลยด้วยซ้ำ
“ 555 แล้วหลังจากนั้นนะพี่ผมก็เลือกเส้นทางที่เห็นแก่ตัว เปิดโหมดคนอกตัญญูอย่างเต็มรูปแบบ ความชั่วล้วน ๆไม่มีความดีผสมเลย ก่อนถึงตอนเช้าผมทุบกระปุกหมูไอ้จ้อนเก็บข้าวของที่จำเป็ออกจากบ้านไปเลย แรก ๆก็ไปอยู่บ้านเพื่อนและทำงานเป็ติวเตอร์ั้แ่มอห้าหาเลี้ยงตัวเองจนถึงปัจจุบันนี่แหละ นับั้แ่วันนั้นผมก็ไม่เคยไปเหยียบบ้านหลังนั้นอีกเลย ”ไฮโลทำหน้าเหมือนมีคำถามแต่ไม่กล้าที่จะพูกมันออกมาตรง ๆ ไอ้เ้าบ้าไพ่นั่นถึงจะเล่าให้ฟังด้วยท่าทีสนุกสนานก็เถอะแต่มันไม่ใช่เนื้อหาที่ต้องเล่าไปขำไปเลยสักนิด
“ ฮั่นแน่ ทำตาแบบนั้นอยากรู้ละสิว่าที่บ้านได้ตามหาผมหรือเปล่า ” ไฮโลพยักหน้าหงึก ๆ เพื่อแสดงออกว่าใช่“ ก็ ตามหาสิครับ รายจ่ายที่ต้องจ่ายเป็ routineผมเป็คนรับผิดชอบ ถ้าขาดผมไปสักคน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าสบู่ ยาสีฟัน ผงซักผ้าใด ๆก็คงต้องหาจ่ายกันเอง คนรับใช้รองมือรองตีนก็คงต้องพึ่งตัวเองแหละ เพราะว่าผมคงไม่กลับไปทำให้แล้วละ”
“ เออ และที่สำคัญนะพี่แม่งมาหาผมทุกวันเลยเว่ย มาหาจนครูเรียกพบอ่ะ ว่าทำไมไม่กลับบ้านมีปัญหาอะไรกับทางบ้านหรือเปล่าแล้วจากนั้นผมก็เล่าทุกอย่างในมุมมองของผมให้กับครูฟัง และโชคดีมาก ๆ เลยที่ครูเขาเข้าใจ และช่วยผมเต็มที่มาก ”
“งั้นแปลว่าตอนนี้มึงก็ ดูแลตัวเองมาโดยตลอดเลยดิแล้วก็ไม่ได้ติดต่อกับทางบ้านเลยถูกมั้ย ”
“ ใช่ครับถ้าเจอกันอีกทีก็คงตอนที่ผมจะเอาชื่อออกจากทะเบียนบ้าน และเปลี่ยนนามสกุลละมั้ง ”
“ เออถ้าถึงวันนั้นเมื่อไหร่ มึงก็ทิ้ง ๆ ไปซะ รัชนิกรกุล อะไรนั่น เดี๋ยวกูให้ยืมกิตติกรไกร เป็การชั่วคราวเอง ” ไฮโลพูดพร้อมกับลูกหัวเ้าน้องเบา ๆ เพื่อปลอบประโลมเื่ราวอันแสนเศร้าของอดีตเด็กมอปลายคนหนึ่งที่ต้องสู้ชีวิตเพียงลำพังผิดกับตัวเองที่มีครอบครัวแสนอบอุ่นมาั้แ่เกิด จนไม่สามารถจินตนาการ่เวลาที่ไม่มีครอบครัวอยู่ได้เลยบรรยากาศชวนถึงนึกวันเก่า ๆที่ประเดประดังเข้ามาจนมีข้อความน่ารำคาญเข้ามาขัดจังหวะ
“พี่คิดอะไรกับผมป่ะเนี่ย ขอแต่งงานเฉย ”
“ ไอ้สัสกูหมายถึงลูกบุญธรรมเหอะ คิดไปเรื่อยมึงเนี่ย ” ความรู้สึกที่เคยอึดอัดพลันสลายไปที่ละน้อยเ้าน้องโอบกอดเอวคอดด้วยแขนทั้งสองข้าง หน้าซุกอกดอมดมกลิ่นที่แสนคุ้นเคย “ไอ้ไพ่ ปล่อยกูได้แล้ว มึงคิดว่าที่นี่เป็ห้องเดี่ยวรึไง เกรงใจคนอื่นบ้าง ”
“ เกรงใจทำไมคนเยอะแยะ555 ”
“ กวนตีน ”
“ อืมมม ผมกวนตีน ”
“ อันนี้กูพูดเฉย ๆ นะไม่ต้องใส่ใจก็ได้ แต่กูอยากจะบอกมึงว่า มึงคิดถูกแล้วที่ออกมาใช้ชีวิตของตัวเองกูอาจจะไม่ได้เข้าใจมึงในอดีต แต่กูจะพยายามเข้าใจมึงในตอนนี้นะที่ผ่านมามึงเก่งมาก มึงเติมโตอย่างมีคุณภาพด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองมึงดูมึงตอนนี้ดิ เป็ติวเตอร์ชื่อดังอายุน้อยของมหาลัย เรียนเก่งโคตร ๆเป็มือหนึ่งสาขา หน้าตาดี ดีทุกอย่าง มึงพลาดอยู่อย่างเดียวพลาดที่มารู้จักกูเนี่ย ” ยังไม่ทันจะพูดจบประโยค มือใหญ่ ๆ ข้างหนึ่งของคนร่างสูงได้ยกขึ้นมาปิดปากไฮโลเอาไว้เพื่อบ่งบอกว่าไม่ให้พูดต่อ ทั้ง ๆ ที่แขนอีกข้างกอดรัดเอวบางไว้แน่นหน้าซุกอกขาวไว้แบบนั้น
“ ไม่ใช่พี่คือความโชคดีเพียงหนึ่งเดียวของผมในตอนนี้ครับ ”
“ เชี่ย ไอ้ไพ่มึงร้องไห้หรอ ”
“ ไม่ได้ร้อง ”
“ ไม่ได้ร้องห่าอะไรกูรับรู้ได้ว่าเสื้อกูเปียกเนี่ย ”
“ พี่คิดไปเอง ”ถึงจะปากร้ายไปบ้างแต่มือทั้งสองข้างก็ไม่ยามพลักคนดื้อออก ได้แต่ยืนให้กอดอย่างหนัมใจอยู่ตรงนั้นพลันเสียงส้นรองเท้าอันคุ้นหูเดินต๊อก ๆ เข้ามาใกล้เรื่อย ๆ ลำลายบรรยากาศอันเงียบเหงาพร้อมกับประโยคเด็นกินใจ ทำให้เ้าน้องปล่อยโฮออกมาอย่างลืมอายกอดพี่ไว้ไม่ยอมปล่อย
“ ครบสี่ชั่วโมงแล้วค่ะได้เวลาเก็บเืแล้วนะคะคนไข้ ”