หลายสัปดาห์ต่อมา
ในบรรดาคนที่เข้าออกคอนโดหรูแห่งนี้
‘ป้าจันทร์’ แม่บ้านวัยห้าสิบเศษที่คอยมาดูแลความสะอาดสัปดาห์ละสองครั้ง
คือคนเดียวที่ไม่ได้มองเอื้อด้วยสายตาจับผิดหรือดูถูก
ตอนแรกป้าจันทร์คิดว่าเอื้อจะเป็เหมือน เด็กเลี้ยง คนอื่นๆของพวกคนรวย ที่คอยจิกหัวใช้และวางอำนาจ แต่เอื้อกลับแตกต่างไปโดยสิ้นเชิง
ร่างบางไม่เคยปล่อยให้ป้าจันทร์ต้องทำงานหนักเพียงลำพังทุกครั้งที่ป้าจันทร์มา
เอื้อจะคอยช่วยหยิบจับ ปัดกวาดเช็ดถู และมีน้ำเย็นๆพร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจมาต้อนรับเสมอ
"ป้าจันทร์ครับทานขนมถ้วยฟูก่อนครับ เอื้อลองทำดูเมื่อเช้า ไม่รู้จะถูกปากป้าหรือเปล่า " เอื้อยื่นจานขนมไทยสีพาสเทลส่งให้แม่บ้านาุโด้วยท่าทางนอบน้อม
ป้าจันทร์รับไปชิมก่อนจะเบิกตากว้าง ยิ้มจนแก้มปริ
"โถ คุณเอื้อทำไมเสน่ห์ปลายจวักขนาดนี้ลูก อร่อยกว่าที่ตลาดเยอะเลยค่ะ คุณอคินนี่โชคดีจริงๆมีคุณเอื้อคอยดูแลห้องให้สะอาดสะอ้าน แถมมีของอร่อยให้ทานทุกวัน"
เอื้อยิ้มเจื่อนลงเล็กน้อย แววตาไหววูบเมื่อได้ยินชื่อเ้าของห้อง
"คุณอคินเธอไม่ค่อยทานหรอกครับป้า...เธอว่ารสชาติมันงั้นๆ"
ป้าจันทร์มองคนตรงหน้าด้วยความสงสารและเอ็นดูจับใจ
ป้าทำงานมานาน มองปราดเดียวก็รู้ว่าเอื้อไม่ได้อยู่สบายอย่างที่ใครคิด
ร่องรอยความช้ำที่พึ่งจางไปบนข้อมือบางและสายตาที่อมทุกข์อยู่ตลอดเวลาของเอื้อ มันทำให้คนเป็แม่อย่างป้าจันทร์นึกห่วง
ป้าจันทร์วางจานขนมลง ลูบหลังมือเอื้อเบาๆด้วยความเอ็นดูเหมือนลูกในไส้
"คุณเอื้อลูก...ป้าเห็นเรามาหลายสัปดาห์ ป้าไม่รู้หรอกนะว่าคุณเอื้อมีเื่ทุกข์ใจอะไรแต่ถ้าวันไหนมันเหนื่อย... เหนื่อยจนหัวใจมันรับไม่ไหวอย่าเก็บไว้คนเดียวนะลูก"
เอื้อชะงักไป น้ำตาคลอเบ้าอย่างห้ามไม่ได้
ความอบอุ่นจากััของป้าจันทร์ทำลายกำแพงความเข้มแข็งที่พยายามสร้างขึ้นมาต่อหน้าอคินจนหมดสิ้น
"เอื้อ...เอื้อแค่รู้สึกเหมือนตัวเองไม่มีที่ไปน่ะครับป้าจันทร์ ถ้าวันหนึ่งคุณอคินเธอไม่ให้อยู่ที่นี่แล้วเอื้อก็ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร"
ป้าจันทร์ยิ้มอบอุ่น แววตาเป็ประกายเมื่อนึกถึงบ้านเกิดของตัวเอง
"โลกนี้กว้างจะตายไปคุณเอื้อ ......ถ้ากรุงเทพฯ มันใจร้ายกับเรานักก็แค่เดินออกมา"
ป้าจันทร์พูดพลางชี้ไปที่รูปภาพทิวเขาเขียวขจีและสายหมอกบนหน้าจอโทรศัพท์ของเธอ
"ดูนี่สิลูก...นี่บ้านเกิดป้าเอง อยู่ที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน นู่นแน่ะ ทางเหนือโน่นทีนั่นน่ะเงียบสงบ มีแตู่เา ต้นไม้ แล้วก็ลานทำนาข้าวป้ามีบ้านไม้หลังเล็กๆ ทิ้งไว้หลังหนึ่ง พี่สาวป้าคอยดูแลอยู่รอบบ้านมีสวนส้มเล็กๆ ลำธารไหลผ่านหน้าหนาวนี่หมอกลงจัดจนมองไม่เห็นทางเลยละ"
เอื้อปาดน้ำตามองภาพในจอด้วยความรู้สึกโหยหาความสงบแบบนั้น "สวยจังเลยครับป้าจันทร์ ดูน่าอยู่และปลอดภัยมากเลย"
ป้าจันทร์กุมมือเอื้อแน่นขึ้น น้ำเสียงจริงจังและเปี่ยมด้วยความหวังดี
"จำไว้นะคุณเอื้อ...ถ้าวันไหนที่นี่มันอยู่แล้วเ็ปวันไหนที่อยากหนีไปให้พ้นจากความวุ่นวายและคนใจร้าย บอกป้านะลูกป้าจะพาคุณเอื้อไปอยู่ที่บ้านป้าที่เมืองน่าน ทีนั่นไม่มีใครรู้จักเราไม่มีใครมาทำร้ายเราได้ มีแต่ความสงบและชาวบ้านใจดี... ป้าต้อนรับคุณเอื้อเสมอ"
คำพูดของป้าจันทร์เปรียบเสมือนแสงสว่างดวงเล็กๆที่จุดขึ้นในใจที่มืดมิดของเอื้อ ร่างบางพยักหน้ารับทั้งน้ำตาซาบซึ้งในความเมตตาของแม่บ้านคนนี้อย่างที่สุด
"ขอบคุณครับป้าจันทร์...ขอบคุณจริงๆ ครับ"
.
หลายวันต่อมา ปกติแล้วในวันหยุดสุดสัปดาห์
อคินทร์มักจะใช้เวลาอยู่ที่บริษัทหรือไม่ก็สนามกอล์ฟกับคู่ค้าทางธุรกิจ
แต่บ่ายวันเสาร์นี้เขากลับมีอาการปวดหัวครั่นเนื้อครั่นตัวจนไม่มีสมาธิทำงาน
ประธานหนุ่มจึงตัดสินใจเลี้ยวรถกลับคอนโดเร็วกว่าปกติโดยตั้งใจจะกลับมานอนพักเงียบๆ
ทว่าเมื่อเปิดประตูเข้ามาในห้องความเงียบเชียบที่เขาคุ้นเคยกลับถูกแทนที่ด้วยเสียงฮัมเพลงแ่เบาดังมาจากทางระเบียงกว้างมันเป็ท่วงทำนองอ่อนหวาน จังหวะเนิบนาบ แต่กลับฟังดูสบายใจอย่างน่าประหลาดเสียงนั้นดึงดูดให้เรียวเท้าหนาพาร่างสูงใหญ่ก้าวเดินไปตามเสียงอย่างลืมตัว
อคินหยุดยืนอยู่หลังม่านโปร่งสีขาวสายตาคมทอดมองผ่านกระจกบานเลื่อนออกไปสู่ระเบียง...และภาพที่เห็นก็ทำให้เขาถึงกับลืมหายใจ
ร่างบางของเอื้อนั่งยองๆ อยู่บนพื้นระเบียง
แสงแดดรำไรยามเย็นสีส้มทองตกกระทบเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนและผิวแก้มใสจนดูเรืองรอง
เอื้อไม่ได้อยู่ในชุดไว้ทุกข์สีดำอมทุกข์เหมือนทุกทีแต่สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งผ้าฝ้ายสบายตา ในมือบางมีถ้วยเซรามิกเล็กๆที่ใส่เมล็ดข้าวกล้องเอาไว้
ตรงหน้าของเอื้อ...มีนกกระจอกตัวน้อยสามสี่ตัวกำลังะโโลดเต้นจิกกินเมล็ดข้าวอย่างเพลิดเพลิน
"กินช้าๆสิเ้าตัวเล็ก ไม่ต้องแย่งกัน เอื้อเตรียมไว้ให้เยอะแยะเลย"
เสียงหวานเอ่ยกลั้วหัวเราะรอยยิ้มกว้างจนตาหยีจุดประกายขึ้นบนใบหน้าหวาน
มันเป็รอยยิ้มที่สดใสไร้เดียงสา และเต็มไปด้วยความสุขอย่างแท้จริง...รอยยิ้มแบบที่อคินไม่เคยมีโอกาสได้เห็นเลยสักครั้งนับั้แ่เอื้อย้ายเข้ามาอยู่ทีนี่
เอื้อยื่นนิ้วเรียวไปลูบขนฟูๆของนกตัวหนึ่งที่เชื่องกว่าตัวอื่นอย่างเบามือแววตาคู่สวยเปี่ยมล้นไปด้วยความอ่อนโยนและเมตตา
อคินยืนนิ่งเป็ก้อนหิน หัวใจแกร่งกระตุกรัวอย่างรุนแรงความรู้สึกอุ่นวาบแล่นพล่านไปทั่วอกแต่อีกใจกลับเกิดความรู้สึกแปลกประหลาดคืบคลานเข้ามา... มันคือความหงุดหงิดปนอิจฉา
ทำไมทีกับนกกับไม้ นายนั่นถึงยิ้มได้กว้างขนาดนั้น...แต่ทีกับเขาที่เป็คนช่วยชีวิตแท้ๆ กลับมีแต่สายตาหวาดกลัว เจียมตัวและคอยแต่จะหลบหน้าฮะ?
ด้วยความหงุดหงิดที่อธิบายไม่ได้อคินจึงตัดสินใจเลื่อนประตูกระจกเปิดออกเสียงดัง
ครืด!
เสียงนั้นทำให้นกกระจอกฝูงน้อยใบินหนีไปจนหมด
และทำลายโลกใบเล็กของเอื้อลงในพริบตา ร่างบางสะดุ้งสุดตัวรีบยืนขึ้นละลักละล่ำซ่อนถ้วยข้าวไว้ข้างหลัง
ใบหน้าที่เคยมีรอยยิ้มสดใสพลันแปรเปลี่ยนเป็ความตื่นตระหนกและหวาดหวั่นทันที
"คุณ... คุณอคินกลับมาแล้วเหรอครับ เอื้อขอโทษครับ เอื้อทำระเบียงเลอะเทอะหรือเปล่าเดี๋ยวเอื้อรีบกวาดให้เดี๋ยวนี้เลยครับ"
เอื้อก้มหน้าต่ำ น้ำเสียงสั่นเครือข่ายความหวาดกลัวสัญชาตญาณการป้องกันตัวทำงานทันที
อคินมองปฏิกิริยานั้นแล้วยิ่งขัดใจ รอยยิ้มสวยๆเมื่อครู่หายวับไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น
เขาเดินก้าวสามขุมเข้าไปประชิดร่างบางจนเอื้อต้องถอยร่นไปจนแผ่นหลังพิงกับราวระเบียง
"ห้องฉันไม่ใช่สวนสัตว์วันหลังอย่าเอานกพวกนี้เข้ามาเพ่นพ่าน สกปรก" อคินแกล้งดุเสียงเข้มแสร้งมองไปทางอื่นเพื่อซ่อนสายตาที่สั่นไหวของตัวเอง
"ครับ...เอื้อขอโทษครับ วันหลังเอื้อจะไม่ทำอีกแล้วครับ" เอื้อรับคำสั่งเสียงแ่พยายามจะเดินเลี่ยงหลบเข้าห้องเพื่อไม่ให้เกะกะสายตา
แต่ในจังหวะที่เอื้อกำลังจะเดินผ่านร่างสูงอคินกลับคว้าหมับเข้าที่ข้อมือบาง แรงบีบไม่ได้หนักหน่วงเหมือนก่อนแต่ก็แน่นพอไม่ให้หนี เอื้อสะดุ้งโหยง
ช้อนตาขึ้นมองประธานหนุ่มด้วยความไม่เข้าใจ
"คุณอคิน...มีอะไรหรือเปล่าครับ ............
อคินทร์จ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่ความขมขื่นลำคอของเขารู้สึกแห้งผาก
ลมหายใจร้อนๆ จากอาการไข้บวกกับอารมณ์กรุ่นๆทำให้เขาหลุดปากพูดประโยคเอาแต่ใจออกมา
"อยู่กับนกพวกนั้นนายยิ้มได้...แล้วอยู่กับฉัน มันน่าอึดอัดมากหรือไงเอื้อ? ฉันเป็คนให้นายมาอยู่ที่นี่นะไม่ใช่นกพวกนั้น"
เอื้อเบิกตากว้างหัวใจเต้นโครมครามด้วยความสับสนกับคำพูดที่คล้ายจะตัดพ้อของคนตรงหน้า
ร่างบางอึกอัก หน้าเริ่มขึ้นสีระเรื่ออย่างห้ามไม่ได้
"ปะ... เปล่านะครับเอื้อแค่... เจียมตัวว่าเอื้ออยู่ฐานะอะไร เอื้อไม่อยากทำให้คุณอคินรำคาญ"
อคินชะงักไปเมื่อได้ยินคำว่า เจียมตัว ลมในอกตีขึ้นสูงจนทิฐิกลับมาทำงานอีกครั้งเขาสะบัดมือเอื้อออกทันที ราวกับต้องของร้อน
" ก็ดี รู้ตัวก็ดีแล้วไปคั้นน้ำส้มมาให้ฉันที่ห้องนอนด้วย ฉันปวดหัว"
อคินทร์สั่งเสียงสะบัดก่อนจะหันหลังเดินกระแทกส้นเท้ากลับเข้าห้องนอนไป ทิ้งให้เอื้อยืนงงอยู่บนระเบียงมือบางกุมข้อมือตัวเองไว้ แต่อมยิ้มน้อยๆ ออกมาอย่างห้ามไม่ได้
อย่างน้อย วันนี้พี่อคินก็ไม่ได้พูดจาร้ายกาจใส่เขาแถมสายตาคู่ซึนคู่นั้น... มันดูเหมือนเด็กที่กำลังเรียกร้องความสนใจไม่มีผิด
.
เสียงสายฝนกระหน่ำซัดสาดกระจกคอนโดหรูอย่างบ้าคลั่งในเวลาตีสองเสียงฟ้าร้องครืนครั่นยิ่งขับเน้นให้ค่ำคืนนี้ดูมืดมนและน่ากลัวกว่าคืนไหนๆ
เอื้อ นั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่นสายตาจับจ้องไปที่ประตูห้องด้วยความกระวนกระวายใจ
เพราะคุณอคินยังไม่กลับมาและอาการปวดหัวเมื่อเย็นนี้ก็ดูท่าจะไม่ดีนัก
แกรก!
ประตูห้องเปิดออกพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของ อคินทร์ ที่ก้าวโซเซเข้ามา
กลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนกึกคละคลุ้งผสมกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงเสื้อเชิ้ตทำงานหลุดลุ่ย เนคไทถูกกระชากออก
ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงจัดด้วยฤทธิ์สุราและพิษไข้ที่รุมเร้าจนแทบประคองสติไม่อยู่
"คุณอคิน ดื่มมาเยอะขนาดนี้เลยเหรอครับตัวร้อนจี๋เลย"
เอื้อรีบถลาเข้าไปประคองร่างหนาเอาไว้แต่อคินทร์ทิ้งน้ำหนักตัวลงมาจนเอื้อต้องใช้แรงทั้งหมดพยุงเขาเข้าไปในห้องนอนใหญ่
เมื่อล้มลงบนเตียงกว้าง อคินทร์ครางเครือในลำคอด้วยความอึดอัด
เอื้อรีบวิ่งไปเอาอ่างน้ำและผ้าขนหนูผืนนุ่มมาซับเหงื่อตามใบหน้าและแผ่รอกว้างคอยดูแลด้วยความรักและเป็ห่วงสุดหัวใจ
"อึก...เอื้อ..."
เสียงทุ้มแหบพร่าครางเรียกชื่อคนตรงหน้า ดวงตาคมปรือขึ้นมอง
ภาพตรงหน้าพร่าเลือนด้วยฤทธิ์เหล้าและไข้สูงแต่ััที่อ่อนโยนและเย็นเยียบจากแผ่นผ้ากลับทำให้ใจที่รุ่มร้อนของเขาสงบลงอย่างประหลาด
"เอื้ออยู่นี่ครับคุณอคินทานยาก่อนนะครับ..."
เอื้อประคองแก้วน้ำขึ้นมา แต่ในจังหวะนั้นเอง...มือหนาที่ร้อนราวกับไฟกลับคว้าหมับเข้าที่ข้อมือบางแล้วออกแรงกระชากจนร่างของเอื้อล้มลงมาทับบนอกแกร่ง
"คุณอคิน!!!!!!! ปล่อยเอื้อ..."
เอื้อตื่นตระหนก พยายามจะดันตัวลุกขึ้น แต่รอยร้าวในกำแพงหัวใจของอคินทร์ที่สะสมมาหลายวันบวกกับสติที่ขาดผึงเพราะแอลกอฮอล์
ทำให้ความ้าที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ทิฐิมันะเิออกมา
"ไม่ปล่อย...นายนั่นแหละเอื้อ... ทำไมต้องทำท่ารังเกียจฉัน ทีกับนกพวกนั้นนายยิ้มได้แต่กับฉันนายเอาแต่กลัว "
อคินทร์ตวาดเสียงพร่า ลมหายใจร้อนผ่าวรินรดซอกคอขาวสายตาที่เคยมองด้วยความเหยียดหยามบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความกระหายและดุดันดุจราชสีห์ที่เจอเหยื่อ
"เอื้อไม่ได้รังเกียจ...เอื้อรัก..." คำสารภาพเกือบหลุดจากปากแต่เอื้อต้องกลืนมันลงไปเมื่อริมฝีปากหนาบดเบียดลงมาอย่างรุนแรงและเอาแต่ใจ
มันไม่ใช่จูบที่อ่อนหวานเหมือนในความฝันแต่มันคือจูบที่เต็มไปด้วยอารมณ์ดิบเถื่อนและความสับสน
อคินทร์พลิกตัวขึ้นกดร่างบางไว้ใต้พันธนาการเอื้อพยายามขัดขืนในตอนแรกแต่เมื่อสบเข้ากับดวงตาคมคู่สั่นไหวที่ดูเปราะบางเพราะพิษไข้...หัวใจไม่รักดีของเอื้อก็สั่งให้ทุกอย่างหยุดลง
เพราะรัก... และเพราะยอมตกเป็ของเขามาั้แ่วันแรกที่ใจปฏิพัทธ์
เอื้อหลับตาลงยอมปล่อยให้ร่างสูงล่วงล้ำและตีตราแสดงความเป็เ้าของในค่ำคืนที่สายฝนช่วยบดบังเสียงสะอื้นและความเ็ป...
ััที่เร่าร้อนแผดเผาความเจียมตัวจนมอดไหม้เหลือไว้เพียงเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นรัวท่ามกลางความมืดมิด
.
เช้าวันต่อมา แสงแดดยามเช้าส่องผ่านผ้าม่านเข้ามาในห้องนอนใหญ่
อคินทร์ลืมตาขึ้นด้วยอาการหนักอึ้งที่ศีรษะแต่ไข้ลดลงไปมากแล้ว
ทว่าเมื่อขยับตัว เขากลับพบร่างบอบบางของเอื้อนอนตะแคงอยู่ข้างกายแผ่นหลังเนียนมีรอยแดงเป็จ้ำๆ จากฝีมือของเขาในคืนที่ผ่านมา
อคินทร์เบิกตากว้าง ความทรงจำอันเร่าร้อนแล่นเข้ามาในหัวเป็ฉากๆหัวใจของเขาชาวาบ... เขาทำอะไรลงไป? เขามีอะไรกับเด็กกาฝากที่ตัวเองตราหน้าว่ารังเกียจงั้นเหรอ?
ทิฐิและอีโก้อันสูงส่งรีบทำงานทันทีเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเอง
อคินทร์ลุกขึ้นนั่งขบกรามแน่นจนเป็สันนูน
ขณะเดียวกัน เอื้อก็ค่อยๆ รู้สึกตัวตื่นร่างบางขยับตัวด้วยความเจ็บร้าวไปทั้งกาย
เขาดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดอก ช้อนสายตาที่เต็มไปด้วยความหวังลึกๆขึ้นมองผู้ชายที่เป็รักแรกของตน
ทว่า... สายตาที่อคินทร์มองกลับมาในเช้าวันนี้มันกลับเ็าและว่างเปล่ายิ่งกว่าวันไหนๆ
ราวกับเหตุการณ์เมื่อคืนเป็เพียงเื่น่าขยะแขยงเื่หนึ่ง
"ลุกขึ้นแต่งตัวซะเอื้อ" อคินทร์พูดเสียงเรียบเย็นนั่งหันหลังให้ไม่ยอมหันมามองหน้า
"คุณ...คุณอคินครับ" เสียงเอื้อสั่นเครือหยาดน้ำตารื้นขึ้นมาทันทีเมื่อรับรู้ได้ถึงสัญญาณความโหดร้าย
อคินทร์ลุกขึ้นยืนคว้าเสื้อคลุมมาสวมก่อนจะหันกลับมาจ้องหน้าเอื้อด้วยสายตาคมกริบประโยคที่หลุดออกมาจากปากของเขา กรีดลึกจนหัวใจของเอื้อแตกสลายไม่มีชิ้นดี
"เื่เมื่อคืน...ถือซะว่ามันเป็ความผิดพลาดเพราะความเมาของฉันและฉันหวังว่านายจะฉลาดพอที่จะเหยียบมันไว้ให้มิด ห้ามบอกเื่นี้กับใครเด็ดขาดโดยเฉพาะคนในครอบครัวของฉัน"
เอื้อสะอึก ก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่คอจนพูดอะไรไม่ออกมือบางกำผ้าห่มแน่นจนนิ้วซีดขาว
อคินทร์เค้นเสียงหัวเราะในลำคอก้าวเข้ามาหยุดอยู่ที่ข้างเตียงแล้วก้มลงพูดกระซิบชิดใบหูของคนที่นั่งตัวสั่น
" ไหนๆ ก็ไหน ในเมื่อนายยอมนอนใต้ร่างฉันง่ายๆ ขนาดนี้... เอางงี้มั้ย งั้นเรามาตกลงกัน นายอยู่ที่นี่ในฐานะคู่นอนลับๆ’ ของฉัน
เมื่อได้ยินประโยคนั้น น้ำตาของเอื้อก็หยดแหมะลงบนผืนผ้าห่ม
" ฉันพอใจจะเรียกเมื่อไหร นายก็ต้องมาและห้ามเรียกร้องสถานะอะไรที่มันเกินตัว... เข้าใจที่ฉันพูดมั้ย "
"...ครับ..."เอื้อเปล่งเสียงตอบรับแ่เบาราวกับคนไร้ิญญา น้ำตาหยดแหมะลงบนผืนผ้าห่ม
ในใจของเอื้อขมขื่นเ็ปจนเกินจะรับไหว
แต่เพราะความรักที่บังตาและฝังรากลึกมาห้าปี
ทำให้เขายอมน้อมรับสถานะอันไร้เกียรตินี้ไว้...
ยอมเป็คนในเงามืด ยอมเป็ที่ระบายอารมณ์ในยามค่ำคืน
เพียงเพื่อให้ได้อยู่ใกล้ชิดดวงตะวันดวงนี้ต่อไปโดยที่ไม่รู้เลยว่าข้อตกลงนี้จะกลายเป็โซ่ตรวนที่กักขังและทรมานเขาไปอีกนานแสนนาน