"ในโลกมีการพบกันชนิดหนึ่ง ไม่ใช่การพบกันครั้งแรกแต่ก็ไม่ใช่การพบกันอีกครั้ง แต่คือสิ่งที่อยู่ระหว่างทั้งสอง บอกไม่ถูกว่ารู้จักกันหรือเปล่า”
"ใบหน้าบางหน้าไม่เคยเห็น แต่พอเห็นแล้วรู้สึกเหมือนเคยเห็นความรู้สึกนั้นบอกไม่ถูก สิ่งที่บอกไม่ถูกคือสิ่งที่เพิกเฉยได้ยากที่สุด
เขาไม่รู้จักคนนั้น เขามั่นใจว่าไม่รู้จัก แต่แผลเป็บนข้อมือของคนนั้นเขารู้จัก
ไม่ใช่รู้จักแผลเป็นั้น แต่รู้จักรูปร่างของแผลเป็นั้น รูปร่างนั้นอาศัยอยู่ในความทรงจำของเขาที่ไหนสักที่ที่ซึ่งเขาหาไม่พบ แต่รูปร่างนั้นพบเขาแล้ว"
กลางดึกวันที่สอง และความลับที่ถูกเห็น....
วันที่สองในโรงหมอ กลางดึก
เซิ่นอวี๋นอนไม่หลับ ไม่ใช่เพราะเจ็บแต่เพราะมีเสียงบางอย่างจากห้องถัดไป
เสียงก้าวเท้าเบาๆ ที่ไม่หยุด
เดิน หยุด เดิน หยุด เหมือนคนที่กำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่และไม่อาจนิ่ง
เซิ่นอวี๋นั่งขึ้นช้าๆ ทดสอบแผลด้วยการขยับตัว ตึงแต่พอทนได้ เขาลุกขึ้น เดินไปที่ประตูที่เปิดแง้มอยู่
ห้องถัดไปเป็ห้องทำงานของหลิงซางและหลิงซางกำลังยืนอยู่หน้าโต๊ะที่มีกระดาษวางเต็ม แต่เขาไม่ได้อ่านกระดาษ
เขากำลังมองออกไปนอกหน้าต่างมองท้องฟ้ากลางดึกที่เต็มไปด้วยดาว
และที่มือของเขา มีน้ำแข็งบางๆก่อตัวขึ้นที่ปลายนิ้ว โดยที่เขาดูเหมือนจะไม่รู้ตัว มันเติบโตช้าๆเป็รูปทรงที่ไม่มีรูปแบบ ราวกับความคิดที่หาทางออกมาทางมือ
เซิ่นอวี๋ยืนนิ่งอยู่ที่กรอบประตู
เขาเห็นแล้ว แต่ไม่พูด
แล้วพื้นไม้เก่าก็ดังขึ้นเบาๆ ใต้น้ำหนักของเขา
หลิงซางหันมาทันทีมือที่มีน้ำแข็งก่อตัวดึงกลับมาหาตัวอย่างรวดเร็ว น้ำแข็งนั้นละลายหายไปในทันทีดวงตาสีเทาตีบแคบลง
"ท่านควรนอน"
"นอนไม่หลับ" เซิ่นอวี๋พูดตรงๆ ก้าวเข้ามาในห้อง"ข้าเห็นแล้วนะท่านหมอ"
"ท่านเห็นอะไร" เสียงเรียบราบจนน่าประหลาด
"น้ำแข็งที่ปลายนิ้ว" เซิ่นอวี๋นั่งลงบนเก้าอี้ข้างโต๊ะโดยไม่ได้รับเชิญ"และเมื่อคืนก็เห็นแสงขาวห้องเย็นลง ข้าอยากรู้ว่ามันคืออะไร"
"ท่านไม่ควรถาม"
"แต่ข้าอยากถาม"
หลิงซางมองเซิ่นอวี๋นานมองแบบที่ประเมินว่าคนตรงหน้าเชื่อถือได้ระดับไหนซึ่งเซิ่นอวี๋คาดเดาได้เพราะเขาทำแบบเดียวกันเมื่อพบคนใหม่
"ท่านเป็ใคร" หลิงซางถามในที่สุด "จริงๆ"
"นักสืบสวนอิสระ" เซิ่นอวี๋ตอบ "รับคดีที่คนอื่นไม่รับ"
"และคืนนั้น ท่านสืบสวนอะไรอยู่"
"คดีวางยาพิษขุนนางในราชสำนัก"
ห้องเงียบลง
หลิงซางดึงเก้าอี้ออกมานั่งตรงข้ามเซิ่นอวี๋มือสองข้างวางบนโต๊ะ มองเขาอยู่โดยไม่พูด
"พิษที่ท่านถูกยิง" หลิงซางพูดช้าๆ "เป็สูตรเดียวกับที่ใช้วางพวกขุนนาง"
เซิ่นอวี๋ไม่แสดงความประหลาดใจแต่หยุดนิ่งเล็กน้อย
"ท่านรู้สูตรนั้น"
"ข้าเป็แพทย์" หลิงซางตอบ "ข้ารู้พิษทุกชนิดที่มีในแผ่นดินนี้รวมถึงสูตรที่ไม่ควรมีคนรู้ด้วย"
"แล้วสูตรนั้น..."
"มาจากตำราโบราณที่มีสำเนาอยู่แค่สามแห่ง" หลิงซางพูด เสียงเรียบแต่ชัดเจน "หนึ่งในนั้นอยู่ในห้องสมุดของตระกูลข้า"
ความเงียบนั้นหนักกว่าก่อน
"ท่านหมอ" เซิ่นอวี๋พูดช้าๆ "ข้าไม่ได้คิดว่าท่านเป็ผู้กระทำผิด"
"ข้าไม่ได้กังวลว่าท่านจะคิดอะไร" หลิงซางตอบ "ข้ากังวลว่าใครบางคนกำลังใช้ชื่อตระกูลข้าเพื่อบดบังรอยของตัวเองและถ้าคดีนี้ดำเนินต่อไปโดยที่ข้าไม่รู้ข้อมูลคนที่ถูกกล่าวโทษในที่สุดอาจเป็ตระกูลอู๋"
เซิ่นอวี๋มองหน้าหลิงซางมองนานพอที่จะเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้ความเรียบราบของใบหน้านั้น
ความกังวล
ไม่ใช่กังวลเพื่อตัวเอง แต่กังวลเพื่อตระกูลเพื่อชื่อที่บิดาสร้างมาห้าชั่วคน
"งั้นเราคุยกันได้" เซิ่นอวี๋พูด ยื่นมือออกมา "ข้ามีข้อมูลคดีท่านมีความรู้เื่พิษ ทั้งสองฝ่ายต่าง้ากัน"
หลิงซางมองมือที่ยื่นออกมา
ไม่จับทันที
"เงื่อนไขของข้า" เขาพูด "ข้าจะไม่ทำสิ่งใดที่ผิดกฎหมายข้าจะไม่ให้ข้อมูลที่เป็ความลับของคนไข้และถ้าพบว่าคนในตระกูลข้ามีส่วนเกี่ยวข้องจริง ข้าจะไม่ปกป้องพวกเขา"
เซิ่นอวี๋ฟังเงื่อนไขทุกข้อโดยไม่ขัด
"รับได้ทั้งหมด" เขาพูด "ข้ามีเงื่อนไขเดียว"
"อะไร"
"สิ่งที่ท่านใช้รักษาข้าเมื่อคืน" เซิ่นอวี๋พูดตรงๆ "ข้าจะไม่บอกใครไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น"
หลิงซางนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง
จากนั้นก็จับมือที่ยื่นออกมา ไม่แน่น ไม่นานแต่ชัดเจน
มือนั้นเย็นจริงๆ เซิ่นอวี๋รู้สึกได้
เย็นแบบเดิมกับที่เคยฝันถึง
สิ่งที่บิดาของหลิงซางรู้..........
วันที่สามของการพักรักษาตัว
ในตอนเช้า ประตูหน้าโรงหมอเปิดออกพร้อมกับก้าวเท้าที่หนักและมั่นคง
อู๋ เจิ้งหยวน แพทย์หลวงสูงสุดแห่งราชสำนักบิดาของหลิงซางเดินเข้ามาพร้อมกับรัศมีของคนที่ทุกห้องที่เขาเดินเข้าไปย่อมรู้สึกได้ทันทีว่ามีอำนาจมาถึงแล้ว
ชายชราผมขาวครึ่งศีรษะ ตาสีเข้มที่ยังคมอยู่เสื้อคลุมผ้าไหมสีน้ำเงินลึกที่สวมอย่างเรียบร้อยไม่มีรอยยับ
เขาเห็นเซิ่นอวี๋ที่นั่งอยู่ที่โต๊ะข้างหน้าต่างตอนนี้เซิ่นอวี๋กำลังอ่านกระดาษที่นำออกมาจากย่ามหนังแต่เงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินเสียงก้าวเท้า
ทั้งสองมองกัน
บิดาของหลิงซางไม่แสดงอาการแปลกใจแต่เซิ่นอวี๋สังเกตเห็นบางอย่างที่ไหวอยู่ในดวงตาของชายชราบางอย่างที่เขาไม่แน่ใจว่าจะตีความว่าอะไร
"ลูกชายของข้าบอกว่ามีคนไข้พิเศษ" เจิ้งหยวนพูดเสียงนุ่มนวลแต่มีน้ำหนัก
"ข้าคงเป็คนที่ท่านพูดถึง" เซิ่นอวี๋ยืนขึ้นก้มศีรษะแสดงความเคารพ"เย่เซิ่นอวี๋ขอรับขอบพระคุณตระกูลอู๋ที่ให้ที่พักพิงรักษา"
เจิ้งหยวนมองเขาอยู่นานยาวกว่าการมองคนแปลกหน้าทั่วไป
"เย่" เขาพูดซ้ำ เหมือนลิ้มรสคำนั้น "แซ่ที่ไม่คุ้นเคย"
"เป็แซ่ที่ข้าตั้งให้ตัวเอง" เซิ่นอวี๋ตอบตรงๆ "ข้าเป็สามัญชนไม่มีแซ่"
บางอย่างในดวงตาของเจิ้งหยวนขยับอีกครั้งแต่ชายชราก็แค่พยักหน้า
"หายดีแล้ว?"
"ด้วยฝีมือของท่านหมอซางข้าหายเร็วกว่าที่คาด"
"ลูกชายข้าเก่ง" เจิ้งหยวนพูดอย่างมีความหมายแล้วก็เดินต่อเข้าไปด้านใน
หลิงซางนั่งอยู่ในห้องทำงานเมื่อบิดาเดินเข้ามาเขาก็ไม่แสดงความประหลาดใจ เพียงแต่วางปากกาลงและรอ
"ชายคนนั้น" เจิ้งหยวนพูดโดยตรงปิดประตูห้องหลังตัวเอง "เ้ารับเขาไว้รักษาเพราะอะไร"
"เพราะถูกพิษและจะตาย" หลิงซางตอบ
"เ้ารู้ว่าเขาเป็ใคร?"
"นักสืบสวนอิสระกำลังสืบคดีวางยาพิษในราชสำนัก"
เจิ้งหยวนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง
"เ้ารู้ว่าพิษที่ใช้มาจากตำราของตระกูลเรา?"
"ข้าคือคนรักษาเขา ท่านพ่อ" หลิงซางมองบิดาตรงๆ "ข้าตรวจพิษได้เองั้แ่ต้น"
"แล้วเ้าจะทำอะไร"
"ทำงานร่วมกับเขาเพื่อหาคนที่ใช้ตำราของเราทำสิ่งนี้"
เจิ้งหยวนหันไปมองออกนอกหน้าต่างใบหน้าของเขาอ่านไม่ออก
"ระวังตัวให้ดี" เขาพูดในที่สุด เสียงเบาลง "คดีนี้ลึกกว่าที่เห็น"
"ท่านพ่อรู้อะไรบางอย่างที่ข้าไม่รู้ไหม"
ชายชราหันมามองลูกชายในดวงตานั้นมีบางสิ่งที่หลิงซางเคยเห็นก่อนหน้านี้บ้าง ความลังเล ความกังวลและบางสิ่งที่เขาตีความไม่ได้ว่าเป็อะไร
"พ่อแก่แล้ว" เจิ้งหยวนพูดแค่นั้น "ข้าแค่รู้ว่าโลกนี้ซับซ้อนกว่าตำราทุกเล่มที่เราอ่านรวมกัน"
เขาหันออกไป เปิดประตู
"งานเย็นนี้ที่ตระกูลเว่ย ไปด้วย" เขาบอกก่อนจะก้าวออกไป "เ้าต้องปรากฏตัวให้คนเห็นบ้าง"
ประตูปิดลง
หลิงซางนั่งนิ่งอยู่มองพื้นไม้ที่หลังเก้าอี้ว่างเปล่า
บิดาของเขาไม่ได้บอกว่าไม่ให้ทำงานกับเซิ่นอวี๋
แต่ก็ไม่ได้บอกว่าให้ทำด้วย
และนั่นเองที่น่าคิดมากกว่า
วันที่ออกจากโรงหมอ...........
บ่ายวันที่สาม
เซิ่นอวี๋สวมเสื้อคลุมกลับเสื้อที่หยูหลานซักและซ่อมให้จนดูดีกว่าตอนที่มาเสียอีกเขาเดินออกมาที่ห้องรับแขกด้านหน้าพร้อมย่ามหนังที่สะพายบ่า
หลิงซางยืนอยู่ที่โต๊ะกำลังเขียนใบสั่งยาให้คนไข้รายอื่น ไม่ได้หันมาดู
"ค่ารักษาเท่าไหร่" เซิ่นอวี๋ถาม
"สามสิบเหรียญเงิน"
"เฉพาะยาและที่พักหรือรวมพลังที่ใช้ด้วย"
หลิงซางวางปากกาลง หันมามอง
"สามสิบเหรียญ" เขาพูดซ้ำ เสียงเดิม
เซิ่นอวี๋ควักถุงเงินออกมานับเหรียญวางบนโต๊ะอย่างเรียบร้อย จากนั้นก็วางสิ่งอีกอย่างลงข้างๆ
กระดาษพับสี่เท่า
"ที่อยู่ที่ข้าพักในฉางอัน" เซิ่นอวี๋พูด "ถ้าท่านหมอ้าข้อมูลคดีหรือถ้าข้อมูลคดี้าท่านหมอ มาหาได้"
หลิงซางมองกระดาษนั้นโดยไม่หยิบขึ้น
"และถ้าท่านาเ็อีก?" เขาถาม
"ข้าก็จะกลับมาที่นี่" เซิ่นอวี๋ตอบยิ้มแบบที่หลิงซางเริ่มจำแนกได้ว่าเป็รอยยิ้มจริงของเขาไม่ใช่รอยยิ้มที่ใช้กับคนทั่วไป "เพราะท่านรักษาดีที่สุดที่ข้าเคยได้รับ"
"ข้าจะคิดราคาตามอาการ" หลิงซางพูดเรียบๆ
"แน่นอน"
เซิ่นอวี๋หันไปคำนับหยูหลานที่ยืนอยู่ที่ประตูด้วย
"ขอบคุณที่ดูแล คุณหมอผู้ช่วย"
"ระวังตัวด้วย" หยูหลานพูด "และกินยาตามที่ท่านหมอซางสั่ง"
"ข้าจำได้"
เขาก้าวออกไปในแสงบ่ายของฉางอันหิมะบนพื้นถนนละลายเป็น้ำในเวลากลางวัน แสงสีทองสะท้อนบนน้ำนั้นแวววับ
หลิงซางยืนอยู่ที่หน้าต่างมองเขาเดินออกไปจนลับตา
มือข้างหนึ่งยกขึ้นหยิบกระดาษพับนั้น
พับมันไว้ในกระเป๋าเสื้อโดยไม่เปิดอ่าน
ความฝันที่สี่.........
คืนนั้น หลิงซางฝัน
ฝันซ้ำเดิมอีกครั้ง หิมะ ความมืดเสียงที่เรียกชื่อที่ไม่รู้ว่าชื่อใคร
แต่คืนนี้ฝันยาวกว่าเดิม
ในความมืดที่เต็มไปด้วยหิมะนั้นมีร่างหนึ่งยืนอยู่ ไม่ชัดเจน เหมือนเงาที่ถูกวาดด้วยหมึกจางๆแต่หลิงซางรู้ว่ามันมองมาที่เขา
"เ้าจำข้าไม่ได้" เสียงนั้นพูด ไม่ใช่คำถาม
"จำไม่ได้" หลิงซางตอบในฝัน
"ไม่เป็ไร" เสียงนั้นมีรอยยิ้มอยู่ในนั้นแบบที่หลิงซางเพิ่งได้ยินไม่กี่วันก่อน "เ้าจะจำในที่สุด"
"เ้าคือใคร"
เงานั้นหันหลัง เดินออกไปในหิมะ
แต่ก่อนจะหายไป หันกลับมาครั้งสุดท้ายและในความมืดที่ไม่มีแสง หลิงซางเห็นสิ่งเดียวที่ชัดเจน
รอยแผลเป็รูปพระจันทร์เสี้ยวที่ข้อมือซ้าย
หลิงซางตื่นขึ้น
นั่งอยู่บนเตียงในความมืด หายใจปกติมือทั้งสองกำแน่น
ความเย็นที่ปลายนิ้วเพิ่งเริ่มก่อตัวเขาสั่งมันให้หยุด และมันก็หยุด
แต่ความคิดที่ค้างอยู่ในหัว
ไม่หยุด
เขาลุกขึ้น จุดเทียน เดินไปที่โต๊ะหยิบกระดาษพับออกมาจากกระเป๋าเสื้อที่แขวนไว้ที่ขอบเก้าอี้
กางมันออก
ที่อยู่ที่เขียนไว้นั้นเป็ร้านชาในย่านเมืองเก่าไม่ไกล แต่ก็ไม่ใกล้
ด้านล่างมีบรรทัดเพิ่มเติมที่เขาไม่ได้สังเกตั้แ่แรกเขียนด้วยลายมือเรียวบางแต่ชัดเจน
"ในหมอกมีทาง ในทางมีคน"
หลิงซางอ่านบรรทัดนั้นสองครั้ง
ผนึกกระดาษกลับ วางบนโต๊ะ
แล้วก็นั่งลงเขียนบางอย่างบันทึกที่เขาทำทุกคืนั้แ่เด็ก บันทึกเื่ยา เื่คนไข้ เื่ความคิด
และคืนนี้บรรทัดสุดท้ายที่เขาเขียนไม่ใช่เื่ยา
มันคือ "รอยแผลเป็รูปพระจันทร์เสี้ยวข้อมือซ้าย"
รุ่งเช้าและก้าวแรกของการเดินทาง.........
สัปดาห์ต่อมา
หลิงซางได้รับจดหมายที่ไม่มีชื่อผู้ส่งส่งมาถึงโรงหมอโดยตรง เนื้อในสั้นมาก เขียนด้วยลายมือเดิม
"มีคดีใหม่ พิษชนิดเดิม เหยื่อสองคนอยู่ที่ย่านตะวันตก ท่านหมอมีเวลาไหม"
หลิงซางอ่านจดหมายนั้นสองครั้ง พับเก็บแล้วก็บอกหยูหลานว่าเขาจะออกไปข้างนอก
"ไปงานเลี้ยงที่ตระกูลเว่ยในที่สุดหรือ?" หยูหลานถามเสียงมีความหวัง
"ไม่"
"แล้วไปไหน"
"ย่านตะวันตก"
หยูหลานมองหลังเขาที่เดินออกไป แล้วก็พืมพรำยาวที่สุดของปี
ย่านตะวันตกของฉางอันใน่บ่ายเงียบกว่าย่านอื่นอาคารเก่าริมถนนหินที่กว้างพอให้เกวียนสองคันผ่านกันได้อย่างพอดีกลิ่นชาอบจากร้านชาสองสามร้านที่เปิดอยู่ลอยอ่อนๆ ในอากาศเย็น
หลิงซางหยุดหน้าบ้านที่อยู่ในจดหมาย
ก่อนที่จะเคาะประตู
ประตูเปิดออกจากข้างใน
และเย่เซิ่นอวี๋ยืนอยู่ในกรอบประตูมือหนึ่งถือถ้วยชา อีกมือจับกรอบประตู ดวงตาสีน้ำตาลเข้มมองหลิงซางอย่างไม่แปลกใจ
"ท่านหมอมาเร็ว"
"ท่านรู้ว่าข้าจะมา?" หลิงซางถามตรงๆ
"ข้าเดา" เซิ่นอวี๋ตอบ มุมปากขยับขึ้น "แต่เดาถูก"
หลิงซางมองหน้าเขา จากนั้นก็ก้าวเข้าไปในบ้าน
"บอกข้าเื่คดี"
เซิ่นอวี๋ยิ้มยิ้มแบบที่เขาไม่ได้ยิ้มให้ใครบ่อยนัก แบบที่ถึงตา ก่อนจะปิดประตูและเดินตาม
"แผลเป็ไม่ใช่แค่รอยบนร่างกาย มันคือเื่ราวที่ร่างกายจำแม้จิตใจจะลืมไปแล้ว
และรอยพระจันทร์เสี้ยวนั้น บอกเื่ราวในแบบที่ แม้แต่คนที่มองเห็นก็ยังบอกไม่ถูกว่าทำไมถึงรู้สึกว่ารู้จัก
บางที่ความคุ้นเคย ไม่ได้มาจากความทรงจำ แต่มาจากส่วนที่ลึกกว่าความทรงจำส่วนที่ไม่ลืม แม้ทุกอย่างอื่นจะลืมไปแล้ว"
“ถ้าคนนั้นมาอีกพรุ่งนี้ เขาจะไม่รู้สึกว่าแปลกหน้า และความไม่แปลกหน้านั้นเริ่มขึ้นั้แ่วันนี้ ั้แ่พระจันทร์เสี้ยวนั้น"
..สุสาส์นราคะ...