“ไปหงุดหงิดอะไรมาล่ะ” เซี่ยตงจื่อถามน้องชาย “หรือว่าเล่นเกมแพ้ ก็แหงล่ะ นายจะไปสู้เด็กๆ สมัยนี้ได้ยังไง เด็กพวกนั้นเล่นเกมกันเป็ั้แ่ยังอยู่ในท้องแล้วมั้ง”
“ผมไม่ได้หงุดหงิดที่เล่นเกมแพ้ซักหน่อย แค่รู้สึกโมโหที่มีไอ้บ้าคนหนึ่งไม่เห็นความหวังดี” เซี่ยฮ่าวหยูเดินไปเปิดตู้เย็นแล้วหยิบน้ำเย็นๆ ขึ้นมาดื่มดับโมโห “พี่คิดดูสิ อากาศร้อนจนตับจะแตกขนาดนี้แล้ว แต่ไอ้บ้านั่นยังใส่ชุดวอร์มตั้งหลายชั้น ผมก็กลัวว่าเขาจะเป็ลมก็เลยเตือนให้เขาถอดเสื้อวอร์มออกบ้าง แต่เขาก็ไม่ได้พูดหรือไม่ได้โต้ตอบอะไรกลับมา ผมก็เลยนึกว่าหูเขาไม่ได้ยินแล้วยังเป็ใบ้ก็เลยไปขอยืมกระดาษกับปากกามาจากเ้าของร้าน กะว่าจะมาเขียนเตือนเขาสักหน่อย แต่พี่รู้ไหม ไอ้บ้านั่นมันเขียนโน้ตด่าผมหาว่าผมเผือกซะงั้น ไม่เห็นความหวังดีของคนอื่นเขาบ้างเลย”
เซี่ยตงจื่อหัวเราะน้องชาย “เอาน่า บางทีเขาอาจจะหลบคนที่บ้านมาเล่นเกมคนเดียวก็ได้ พอนายไปทัก เขาคงกลัวว่าคนที่บ้านจะตามมาเจอ มาเถอะ...มากินขาหมูตุ๋น เผื่อว่านายจะหายหงุดหงิดบ้าง เดี๋ยวกินอิ่มแล้วฉันมีอะไรจะพูดกับนาย”
เซี่ยฮ่าวหยูมองขาหมูตุ๋นมันวาวแสนน่ากิน เขารีบนั่งประจำที่และรอให้พี่ชายเริ่มกินก่อน จากนั้นเขาก็จัดการกับขาหมูและหมั่นโถวในส่วนของตัวเองจนหมด
“แบ่งส่วนของฉันไปกินบ้างไหมล่ะ” เซี่ยตงจื่อผลักจานหมั่นโถวและจานขาหมูให้น้องชาย
“ไม่เอาดีกว่า เดี๋ยวถ้ามีงานถ่ายหนังถ่ายละครติดต่อเข้ามา พี่ก็ต้องบอกให้ผมไปลดน้ำหนักอีก” เซี่ยฮ่าวหยูปฏิเสธ “ลดน้ำหนักมันยากกว่ากินเข้าไปเยอะเลย ว่าแต่พี่เถอะ ก่อนหน้านี้บอกว่ามีอะไรจะพูดกับผมเหรอ”
“ซูเม่ยโทรมาบอกว่าเดือนหน้าสถานีช่อง ZTV กำลังจะเปิดถ่ายละคร เธอจะชวนฉันไปทำงานในกอง แล้วก็จะชวนนายไปเล่นบทตัวประกอบด้วย แต่ว่างานนี้ต้องไปถ่ายทำที่ต่างจังหวัดเป็เดือนเลยนะ นายสนใจจะรับงานนี้ไหมล่ะ”
“สนใจสิ ถ้าได้ค่าตัววันละร้อย ถ่ายงานสามสิบวันก็จะได้เงินสามพัน หักภาษี ณ ที่จ่ายออกไป 5% ก็จะเหลือเงินอยู่ที่...” เซี่ยฮ่าวหยูเริ่มคำนวณในใจ ต้องขอบคุณความรู้ของเ้าของร่างเดิม ฮ่องเต้หนุ่มถึงเข้าใจระบบบริหารและระบบการเงินของโลกสมัยใหม่ได้เป็อย่างดี “2,850 หยวน พอสำหรับค่าเช่าบ้านสามเดือนเลย”
“นายไม่ต้องกดดันตัวเองขนาดนั้นสิ ฉันไม่ยอมให้นายอดตายหรอกน่า” เซี่ยตงจื่อเริ่มรู้สึกผิดที่ก่อนหน้านั้นเขาเอาแต่บ่นและบังคับให้น้องชายออกไปหางานทำ แรกๆ เขาก็ดีใจที่น้องชายเริ่มคิดได้ แต่พอเห็นน้องชายเอาแต่หมกหมุ่นที่จะหาเงินและยังย้ำถึงแต่เื่ค่ากินและค่าเช่าบ้าน เขาก็ชักห่วงว่าน้องชายจะเครียดเกินไป
“ผมไม่ได้กดดันตัวเองซะหน่อย แค่คิดว่าไม่อยากให้พี่ต้องทำงานเหนื่อยอยู่คนเดียว อีกอย่างนะ ผมอยากย้ายออกจากบ้านเช่าหลังนี้เต็มทีแล้ว” เซี่ยฮ่าวหยูยิ้มให้พี่ชาย “สักวันผมจะซื้อบ้านหลังใหญ่ที่มีสภาพแวดล้อมดีๆ ให้พี่อยู่ ผมจะดูแลพี่ไปจนตายเลยล่ะ”
เซี่ยตงจื่อน้ำตาคลอที่ได้ยินคำพูดของน้องชาย มันเป็ความปลื้มและยินดีที่เขาไม่สามารถอธิบายออกมาได้ ก็เหมือนกับเขาที่ดูแลน้องชายมาด้วยความเต็มใจ และเขาก็ไม่เคยคิดที่จะทอดทิ้งน้องชายแม้ว่าเขาจะต้องพบกับความลำบากมากขนาดไหนก็ตาม จิตใต้สำนึกมันบอกเขาไว้เสมอว่าเขาจะต้องดูแลน้องชายให้ดี “ฉันจะรอย้ายไปอยู่บ้านหลังใหม่ที่นายซื้อก็แล้วกัน”
“พี่ แล้วละครเื่นี้ใครแสดงนำเหรอครับ”
“เป็นักแสดงนำหญิงที่ดังที่สุดของประเทศเลยล่ะ ละครเื่นี้เป็ละครเื่แรกที่เธอจะกลับมาเล่นหลังจากที่เธอไปรับงานถ่ายภาพยนตร์ที่ต่างประเทศ” เซี่ยตงจื่อยิ้ม “นายโชคดีมากเลยนะที่จะได้เล่นละครกับอี้อี้ เพราะละครที่เธอเล่นทุกเื่เรทติ้งดีสุดๆ แถมนักแสดงั้แ่ตัวประกอบไปจนถึงคนที่เล่นบทรองก็มักจะโด่งดังและมีงานตามมาเยอะเลย ฉันยังแอบหวังว่าครั้งนี้นายอาจจะโชคดีกับเขาบ้าง”
“อี้อี้? ใครเหรอครับ ทำไมผมไม่เคยได้ยินชื่อเลย”
“หา! นายไม่รู้จักอี้อี้? นายอย่าไปพูดคำนี้ให้ใครได้ยินเชียว โฆษณาของอี้อี้มีให้เห็นทั่วบ้านทั่วเมือง ละครแต่ละเื่ก็ดังเป็พลุแตก” เซี่ยตงจื่อรีบหยิบมือถือขึ้นมาแล้วเปิดรูปถ่ายของดาราสาวก่อนจะยื่นให้น้องชายดู “นายดู สวยอย่างกับนางฟ้าขนาดนี้แต่นายไม่รู้จัก นายรีบจำหน้าเธอไว้แล้วก็รีบไปหาข้อมูลเกี่ยวกับเธอให้มากที่สุด ก่อนไปถ่ายละครกับเธอ นายต้องจำเื่ของเธอให้ได้”
เซี่ยฮ่าวหยูเห็นรูปถ่ายของดาราสาว เขาถึงกับพูดไม่ออก จากนั้นก็น้ำตาคลอ “พี่...พี่บอกว่าเธอชื่ออี้อี้เหรอ”
“ใช่สิ” เซี่ยตงจื่อเปลี่ยนมายิ้มกว้าง “อี้อี้เป็ชื่อเล่นที่แฟนคลับอย่างฉันใช้เรียก ส่วนชื่อจริงของเธอคือฉินซูอี้ เป็ลูกสาวของมหาเศรษฐีเบอร์ต้นของประเทศเรา แต่นายอย่าเข้าใจผิดว่าเธอเข้าวงการมาด้วยเส้นสาย เธอเข้าวงการมาด้วยความสามารถล้วนๆ”
แต่เซี่ยฮ่าวหยูไม่ได้อยู่ฟัง เขาคืนโทรศัพท์ให้พี่ชายแล้วก็รีบเข้าห้องนอนของตัวเองไป โทรศัพท์เครื่องเล็กแค่นั้นมันจะไปพออะไร เขาต้องไปเปิดคอมพิวเตอร์เพื่อดูให้ชัดๆ ว่านั่นคือซูอี้ของเขาหรือเปล่า
เซี่ยฮ่าวหยูปิดประตูล็อกห้องอย่างเรียบร้อยก่อนจะถอดแจ็กเกตตัวเก่งไปแขวนไว้ กระดาษโน้ตที่ได้มาจากร้านเกมร่วงออกจากกระเป๋า เซี่ยฮ่าวหยูก้มเก็บแล้วโยนมันไปรวมอยู่กับกองหนังสือที่วางระเกะระกะอยู่บนโต๊ะ จากนั้นเขาก็เปิดคอมพิวเตอร์อย่างใจเย็น เขาค่อยๆ คีย์ชื่อของเธอลงไปในช่องค้นหา และภาพดาราสาวก็แสดงเต็มหน้าจอ ‘ซูอี้ เป็เ้าจริงๆ ในที่สุดข้าก็หาเ้าเจอแล้ว’
เซี่ยฮ่าวหยูอ่านประวัติและผลงานของฉินซูอี้ทั้งคืนจนได้รู้ว่าฉินซูอี้ในชาตินี้เกิดมาเพียบพร้อมเพียงใด ตระกูลฉินเป็ตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้นของประเทศ
‘ฉินหลาง’ บิดาของฉินซูอี้เป็เ้าของบริษัทซอฟท์แวร์ด้านความปลอดภัยที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ
‘ฉินอี้เหลียน’ มารดาของฉินซูอี้เป็ศัลยแพทย์ที่มีชื่อเสียง
‘ฉินอี้เทียน’ พี่ชายของฉินซูอี้เป็เ้าของบริษัทผลิตเกมชั้นนำ และยังเป็โปรแกรมเมอร์อัจฉริยะที่ใครๆ ต่างก็อยากร่วมงาน
จากที่เคยตื่นเต้นดีใจกลับกลายเป็ความห่อเหี่ยว ‘ซูอี้ ด้วยคุณสมบัติและพื้นฐานครอบครัวที่ยอดเยี่ยมของเ้า แล้วเ้าจะมาชายตาแลผู้ชายจนๆ แถมครอบครัวยังมาล้มละลายอย่างข้าอยู่หรือ?’
“จูดี้ น้องชายของแกไม่เต็มใจรับงานนี้เหรอ” ซูเม่ยเดินไปสะกิดถามเพื่อน “ถ้าเขาไม่เต็มใจแกก็ไม่จำเป็ต้องบังคับให้เขามาก็ได้นี่ ดูหน้าเขาสิ ยังกับแบกโลกไว้ทั้งใบอย่างนั้นล่ะ”
“ฉันไปบังคับเขาที่ไหน เขารับปากว่าจะมาเล่นละครเื่นี้เอง แถมยังกระตือรือร้นคิดคำนวณเงินค่าจ้างอย่างอารมณ์ดี แต่ไม่รู้เป็อะไร พักหลังเขาเอาแต่ซึมแล้วก็บ่นกับตัวเอง” เซี่ยตงจื่อพูดเสียงเครียด “หรือว่าฉันจะกดดันเขามากเกินไป ให้เขากลับไปเล่นเกมเหมือนเดิมดีกว่าไหม”
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ฉันว่าตอนนี้แกพาน้องชายของแกเข้าที่พักก่อนเถอะ แล้วก็บอกให้เขาปรับสีหน้าของตัวเองให้ดีกว่านี้ด้วย ถ้าเกิดผู้กำกับมาเห็นเข้า มีหวังเขาถูกไล่กลับบ้านไปก่อนที่จะได้เริ่มงานแน่ ผู้กำกับคนนี้เป็คนยังไงแกไม่รู้เหรอ ถ้าถูกเขาไล่ออกจากกอง น้องชายของแกก็อย่าหวังว่าจะได้ทำงานในวงการบันเทิงอีกเลย” ซูเม่ยผลักเซี่ยตงจื่อไปหาเซี่ยฮ่าวหยู
“ฮ่าวหยู นายบอกฉันมาซิว่าตกลงนายเป็อะไร หรือว่าไม่อยากรับงานแสดงเื่นี้ เอางี้ไหม...ฉันจะส่งนายกลับบ้านก่อน ถ้านายไม่อยากรับงานละคร นายก็กลับไปคิดว่านายอยากทำและถนัดอะไร หรือไม่นายก็ยังไม่ต้องทำอะไรเลยก็ได้ เดี๋ยวฉันจะหาเลี้ยงนายเอง” เซี่ยตงจื่อพูดกับน้องชายทันทีที่มาถึงห้องพัก
“ผมไม่ได้ไม่อยากทำงาน แต่ผมแค่กลัว” เซี่ยฮ่าวหยูบอก
“กลัว? นายกลัวอะไร” เซี่ยตงจื่อถามอย่างสงสัย “งานนี้ไม่ใช่งานแรกของนายซักหน่อย อีกอย่างเื่นี้นายมีถ่ายทุกวันก็จริง แต่มันไม่มีบทพูดเลยนะ ไม่เห็นมีอะไรน่ากลัวเลย”
เซี่ยฮ่าวหยูถอนหายใจ “ผมกลัวว่ามือใหม่อย่างผมจะทำให้คุณซูอี้ไม่พอใจน่ะสิ พี่คิดดูสิว่าถ้าผมทำงานพลาดแล้วทำให้เธอต้องมาเสียเวลาถ่ายใหม่ เธอจะมองผมแย่ขนาดไหน”
“ฉันนึกว่านายไม่อยากรับงานนี้ซะอีก” เซี่ยตงจื่อถอนหายใจโล่งก่อนจะเดินไปตบไหล่น้องชาย “นายเล่นเป็แค่ตัวประกอบที่นั่งอยู่ไกลๆ โน่น เผลอๆ กล้องถ่ายไปไม่ถึงนายด้วยซ้ำ ไม่มีใครมองเห็นความผิดพลาดของนายหรอก อีกอย่างนะ อี้อี้ได้ชื่อว่าเป็นางเอกที่ใจดีที่สุด เธอใจดีกับทุกคนในกองและไม่เคยโกรธใครมาก่อน ถ้าเธอจะโกรธและไม่พอใจนาย แสดงว่านายต้องเป็คนที่แย่เอามากๆ”
‘ไม่ใช่แค่แย่ แต่ข้าเป็คนเลวมากๆ ในสายตานางต่างหาก’ เซี่ยฮ่าวหยูคิดอยู่ในใจ
“เอาล่ะ วันสองวันนี้ยังไม่ได้เริ่มถ่าย นายจะนอนอยู่ในห้องหรือออกไปเดินเล่นแถวๆ นี้ก็ได้ ส่วนฉันจะไปช่วยงานในกอง” เซี่ยตงจื่อจ้องน้องชาย “ฉันขอเตือนว่านายอย่าไปมีเื่กับใครเชียวนะ ถ้ากองถ่ายของเรามีเื่อื้อฉาวให้สื่อได้ตีข่าว ฉันกับนายคงไม่มีปัญญาหาเงินมาชดใช้ คงได้ไปแก่ตายในคุกอย่างเดียวแล้ว”
“ผมสัญญาว่าผมจะไม่ไปมีเื่กับใคร จะเดินเล่นอยู่แถวๆ นี้แค่นั้น” เซี่ยฮ่าวหยูรับปาก
เพราะไม่อยากให้พี่ชายกังวล เซี่ยฮ่าวหยูจึงปลุกแรงฮึดของตัวเองขึ้นมา ถ้าเขาเอาแต่กลัวและคิดมากกับเหตุการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้น เขาคงก้าวไปข้างหน้าต่อไปไม่ได้ และความฝันที่จะไปยืนอยู่ข้างฉินซูอี้อย่างภาคภูมิใจก็คงจะไม่เกิดขึ้น
รุ่งขึ้น เซี่ยฮ่าวหยูไปวิ่งออกกำลังกายเพื่อขจัดความเครียด อีกทั้งเขายังต้องฟิตร่างกายให้ดูดีอยู่เสมอ พี่ชายบอกว่าเขาต้องทำตัวให้ดูดีไว้ตลอดเผื่อแมวมองมาเห็น
“หยุดอยู่ตรงนั้น!”
เซี่ยฮ่าวหยูหยุดโดยอัตโนมัติ ก่อนที่จะมองไปตามเสียง “คุณพูดกับผมเหรอครับ”
“ฉันกำลังพูดกับนายอยู่” เจียลี่ลี่ยืนกอดอก “นายไม่รู้เหรอว่าพื้นที่นี้เป็พื้นที่ส่วนตัว หรือว่านายเป็แอนตี้แฟนที่จะเข้ามาแอบถ่ายอี้อี้ของเรา”
เซี่ยฮ่าวหยูชี้มาที่อกตัวเอง “ผมเนี่ยนะแอนตี้แฟน”
“ก็ใช่น่ะสิ เช้านี้ฉันไล่พวกแอนตี้แฟนออกไปหลายคนแล้ว อีกอย่างถ้านายไม่ได้ตั้งใจมาถ่ายรูปอี้อี้ แล้วนายจะวิ่งมาที่นี่ทำไม”
เซี่ยฮ่าวหยูมองไปรอบๆ ถึงได้เห็นว่าบ้านพักริมทะเลแถวนี้มีความเป็ส่วนตัวและดูดีมาก ต่างจากห้องพักของตนเองที่เป็เพียงห้องแถว “ผมขอโทษครับ พอดีผมวิ่งเพลินไปหน่อยเลยไม่ได้สังเกตว่าที่นี่เป็บ้านพักส่วนตัว”
เจียลี่ลี่สังเกตท่าทางก็เห็นว่าเซี่ยฮ่าวหยูไม่ได้โกหก ทั้งยังเห็นเขาโค้งขออภัยตนอย่างมีมารยาท น้ำเสียงของเธอจึงดีขึ้นเล็กน้อย “นายก็อย่าโทษฉันเลย ฉันทำงานเป็ผู้จัดการส่วนตัวของอี้อี้มาหลายปี ฉันก็เลยต้องเข้มงวดกับคนที่จะเข้าใกล้เธอนิดหน่อย”
“คุณเป็ผู้จัดการส่วนตัวของคุณอี้อี้เหรอครับ” เซี่ยฮ่าวหยูยิ้มอย่างดีใจ “ผมชื่อเซี่ยฮ่าวหยู เป็นักแสดงประกอบที่มาถ่ายละครเื่นี้ด้วย ส่วนพี่ชายของผมก็ทำงานอยู่ในกองเหมือนกัน เราสองพี่น้องเป็แฟนคลับของคุณอี้อี้ครับ”
เจียลี่ลี่ได้ยินก็ทำหน้าแปลกใจก่อนที่จะเปลี่ยนมายิ้ม “ที่แท้นายก็เป็นักแสดงประกอบนี่เอง ฉันชื่อเจียลี่ลี่ คนในวงการเรียกฉันว่าพี่ลี่กันทั้งนั้น นายจะเรียกฉันแบบนั้นก็ได้นะ”
“ขอบคุณครับพี่ลี่ ถ้างั้นผมขอตัวกลับก่อนนะครับ และขอโทษที่วิ่งไม่ดูทาง ผมฝากขอโทษคุณอี้อี้ด้วยนะครับ” เซี่ยฮ่าวหยูพูดจบก็วิ่งย้อนกลับไปทางเดิม เวลานี้เขาจะทำให้คนที่อยู่ใกล้ตัวเธอโกรธไม่ได้
“พี่ลี่ พี่พูดกับใครอยู่เหรอคะ” ฉินซูอี้เดินออกมาถาม ความจริงเธอเห็นแล้วว่าผู้จัดการพูดอยู่กับใคร เธอจะจำผู้ชายพูดมากคนนั้นไม่ได้ได้ยังไงกัน เพียงแต่ที่ถามเพราะเธออยากรู้ว่าเขาเป็ใคร
“อ๋อ...เซี่ยฮ่าวหยูน่ะ ทีแรกฉันนึกว่าเขาเป็พวกแอนตี้แฟนที่จะมาแอบถ่ายเธอ แต่ปรากฏว่าเขาเป็นักแสดงประกอบ และที่เขามาที่นี่ก็เพราะวิ่งออกกำลังกายจนเพลินเลยไม่ได้ดูทาง”
‘เซี่ยฮ่าวหยูเหรอ? ทำไมฉันคุ้นชื่อนี้จัง’ ฉินซูอี้คิดในใจ