หัวใจที่เหินห่าง
ไม่กี่วันต่อมา เคอิจิก็ได้พาปักศรไปทานข้าวที่บ้านตามที่ตั้งใจเอาไว้ เขาพาเธอมาแนะนำกับคุณปู่ซึ่งเป็นญาติผู้ใหญ่เพียงคนเดียว กับน้องชายคนเล็กที่วันนี้กลับมาทานข้าวที่บ้านด้วย เว้นก็แต่น้องชายคนรองเพราะว่ายังติดเคลียร์งานที่บริษัททุกคนให้การต้อนรับปักศรเป็นอย่างดีทีเดียว และเมื่อทานข้าวกันเสร็จน้องชายของเขาก็ขอตัวกลับไปคอนโดฯ ทันที เพราะพรุ่งนี้ต้องไปสอนเด็กที่มหาวิทยาลัยแต่เช้า ซึ่งเขาเป็นครูสอนศิลปะอยู่ที่มหาวิทยาลัยของศรรักนั้นเอง“ผมขอตัวไปส่งปักศรก่อนนะครับคุณปู่” เคอิจิเอ่ยบอกกับคุณปู่ของเขา“ฉันดีใจนะที่หนูมาทานข้าวเย็นด้วยกัน” ชายสูงวัยเอ่ยบอกอย่างเป็นกันเองตอนแรกปักศรก็รู้สึกกังวลใจเหมือนกัน กลัวว่าครอบครัวของเคอิจิจะไม่ยอมรับในตัวเธอ เพราะมาจากครอบครัวที่ไม่ได้ร่ำรวยอะไร แถมตัวเธอเองยังเป็นแค่พนักงานในที่ทำงานของเคอิจิอีกต่างหาก “ค่ะคุณปู่ ไว้วันหลังปักศรจะมาใหม่นะคะ” หญิงสาวยกมือไหว้อีกฝ่ายอย่างนอบน้อมพร้อมกับรอยยิ้ม ก่อนจะเดินไปขึ้นรถที่เคอิจิได้สตาร์ตเครื่องรอไว้อยู่แล้ว“คุณเคอิจิมีพี่น้องสามคนสินะคะ” ปักศรเอ่ยถามหลังจากออกกันมาสักพักหนึ่งแล้ว“ถึงจะเป็นพี่น้องแต่ก็คนละแม่กัน แต่ถึงอย่างนั้นพวกเราก็รักกันมาก มีอะไรก็จะคอยช่วยเหลือกันตลอด ตอนนี้น้องชายคนรองก็ทำงานที่บริษัทนั้นละครับ”“เอ๊ะ!! ปักศรไม่เห็นรู้เลย”“เค้าไม่อยากเปิดเผยตัวเองน่ะครับ อีกอย่างเห็นว่าอยากจะเรียนรู้งานแผนกล่างๆ ก่อน”“อย่างนั้นเหรอคะ ดูเป็นคนเอาการเอางานจังเลยนะคะ”“เอาไว้วันหลังผมจะแนะนำให้คุณรู้จัก” เคอิจิเอ่ยบอกขณะที่สายตายังคงมองตรงไปข้างหน้า ทว่าหญิงสาวข้างกายกลับหันไปมองใบหน้าคมเข้มอย่างนึกหลงใหลในความหล่อเหลา“เอ่อ... แล้วนี่คุณเคอิจิจะกลับคอนโดฯ เลยใช่ไหมคะ” ปักศรคลี่ยิ้มอ่อนๆ ให้“คงต้องไปส่งคุณที่บ้านก่อน” เสียงทุ้มเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบตามปกติ เพราะเขาไม่ได้มีความคิดที่จะพาหญิงสาวหรือว่าใครที่ไหนไปที่คอนโดอยู่แล้ว ยกเว้นก็แต่เด็กหนุ่มที่คอยวนเวียนอยู่ในห้วงความคิดของเขาตลอดเวลา“แล้วถ้าปักศรไปค้างที่นั่นด้วยล่ะคะ” เพราะเป็นสาวมั่นเลยทำให้ปักศรเลือกที่จะถามออกไปอย่างตรงๆ ซึ่งเธอเองก็รู้ว่าเคอิจิจะต้องรู้ความหมายของคำพูดเธออย่างแน่นอน“ผมว่ามันคงไม่เหมาะ ผมไม่อยากให้ใครมองคุณไม่ดี”“...........” ได้ยินแบบนั้นปักศรก็ถึงกับหน้าชา เพราะตั้งแต่คบกันมา เคอิจิไม่เคยจูบเธอเลยสักครั้ง อย่าว่าแต่จูบเลย เขาแตะต้องตัวเธอจนแทบจะนับครั้งได้ด้วยซ้ำ จนบางครั้งเธอก็แอบคิดว่าตัวเองไม่มีเสน่ห์มากสำหรับเคอิจิรึเปล่า“ช่วงนี้น้องชายคุณเป็นยังไงบ้าง เห็นว่าเรียนมหาลัยอยู่ใช่ไหม” จู่ๆ เคอิจิก็เปลี่ยนเรื่อง แถมยังถามถึงน้องชายของเธออีก ปักศรจึงได้แต่ทำหน้ามึนงง“ศรรักเหรอคะ เห็นไม่ค่อยสบายเพิ่งจะหายดีเนี่ยแหละค่ะ ปกติเด็กคนนั้นร่างกายไม่ค่อยจะแข็งแรงอยู่แล้วด้วย โชคดีที่ครั้งนี้ไม่ได้เป็นอะไรมาก คุณเคอิจิมีอะไรรึเปล่าคะ” เธอบอกตามความจริงก่อนจะเอ่ยถามด้วยความสงสัย“พอดีเห็นช่วงนี้คุณไม่ค่อยพูดถึง ผมนึกว่ามีปัญหาอะไรกัน” ได้ยินแบบนั้นหญิงสาวก็ยิ้มออกมา“เราไม่ได้มีปัญหาอะไรกันหรอกค่ะ ศรรักเป็นเด็กดี เป็นน้องชายที่ปักศรรักมากที่สุด ไม่เคยทำให้ครอบครัวต้องหนักใจเลย ขอบคุณนะคะที่คุณเคอิจิเป็นห่วง” ปักศรบอกพร้อมกับรอยยิ้ม“อย่างนั้นเหรอ” สุดท้ายเคอิจิก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ ภายในรถจึงตกอยู่ในความเงียบตลอดทาง จนมาถึงบ้านของหญิงสาว เมื่อส่งเธอเสร็จ เขาก็ขับรถกลับคอนโดฯ ทันที!!..........................................................................................................................................................................................