“คุณพ่อ!!! คุณพ่อจะไปไหนครับ”
จิณณวัตรให้สงสัยไม่น้อย ผิดกับอาทิตยาที่เดาได้ไม่ยากว่าจุดหมายของคุณผู้ชายอยู่ที่ไหน จึงรีบควักนามบัตรออกจากกระเป๋า ส่งให้พยาบาล
“คุณพยาบาลคะ ทันทีที่ทราบอาการของคุณผู้หญิงฝากโทรบอกด้วยนะคะ”
“ตะวันจะไปไหน รอฉันด้วย”
จิณณวัตรรีบเผ่นตามออกไป แม้จะไม่รู้ว่าพ่อกับยังถั่วงอกจะไปไหนก็ตาม
“ตะวัน! อาการคุณเอ้เป็ยังไงบ้าง แล้วนี่จะไปไหนกัน”
คุณหญิงเพลินพิศได้ข่าวจากเพื่อนผู้หวังดีประสงค์ร้ายก็รีบตามมา เจออาทิตยาตรงประตูพอดีเลยรีบ ขณะยกมือรับไหว้สองหนุ่มสาวอย่างเร่งรีบ
“คุณผู้ชายอารมณ์เสียใหญ่เลยค่ะ คงจะกลับไปเล่นงานคุณแอ๊ฟแน่ๆ ตะวันจะตามไปห้าม ฝากคุณผู้หญิงด้วยนะคะตอนนี้อยู่ยังอยู่ในห้องฉุกเฉินค่ะ”
“เหรอ! งั้นฉันไปช่วยห้ามดีกว่า ตะวันคงเอาคุณเดชไม่อยู่หรอก”
เพราะกลัวในอารมณ์จิรเดชไม่น้อย จึงรีบสั่งคนรถขับตามสองหนุ่มสาวไปทันที จิรนันท์เองก็มีสภาพย่ำแย่จนยากจะเยียวยาไม่แพ้ผู้แม่ เพราะอับอายผู้คนจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหน
ั้แ่รู้ข่าวฉาวของตัวเอง ที่กำลังถูกคนตามขุดคุ้ยเื่ทุกซอกทุกมุม จนรู้กระทั่งว่าพระเอกในคลิปนั้น มีลูกมีเมียเป็ตัวเป็ตน ทำงานอยู่ที่ไหน ตำแหน่งอะไร และเป็ลูกเต้าเหล่าใครด้วย
จากนั้นก็ช่วยกันนำมาเล่านำมาลงในโซเชียลเน็ตเวิร์กทุกรูปแบบอย่างรวดเร็ว เป็การซ้ำเติมคนพลาดให้เป็ทุกข์ใจเหมือนเดินอยู่ในกองไฟก็ไม่ปาน
“คุณจะบอกว่าไม่รู้ไม่ได้นะ! เื่ของเราก็รู้กันแค่สองคนคือคุณกับฉัน แล้วมันจะหลุดออกไปหาคนข้างนอกได้ยังไง ยอมรับมาดีกว่า ว่าคุณมันทุเรศที่สุด! คิดจะเอาภาพพวกนี้มาไว้แบล็กเมลฉันเหรอ ฉันไม่คิดเลยนะว่าคุณจะเลวได้ถึงขนาดนี้! เสียแรงที่ฉันรักและให้ทุกสิ่งทุกอย่างกับคุณ แต่คุณก็ตอบแทนฉันด้วยเื่เลวๆ อย่างนี้ คุณรู้มั้ยว่าคุณทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันมีจนหมดสิ้นแล้ว ได้ยินไหมว่าฉันไม่เหลืออะไรแล้ว!!!”
จิรนันท์รีบตัดสายโดยไม่ยอมฟังอีกฝ่ายอธิบายใดๆ เลย ด้วยคิดว่าคงเป็ฝีมือเขาแน่ มีสายเรียกเข้าอีกเลยปิดหนีทันที เดินไปแง้มผ้าม่านห้องนอนมองออกไปตรงประตูรั้ว
ก็เห็นกลุ่มนักข่าวนับสิบมายืนออรออยู่ น้ำตาถึงกับไหลพรากออกมา ทันใดนั้นผู้พ่อก็เปิดประตูพรวดเข้ามา
“แกทำอะไรลงไป!!! ทำไมถึงชั่วขนาดนี้ แกว่างมากนักเหรอถึงได้ถ่ายคลิปทุเรศๆ เอาไว้ให้มันเป็ดาบย้อนกลับมาแทงตัวเองและพ่อแม่น่ะ แกสิ้นคิดมากนักเหรอ!!! ถึงได้ไปแย่งเอาผัวชาวบ้าน แกหาใครไม่ได้แล้วเหรอ!!!”
และด่าทันที ทำเอาลูกสาว กับอีกสามที่วิ่งตามหลังมาอึ้งไม่น้อย เพราะไม่เคยมีเลยสักครั้งที่คนอย่างนายจิรเดชจะดุด่าลูก
“คุณพ่อ!!!”
จิรนันท์เสียใจอย่างยิ่งที่ได้ยินคำด่าแรงๆ อย่างไม่เคยมีมาก่อน แต่ผู้พ่อก็ไม่สนใจ เพราะถูกความโกรธเข้ามาครอบงำจนยั้งมือไม่อยู่ฟาดลงไปหาแก้วลูกอย่างแรง
“คุณพ่อ!!!”
ลูกที่เสียอกเสียใจอยู่แล้วยิ่งรู้สึกย่ำแย่หนักกว่าเดิมเมื่อถูกพ่อทำร้ายจิตใจด้วยการลงไม้ลงมือ อาทิตยากับจิณณวัตรก็ใไม่แพ้กัน เมื่อเข้ามาทันได้เห็นภาพนั้น
“ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าพ่อ นับั้แ่นี้ต่อไปฉันไม่มีลูกอย่างแก!!!”
แต่จิรเดชไม่สนใจใคร แม้แต่คุณหญิงเพลินพิศที่ตามมาห่าง และไม่มีบารมีมากพอที่จะหยุดเขาได้
“นังลูกไม่รักดี!!! แกไปสมสู่มันได้ยังไง นั่นมันลูกผัวคนอื่นนะ แกจนตรอกถึงขนาดนี้เลยเหรอ แล้วใครเสี้ยมใครสอนให้แกริถ่ายภาพทุเรศๆ อย่างนั้นเอาไว้ แกจะถ่ายมาไว้บูชาเหรอ แกเคยคิดบ้างมั้ยว่ามันจะย้อนกลับมาทำให้พ่อกับแม่ขายหน้าคนทั้งโลก แกจะไปไหนก็ไป อย่าอยู่ให้ฉันเห็นหน้าอีก ฉันไม่มีลูกอย่างแกอีกต่อไปแล้ว ไป้!!! ไปให้พ้นหน้าฉัน บ้านฉัน และถ้าแม่แกเป็อะไรไป แกอย่าได้กลับมาให้ฉันเห็นอีกตลอดชีวิตนี้!!!”
“คุณพ่อ!!!”
น้ำตาลูกไหลรินไม่หยุด กับน้ำคำทำร้ายจิตใจให้แดดิ้นลงไปตรงนั้น คุณหญิงเพลินพิศให้ะเืใจเหลือเกินกับภาพที่เห็น จนต้องลงทุนออกโรงเอง จากที่ตั้งใจว่าจะไม่ยุ่งอะไรมากมายนัก
“พอเถอะค่ะคุณเดช มาโมโหตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์แล้ว สู้เรามาหาทางแก้ไขช่วยกันไม่ดีกว่าเหรอคะ”
“จะให้ผมแก้ไขอะไรได้อีกครับคุณหญิง หมดกันชื่อเสียงที่สั่งสมมา หมดเพราะการกระทำชั่วๆ ของมัน ต่อไปผมจะมีหน้าไปพบใครได้”
“แอ๊ฟไม่ได้ทำอะไรเลยนะคะคุณพ่อ แอ๊ฟไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไอ้ภาพนั้นมันออกมาได้ยังไง ทำไมคุณพ่อไม่ถามแอ๊ฟบ้าง”
ลูกอดทนต่อคำด่าของพ่อไม่ไหวจึงตอบโต้บ้าง พ่อก็เดือดดาลขึ้นอีกจนต้องด่ากลับ
“มึงไม่ต้องมาเรียกกูว่าพ่อ!!! และไม่ต้องมาแก้ตัวอะไรทั้งนั้น ถ้าลองมึงไม่ทำชั่วแย่งผัวคนอื่น ไม่ถ่ายภาพทุเรศๆ นั้นไว้ ใครก็เอามาประจานไม่ได้ มึงยังมีหน้ามาเถียงกูอีกเหรอ นังลูกไม่รักดี!!! มันน่านัก!!!”
ไม่ว่าเปล่าผู้พ่อยังตรงดิ่งไปหาหมายจะตบให้หายเจ็บใจอีก จิณณวัตรวิ่งเข้าไปคว้าตัวพ่อเอาไว้ได้ทัน ส่วนอาทิตยาก็วิ่งเข้าไปรั้งร่างของจิรนันท์ให้ออกห่างรัศมีฝ่ามือของพ่อเอาไว้ได้ คุณหญิงเพลินพิศเห็นท่าไม่ดี
“จิณพาพ่อลงไปข้างล่างก่อนดีกว่า เร็วเข้า!”
แล้วคุณหญิงก็นำลงไปก่อน จิณณวัตรถึงได้ลากพ่อไป จิรนันท์ไม่รู้จะทำยังไงจึงหันไปร้องไห้ซบอกเลขาแม่อย่างไม่เคยทำมาก่อน เพราะไม่รู้จะหันหน้าไปหาใครได้อีก เพื่อนนางแบบด้วยกันก็ต่างหนีหน้าั้แ่มีปัญหาเกิดขึ้นแล้ว แม้แต่เพื่อนสนิทเช่นคู่ควงของพี่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงา ไม่มีแม้แต่จะโทรมาปลอบใจเลยจนด้วยซ้ำ
“ฉันว่าส่งไปอยู่เมืองนอกสักพักจะดีกว่านะคะ อยู่เมืองไทยก็คงหนีเื่นี้ไม่พ้นอยู่ดี สู้ไปไกลๆ ดีกว่า นักข่าวคงจะตามไปกวนใจไม่ได้หรอกมั้ง”
ในวันถัดมาที่ทุกคนมารวมตัวกันอยู่ในห้องผู้ป่วยพิเศษหลังจากชมจันทร์ก็พ้นขีดอันตรายแล้ว เมื่อเห็นจิรเดชใจเย็นลงบ้างแล้ว คุณหญิงเพลินพิศจึงรีบดึงทุกคนออกห่างจากเตียงผู้ป่วยที่หลับสนิทด้วยฤทธิ์ยานอนหลับ ไปอยู่อีกห้องเพื่อเสนอทางออกให้
“ผมมืดไปหมดแล้วครับคุณหญิง จะคิดจะทำอะไรก็ไม่มีหัวสมองแล้ว มันมีแต่ความโกรธ ความเจ็บใจเท่านั้น ดีนะที่คุณเอ้ไม่ได้เป็อะไรมาก ไม่งั้นผมคงจะแย่กว่านี้แน่ๆ”
จิรเดชสารภาพตามตรง ด้วยไม่ถนัดกับการแก้ปัญหาจุกจิกเื่ลูกๆ หรือเื่ในบ้านทั้งหลายทั้งปวง ส่วนใหญ่ให้เมียรับไป ตัวเองก็จะรับผิดชอบกิจการของครอบครัว เื่หาเลี้ยงปากท้องให้ทุกคนได้อยู่อย่างสุขสบายเท่านั้น
“ถ้าเราส่งไปแล้วไม่มีคนคอยดูแล จะไม่เสียคนหนักกว่าเดิมเหรอครับคุณหญิง”
จิณณวัตรก็มืดมิดไม่ต่างจากพ่อ หนึ่งคือยังไม่มีครอบครัว สองคือไม่เคยเจอปัญหาอย่างนี้มาก่อน สามคือถ้าอยู่เมืองนอกเื่นี้สำหรับเขาถือว่าเล็กน้อยมาก ไม่กี่วันคนก็จะลืม เขาจึงคิดไม่ออกว่าจะต้องทำยังไงดี แต่อาทิตยากลับไม่เห็นด้วยกับเขาจึงแย้งออกไป
“แต่ตะวันคิดว่าน่าจะทำตามที่คุณหญิงแนะนำนะคะ ระยะแรกเราก็ส่งใครสักคนไปอยู่ใกล้ๆ คุณแอ๊ฟ พอเห็นว่าอยู่คนเดียวได้ค่อยกลับมา ถ้าขืนให้อยู่เมืองไทยรับรองต้องบ้าเพราะนักข่าวแน่ๆ ค่ะ”
“ถ้าไม่มีหนทางอื่น ลองทำอย่างตะวันว่าก่อนก็แล้วกันนะคะคุณเดช ว่าแต่จะส่งไปที่ไหนดีล่ะ จะให้ไปอยู่ใกล้ๆ ตาที อีกสองอาทิตย์ก็จะเรียนจบและขนของกลับเมืองไทยแล้ว”
คุณหญิงเพลินพิศให้เป็กังวลไม่น้อย
“ไปปารีสดีมั้ยคะ คุณแอ๊ฟจะได้คอยหาลู่ทางเื่เป็นางแบบอินเตอร์ด้วย น่าจะทำให้ลืมเื่ร้ายๆ ได้เร็วขึ้น คุณผู้ชายมีคนรู้จักหรือว่ามีเพื่อนอยู่ที่นั่นบ้างหรือเปล่าคะ”
คำถามอาทิตยาทำเอาจิรเดชนั่งครุ่นคิดอยู่สักพัก แต่ก็คิดไม่ออก
“ผมมีเพื่อนสองสามคนในฝรั่งเศส เป็เ้าของไร่องุ่นก็มี เ้าของบริษัทก็มี น่าจะฝากให้ช่วยดูแลได้ เดี๋ยวผมจะโทรติดต่อเลย และผมจะพาไปส่งน้องเอง ส่วนทางนี้คงต้องฝากคุณหญิงกับตะวันช่วยดูแลคุณแม่กับคุณพ่อด้วยก็แล้วกันครับ”
จิณณวัตรรีบเสนอ ซึ่งนั่นก็เป็ที่พอใจของทุกคน โดยเฉพาะคุณหญิง
“ไม่ต้องห่วงหรอก ถ้าคุณหมอให้คุณเอ้กลับบ้านได้ ฉันว่าคุณเดชน่าจะพาไปพักฟื้นที่ไหนสักพักนะคะ ให้ตัดขาดจากโลกภายนอกได้ยิ่งดี ส่วนคนในบ้านก็มีตะวันคอยดูแลอยู่แล้วไม่น่าห่วงอะไร”
ทุกคนรวมทั้งจิณณวัตรพอใจกับข้อเสนอของคุณหญิงมาก จึงตัดสินใจทำตามที่ตกลงกันไว้ เื่แรกคือเขาพาน้องผู้จิตใจบอบช้ำบินไปบอร์โดทันทีเมื่อเอกสารเรียบร้อย
และก็ไปแค่สองคนกับน้อง จากตอนแรกที่คิดว่าจะชวนนางแบบคู่ควงคนปัจจุบันไปด้วย เพื่อหวังจะให้คอยอยู่เป็เพื่อนน้อง แต่ก็ได้คำตอบที่ไม่คาดคิด
‘ฟิวคงไปไหนไม่ได้หรอกค่ะ ติดงานยาวเหยียดเลย อีกอย่างผู้จัดการก็สั่งให้ห่างๆ แอ๊ฟก่อนพักนี้ เพราะกลัวจะถูกนักข่าวตามจิกจนเสียไปทั้งหมด ขอโทษนะคะคุณจิณที่ฟิวช่วยอะไรไม่ได้เลย’
เขาไม่โกรธอะไร แต่ก็ตอบตัวเองได้เลยว่าจะหยุดความสัมพันธ์เอาไว้แค่นั้น เพราะไม่อยากคบหากับคนที่ยึดเอาฐานะหน้าตาทางสังคมของเขาเพียงอย่างเดียวให้เสียเวลา
จะสงสารก็แต่น้องที่เอาแต่หมกตัวร้องห่มร้องไห้อยู่ในห้อง เขาก็ได้แต่ฝากให้เพื่อนหนุ่มเ้าของไร่องุ่นอันกว้างใหญ่ ช่วยดูแลอย่างใกล้ชิดแทน เพราะมีแผนจะอยู่เป็เพื่อนแค่สองอาทิตย์เท่านั้น
เพราะงานยังมีรอให้สะสางอีกมากมาย โดยเฉพาะกิจการใหม่ที่ยังยืนด้วยตัวเองไม่ได้ต้องมีเขากับเพื่อนคอยเข้าไปควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิดใน่นี้
+++++
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ

สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น






































