เปลี่ยนลิขิตสวรรค์

    บทที่ 10 สองอัจฉริยะผู้ต่างยุคสมัย

    ขอโทษที่มาช้านะครับถึงแม้จะรับรู้ได้ว่าสี่ขุนพลของตนพ่ายแพ้จนหมดสิ้นแต่สีหน้าของอดีตปรมาจารย์ก็ยังคงเรียบเฉยเย็นชา ร่างกายของมันเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเข้าปะทะกับเว่ยเมิ่งไปหลายร้อยกระบวนท่าในเวลาไม่กี่อึดใจกลับเป็นเว่ยเมิ่งที่ถูกตงฟางเทียนสะกดข่ม ถึงแม้ชายหนุ่มจะสามารถติดตามและรับกระบวนท่าได้ทุกครั้ง แต่เขาก็กลับสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายกำลังรวดเร็วขึ้นเรื่อยๆ หากเป็นอย่างงี้ต่อไปต้องมีซักกระบวนท่าที่เขาโดนโจมตีแน่ๆเว่ยเมิ่งดวงตาวาวโรจน์ ตัดสินใจเป็นฝ่ายบุกสะกดอีกฝ่ายบ้าง สองมือของเขาคล้ายดูดกลืนสายลมรอบๆจนกลายเป็นว่ากำลังมีพายุหมุนวนเกรี้ยวกราดอยู่รอบๆแขนของเขา เว่ยเมิ่งคำรามใช้ออกด้วยกระบวนท่าที่ตนขโมยมาจากซูอวิ้นและนำมาตั้งชื่อเอาเองวายุคลั่งทลายฟ้า!ตงฟางเทียนที่เห็นสองพายุคลั่งของเว่ยเมิ่งก็ไม่ได้ตกใจอะไร สีหน้าของมันราวกลับไม่เห็นกระบวนท่านี้ของเว่ยเมิ่งอยู่ในสายตา มันกำหมัดต่อยออกไป ทว่านี่ไม่ใช่หมัดธรรมดาหากแต่เป็นหนึ่งในท่าไม้ตายของมันหมัดเทพชี้ชะตา!ราวกับว่ามีทวยเทพปรากฏขึ้นเบื้องหลังของตงฟางเทียน หมัดที่คล้ายกับอำนาจสวรรค์ทำลายพายุคลั่งของเว่ยเมิ่งอย่างง่ายดาย หมัดของตงฟางเทียนยังไม่หยุด หมัดที่ทรงพลังทะลวงสองฝ่ามือของเว่ยเมิ่งไปกระแทกหน้าอกของชายหนุ่มอย่างรุนแรงตูม!ร่างของเว่ยเมิ่งลอยหลิ่วกระเด็นไปไกล ตงฟางเทียนมองร่างที่กระเด็นไปไกลก็ขมวดคิ้วมันรั้งหมัดที่ต่อยขึ้นมาดูและก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ดูเหมือนว่าเกราะลมปราณของเจ้าจะไม่เลว”ร่างของเว่ยเมิ่งค่อยๆลุกขึ้นมา ไม่มีเลือด ไม่มีรอยขีดขวน ไม่มีอาการบาดเจ็บใดๆทั้งสิ้น ชายหนุ่มปัดฝุ่นตามตัว “แน่นอน บอกไว้ก่อนเลยข้ามีดีอยู่หลายเรื่องทีเดียว” ชายหนุ่มเดาะลิ้น เว่ยเมิ่งมองสี่ขุนพลที่แค่สลบแต่ไม่ตาย “เฮ้ยๆ ลูกน้องของท่านแพ้หมดแล้วนี่ ข้าให้โอกาสท่านพาพวกมันกลับไปรักษาแล้วอีกสิบปีข้างหน้าค่อยมาใหม่ดีไหม?” ชายหนุ่มกอดอกยิ้มเหมือนผู้ใจกว้าง“........” แทนคำตอบอดีตปรมาจารย์ก้าวเท้าออกมาข้างหนึ่งและเหยียบลงพื้นอย่างรุนแรง ทันใดนั้นเว่ยเมิ่งคล้ายรู้สึกเหมือนมีแรงกดลงมาจากท้องฟ้า ร่างของชายหนุ่มเหมือนถูกเหยียบจากเท้ามหึมา เว่ยเมิ่งกดฟันต้านแรงกดไว้ นี่คืออีกหนึ่งในท่าไม้ตายของตงฟางเทียน...เทพเซียนเหยียบนรก!พื้นใต้ร่างของเว่ยเมิ่งเริ่มแตกสลาย กระทั่งต้นไม้รอบๆก็เริ่มแตกหัก เท้าของตงฟางเทียนเหยียบลงพื้นแน่น เว่ยเมิ่งคำรามเสียงดังร่างกายของชายหนุ่มคล้ายระเบิดพลังของยอดฝีมือระดับเก้าออกมา แรงกดดันที่กดทับคล้ายถูกผลักออกไปเท้าที่เหยียบพื้นของตงฟางเทียนเหมือนถูกดีดออก ร่างของอดีตปรมาจารย์คล้ายเสียจังหวะไปแวบหนึ่ง เว่ยเมิ่งที่เห็นตงฟางเทียนเสียจังหวะก็ไม่ปล่อยโอกาส ร่างของชายหนุ่มพุ่งไปหาอดีตปรมาจารย์ สองมือขยับด้วยท่าทางพิสดารเปลวเพลิงสีเขียวค่อยๆลุกโชน อย่างน่าตกใจนี่คือวิชาของหญิงชราผิวซีด! อีกทั้งสองมือยังเคลื่อนไหวราวกับอสรพิษเหมือนกับของบุรุษปากฉีก!ตูม!ร่างของตงฟางเทียนรับการโจมตีไปเต็มๆ ร่างของตงฟางเทียนสั่นสะท้าน สองฝ่ามือกระแทกเข้าหน้าอกของอดีตปรมาจารย์แต่สีหน้าของ เว่ยเมิ่งกลับเคร่งเครียด ถึงแม้การโจมตีของมันจะสัมผัสร่างของอดีตปรมาจารย์แต่มันกลับไม่รู้สึกว่าการโจมตีของมันได้ผลเลยแม้แต่น้อยและนั้นก็เป็นจริง นั้นเพราะตงฟางเทียนสลายพลังที่เว่ยเมิ่งโจมตีได้ทั้งหมด “เจ้าให้ข้ากลับมาในอีกสิบปีข้างหน้า?” สายตาและเสียงของอดีตอดีตปรมาจารย์เย็นชา “เจ้าคิดว่ามันยากสำหรับข้าที่จะสังหารพวกเจ้าทั้งหมดงั้นหรือ?”“แฮะ แฮะ งั้นเปลี่ยนเป็นขอเวลาพวกข้าอีกสิบปีแทนได้หรือ-” เว่ยเมิ่งยิ้มแห้งๆพร้อมกับถูกตงฟางเทียนใช้หมัดเทพชี้ชะตาต่อยจนชายหนุ่มปลิวลอยไปไกล
    เสวี่ยฟางเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าเมื่อครู่เหมือนเธอได้ยินเสียงร้องโหยหวนของน้องชาย ตัวนิ่มเกล็ดมังกรเพลิงเดินเข้ามาใกล้ๆเธอ เสวี่ยฟางยิ้มเล่นกับมัน นี่คือกำลังหลักของเธอ... เสวี่ยฟางไม่เหมือนผู้แข็งแกร่งทั่วไปอันที่จริงตอนนี้เธอยังเป็นแค่ยอดฝีมือระดับหนึ่งเองด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่ทำให้เธอแข็งแกร่งก็คือการได้ทำพันธสัญญากับสัตว์วิเศษมากมาย เธอแทบไม่ต้องขยับตัวแค่ปล่อยให้สัตว์วิเศษจัดการ ทุกวันนี้ก็แทบไม่ขยับตัวเพราะให้สัตว์วิเศษจัดการให้หมดแล้ว.....“แค่ก แค่ก ยัยหนูเสวี่ยฟาง ชายชราผู้นี้ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนแล้ว” ปู่ฟงที่พึ่งได้สติเดินลากสังขารมาหาเด็กสาวอย่างบาดเจ็บ เสวี่ยฟางเหลือบตามองชายชราก่อนแบมือออกไปชายชรายิ้มแห้งควักถุงเงินที่เก็บออมมาอย่างดีให้เด็กสาว เสวี่ยฟางรับถุงเงินมาก็เปิดนับดูเล็กน้อยก่อนยิ้มอย่างอารมณ์ดี เธอดีดนิ้วสองครั้งผีเสื้อสีเงินตัวหนึ่งก็บินมาหาเธอ เธอคุยกับมันเล็กน้อยผีเสื้อสีเงินบินมาเหนือหัวปู่ฟง ละอองสีเงินส่องสว่างโปรยตกลงที่ร่างของปู่ฟง อาการบาดเจ็บของชายชราค่อยๆหายไป“ทางฝั่งท่านเป็นอย่างไรบ้าง?” เสวี่ยฟางถามชายชรา“ขุนพลพยัคฆ์บาดเจ็บจากฝีมือของเว่ยเมิ่งอยู่ก่อนแล้ว ยิ่งปะทะกับข้าไปอีก....มันคงไม่ตื่นไปพักใหญ่ๆ” ปู่ฟงยักไหล่“ดี เพราะดูเหมือนเหมือนท่านจะต้องเหนื่อยอีกแล้ว” เสวี่ยฟางชี้ไปทางหญิงชราผิวซีดที่กำลังเดินมาทางพวกเขา ปู่ฟงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนเตรียมพร้อมที่เข้าต่อสู้อีกครั้ง
    ตูม!ร่างของเว่ยเมิ่งลอยขึ้นฟ้า เช่นเดียวกับตงฟางเทียนที่กระโดดติดตามมา นิ้วมือของอดีตปรมาจารย์เรียงติดกันสับไปทางร่างเว่ยเมิ่งกระบี่เทพตัดอวิชชา! ตงฟางเทียนใช้ฝ่ามือต่างกระบี่ เว่ยเมิ่งใจหายวาบชายหนุ่มพลันรู้สึกเกราะลมปราณที่ตนมั่นใจถูกผ่าเป็นเสี่ยงๆ ฝ่ามือสับลงมากลางหัวของเขาหมายตัดร่างให้ขาดครึ่ง เว่ยเมิ่งดวงตาสว่างวาบกำหมัดต่อยไปยังฝ่ามือของตงเทียนพริบตาที่หมัดและฝ่ามือประทะเสียงดังสนั่นลั่นกึงก้องทั่วท้องฟ้า ร่างของทั้งสองกระเด็นไปคนละทิศคนละทาง ตงฟางเทียนตกลงไปในป่าชนต้นไม้แตกหักมากมาย เว่ยเมิ่งเองก็ไม่ได้ดีกว่ากันร่างชนต้นไม้หลายต้นหักเป็นทาง“แค่ก แค่ก” เว่ยเมิ่งสำลักเลือดออกมา ชายหนุ่มเช็ดปากมองไปยังร่างที่กำลังเดินหาตน ตงฟางเทียนเดินมาหาเว่ยเมิ่งอย่างรวดเร็วทว่ามือที่ใช้โจมตีเว่ยเมิ่งเมื่อครู่คล้ายถูกเผาไหม้ด้วยบางอย่าง“นึกไม่ถึงว่าจะได้เห็นอวิชชาเทพอสนีบาตในยุคนี้ ช่างน่าแปลกใจจริงๆ” ตงฟางเทียนเอ่ยกับเว่ยเมิ่ง เว่ยเมิ่งที่ยังนอนจมต้นไม้อยู่โบกมือไปมา “ท่านชมข้าไปข้าก็ไม่มีอะไรให้ท่านหรอกนะ” พูดจบได้แปปเดียวชายหนุ่มก็รีบกลิ้งหลบการโจมตีของตงฟางเทียนตูม!“เฮ้ยๆ ข้าว่าเรามาพักรบดื่มชากันก่อนไม่ดีกว่าหรือ?” เว่ยเมิ่งม้วนตัวกลิ้งหลบทุลักทุเล “ไม่น่าห้าวเลือกคู่ต่อสู้เป็นบอสใหญ่เลยแฮะ” ชายหนุ่มพึมพำพลางดันตัวลุกจากพื้นตงฟางเทียนมีสีหน้าเย็นชาอดีตปรมาจารย์แห่งหมู่บ้านน้ำตกสวรรค์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ดูเหมือนว่าหมู่บ้านในรุ่นนี้จะยังไม่หมดสิ้นซึ่งอัจฉริยะสินะ”“ข้ารู้ว่าฉลาดแต่ท่านชมข้าแบบนี้ข้าก็เขินเป็นนะ” ชายหนุ่มกอดอกทำหน้าไม่พอใจ เหมือนตำนิที่ตงฟางเทียนชมเขามากเกินพอดี...อดีตปรมาจารย์ไม่สนใจท่าทางของเว่ยเมิ่งดวงตาที่ทรงอำนาจยังเรียบเฉย “จากยอดฝีมือระดับหนึ่งสู่ยอดฝีมือระดับเก้าภายในอายุไม่ถึงยี่สิบ เจ้าคู่ควรแล้วกับตำแหน่งอัจฉริยะหมู่บ้าน”“ไม่อะ ตำแหน่งนั้นพี่เยว์เอ๋อร์นางยึดไปตั้งเด็กแล้ว ตอนนี้ข้าเป็นแค่คุณชายรูปหล่ออารมณ์ดีที่มีพี่สาวเป็นคนสวยเท่านั้นเอง” ชายหนุ่มส่ายหน้าไปมา“ทว่าเจ้ากลับทะนงตนมากเกินไปทั้งๆที่ยังไม่สามารถทะลวงขั้นขึ้นไปยังขอบเขตแก่นแท้ลมปราณกลับออกตัวมาเผชิญหน้ากับข้า นี่ไม่ต่างจากการฆ่าตัวตายดีๆนี่เอง”“ฮาโหลล หัวท่านกระแทกต้นไม้มากเกินจนสมองกลับหรือเปล่า? ถ้าท่านไม่มาบุกหมู่บ้านแล้วข้าจะยังต้องมารับหน้าที่เผชิญหน้ากับท่านหรอกหรือ?” ชายหนุ่มถามโวยวาย“ตอนนี้เจ้ามีสองทางเลือก” เสียงเย็นชาของตงฟางเทียนดังขึ้น “หนีไปตอนนี้หรือตายที่นี่” อดีตปรมาจารย์ปลดปล่อยพลังของยอดฝีมือระดับแก่นลมปราณออกมา แรงกดดันแผ่กระจายออกมา“ไม่อะ ข้าเลือกตัวเลือกที่สาม” ร่างของเว่ยเมิ่งหายวับไปปรากฏที่เบื้องหน้าของตงฟางเทียน “นั้นคือเอาชนะท่านแล้วกลับไปกินข้าวเทียงอย่างสบายอามรณ์” ร่างของเว่ยเมิ่งปรากฏสายฟ้าล้อมรอบนี่คือหนึ่งในท่าไม้ตายของเขา อวิชชาเทพอสนีบาต!หมัดที่เต็มไปด้วยพลังจากสายฟ้าต่อยไปยังร่างของตงฟางเทียน ตงฟางเทียนหรี่ตาลงหมัดนี่มีพลังพอที่จะทำให้ยอดฝีมือแก่นแท้ลมปราณทั่วไปบาดเจ็บหนักหรือตายด้วยซ้ำ ตงฟางเทียนปล่อยให้หมัดสายฟ้าเข้าถึงตัวพร้อมกับใช้หนึ่งในท่าไม้ตายทั้งเก้าน้อมนำวิญญาณสู่ปรภพ!วิชานี้ของตงฟางเทียนไม่ได้มีไว้ใช้โจมตี หากแต่ใช้ในการสลายการโจมตีที่เข้ามา ครั้งแรกมันใช้วิชานี้สลายการโจมตีของเว่ยเมิ่งที่เลียนแบบวิชาของหญิงชราผิวซีดหับบุรุษหนุ่มปากฉีกตูม!ร่างของตงฟางเทียนสั่นเล็กน้อย สีหน้าของตงเทียนเปลี่ยนไป โลหิตซึมจากริมฝีปากเล็กน้อย การโจมตีที่มันสมควรจะสลายความเสียหายได้ทั้งหมดกลับไม่เกินขึ้น หมัดของเว่ยเมิ่งถึงแม้จะถูกลดอานุภาพลงเพราะวิชาของมัน แต่ความเสียหายกลับยังคงอยู่บางส่วนเว่ยเมิ่งคำรามใช้ออกด้วยท่าไม้ตายของลุงฟง ฝ่ามือสิบแปดมังกรครองใต้หล้า อีกทั้งยังผสานกับอวิชชาเทพอสนีบาตจนอานุภาพทวีคูณขึ้นอย่างมหาศาล ตงฟางเทียนครั้งนี้มีสีหน้าที่จริงจัง ใช้หนึ่งฝ่ามือเข้าปะทะกับสิบแปดฝ่ามือของเว่ยเมิ่ง ฝ่ามือเง็กเซียน!ฝ่ามือของฮ่องเต้แห่งสวรรค์ปรากฏขึ้นเพื่อต่อกรกับสิบแปดมังกรอสนีบาต ทั้งสองรีดพลังออกมาถึงขีดสุด สองการโจมตีเข้าปะทะกันในครั้งนี้ส่งผลให้บริเวณรอบๆ แตกกระจายออกไป ต้นไม้ใหญ่มากมายถูกฉีกกระชากเละเทะ สองการโจมตีนี้แทบจะมีพลังทำลายที่ใกล้เคียงกันทว่าครั้งนี้กลับเป็นอดีตปรมาจารย์ที่ถูกผลักถอยหลังกลับมาฝ่ามือเง็กเซียนถูกสิบแปดมังกรอสนีบาตฉีกกระชาก สิบแปดฝ่ามือของเว่ยเมิ่งกระแทกร่างของตงฟางเทียนไปไกล เว่ยเมิ่งไม่ปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอยไป ร่างของชายหนุ่มพุ่งตามไปติดและง้างมือขึ้นขึ้นต่อย อย่างน่าตกใจหมัดนี้ไม่ใช่หมัดธรรมดาหากแต่หนึ่งในท่าไม้ตายของตงฟางเทียน.. หมัดเทพชี้ชะตา!คล้ายมีทวยเทพแห่งสวรรค์ปรากฏขึ้นเบื้องหลังของเว่ยเมิ่ง หมัดที่ยิ่งใหญ่ต่อยซ้ำลงไปที่ตงฟางเทียน เท่านั้นยังไม่พอหมัดของทวยเทพนี้ยังมีพลังของอวิชชาเทพแฝงไว้อีกด้วยหมัดของมวยเทพอสนีบาตตกลงไปที่ร่างของตงฟางเทียน อดีตปรมาจารย์พยายามสลายพลังของหมัดนี้ทว่าก็ไม่อาจทำได้ การโจมตีนี้รุนแรงเกินไป ร่างของตงฟางเทียนจมลงไปกับพื้นที่แตกสลายไม่หยุดเท่านั้น เว่ยเมิ่งหมุนตัวรอบหนึ่งใช้ออกด้วยกระบวนท่าที่มันพึ่งเห็น กระบี่เทพตัดอวิชชา!ฝ่ามือของเว่ยเมิ่งสับลงไปที่ร่างของตงฟางเทียนที่นอนจมพื้น อย่างไรก็ตามยังไม่ทันที่ฝ่ามือของเว่ยเมิ่งจะทันได้ถึงตัวอดีตปรมาจารย์ เปลวเพลิงสีดำพวยพุ่งขึ้นมาจากร่างของตงฟางเทียน ป้องกันไม่ให้การโจมตีของเว่ยเมิ่งเข้าถึงตัว เว่ยเมิ่งรู้สึกเหมือนฝ่ามือกำลังหลอมละลายทำให้ต้องถอยออกมาอย่างช่วยไม่ได้“อัก!” เว่ยเมิ่งจำต้องถอยหลังออกมาก่อน เปลวเพลิงสีดำนั้นแทบละลายมือของเขา“เอ๊อะ เกือบกลายเป็นมนุษย์ย่างแล้วแฮะ” เว่ยเมิ่งเป่ามือที่ร้อนระอุตงฟางเทียนค่อยๆลุกขึ้นมาเปลวเพลิงสีดำทมิฬลุกโชนทั่วตัว เปลวเพลิงสีดำพวยพุ่งขึ้นมาอย่างต่อเนื่องจนในที่สุด... เปลวเพลิงสีดำกลายเป็นวงกลมคล้ายดวงตะวัน ร่างของตงฟางเทียนยืนอยู่ท่ามกลางดวงตะวันสีดำตงฟางเทียนก้าวเดิน เว่ยเมิ่งรู้เหมือนว่าดวงตะวันกำลังเดินมาหาเขาช้าๆ เว่ยเมิ่งแค่นเสียงกำลังจะขยับตัวทว่าตงฟางเทียนกับชิงลงมือก่อนพรึบร่างของอดีตปรมาจารย์ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของเว่ยเมิ่ง เว่ยเมิ่งใจหายวาบ ขณะกำลังจะถอยหนี ดวงตะวันเบื้องหลังตงฟางเทียนพลันขยายใหญ่ขึ้น พริบตาดวงตะวันสีดำก็...ระเบิดออก!ตูม!ทิวทัศน์รอบๆกลายเป็นลุกโชนด้วยเปลวเพลิง ราวกับนรกที่มีไฟทมิฬสีดำพวยพุ่ง ร่างของเว่ยเมิ่งนอนนิ่งสนิทท่ามกลางเปลวเพลิงที่ลุกโชน แรงระเบิดนั้นรุนแรงมากถึงขนาดทำเอาเว่ยเมิ่งหมดสติไป ตงฟางเทียนมองร่างของเว่ยเมิ่งที่นอนหมดสติอยู่ มุมปากของปรมาจารย์อดีตมีโลหิตไหลลงมา การโจมตีของเว่ยเมิ่งสร้างความเสียหายให้มันไม่น้อยทีเดียวมันเช็ดเลือดที่มุมปากมองเว่ยเมิ่งด้วยวาวตาที่ซับซ้อน “เวลาของข้าเหลือไม่มากแล้ว.......ด้วยศักยภาพของเจ้า เจ้าจะต้องนำหมู่บ้านไปได้ไกลมากกว่าข้าเป็นแน่” อดีตปรมาจารย์สูดลมหายใจเข้าลึกๆ มันหันหลังเดินไปทางหมู่บ้าน แววตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ตงฟางเทียนเดินไปทางหมู่บ้าน เตรียมที่จะสังเวยชีวิตบางส่วนเพื่อให้เว่ยเมิ่งได้เรียนรู้“โอ้ยย ถือว่าร้อนแรงใช้ได้สำหรับคนอายุเช่นท่านนะเนี่ย” เสียงของคนที่ควรจะหมดสติดังขึ้นเบื้องหลังของตงฟางเทียนเว่ยเมิ่งที่ตอนนี้เสื้อผ้าไหม้ไปบางส่วนยืนสำรวจร่างกายตัวเองพลางบ่นพึมพำว่าหากเสื้อผ้าไหม้ไปหมดเกิดต้องเดินแก้ผ้าเข้าหมู่บ้านมีหวังขายขี้หน้าตายครั้งตงฟางเทียนกลับมีสีหน้างุนงง มันรู้จักท่าไม้ตายก้นหีบของมันดีที่สุด แรงระเบิดของดวงตะวันทมิฬหากไม่สังหารเว่ยเมิ่งก็ต้องบาดเจ็บหนัก ทว่าชายหนุ่มเบื้องหลังของมันไม่คล้ายบาดเจ็บหากแต่ยังดูแข็งแรงขึ้นด้วยซ้ำทันใดนั้นดวงตาของตงฟางเทียนก็เบิกกว้าง “ร่างเต๋าห้าธาตุ!” อดีตปรมาจารย์อดอุทานออกมาไม่ได้ “โอ้? ท่านรู้ด้วยหรือ? บอกไว้เลยนะว่าวิชากายเนื้อนี้น่ะข้าภูมิใจนำเสนอมากๆเลยนะ” เว่ยเมิ่งบิดตัวไปมา ตงฟางเทียนหรี่ตาลงมองเว่ยเมิ่งด้วยความสงสัยปนตกตะลึง “เจ้าฝึกฝนวิชานี้ได้อย่างไร?” ตงฟางเทียนมั่นใจว่าเว่ยเมิ่งไม่ได้เกิดขึ้นมาพร้อมกับร่างกายห้าธาตุแน่ๆ เงื่อนไขวิปลาสเช่นนี้ไม่มีทางที่คนในยุคนี้จะทำได้“อ่อ ท่านหมายถึงเงื่อนไขเรื่องร่างกายห้าธาตุน่ะหรือ?” เว่ยเมิ่งเลิกคิ้วที่ตงฟางเทียนสงสัย “อันที่จริงมันไม่ใช้ร่างเต๋าห้าธาตุจริงๆหรอก”“?”“มันเป็นวิชาที่ข้าสร้างขึ้นมาเพื่อเลียนแบบร่างเต๋าห้าธาตุน่ะ” “เลียนแบบ?”“ช่ายย” เว่ยเมิ่งลากเสียง “ยกเว้นเงื่อนไขที่ในการฝึกฝนของมัน ประสิทธิภาพของวิชานี่ก็เหมือนกับวิชาต้นแบบทุกอย่างเลยน่ะ อืม ท่านจะเรียกว่านี่เป็นร่างเต๋าห้าธาตุของข้าก็ได้” เว่ยเมิ่งลูบคางนึกอย่างภูมิใจตงฟางเทียนแค่นเสียง ร่างเต๋าห้าธาตุถือเป็นหนึ่งในกายเนื้อที่นับว่าเป็นที่สุด ไม่เพียงแต่มันเสริมพลังจากห้าธาตุในร่างแต่มันยังป้องกันและดูดซับการโจมตีที่มีพื้นฐานจากธาตุทั้งห้าอีกด้วย นั้นหมายความว่าท่าไม้ตายของมันเมื่อครู่ไม่มีผลอะไรกับชายหนุ่มตรงหน้าแม้แต่น้อย อีกทั้งยังกลายเป็นว่าไปเพิ่มพลังให้กับมันอีกด้วยเว่ยเมิ่งมองไปที่ตงฟางเทียนที่มีสีหน้าจริงจัง ก็ยิ้มขำออกมา “น่าๆ ข้ารู้ว่าท่านเป็นกังวล แต่ไม่ต้องห่วงหรอกน่ะ ข้าจะอัดท่านจนกว่าท่านจะจำทางกลับบ้านไม่ถูกเท่านั้นเอง”หมัดเทพชี้ชะตาของตงฟางเทียนพุ่งมาที่ใบหน้าของเว่ยเมิ่งอย่างรวดเร็ว ทว่าเว่ยเมิ่งเองก็ตอบโต้ด้วยหมัดชี้ชะตาที่มันเลียนแบบมาตูม!ครั้งนี้เป็นเว่ยเมิ่งที่ได้เปรียบร่างของอดีตปรมาจารย์ถูกผลักถอยหลังกลับมากับมา ตงฟางเทียนคำรามดวงตาของมันวาวโรจน์ รีดพลังทั้งหมดในฐานะยอดฝีมือระดับแก่นแท้ลมปราณออกมา มันใช้ออกด้วยกระบวนท่าไม้ตายทั้งหมดของตน หมัดเทพชี้ชะตา อำนาจสวรรค์สังหารมาร เทพเซียนเหยียบนรก ฝ่ามือเง็กเซียน ดรรชนีเทพสะกดมาร น้อมนำวิญญาณสู่ปรภพ กระบี่เทพตัดอวิชชา หัตถ์เทพคว้าวิญญาณ บูรพาแห่งสวรรค์นั้นคือตัวเรา สุดยอดท่าไม้ตายทั้งเก้าถูกใช้ออกมาอย่างต่อเนื่องเว่ยเมิ่งมองการโจมตีที่พุ่งเข้ามา มือสองใช้ออกด้วยกระบวนท่าที่ตงฟางเทียนภูมิใจ น้อมนำวิญญาณสู่ปรภพ วิชาที่ตงฟางเทียนสร้างเพื่อสลายพลังของคู่ต่อสู้วันนี้มันกลับถูกนำกลับมาใช้กลับตนเองแปดท่าไม้ตายของตงฟางเทียนผ่านไปโดยที่เว่ยเมิ่งสามารถสลายพลังพวกมันไปได้ทั้งหมด จนในถึงท่าไม้ตายสุดท้าย บูรพาแห่งสวรรค์นั้นคือตัวเรา ร่างของตงฟางเทียนคล้ายกับดวงตะวันสีดำขนาดใหญ่ที่กำลังพุ่งเข้ามาหาเว่ยเมิ่งเว่ยเมิ่งที่เห็นการโจมตีสุดท้ายเข้ามาก็หยุดการใช้วิชาสลายพลัง ชายหนุ่มตั้งท่าใช้สุดยอดท่าไม้ตายที่ตงฟางเทียนภูมิใจ......บูรพาแห่งสวรรค์นั้นคือตัวเรา ร่างของเว่ยเมิ่งคล้ายกับกลายเป็นดวงตะวัน หากแต่ไม่ใช้ดวงตะวันสีทมิฬเช่นของตงฟางเทียน หากแต่เป็นดวงตะวันสีทองแห่งบูรภา สองดวงตะวันเข้าปะทะกัน ความร้อนน่าเหลือเชื่อแผ่กระจายไปทั่วตงฟางเทียนที่เห็นเว่ยเมิ่งกลายเป็นดวงตะวันสีทองกลับไม่มีท่าทีตกใจอะไร กลับกันในดวงตาของมันคล้ายเหมือนกำลังนึกไปถึงอดีต อดีตที่เคยงดงามซึ่งมันเลือกที่จะละทิ้งเพื่อพี่ชายและหมู่บ้าน.....สองดวงตะวันเข้าเผชิญหน้ากัน พริบตาดวงตะวันสีทองก็ทำลายดวงตะวันทมิฬไปอย่างช้าๆ ตงฟางเทียนไม่ได้ตื่นตะหนกแม้กระทั้งในตอนที่ความตายกำลังมาเยือน มันยังคงนึกถึงอดีตที่ผ่านมาพี่ใหญ่...ทำไมท่านถึงได้ทำเช่นนั้น? ทุกคนจะตายกันหมด..หลานข้า..ข้าขอโทษ ข้าไม่อาจปล่อยให้บิดาเจ้าทำเช่นนั้นต่อไปได้พวกโง่เขลาที่บังอาจรุกรานหมู่บ้านของพวกเรา...ข้าจะสังหารพวกมันให้หมด!ลี่เอ๋อร์ อาจารย์ขอโทษเจ้ามาเถิดหลานข้า มานำสิ่งที่ควรจะเป็นของๆเจ้ากับคืนไปพวกเจ้าทำไมถึงยังไม่ยอมแพ้ ข้าตายไปแล้ว แล้วทำไมพวกเจ้ายังคงติดตามข้ากันมาอยู่อีก?ทำไมหมู่บ้านถึงได้อ่อนแอลงขนาดนี้? แล้วแบบนี้ข้าจะลงนรกได้อย่างมีความสุขได้อย่างไร!?ความทรงจำและความรู้สึกต่างๆปรากฏขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ร่างของตงฟางเทียนนอนจมอยู่ในเปลวเพลิงสีทอง ฝึกครั้งนี้เว่ยเมิ่งเป็นฝ่ายชนะ....“ดูเหมือนว่าข้าจะชนะนะ” เว่ยเมิ่งกล่าวกับตงฟางเทียนที่กำลังตาย“...............”“ข้าชนะละ” เว่ยเมิ่งกล่าวซ้ำ“เออ ข้ารู้แล้วไอ้เด็กเวร” ตงฟางเทียนที่เหมือนบุคลิกจะเปลี่ยนไป..หรือบางทีมันอาจจะกลับไปเป็นคนที่มันเคยเป็น“ท่านมีอะไรจะพูดก่อนตายหรือเปล่าท่านบรรพบุรุษ หรือว่าอยากให้ข้าเผาอะไรไปให้ใช้หลังตายหรือเปล่า?” เว่ยเมิ่งทำตัวเหมือนลูกหลานที่ดี“.....งั้นเจ้าเผาตัวเองตามข้ามาแล้วกัน”“ข้าลืมไปข้าเป็นภูมิแพ้ควัน ข้าคงเผาอะไรไปให้ท่านไม่ได้แล้วละ” เว่ยเมิ่งพูดด้วยสีหน้าจริงจังเหมือนห่วงสุขภาพตนเองตอนนั้นเองร่างของหญิงชราผิวซีดก็ปรากฏตัวขึ้น ร่างที่ทรุดโทรมและเต็มไปด้วยบาดแผลค่อยๆลากตนเองมาทางตงฟางเทียน หญิงชราค่อยทรุดลงข้างๆอดีตปรมาจารย์“ท่านอาจารย์” หญิงชราเรียกบุรุษตรงหน้าด้วยน้ำเสียงแหบพร่า“....ลี่เอ๋อร์” ตงฟางเทียนเรียกชื่อเด็กสาวที่ตนเคยรับมาเป็นลูกศิษย์เมื่อนานมาแล้ว “ไปซะ จงไปใช้ชีวิตที่เจ้าปรารถนา อิสระที่เจ้าหวังมาตลอดชีวิต-” อย่างไรก็ตามไม่ทันที่มันจะพูดจบ หญิงชราก็เอื้อมมือไปจับมือของตงฟางเทียนที่ลุกโชนด้วยเปลวเพลิง เปลวเพลิงสีทองไหลมาตามมือของตงฟางเทียนเผาไหมหญิงชราไปด้วย“เจ้า-”“ข้าเคยบอกท่านไปแล้วท่านอาจารย์.....ที่ๆข้าปรารถนาคือการได้อยู่ข้างๆท่าน ไม่ว่าจะเป็นในอดีต ในตอนนี้ หรือในอนาคตก็ตาม” หญิงชรายิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับบุรุษที่เป็นทั้งอาจารย์และคนที่นางรักอย่างหมดหัวใจ“.....ลี่เอ็อร์ ข้าขอโทษ” ตงฟางเทียนพยายามเอื้อมมือไปจับใบหน้าของลูกศิษย์ของตน หญิงชราหรือลี่เอ๋อร์ยิ้มให้กับตงฟางเทียนอย่างอ่อนโยนเหมือนที่เป็นอยู่แสมอ นางในตอนนี้ไม่คล้ายหญิงชราหากเหมือนสตรีที่งดงามคนหนึ่งที่พร้อมจะใช้ชีวิตที่เหลือไปพร้อมกับคนที่ตนรัก“..............” เว่ยเมิ่งมองดูทุกอย่างเงียบๆ“เว่ยเมิ่ง” เสียงตงฟางเทียนเรียกเว่ยเมิ่ง ชายหนุ่มเลิกคิ้วยืนรอฟังคำพูดที่เหลือของอดีตปรมาจารย์ “ข้าประเมินเจ้าต่ำเกินไป” เว่ยเมิ่งยกนิ้วโป้งให้เหมือนบอกว่าท่านคิดถูกแล้ว“....บางที..เจ้าอาจจะทำได้....ออกนอกแผ่นดินนี้....ที่ๆอยู่เหนือกว่าที่นี่....ข้าขอ...ให้เจ้าโชคดี” เสียงของตงฟางเทียนค่อยๆเงียบลงพร้อมกับร่างของมันและหญิงชราค่อยๆการสลายกลายเป็นเถ้าธุลีเว่ยเมิ่งมองเถ้าธุลีที่ล่องลอยไปตามสายลม ชายหนุ่มประสานมือก้มหน้าให้กับทั้งสอง“ลาก่อนท่านปรมาจารย์รุ่นที่สาม..ตงฟางเทียน”
    ตามธรรมเนียมของเรื่องนี้จบแล้วจ้าสำหรับบทนำ ขอบคุณนะครับที่ติดตามกันมาจนถึงตอนนี้ ในภาคหน้ารับรองว่าจะไม่ดูเร่งๆแบบนี้แน่นอนครับ และถ้าไม่เป็นการรบกวนจนเกินฝากทุกท่าน comment ถึงสิ่งที่น่าจะเป็นข้อด้อยของนิยายเรื่องนี้ทีนะครับ อย่างพวกคำผิดหรือเดินเรื่องเร็วเกิน ไม่เขียนรายละเอียดอะไรพวกนี้ จะได้นำไปปรับปรุงจ้า
    ปล.แถมๆ ระดับขั้นพลังที่โผล่มาจนถึงตอนนี้ยอดฝีมือระดับหนึ่งที่มีหนึ่งแก่นลมปราณ ไปจนถึง ยอดฝีมือระดับเก้าที่มีเก้าแก่นลมปราณยอดฝีมือระดับแก่นแท้ลมปราณ