ภายในตำหนักเหมยกุ้ยถังยี่หรานได้แต่ระบายอารมณ์ด้วยการโยนข้าวของภายในห้องทิ้งอย่างไม่ใยดีพร้อมกับเสียงด่าทอที่ไม่น่าเชื่อว่าจะออกมาจากปากของบุคคลที่เป็ถึงองค์หญิงในฮองเฮา
นางอุตส่าห์ตื่นมาเพื่อแต่งตัวั้แ่เช้าตรู่ซึ่งตลอด่เช้านางเฝ้ารอคังซิงเหวินโดยหวังว่าเขาจะมาที่ตำหนักเหมยกุ้ยแต่ขันทีกลับมารายงานว่าคังซิงเหวินไปที่ตำหนักเชี่ยวหลานเขาใช้เวลาอยู่ที่นั่นโดยไม่คิดจะมาที่ตำหนักเหมยกุ้ยด้วยซ้ำ
พระมารดาจึงได้ให้ขันทีไปตามคังซิงเหวินมาเข้าเฝ้าพร้อมกับรับสำรับมื้อเที่ยงด้วยกัน
ดูจากสีหน้าของเขาก็พอจะรู้ว่าต้องฝืนใจมากแค่ไหนหากไม่เพราะเกรงใจพี่ชายของนางเขาคงจะเอ่ยขอตัวั้แ่ก้าวแรกที่เข้ามาในตำหนักเหมยกุ้ย
จะไม่ให้นางโมโหได้อย่างไร!
นางกำนัลและขันทีต่างพากันหลบกันจ้าละหวั่นด้วยเกรงว่าจะพลอยโดนลูกหลง
ไม่นาน องค์หญิงห้าก็มานั่งเหนื่อยหอบอยู่ที่ตั่ง
เว่ยหลินซึ่งเป็นางกำนัลพี่เลี้ยงจึงได้พยักหน้าให้นางกำนัลและขันทีคนอื่นเข้ามาเก็บข้าวของพร้อมกับเดินเข้ามารินน้ำชาให้แล้วเอ่ยปลอบ “องค์หญิงอย่างได้เคืองพระทัยไปเลยเพคะพระองค์ต้องทำใจให้กว้าง อย่างไรเสียคุณชายคังและองค์หญิงเชี่ยวหลานก็เป็สหายกัน”
“สหาย! ฮึ ถ้าเสด็จแม่ไม่ให้คนไปเรียกให้เข้าเฝ้า เขาก็คงจะไม่มาหาข้า”ถังยี่หรานเอ่ยออกมาด้วยความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ
นางไม่ได้โง่ ที่จะดูไม่ออกว่าคังซิงเหวินกับเชี่ยวหลานเฟยเฟิ่งมีใจให้กัน
แต่นางก็หลงรักเขาั้แ่ครั้งแรกที่ได้พบกันเมื่อสามปีที่แล้ว
นางเป็ถึงองค์หญิงที่กำเนิดจากฮองเฮาแต่กลับสู้องค์หญิงสายเืต่างแคว้นนั่นไม่ได้ น่าเจ็บใจนัก
เว่ยหลินลอบถอนหายใจ
องค์หญิงห้าถูกฮองเฮาตามพระทัยมาั้แ่ไหนแต่ไรอยากได้สิ่งใด ล้วนมีคนประเคนมาให้ ทำให้นางเอาแต่ใจตัวเองเป็ที่ตั้ง
แต่ก็จะเป็อันใด ในเมื่อนางเป็ถึงองค์หญิงเชื้อพระวงศ์ใครกล้าขัดใจ
เว่ยหลินจึงเอ่ยอีกครั้ง “องค์หญิงเพคะถึงอย่างไรเื่การหมั้นหมาย ฮองเฮาก็ได้ออกปากกับท่านหญิงคังไว้แล้ว เชื่อว่าพระองค์คงต้องขอให้ฮ่องเต้ออกหน้าประกาศในงานเลี้ยงนี้แน่นอนเพคะ”
ถังยี่หรานจ้องมองนางกำนัลพี่เลี้ยงแล้วถามกลับด้วยหัวใจที่พองโต“จริงหรือ?”
เว่ยหลินพยักหน้า แล้วเสริม“คุณชายคังมีนิสัยที่ไม่ชอบให้ใครวุ่นวายเื่ส่วนตัว ดังนั้นองค์หญิงจะต้องแสดงให้คุณชายคังเห็นว่าพระองค์ไม่ถือสาหากคุณชายคังกับองค์หญิงเชี่ยวหลานยังคงไปมาหาสู่กันหรือหากคุณชายคังมีสหายอื่นที่เป็สตรี องค์หญิงก็ต้องไม่คิดมากนะเพคะ”
“แต่ข้าทนไม่ได้นี่ ที่จะเห็นเขาอยู่กับสตรีอื่น”ถังยี่หรานเอ่ยด้วยใบหน้างอง้ำ
นางกำนัลพี่เลี้ยงกล่าวต่อ “ไม่ได้ก็ต้องได้นะเพคะองค์หญิงภายภาคหน้าเมื่อแต่งเข้าจวนสกุลคัง องค์หญิงก็จะกลายเป็ฮูหยินเอกเพื่อสืบต่อวงศ์ตระกูล อย่างไรเสียก็ต้องรับอนุเข้าจวนนะเพคะ”
เมื่อได้ยินคำว่า ฮูหยินเอกทำเอาถังยี่หรานถึงกับหน้าแดงก่ำ
ข้าจะได้เป็ฮูหยินของท่านพี่ซิงเหวิน
เมื่อเห็นว่าองค์หญิงตัวน้อยของตนเริ่มอ่อนลงเว่ยหลินจึงไม่ลืมกล่าวสำทับอีกครั้ง “ใช่แล้วเพคะ อย่างไรพระองค์ก็จะกลายเป็ฮูหยินของคุณชายคังเมื่อนั้นต่อให้จวนคังมีสตรีอีกนับสิบก็จะไม่มีสตรีคนใดที่จะสู้สถานะของพระองค์ได้ดังนั้น องค์หญิงไม่ต้องทำอันใดเลยเพคะ แค่เตรียมตัวและรอวันที่ตระกูลคังจะส่งเกี้ยวแปดคนหามมารับพระองค์ก็พอเพคะ”
คำพูดของนางกำนัลพี่เลี้ยงทำให้ถังยี่หรานยิ้มกว้าง
ใช่ ข้าต่างหากที่มีสถานะเป็ฮูหยินของเขาเชี่ยวหลานเฟยเฟิ่งเอ๋ย เ้าแพ้ข้าแล้ว หึหึ
เชี่ยวหลานเฟยเฟิ่งตื่นเช้ามาด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัวเพราะเมื่อคืนนี้องครักษ์ลับก็ได้มารายงานเกี่ยวกับคังซิงเหวินเพิ่มเติมแถมด้วยความเคลื่อนไหวของทางตำหนักเหมยกุ้ย
กำลังจะถูกแมวขโมยปลาย่างอยู่รอมร่อจะให้นางยิ้มออกได้อย่างไร
นี่ข้าต้องออกตัวแรงๆ หรือไม่
แต่เอ๊ะ ไม่ดีสิ ข้าออกจะเป็กุลสตรีจะทำตัวเยี่ยงนั้นได้อย่างไร
แล้วจะทำยังไงดีละเนี่ย
เฮ้อ...คนสวยกลุ้มมมมมมมมมม
ใบหน้าของเชี่ยวหลานเฟยเฟิ่งที่บางทีก็เขียวคล้ำ บางทีก็แดงก่ำบางทีก็ขมวดคิ้ว บางทีก็นั่งถอนหายใจ ทำให้รุ่ยเสียรู้สึกขบขัน
องค์หญิงตัวน้อยของนาง ช่างมีหลากหลายอารมณ์
“พี่รุ่ยเสีย ท่านแอบนินทาข้า” เชี่ยวหลานเฟยเฟิ่งหรี่ตาทำแก้มป่องใส่พี่เลี้ยง
“โธ่ องค์หญิง รุ่ยเสียไม่กล้าหรอกเพคะ” พี่เลี้ยงสาวตอบด้วยน้ำเสียงและหน้าตาที่ชื่นมื่น
แต่มือกลับไขว้นิ้วกลางกับนิ้วนางไว้ด้านหลัง
ชิ หน้าท่านมันฟ้อง
เชี่ยวหลานเฟยเฟิ่งสบถในใจ
แล้วรุ่ยเสียก็เอ่ยเตือนเมื่อเห็นว่าองค์หญิงของนางดูเหมือนจะลืมภารกิจไปเสียแล้ว“วันนี้เป็วันที่ต้องออกไปตรวจบัญชีร้านค้านะเพคะ”
ร้านค้าที่ว่ามีอยู่สองร้าน คือ โรงหมอและเหลาอาหารที่ตั้งอยู่ในเขตเมืองหลวง
โรงหมอเป็สิ่งที่พระมารดาของนางได้ก่อตั้งขึ้นก่อนที่จะตั้งครรภ์ส่วนเหลาอาหารเป็การค้าที่ได้มาโดยไม่ได้ตั้งใจ
เชี่ยวหลานเฟยเฟิ่งหันมายิ้มแห้งพร้อมกระพริบตาปริบๆ ให้รุ่ยเสีย“แฮ่ๆ ข้าลืมสนิทเลย”
แล้วองค์หญิงตัวน้อยก็ต้องรีบเอามืออุดหูไว้ เมื่อรุ่ยเสียตะเบ็งเสียงใส่“เงินนะเพคะ องค์หญิง เงินทั้งนั้น พระองค์ลืมไปได้ยังไงกัน ลืมอะไรก็ลืมได้แต่อย่าลืมเื่เงินเด็ดขาด”
อ้ากกกกกกกกกก ทำไมนางบ่นเก่งอย่างงี้เนี่ยนิสัยพอกันทั้งป้าทั้งหลาน
หลังจากอิ่มจากมื้อเช้าแล้วเชี่ยวหลานเฟยเฟิ่งก็อยู่ในชุดสีน้ำเงินเข้มของบุรุษ
ทุกครั้งที่ต้องแอบออกไปข้างนอก นางและรุ่ยเสียก็จะแต่งกายเป็บุรุษเสมอทั้งนี้เพื่อความคลองตัวและเพื่อความปลอดภัยนั่นเอง
“อย่าเถลไถลนะเพคะ” แม่นมหลิวเตือนเหมือนเช่นทุกครั้งที่องค์หญิงตัวน้อยของนางจะแอบหนีออกจากราชวังไปสูดอากาศบริสุทธิ์ข้างนอก
แต่ก็ได้แค่เตือน ดูเหมือนจะไม่เข้าหูของคนฟังซักเท่าไหร่เพราะเชี่ยวหลานเฟยเฟิ่งก็พยักหน้ารับไปพอส่งๆ
แม่นมหลิวจึงหยิกเข้าที่แขนของหลานสาวตัวเองแทน
“โอ๊ย ท่านป้า ท่านหยิกข้าทำไม” รุ่ยเสียเอ่ยประท้วง
แม่นมหลิวถอนหายใจหนัก แล้วบอกกับหลานสาว “หมั่นไส้ดูแลองค์หญิงดีๆ”
“เ้าค่ะ” รุ่ยเสียยิ้มร่ารับคำ
ทั้งเ้านาย ทั้งลูกน้อง พอจะได้ออกจากวังใบหน้าก็บานราวกับใบบัวซะนี่
เชี่ยวหลานเฟยเฟิ่งไม่รอฟังคำบ่นของแม่นมหลิวนางเร่งออกไปจากตำหนัก รุ่ยเสียก็ไม่รอช้าไล่ตามหลังมาทันที
ทั้งสองมาถึงที่ด้านหลังของตำหนักเชี่ยวหลานซึ่งพระมารดาของนางแอบเจาะกำแพงตรงด้านหลังตำหนักเป็รูขนาดเล็กพอให้ลอดผ่านไปได้
มารดาข้านี่เจ๋งไปเลย
รุ่ยเสียขยับก้อนหินที่ปิดรูไว้ออก
ขณะที่เชี่ยวหลานเฟยเฟิ่งก้มราบกับพื้นหญ้ากำลังจะลอดช่องรูออกไปนั้น นางก็ได้ยินเสียงของเด็กน้อยคนหนึ่งเอ่ยเรียกเสียก่อน“เสด็จพี่สาม”
องค์หญิงเชี่ยวหลานจึงหันไปหาแล้วเอ่ยถาม “หานเอ๋อร์เ้ามาได้ยังไง”
เด็กน้อยเ้าของเสียงเรียก คือ องค์ชายสิบสี่..ถังซีหาน
ถังซีหาน บุตรชายที่เกิดจากสนมสวี เป็สนมขั้นทั่วไปถึงแม้จะให้กำเนิดองค์ชาย แต่ไร้ผู้มีอำนาจหนุนหลังบิดาของสนมสวีเป็เพียงนายอำเภอในเมืองหลงหวาง
เขาอายุหกขวบ ร่างกายอ่อนแอมาั้แ่เด็กเชี่ยวหลานเฟยเฟิ่งเคยให้ความช่วยเหลือเมื่อสามปีที่แล้ว ทำให้ถังซีหานติดนางแจมักจะแอบมาหาที่ตำหนักอยู่บ่อยครั้ง
องค์ชายสิบสี่ตอบด้วยน้ำเสียงแ่เบา “หานเอ๋อร์แอบมา”
เชี่ยวหลานเฟยเฟิ่งจึงเอ่ยดุ “ข้าเคยบอกเ้ากี่ครั้งแล้วว่าอย่าแอบหนีออกจากตำหนักคนเดียว ถ้าเกิดได้รับาเ็มาอีก จะทำยังไง”
เด็กน้อยผู้นี้เป็โรคประหลาดยิ่งร่างกายของเขาบอบบางมากเหลือเกิน ทุกก้าวเดินต้องทำอย่างระมัดระวัง เพราะหากมีการกระทบกระแทกเพียงเล็กน้อยก็จะเกิดรอยฟกช้ำไปตามส่วนต่างๆของร่างกายได้ง่าย
จากการที่นางตรวจร่างกายของเขา พบว่าส่วนที่เป็รอยช้ำสีคล้ำนั้นคือเืห้อที่เกิดขึ้นภายในนั่นเอง
เมื่อสามปีที่แล้ว ขณะที่กำลังวิ่งเล่นกับขันทีพี่เลี้ยงถังซีหานสะดุดล้ม ทำให้หมดสติไปทันทีและมีเืห้อที่หัวเข่าและข้อศอกมองเห็นเป็สีคล้ำขนาดใหญ่จนน่าใร่างกายของเด็กน้อยขาวซีด ขณะที่ชีพจรเต้นช้าลงทุกขณะ ตอนนั้นเชี่ยวหลานเฟยเฟิ่งได้แอบไปที่ตำหนักท้ายพระราชวังเพื่อเก็บดอกไม้มาทำชาจึงได้พบเข้าและให้ความช่วยเหลือก่อนที่หมอหลวงจะมาถึง ทำให้ถังซีหานรอดชีวิตมาได้
การรักษายากมาก เพราะไม่มีวิธีการรักษาให้หายขาดได้หมอหลวงทำได้เพียงให้ยาละลายลิ่มเืภายในเท่านั้น และกำชับให้ระวังการเดินเหินของเขาให้มาก
เขาจึงเห็นพี่สาวผู้นี้เป็เหมือนนางฟ้าจึงได้แอบมารดามาเล่นที่ตำหนักเชี่ยวหลานอยู่บ่อยครั้งแม้เ้าของตำหนักจะดุไปหน่อยก็ตาม