ณ สำนักัทะยาน
หน้าประตูตึกใหญ่อันโอ่อ่าสง่างามของสำนักัทะยาน สำนักยอดฝีมืออันดับหนึ่งที่ยิ่งใหญ่แห่งเมืองหยางเว่ย ใจกลางแห่งอานาจักรฟ้าคราาม ทวีปรุ่งอรุณที่กำลังเปล่งประกายแสงอันแรงกล้ารุ่งโรจน์ประหนึ่งอาทิตย์ยามเที่ยง ขอเพียงเ้าสำนักมันเอื้อนเอ่ยมาคำหนึ่ง เื่ที่มิอาจเป็ไปได้กลับต้องเป็ไปได้ในทันที
สิบปีก่อนที่มันเริ่มก่อตั้ง เพียงเป็สำนักเล็กๆดั่งมดปลวก ที่ไม่มีใครเห็นอยู่ในสายตา ทว่าจู่ๆพลันมีข่าวอันครึกโครมสะท้านฟ้าะเืดินเกิดขึ้น เล้งฮู้ชงผู้เ้าสำนักที่มีอายุเพียงสามสิบปีพลันประกาศท้าสู้10 เ้าสำนักใหญ่เจ็ดวันเจ็ดคืน สุดท้ายมันเป็ฝ่ายชนะ ถูกเรียกขานเป็จอมกระบี่อันดับหนึ่งแห่งอาณาจักรฟ้าคราม
มันตกแต่งโฉมสะคราญอันดับหนึ่งแห่งทวีปรุ่งอรุณนางพญาผีเสื้อเล้งบ่วงกุนเป็ภรรยาท่ามกลางความอิจฉาพวกมันกำเนิดทารกอัจฉริยะผู้หนึ่งนามเล้งปวย
ในยามนี้มีรถม้าคันงามหรูหราคันใหญ่แล่นมาหยุดลงพอดี จากนั้นมีคน3คนก้างลงมา คนแรกเป็บุรุษฉกรรจ์มีวัยราวสี่สิบปีเศษๆ มันมีรูปร่างสูงใหญ่หน้าตาหล่อเหลาคมคาย มีใบหน้าที่เปื้อนยิ้มนิดๆอยู่ตลอดเวลามันย่อมเป็ เล้งฮู้ชง เ้าของกระบี่เกล็ดั ได้รับฉายาัสยบฟ้า เป็จอมกระบี่หมายเลขหนึ่ง เ้าสำนักัทะยาน
คนที่สองที่ก้าวลงมาเป็สตรี สตรีที่ถึงกับเป็สตรีในหมู่สตรี สตรีที่งดงามอย่างยิ่ง สตรีนางนี้ นางคือเล้งบ่วงกุน ภรรยาของเล้งฮู้ชง นางพญาผีเสื้อหยกเป็โฉมสะคราญอันดับหนึ่งแห่งแผ่ยดิน
คนสุดท้ายที่ก้าวลงมาเป็เด็กหนุ่ม เป็หนุ่มน้อยที่มีวัยเพียง10 ปีเศษๆเท่านั้นมันมีหน้าตาหล่อเหลาคมคาย คิ้วหนาตากลมโตเป็ประกายชอบยิ้มที่มุมปากนิดๆ มันมีรูปร่างที่ถือได้ว่าค่อนข้างเติบใหญ่กว่าเด็กทั่วไปที่อยู่ในวัยเดียวกันเด็กน้อยนี้คือทารกอัจฉริยะอันดับหนึ่งเล้งปวยบุตรชายเพียงคนเดียวของเล้งฮู้ชงกับเล้งบ่วงกุน
บ้างก็บอกว่ามันเป็ทารกน่ารักอันดับหนึ่ง แต่ที่แน่ๆมีคนบอกว่ามันคือสัตว์ประหลาดอันดับหนึ่ง
พอจากลงจากรถแล้วพวกเขาก็ รีบเดินหายเข้าไปในตึกใหญ่นั้นทันที
ทว่าเวลานี้เอง ณใต้ต้นไม้ใหญ่ห่างออกไปราวสามร้อยก้าว พลันปรากฎบุรุษลึกลับในชุดสีดำทมิฬผู้หนึ่ง มันสวมหมวกปีกกว้างปิดบังใบหน้าครึ่งซีกเอาไว้ ดูจากพลังปราณที่แผ่ออกรอบๆตัวมันอย่างเย็นยะเยียบ แสดงให้เห็นถึงพลังการฝึกปรือที่ลึกล้ำอย่างยิ่งของมัน มันใช้สายตาคมวาวจ้องมองไปทางประตูใหญ่สำนักฯอยู่หลายคราว คล้ายเจตนาคล้ายไม่เจตนา
ทันใดสายตามันพลันเบิกกว้างเมื่อพบว่า มีเงาดำเร้นลับอีกสายหนึ่งลอยวูบผ่านกำแพงอันสูงตระหง่านของสำนัก ออกไปยังป่าด้านนอกเร้นหายไปในทันที จนชายลึกลับที่มองดูอยู่พลันถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา แน่นอนมันย่อมต้องรู้จักคนผู้นั้น
“หึๆ! หายนะคงมาเยือนมันจริงๆสินะ” เสียงมันครางจากลำคอแต่ต่อมาร่างมันก็ทะยานหายวับไปอีกทาง ดุดิญญาร้ายก็มิปาน
หลังจากที่ คณะละครประจำวันของธรรมชาติอย่างหรีดหริ่งเรไรที่ได้ออกมาร้องประสานเสียงกันอยู่ได้ไม่นานทั้งฝ่ายที่ร้องเรียกหาราตรี และฝ่ายที่ร้องสั่งอำลาสายัณห์ ได้จบสิ้นการแสดงลง
ม่านราตรีอันมืดมิดแห่งคืนเดือนดับ ก็ได้ย่างกรายเข้ามาครอบคลุมทั้งสำนักัทะยานจนทำให้มีบรรยากาศแปลกไปกว่าเดิมมืดทะมึนกว่าเดิม
เห็นเพียงเงาตะคุ่มๆของอาคารสูงตำ่ต่างๆประดุจเงาแห่งพยัคฆ์ร้ายที่หมอบซุ่มซ่อนหมายขย่ำเหยื่อผู้โชคร้ายก็มิปานเงียบจนวังเวงน่าสะพรึงกลัว เวลาได้ค่อยๆเดินผ่านความมืดมิดไปเรื่อยๆจนกระทั่งปรากฏเสียงเคาะสัญญาณบ่งบอกเวลายามสองได้แว่วเข้ามา
ทันใดนั้น พลันปรากฎกลุ่มยอดฝีมืออันลึกลับขึ้นมาจำนวนมากมายพวกมันสวมชุดดำทมิฬปกปิดใบหน้าเห็นเพียงแววตาวูบวาบปรากฏตัวมาดุจดังเงาภูตพราย คล้ายดั่งพวกมันผุดขึ้นมาจากนรกก็มิปาน
พวกมันพลันกระจายตัวออกโอบล้อมไปรอบๆกำแพงใหญ่แล้วจึงเหินร่างลอยตัวข้ามกำแพงเข้าไปยังตึกชั้นในสำนักฯประดุจดั่งนกราตรีั์ ในคืนเดือนมืด
ด้วยท่าทีที่ทั้งคร่องแคร่วว่องไวแม่นยำไร้ซึ่งสุ้มเสียง คล้ายได้เตรียมการมาอย่างดี และแล้วก็บังเกิดสิ่งที่มิได้คาดคิดตามมา
ในทุกตึกของสำนักฯถึงกับพลันมีเปลวเพลิงโหมลุกโชติ่พวยพุ่งขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกันพร้อมกับเสียงะเิตูม!!ตูม!!!ดังตามมาติดๆ เปลวไฟลุกไหม้โหมกระหน่ำลามเลียไปตามสิ่งก่อสร้างต่างๆอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงะโเข่นฆ่าด่าทอ เสียงใเสียงอาวุธปะทะกัน ฉากการต่อสู้เข่นฆ่าล้างผลาญอันสะยดสะหยองพลันบังเกิดขึ้น
ในห้องนอนของเ้าสำนักฯ
ไม่เสียทีที่เล้งฮูชงเป็ยอดคน แม้จะไม่มีลางบอกเหตุใดๆ แต่มันก็รู้ตัวในทันทีที่มีผู้เกร็งลมปราณเหินข้ามกำแพง มันััได้ถึงผู้มาที่มีพลังวรยุทรอันลึกล้ำจำนวนมาก ทันใดนั้นมันทะยานพุ่งวนออกไปรอบๆ ก็พบกับการสะกัดจากคนชุดดำ5 คน พวกมันล้วนมีพลังฝีมืออยูระดับนภาขั้นปลายแล้วทั้งสิ้นพอเห็นเงาคนมาพวกมันรีบฟาดพลังปราณอันรุนแรงเข้าใส่หมายสังหารเป้าหมายให้ตกตายทันที
แต่กลับถูกพลังอันมหาศาลกระแทกกลับตูม!!!!!ตูม!!รุนแรงกว่าหลายเท่าจนพวกมันง่ามมือแทบฉีกขาดและร่างได้ถูกพลังกระแทกใส่จนพวกมันลอยละลิ่วปลิวกระเด็นออกไปคนละทิศละทางแต่มิได้ตกตายไปในทันที ชั่วพริบตากลับหนีหายจนไร้ร่องรอย
“เอ้ะ!! พวกมันเป็ใครถึงกับฝีมือแข็งแกร่งป่านนี้ มิหนำซ้ำไม่ได้เกรงกลัวเราแม้แต่น้อยเล้งฮู้ชงก็รู้สึกแตกตื่นใอย่างยิ่ง ปาดแรกมันคิดจะไล่ตามไปนั้นแต่ฉับพลันนั้นก็หยุดลงด้วยสีหน้าแตกตื่นอย่างไม่เคยมีมาก่อน แล้วพุ่งกลับเข้าไปยังห้องพักเ้าสำนักอย่างเร่งรีบ
มันรีบส่งสัญญาณ แจ้งเตือนให้ทุกคนระวัง แต่แล้วสิ่งที่เลวร้ายจนน่าใที่ตามมาคือ ไร้การตอบรับใดๆทั้งจากเหล่าหัวหน้าตึก และผู้าุโของสำนัก ประหนึ่งว่าทุกคนล้วนประสพเคราะห์กรรมแล้วก็ปาน
“เฮอะ..นี่..มันเกิดอะไรขึ้น.. ฟ้าดินช่างรานข้านัก...”
เมื่อเห็นว่าเื่ราวต้องไม่ธรรมดา มันรีบตัดสินใจอย่างหนึ่งทันทีโดยพุ่งกายกลับเข้าไปในห้องนอนซึ่งภรรยามันก็รออยู่อย่างกระวนกระวายใจ มันรีบบอกต่อภรรยาของมัน
“แย่แล้วบ่วงกุน ข้าพบว่าผู้มาล้วนลึกลับผิดคาดและล้วนฝีมือสูงส่งอย่างยิ่ง
ซ้ำร้ายเราไม่อาจติดต่อคนของเราได้คาดว่าน่าจะประสบเคราะห์ไปแล้วกรรมเสียมากกว่า เ้ารีบไปนำปวยเอ๋อมาที่นี่ด่วน ถึงเวลาที่เ้าต้องพาให้เราได้เหลือเผ่าพันธุ์เอาไว้ เ้าไปนำมันมานี่ก่อนแล้วรีบพามันไปโดยไม่ต้องห่วงข้า ข้าสัญญาว่าจะไม่ตายง่ายๆ
“ได้เ้าคะท่านพี่” พลางรีบวิ่งไปยังตึกถัดไป ชั่วครู่นางก็พาบุตรชายมาถึง
“บิดา…ท่านมีมีอันใด”...เด็กหนุ่มน้อยมีท่าทางงุนงง ผู้บิดารีบกอดผู้บุตรอย่างตั้งใจ พลางบอกสั่งเสียในเื่สำคัญๆอย่างตั้งใจ เห็นเด็กน้อยได้แต่พยักหน้ารับฟังอย่างแตกตื่นแล้ว หลังจากนั้นมันจึงได้หันไปทางผู้ภรรยามัน
“บ่วงกุน..ไม่นึกว่าวันนั้นจะมาเร็วปานนี้ แต่พวกมันก็มาแล้วข้าขอโทษ..ที่ไม่อาจปกป้องเ้าได้ ข้า..ผิดต่อเ้า...”
“ไม่.หรอก.ท่านพี่..ท่านดีต่อข้ายิ่งนัก..ข้าเพียงเสียดายที่ไม่ได้อยู่ตอบแทนท่านเท่านั้น”
“ฟังนะบ่วงกุนไม่ว่าเป็ตายร้ายดีอย่างไร ลูกเราต้องรอดให้ได้“
พลางหันหน้าไปที่เตียงในห้องนอนของมัน
“บ่วงกุนเ้าคงจำได้นะพาปวยเอ๋อหนีไปตามทางนี้ ถ้าไปยังไม่ถึงที่นั่นอย่าได้หยุดลงเด็ดขาดไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น” มันเน้นย้ำ
“เ้า..รักษาตัวด้วย...”
“ท่านพี่วางใจ ข้าจะทำตามนี้ให้ได้ท่านสัญญาแล้วนะว่าท่านจะรอดให้ได้ข้าเชื่อท่าน”
นางพูดพลางมองหน้าสามี ด้วยนำ้ตาหลั่งริน
“ไม่ต้องห่วงข้า ข้าจะไม่ตายก่อนที่จะได้พบเ้า”
เหมือนจะมองหน้าภรรยาเป็ครั้งสุดท้าย
“พวกเ้ารีบไปเถอะเดี๋ยวไม่ทันการ.. การข้างหน้าล้วนอยู่ที่เ้าแล้วปวยเอ๋อเอ๋ย”. พลางกอดภรรยาและลูกชายที่มีสีหน้าเด็ดเดี่ยว
“จากนี้ไป เ้าต้องดูแลตัวเองแล้ว อย่าลืมทุกสิ่งที่พ่อพูดกับเ้า”
“ขอรับท่านพ่อ...”
“ไป...”
พร้อมกันก็ปรากฎช่องประตูลับใต้พื้นเตียงขึ้นมาช่องหนึ่งทันที่
เมื่อร่างแม่ลูกทั้งคู่ก้าวลึกลงไป มันก็เลื่อนปิดลงอีกครั้งราวกับไม่เคยมีมาก่อน
จากนั้นเล้งฮู้ชงก็พุ่งทะยานออกจากห้องทันที จนกระทั้งได้เห็นภาพเบื้องหน้า มันเลิกคิ้วสูงพลางลอยตัวเหิรร่าง ทั้งคนทั้งกระบี่เข้าใส่คนชุดดำห้าคนที่กำลังรุมสังหารคนของมันทันใด
“อ้ากๆๆ..อ้าก..ๆ..”
สิ้นเสียงร้องพลันก็ปรากฏศีรษะของคนทั้ง 5 กระเด็นขึ้นฟ้าโลหิตสาดกระจาย
กว่าที่ร่างอันไร้ศรีษะของผู้โชคร้ายจะล้มลงไป ตัวผู้สังหารก็ได้พุ่งไปไกลและ เข้าฟาดฟันใส่อีกหลายกลุ่มที่อยู่ห่างๆออกไปมันได้เข่นฆ่าเช่นนี้ไปเรื่อยๆ
จนกระทั่งเปิดเป็ทางโลหิตสายหนึ่งขึ้นเพื่อพยายามช่วยคนของมันแต่ยิ่งนานไปกลับไม่พบคนของมันอีกแล้วมีแต่ศัตรูเต็มไปหมด มันไม่ละความพยายามที่จะหาให้พบคนของมันที่ยังเหลือรอดอยู่
มันพุ่งกายวูบวาบราวัเหิรสอดส่องไปมาจนกระทั่งมาถึงหน้าตึกัพยัคฆ์
ที่น้องร่วมสาบานของมันที่มีนามว่าหยางอี้!! เป็หัวหน้าตึก มันกู่ก้องกังวาล พอมองไปถึงกับเืลมพลุ่งพล่าน
ในที่ที่ห่างออกไปราวๆ100 วานั้น ได้ปรากฏยอดฝีมือคลุมหน้าชุดดำจำนวน4 คนกำลังใช้ท่ากระบี่ที่เลอเลิศโฉบร่างพร้อมกระบี่จากทั้งสี่ด้านพุ่งเข้าหา ร่างโชกเืที่โงนเงนใกล้จะล้มลงแล้วพลันเห็นประกายกระบี่แลบแปลบปลาบขึ้นมาพร้อมกับเสียงะเิดังตูมก็ติดตามมา เล้งฮู้ชงรีบพุ่งเข้าไปอย่างไม่คิดชีวิตทว่ามันก็ยังช้ากว่าพญามัจจุราชอยู่ดี
เห็นร่างของหยางอี้ที่ถูกตรึงด้วยกระบี่ทั้ง4 เล่มเหลือเพียงลมหายใจที่รวยริน
ส่วนยอดฝีมือชุดดำทั้ง4กลับเสียชีวิตด้วยแผลกระบี่ที่ลำคอจุดเดียวกัน
“หยางอี้ เ้า…ข้าจะช่วย” พูดพลางเข้าไปประคอง
“พี่ใหญ่ อย่าเสียเวลาข้าคงไม่รอด ข้ารู้ตัวดีท่านเป็อย่างไรดูเหมือนท่านไม่ได้ถูกพิษดั่งเช่นพวกนิ พวกมันกลับรู้ข้อมูลละเอียดยิ่งนักกระทั้งรู้ว่าท่านไม่กลัวพิษ จึงไม่ใช้พิษกับท่าน มันกลัวพวกเราจะไหวตัวทัน กว่าที่ข้าจะรู้ตัวพิษประหลาดก็ได้จู่โจมเข้าสู่หัวใจไปแล้วเพราะการที่เกร็งลมปราณต่อต้าน ข้าคิดว่าน้องพี่ต่างๆของเราล้วนประสพเคราะห์กรรมเช่นข้าหมดแล้ว”
“ใช่พอข้าไปถึงทั้งหมดล้วนคล้ายกับเ้า ถูกพิษ ก่อนถูกกลุ้มรุมจู่โจม แต่พวกเ้าวางใจข้าจะให้พวกมันได้ชดใช้ให้กับพวกเ้าทุกคน”
“ไม่พี่ใหญ่ เหลือฟืนใยต้องกลัวไร้ไฟท่านรีบหนีไปค่อยกลับมาล้างแค้นพวกมัน ท่านต้องหนีไปได้สบายอยู่ไม่ว่าใครก็รั้งท่านไว้ไม่ได้หากท่านคิดจะไปท่านรีบไปเถอะ”
“ แต่ข้าจะล้างแค้นตอนนี้ จะได้ไม่ให้พวกเ้ารอนาน อีกทั้งก่อนที่พวกมันทุกคนจะยังไม่ได้หลบลี้หนีหาย
เล้งฮู้ชงดีดตัวขึ้นด้วยใบหน้าที่แม้แต่ภูตพลายเห็นแล้วยังต้องผวา
ที่มันลุยเข่นฆ่าไปนั้นพบว่า มีเพียงหยางอี้คนเดียวเท่านั้นที่ยังมีชีวิตได้พูดคุย นอกนั้นอีกกว่าพันชีวิตนั้นล้วนตกตายในสภาพที่เอน็ถอะนาถอย่างยิ่งบัดนี้สุ้มเสียงเข่นฆ่าเริ่มเบาบางลง
ยิ่งทำให้ใจของมันหนักอึ้งมากขึ้น แต่แววตากลับเยือกเย็นลงอย่างยิ่ง
มันพลันกู่ก้องยาวนาน พร้อมทะยานร่างไปยังอีกที่หนึ่งทันใด
แค่อึดใจเดียวก็มาถึงสถานที่แห่งเดียวที่เพลิงยังมาไม่ถึง คือห้องโถงัที่ยามนี้เต็มไปด้วยกลุ่มศัตรู คนชุดดำร่วมๆครึ่งพันคน กระจายโดยรอบมันลอยตัวข้ามไปลงตรงกลางพอดี
ทันใดก็มีเสียงที่เปล่งด้วยลมปราณอันสูงล้ำจนผู้คนตื่นตนก แก้วหูเลื่อนลั่น
“เหอะๆๆฮา..ๆๆ เ้าสำนักเล้งฮู้ชง ท่านไม่ได้ให้พวกข้าต้องรอนานเลยจริงๆ”
คนกล่าววาจาคือชายชุดดำผู้ลีลับมันสวมหน้ากากปีศาจสีทองสะท้อนแสงวูบวาบ ไอพลังปราณอันสูงล้ำที่ไม่เคยมีมาก่อนแผ่กระจายออกโดยรอบ กดดันต่อผู้คนอย่างรุนแรง
มันนั่งบนเก้าอี้มีพนักทรงสูงอันโอ่อ่า
ด้านหลังมันคือแถวของยอดฝีมือขั้นลึกล้ำถึงสิบห้าหกคนทำให้เกิดบรรยากาศอันน่าพรั่นพรึง
“คนๆนี้กลับมีพลังปราณระดับ์ขั้นกลาง ซึ่งเรายังไม่เคยได้ยินว่ามีใครเลยทอดตาทั่วทั้งอาณาจักรนี้” เล้งฮู้ชงรำพึงกับตังเอง
ไม่รอให้เล้งฮู้ชงได้พูดอันใด คนชุดดำทั้งหมดก็โอบล้อมเขาเอาไว้ทันใด
“ข้ารู้ว่าคนเช่นท่านที่หยิ่งทรนงย่อมไม่มีทางหลบลี้หนีหน้าไปไหนอย่างแน่นอน ดังนั้นจึงได้มารอที่นี่โดยไม่ต้องรีบร้อน”
มันคล้ายกลับได้ทำความรู้จักอีกฝ่ายอย่างดี
“เล้งฮู้ชง เห็นแก่เ้าสักครา หากยินยอมมอบของออกมาจะให้เ้าได้มีซากศพที่สมบูรณ์”
“อา...เ้า!! ที่แท้ก็มาเพราะสิ่งนั้น..ฮ่าๆต้องทำให้เ้าผิดหวังแล้วนอกจากเ้าจะไม่ได้อะไรเราจะให้พวกเ้าได้ตายที่นี่กันทั้งหมด”
พอได้ยินเช่นนั้น มี3คนได้ก้าวจากด้านหลังมันออกมาทันที
คนที่อยู่ตรงกลาง ได้กระแอมนิดๆก่อนดัดสุ้มเสียงกล่าวเสียงทุ้มๆ
“เ้ายังจะมีวาจาสามหาวได้อีก เรากลับจะให้เ้าผิดหวังมากกว่า”
พูดจบร่างสามสายได้กลายเป็เงาพริ้วเข้าหาอีกฝ่ายทันที บังเกิดเสียงะเิจากลมปราณมหาศาลปะทะกันระคนกับเสียงโลหะกระทบกันจนสะท้านฟ้า
ตูมตูมตูมตูมตูมตูม!!!!!!!!!!!!!!!!!
ซิ้ง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
เพล้ง !!!!
ฟุบ!!!
“อาวุธิญญาชั้นกลาง”กลุ่มคนต่างอุทานอย่างตื่นเต้น รอจนทุกอย่างสงบลง
“อา!!!!!!!.”เสียงอุทานอันแตกตื่นพลันบังเกิดขึ้น
เล้งฮู้ชงถูกกระแทกถอยสามก้าว สีหน้าซีดลงเล็กน้อย แต่ทว่าอีฝ่ายมันทั้ง3กลับปลิวกระดอนกลับไปคนละทิศละทางทอดร่างเป็ซากศพทันที