เหรินซานเคาะประตู แล้วเดินเข้ามาในห้องหนังสือของมู่เฉิน “คุณชาย มีแขกมาเยือนขอรับ”
“แขกหรือ ผู้ใดกัน!” มู่เฉินถามพลางเอียงศีรษะ
“คุณชายเฉินเฉินม่อหราน ยังมีคุณชายจวงอวี๋ด้วยขอรับ” เหรินซานกล่าว
มู่เฉินเลิกคิ้วขึ้น ถามด้วยความงงงวย “เป็พวกเขา พวกเขามาทำอะไร”
เหรินซานส่ายหน้าพลางกล่าว “ไม่ทราบขอรับ”
มู่เฉินลูบนิ้วมือของตัวเองพลางกล่าว “ในเมื่อมาแล้ว งั้นก็ไปพบพวกเขาเถอะ”
เหรินซานพยักหน้าตอบ “ขอรับ”
เฉินม่อหรานมองเห็นมู่เฉินออกมา สีหน้าพลันเปลี่ยนไป กล่าวประชดประชันว่า “มู่เฉิน เ้าดูไม่เลวเลยนี่! แขนขายังอยู่ครบ ดูเหมือนยังอ้วนขึ้นด้วย”
เดิมทีเฉินม่อหรานคิดว่ามู่เฉินถูกจวงอวี๋ปฏิเสธ เสียหน้าแล้ว จะเสียใจหมดอาลัยตายอยาก คิดไม่ถึงเลยว่ามู่เฉินจะดู มีชีวิตชีวา ทั่วทั้งร่างแตกต่างไปจากเดิมมาก
มู่เฉินมองเฉินม่อหรานพลางกล่าว “ถ้าหาก เ้าหวังว่าข้าจะแขนขาด หรือขาขาด เช่นนั้นก็คงต้องทำให้เ้าผิดหวังแล้ว”
จวงอวี๋มองสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างทั้งสองคน ก็ยิ้มอย่างกระอักกระอ่วนพลางกล่าว “มู่เฉิน ม่อหรานเขาไม่ได้หมายความอย่างนั้น”
มู่เฉินยักไหล่พลางกล่าว “อย่างไรก็ได้”
จวงอวี๋เม้มปากกล่าว “เื่ก่อนหน้านี้ ข้าต้องขอโทษด้วย”
มู่เฉินส่ายหน้าแล้วเอ่ย “เื่ของความรู้สึก ต้องยินยอมกันทั้งสองฝ่าย เ้าไม่ชอบข้า ปฏิเสธข้าก็ถูกแล้ว”
จวงอวี๋มองดูมู่เฉิน ในดวงตามีความผิดหวังแวบผ่าน
เฉินม่อหรานพูดพลางขมวดคิ้ว “มู่เฉิน จวงอวี๋เห็นว่าหลายวันมานี้ เ้าล้วนไม่ได้มาสถาบันยุทธ์ เป็ห่วงเ้า ถึงได้มาเยี่ยมเ้า แต่เ้ากลับมาพูดจาเ็าเยี่ยงนี้ ช่างไม่รู้ดีชั่วเอาเสียเลย”
มู่เฉิน “...”
พูดจาเ็า เขาได้พูดจาเ็าด้วยรึ อย่างมากเขาก็แค่ไม่ได้ถามไถ่ทุกข์สุขจวงอวี๋ ยกยอจวงอวี๋เหมือนเมื่อก่อนเท่านั้นเอง
จวงอวี๋มองไปที่เฉินม่อหรานอย่างช่วยไม่ได้ จับมือเฉินม่อหรานพลางกล่าว “ม่อหราน เ้าอย่าทำเช่นนี้”
เฉินม่อหรานยิ้มให้จวงอวี๋ พร้อมกับส่งสายตาไปตักเตือนมู่เฉิน
ดวงตาที่งดงามของจวงอวี๋ มองไปทางมู่เฉิน “คุณชายเฉิน ท่านรู้เื่งานประมูลของลานประมูลจี้เย่ว์หรือไม่”
มู่เฉินพยักหน้าพลางกล่าว “รู้ งานประมูลใหญ่ประจำปีของลานประมูลจี้เย่ว์ใช่ไหม ได้ยินมาว่าจะมีของดีมากมายปรากฏขึ้นในงานประมูลครั้งนี้ เพียงแต่่นี้ข้าเงินค่อนข้างขาดมือ คงทำได้แค่มองดูเท่านั้น”
จวงอวี๋เม้มปาก เอ่ยยิ้มๆ “ได้มองดู ได้เปิดหูเปิดตาก็เป็เื่ที่ดี”
ในดวงตาของจวงอวี๋มีความผิดหวังวาบผ่าน มู่เฉินเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ ถ้าเป็เมื่อก่อน เกรงว่าคนคนนี้คงมาตามตื๊อถามตนแล้ว ว่าในงานประมูลครั้งนี้มีสิ่งใดที่ตนชื่นชอบหรือเปล่า
เฉินม่อหรานมองดูมู่เฉินแล้วกล่าว “่นี้เ้าเงินขาดมือรึ เป็ไปไม่ได้กระมัง พ่อเ้าเป็นักปรุงโอสถ เ้าจะขาดศิลาทิพย์หรือ”
มู่เฉินยิ้มอย่างขื่นขมพลางกล่าว “พ่อข้าคือพ่อข้า ข้าคือข้า ข้าขาดศิลาทิพย์มันแปลกตรงไหน”
เฉินม่อหรานหัวเราะเย้ยหยันพลางกล่าว “เ้านี่ช่างไร้ประโยชน์จริงๆ ไม่มีศิลาทิพย์ ก็สามารถคิดหาวิธีได้นี่”
มู่เฉินมองดูเฉินม่อหรานพลางกล่าว “คุณชายเฉิน มีสิ่งใดจะชี้แนะหรือไม่”
เฉินม่อหรานเอ่ยยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ “พ่อของเ้าเป็นักปรุงโอสถ หลอมโอสถออกมาตั้งมากมายขนาดนั้น เ้าแค่หยิบสุ่มๆ สักสองเม็ดออกมาขาย เ้าก็มีเงินแล้วไม่ใช่หรือ”
จวงอวี๋หน้าเปลี่ยนสี จากนั้นกล่าว “ม่อหราน เ้าพูดซี้ซั้วอะไรของเ้า โอสถทิพย์จะเอาไปขายเรื่อยเปื่อยได้อย่างไร”
“นั่นสิ! พี่เฉิน ท่านช่างล้อเล่นเก่งจริงๆ โอสถทิพย์ของท่านพ่อข้า ข้าจะเอาออกไปขายเรื่อยเปื่อยได้หรือ!” มู่เฉินกล่าวอย่างไม่เห็นด้วย
เฉินม่อหรานหัวเราะออกมา “ข้าแค่ล้อเล่นเท่านั้นเอง”
มู่เฉินก้มหน้า ในดวงตามีแสงเย็นเยือกวาบผ่าน การที่เฉินม่อหรานพูดเช่นนี้นั้น เป็เื่บังเอิญ หรือมีคนวางแผนไว้อย่างแเีกันแน่ ไม่ว่าจะมองอย่างไร ล้วนดูไม่เหมือนเป็เื่บังเอิญเลย!