กิจกรรมหน้าเสาธงในวันแรกของการเปิดภาคเรียนเป็ไปอย่างชื่นมื่น มีการกล่าวต้อนรับนักเรียนจากท่าน ผอ.รวมถึงครูอีกหลายคน ซึ่งโตโต้ก็ไม่ได้ให้ความสนใจเท่าไหร่นัก ยังดีที่วันนี้สภาพอากาศค่อนข้างครึ้มฟ้าครึ้มฝนทำให้การนั่งอยู่ในแถวหน้าเสาธงไม่ร้อน เขากำลังก้มหน้าก้มตากดปุ่มโทรศัพท์เพื่อหัดใช้ฟังก์ชันต่างๆ ของมันให้คุ้นเคย ซึ่งพอมาหัดใช้แล้วไม่ชินมือเลยจริงๆ และคิดว่าตอนนี้น่าจะไม่มี WIFI ให้ใช้แน่ๆ อีกอย่าง ถ้าจำไม่ผิดโปรเน็ตโทรศัพท์มันแพงสุดๆ ไปเลยนี่หว่า แถมความเร็วของมันก็... โตโต้คิดพลางถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ คนติดมือถืออย่างเขา ว่างเมื่อไหร่เป็ต้องล้วงออกมาไถหน้าฟีตสอดส่องชีวิตความเป็อยู่ของชาวบ้าน สถานการณ์ที่เป็อยู่ในตอนนี้เหมือนโดนหักดิบชัดๆ
‘คิดถึงสมาร์ตโฟนโว้ยยยยยยย! โอ้พระสงฆ์องคเ้า ในเมื่อให้โอกาสลูกช้างได้กลับมาเป็วัยสะรุ่นอีกครั้ง ไยท่านจึงให้ข้ามามือเปล่าโดยปราศจากปัจจัยที่ 5 ของคนยุค 4.0 กันเล่า? ส่วนเ้าเครื่องที่อยู่ในมือนี่...จะเรียกว่าโทรศัพท์ของเก่าก็ไม่ใช่ เพราะแม่เพิ่งซื้อให้เมื่อวาน จะว่าของใหม่ พอดูโมเดลเครื่องเก๋ากึ๊กชนิดที่สมาร์ตโฟนรุ่นแรกๆ เรียกพี่แบบนี้ก็กระดากปากจะเรียกอยู่ แถมตอนนั้นเขายังใช้มันตั้งหลายปี ถ้างั้นขอนิยามว่าโทรศัพท์เครื่องใหม่แต่เป็รุ่นเก่าก็แล้วกัน'
“หวัดดีเพื่อน”
ขณะที่โตโต้นั่งนึกอะไรเพลินๆ พลันมีเสียงทักทายพร้อมกับมือที่เอื้อมมาแตะไหล่เขาจากด้านหลัง
“หวัดดีอ๋อง”
โตโต้เอ่ยทักทายกลับพร้อมรอยยิ้ม
‘ไอ้อ๋องนี่เอง จะตอนนี้รึจะอีกสิบปีหน้าตามันไม่เปลี่ยนเลยนี่หว่า’
โตโต้มองั้แ่หัวไล่ลงมา หนุ่มน้อยร่างอวบ ผิวคล้ำเล็กน้อย อนาคตเสี่ยรถไถและปล่อยเงินกู้ทั่วราชอาณาจักร สมัยเรียนมัธยมเป็หนึ่งในเดอะแก๊งของเขา แต่หลังจากจบไปแล้วก็แยกย้าย ไม่ค่อยได้ติดต่อกันอีก
“เออนี่...พวกนายเปิดหนังสือดูยัง? วิชาเคมีที่ตอนบ่ายมีเรียนต่อกันสองคาบอ่ะ เมื่อคืนเราเปิดดู ที่เป็ตารางธาตุ อะไรไม่รู้มีแต่ภาษาอังกฤษ ดูโคตรยากเลยว่ะ ถ้าเกิดติด 0 มาทำยังไง?”
อ๋องชวนคุยเื่วิชาใหม่ที่ต้องเรียนพลางส่ายหน้าอย่างคิดหนัก
‘อะไรของมึงเนี่ย คาบแรกยังไม่เรียนเลยคิดเื่ติด 0 แล้วเรอะ? กังวลเกินไปแล้วน่าไอ้น้อง จารย์เคมี ม.4 ใจดีจะตายเดี๋ยวเอ็งรู้เลย’
โตโต้ตำหนิเพื่อนของเขาในใจ ไอ้นี่มันวิตกจริตเกินเหตุไปแล้ว จะว่าไปไอ้อ๋องมันก็เป็คนจริงจังกับอะไรทุกเื่มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว คนแบบนี้ในอนาคตมันกล้าไปปล่อยเงินกู้ได้ไงวะ?
“มันก็ยากจริงๆ นั่นแหละ ขนาดเราตอนปิดเทอมเรียนพิเศษติวเข้มก่อนขึ้น ม.4 มาก็ยังไม่ค่อยเข้าใจเลย”
บาสเอ่ยขึ้นสำทับอีกเสียง นั่นยิ่งทำให้สีหน้าของอ๋องดูคิดหนักกว่าเดิม
“มันจะยากอะไรขนาดนั้น ไปเรียนก่อนเดี๋ยวก็รู้เองแหละ เออ...แล้วปีนี้จะเรียน รด. กันรึเปล่า?”
โตโต้เอ่ยแทรกขึ้นเพื่อเปลี่ยนประเด็น
“เรียนๆ”
บาสตอบทันทีด้วยความมั่นใจ
“ไม่แน่ใจแฮะ ต้องถามแม่ก่อนอ่ะ”
อ๋องตอบอย่างไม่ค่อยมั่นใจ นี่อาจเป็เื่ที่เขายังไม่เคยคิดมาก่อน ทำให้ยังตัดสินใจไม่ได้
“เรียนเหอะ จับใบดำใบแดงไม่ใช่เื่ตลกนะเฮ้ย”
โตโต้เริ่มไซโคเพื่อน แต่ในใจเขารู้อยู่แล้วว่ายังไงหมอนี่มันก็เรียน จังหวะเดียวกันกับพิธีการหน้าเสาธงเสร็จสิ้น ครูจึงปล่อยแถวให้เดินไปเข้าห้องเรียนได้ โดยจะปล่อยให้ไปทีละ 3 ห้องของแต่ละระดับชั้น นักเรียนห้องแรกๆ ที่ได้ไปก่อนทยอยเดินต่อแถวกันไปอย่างเป็ระเบียบ ซึ่งห้อง ม.4/8 เป็ห้องหลังๆ ที่จะได้ไปก็ต้องยืนรอกันก่อน รูปแบบการเรียนการสอนของโรงเรียนแห่งนี้เป็แบบเดินเรียน ไม่มีห้องประจำ แต่ละระดับชั้นจะมีทั้งหมด 12 ห้อง แบ่งเป็ห้อง 1-10 เหล่านี้เรียกว่าห้องเรียนธรรมดา การเรียนการสอนสายสามัญทั่วไป ส่วนอีก 2 ห้องเป็แหล่งรวมเด็กหัวกะทิของระดับชั้นนั้นๆ ถูกเรียกว่าห้องคิงส์ เป็ห้องพิเศษที่เรียนแบบ English Program มีเฉพาะ 2 ห้องนี้เท่านั้นที่มีห้องเรียนประจำไม่ต้องเดินเรียนเหมือนห้องอื่นๆ โดยห้อง 11 จะถูกเรียกว่าห้อง King A เน้นเรียนวิทย์-คณิต ห้อง 12 จะถูกเรียกว่าห้อง King B เน้นเรียนศิลป์-ภาษา ส่วนห้อง 8 ของโตโต้เรียกได้ว่าเป็ห้องรั้งท้ายของระดับชั้นกันเลยทีเดียว
คาบแรกเป็คาบเรียนภาษาไทย ห้อง 124 ตัวอาคารสร้างจากไม้ทั้งหลัง มีสองชั้น เป็อาคารเก่าแก่ั้แ่ก่อตั้งโรงเรียน ถูกเรียกว่า ‘อาคาร1’ โดยอาคารหลังนี้เป็อาคารเรียนวิชาภาษาไทยกับสังคมศึกษา เมื่อขึ้นมาที่ชั้นสองทุกคนก็เดินเข้าไปจับจองโต๊ะที่นั่งของตน โตโต้เองก็ตรงดิ่งไปจองที่นั่งประจำของเขาเมื่อก่อน โต๊ะริมหน้าต่างแถวกลาง เมื่อเข้าห้องมาและได้โต๊ะของตนเองเรียบร้อยแล้ว ทุกคนก็รีบเปิดกระเป๋านำสมุดกับหนังสือเรียนออกมาอย่างกระตือรือร้น นั่นเพราะั้แ่ตอนที่พวกเขาเดินเข้าห้องมา ครูประจำวิชาก็กำลังยืนเขียนอะไรสักอย่างบนกระดานหน้าห้องรออยู่ก่อนแล้ว