“ถึงคราวพวกเ้าแล้ว”นางทุบกำไลหยกโลหิตให้แตกออกจากกัน เหล่าิญญาร้ายส่งเสียงกรีดร้องอย่างเ็ปมีกระดาษแผ่นน้อยอยู่ในก้อนหยกกลมแต่ละก้อน นับรวมกันได้ราวสิบเอ็ดแผ่นพอดี
“คุณหนูหลินสิ่งนี้คือ”แม่ทัพเหลียนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง ว่าจะมีกระดาษแผ่นน้อยอยู่ในหยกแต่ละก้อน
“หากข้าเดาไม่ผิดสิ่งที่เขียนไว้ในนี้คือแปดอักษรของผู้ตายทำให้ิญญาร้ายผูกติดอยู่กับหยกแต่ละก้อน เมื่อคุณชายหยางสวมใส่เขาจึงถูกิญญาร้ายสิบเอ็ดดวง ควบคุมจิติญญาเอาไว้”
“ท่านพี่สิ่งนี้พี่สาวของท่านมอบให้มาเหตุใดนางถึงได้คิดร้ายกับฟู่เอ๋อร์ได้ ข้าไม่เข้าใจจริง ๆ”เมิ่งฮูหยินะเืใจในเื่นี้เป็อย่างมากนางได้แต่เฝ้ามองดูบุตรชายที่หลับใหลไม่ได้สติอยู่บนเก้าอี้
“สิ่งนี้เป็ของพวกนักพรตสายดำข้าจะทำลายพิธีกรรมของพวกมัน สิ่งชั่วร้ายจะสะท้อนกลับไปหาคนผู้นั้นเอง”หลินซือเยว่เห็นเหล่าดวงิญญา รวมกลุ่มกันเป็หนึ่งเดียวมีใบหน้าบิดเบี้ยวสลับกันไปมา พยายามอ้าปากกว้างขึ้นเพื่อที่จะเขมือบนางลงท้อง
“เฮอะ ! ช่างไม่เจียมตัว” นางกัดปลายนิ้วเืหมาดำหรือจะสู้เือดีตปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ได้วาดยันต์ทำลายล้างผีร้ายอย่างรวดเร็ว นำยันต์ที่วาดวางลงบนเศษกำไลหยกโลหิตแม้กำไลจะแตกไปแล้วแต่ยังไม่ถูกทำลาย ผีร้ายยังยึดติดไปไหนไม่ได้
หลินซือเยว่ปากท่องคาถามือประกบร่ายวิชาเหล่าผีร้ายรู้ว่าภัยกำลังจะมาถึงตัว พากันสร้างลมพายุขึ้นภายในห้องโต๊ะเก้าอี้เคลื่อนตัวตามแรงลม แต่ถูกหลินซือเยว่ใช้พลังต้านทานเอาไว้สิ่งของเ่าั้จึงไม่สามารถ ทำอันตรายคนที่อยู่ในห้องนี้ได้
นางร่ายคาถามากด้วยพลังเวทก่อนชี้ปลายนิ้วไปที่ยันต์ทำลายล้าง ไม่ช้าเพลิงก็ลุกเผาไหม้ขึ้นเหล่าผีร้ายส่งเสียงกรีดร้องอย่างทุกข์ทรมาน เหมือนหลินซือเยว่ยังไม่สาแก่ใจนางเพิ่มพลังแห่งเพลิงให้เผาไหม้รุนแรงขึ้นกว่าเดิมก่อนที่ทุกอย่างจะหายวับไปกับตา ิญญาร้ายสลายเป็ควันหายไปในอากาศ
“แม่ทัพเหลียนข้าจงใจเผาเพลิงให้มากกว่าปกติคาดว่าเรือนของคนผู้นั้นคงถูกเผาไม่มากก็น้อย แต่วางใจได้ข้าจำกัดให้ไฟไหม้แค่รอบๆ ตัวคนผู้นั้น ไฟไม่อาจลามไปยังห้องหรือเรือนผู้อื่นได้” นางเอ่ยเป็นัยให้รู้ว่าคนร้ายยามนี้กำลังเจอกับภัยร้ายอยู่ ซึ่งหากอยู่ในเมืองเหลียงแห่งนี้คงหาตัวได้ไม่ยากนัก
จวนแห่งหนึ่งในเมืองเหลียง
ผู้เฒ่าคนหนึ่งกำลังถูกไฟไหม้ลามไปทั้งตัวทำให้ภายในห้องที่เขาพักอาศัยถูกไฟไหม้ตามไปด้วย เป็ไฟอาคมที่ใช้น้ำดับไม่ได้ผู้เฒ่ารีบวิ่งออกจากห้อง เพื่อหาแหล่งน้ำแล้วร่ายคาถาดับไฟแต่กว่าจะดับได้เนื้อตัวก็ถูกเผาไหม้ไปกว่าครึ่งซ้ำห้องที่พักอาศัยยังถูกไฟไหม้จนเกือบหมด
“ใครมันบังอาจทำลายอาคมข้า !” เืก้อนโตถูกพ่นออกมา หลังจากนั้นผู้เฒ่าคนนี้ก็หมดสติลงไป
ภายในห้องนอนของหยางเฉินฟู่ทุกอย่างสงบลงความหนาวะเืหายไป เหลือเพียงไออุ่นของเตียงเตาหลินซือเยว่บอกให้ทั้งคู่แก้มัดบุตรชายได้พวกเขารีบพาร่างอันไร้กำลังของหยางเฉินฟู่ กลับไปวางนอนลงบนเตียง
เมิ่งฮูหยินรู้สึกไม่วางใจ “คุณหนูหลิน”
“ข้ากำจัดิญญาร้ายไปแล้ว”
“นับเป็เื่ดี ขอบคุณคุณหนูหลินมาก”เมิ่งฮูหยินรีบเอ่ยคำขอบคุณ แต่แววตาของนางยังเศร้าสลดอยู่
หลินซือเยว่หันไปมองคนบนเตียงนอน“คุณชายหยางถูกิญญาร้ายครอบงำมานับเดือน กินไม่ได้นอนไม่หลับ ร่างกายเลยผ่ายผอมฮูหยินเชิญท่านหมอมารักษาอาการป่วยของคุณชายหยางเถิด”
เมิ่งฮูหยินหันไปมองหน้าสามีตนเองเล็กน้อย
“ข้ากำจัดภูตผีได้แต่เื่การรักษานั้น ให้หมอที่เชี่ยวชาญทำเถอะอีกอย่างข้าเป็แค่นักโทษถูกเนรเทศมาชายแดน หากต้องเข้า ๆ ออก ๆจวนแม่ทัพเหลียนทุกวัน คงไม่ใช่เื่ดีเท่าใดนัก”นางคิดเผื่อเชื่อเสียงของแม่ทัพเหลียนด้วย
“ฮูหยินทำตามที่คุณหนูหลินบอกเถอะ”
“ได้เ้าค่ะท่านพี่”เมิ่งฮูหยินหันไปบอกแม่นมให้คนไปตามท่านหมอ มาดูอาการของบุตรชายเป็การเร่งด่วน
หลินซือเยว่เดินเข้าไปหาคนบนเตียงนอนนางล้วงหยิบยันต์รูปสามเหลี่ยมออกมาสองใบ ยัดใส่อกเสื้อของหยางเฉินฟู่
“ดวงิญญาค่อนข้างอ่อนแรงพกยันต์แคล้วคลาดกับยันต์รักษาโรคภัย ช่วยป้องกันไม่ให้ดวงิญญาหลุดลอยและยังเสริมพลังหยินหยางให้สมดุล ร่างกายแข็งแรงในเร็ววัน”
“ขอบคุณคุณหนูหลินมาก”ยามนี้แม่ทัพเหลียนเริ่มศรัทธาในหลักวิชาเต๋าเพราะได้เห็นพิธีการขับไล่สิ่งชั่วร้ายด้วยตัวเองสีหน้าบุตรชายของเขายังมีเืฝาดปรากฏ ไม่ได้ซีดเผือดราวผีดิบเหมือนก่อนหน้า
“ท่านหมอมาแล้วเ้าค่ะ”แม่นมเดินเข้ามารายงาน
หลินซือเยว่หลบทางให้ท่านหมอได้จับชีพจรคนบนเตียงท่านหมอใช้เวลาอยู่นาน ก่อนมีสีหน้าผ่อนคลายลง หันมาทางแม่ทัพเหลียน“ท่านแม่ทัพท่านได้หมอเทวดาที่ไหน มารักษาอาการให้คุณชายหยางชีพจรถึงได้เต้นเป็ปกติ เพียงแค่อ่อนแรงเท่านั้น ไม่ได้อันตรายเหมือนก่อนหน้า”
แม่ทัพเหลียนกับเมิ่งฮูหยินหันไปมองทางหลินซือเยว่เป็สายตาเดียวกัน
“แม่นางน้อยผู้นี้รึ”
“ข้าไม่ใช่หมอข้าใช้หลักแห่งเต๋ามาขจัดสิ่งอัปมงคลเท่านั้นการรักษาหลังจากนี้เชิญท่านหมอรักษาได้ตามปกติ”ความรู้ด้านการรักษานางย่อมเป็เลิศ เพียงแต่นางใช้พลังงานไปค่อนข้างมากยามนี้ง่วงนอนเต็มทน
“เช่นนั้นข้าคงต้องฝังเข็มให้คุณชายก่อนกินยาต้มควบคู่กันไปด้วย” ท่านหมอเอ่ยกับบิดามารดาของผู้ป่วยจากนั้นก็ส่งเทียบยาให้เมิ่งฮูหยิน ก่อนหันไปฝังเข็มให้หยางเฉินฟู่บนเตียง
เมิ่งฮูหยินส่งสายตาให้หลินซือเยว่ตามนางออกไปนอกห้องยื่นเทียบยาให้หลินซือเยว่ดู “คุณหนูหลินไม่ใช่ว่าข้าไม่เชื่อใจท่านหมอเพียงแต่อยากมั่นใจว่าเทียบยานี้ ไม่มีอะไรผิดปกติเท่านั้น”
หลินซือเยว่รับเทียบยามาอ่านดู“เทียบยานี้ไม่มีสิ่งใดผิดปกติ เพียงแต่ร่างกายของคุณชายอ่อนแอเพราะขาดสารอาหารมาหลายวัน เจ็ดวันแรกให้กินข้าวต้มรสอ่อน ๆ ไปก่อนหลังจากนั้นค่อยเพิ่มพวกโสมบำรุงร่างกาย ทางที่ดีควรปรึกษากับท่านหมออีกทางโสมบางตัวมีฤทธิ์ร้อน อาจไม่ถูกกับอาการป่วยของคุณชายหยาง”
“ขอบคุณคุณหนูหลินที่ชี้แนะแม่นมให้คนไปซื้อยาตามนี้” เมิ่งฮูหยินยื่นเทียบยาให้แม่นมของตนเองจากนั้นเชิญหลินซือเยว่เข้าไปในเรือนพักรับรอง
“หากข้าจะขอนอนพักที่นี่สักสองชั่วยามพอจะเป็ไปได้ไหม” หลินซือเยว่เอ่ยออกไปพลันเห็นหัวคิ้วของเมิ่งฮูหยินขมวดเข้าหากันแน่จึงรีบเอ่ยชี้แจง“ปกติข้ากำจัดิญญาร้ายครั้งละดวงสองดวงหนนี้ข้ากำจัดทีเดียวสิบเอ็ดดวง ร่างกายจึง้าการพักผ่อน หวังว่าฮูหยินจะเข้าใจ”
ได้ยินเหตุผลของนางเมิ่งฮูหยินเป็อันเข้าใจได้ในทันที “ได้แน่นอนคุณหนูหลินท่านนอนหลับพักผ่อนให้สบาย ข้าจะสั่งให้บ่าวไพร่เตรียมอาหารให้ยามท่านตื่นนอน”
“ข้าไม่รบกวนท่านนานหรอก”นางเอ่ยเท่านั้นก็หมุนตัวเข้าไปในห้องนอน ปีนขึ้นเตียงแล้วหลับสนิทในทันที
เมิ่งฮูหยินอดตะลึงไม่ได้นางเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ เห็นว่าหลินซือเยว่หลับไปแล้วจริง ๆจึงได้ปิดประตูแล้วเดินออกไป ไม่วายกำชับสาวใช้ให้คอยดูแลอยู่หน้าประตูห้องนอน
นางเดินออกมายังห้องโถงของเรือนหลักพบสามีกำลังนั่งทำหน้าดำทะมึนอยู่ ด้านข้างมีทหารนายหนึ่งคำนับรายงานครั้นเห็นนางเดินมา นายทหารผู้น้อยก็ขอตัวลาในทันที
“ฮูหยินคุณหนูหลินล่ะ”แม่ทัพเหลียนเงยหน้าขึ้นมาถาม
“นางหลับไปแล้วเ้าค่ะเห็นว่าคราวนี้ขับไล่ิญญาผีร้ายไปถึงสิบเอ็ดดวง ร่างกายเลยอ่อนล้า้าพักผ่อนสักสองชั่วยาม นางหัวถึงหมอนก็หลับไปเลยเ้าค่ะ”
“นางอายุเท่านี้แต่มากความสามารถเหลือเกินคนของอารามเต๋านั้นดูแคลนไม่ได้จริง ๆ มองแค่รูปลักษณ์ภายนอกไม่ได้เลยคราวนี้โชคดียิ่งนักหากนางไม่เดือดร้อนคงไม่ยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเื่ของเรา”
“คงเป็วาสนาของพวกเราเ้าค่ะว่าแต่เมื่อครู่มีเื่ด่วนอันใดหรือเ้าคะข้าเห็นท่านพี่ทำหน้าไม่สบอารมณ์ยิ่งนัก”
“เฮอะ จะเื่อะไรเสียอีกล่ะเรือนพี่สาวข้าเกิดไฟไหม้ ตอนนี้ทหารกำลังไปช่วยกันดับไฟอยู่คนของข้ามารายงานว่าเรือนที่ไฟไหม้นั้น มีนักพรตเฒ่าผู้หนึ่งอาศัยอยู่ร่างกายได้รับาเ็อย่างหนัก ตอนนี้พี่สาวของข้ากำลังตามหมอมารักษาให้”
เมิ่งฮูหยินพอจะรู้สาเหตุของเื่ไฟไหม้นางจำคำพูดของหลินซือเยว่ได้ดี “นี่เป็เื่จริงหรือเ้าคะเหตุใดพี่สาวของท่านพี่ถึงได้มุ่งร้ายกับฟู่เอ๋อร์ของเราได้”
แม่ทัพเหลียนหลับตาลงแน่น ๆพี่สาวของตนทำเช่นนี้เพราะรู้ว่าเขามีบุตรชายแค่คนเดียว หากไม่มีหยางฟู่เฉินสักคนทรัพย์สมบัติ หรือกระทั่งตำแหน่งหน้าที่การงาน คงได้ยกให้แก่บุตรชายของนางเป็แน่
ท่านพี่ท่านละโมบเกินไปแล้ว
สองชั่วยามผ่านไปหลินซือเยว่ได้ตื่นขึ้นมาร่างกายของนางยังอ่อนเพลีย แต่ไม่มากเหมือนเช่นตอนก่อนนอนเมิ่งฮูหยินให้คนนำอาหารมาวางไว้บนโต๊ะรอกระทั่งนางกินอิ่มถึงได้ให้คนไปเชิญแม่ทัพเหลียนมานางไม่สนใจว่าจวนแม่ทัพเหลียนจะจัดการกับคนมุ่งร้ายอย่างไร นางสนใจเพียงแค่ว่าแม่ทัพเหลียนผู้นี้จะรักษาคำพูดหรือไม่
“คุณหนูหลินข้าเพียงไม่เข้าใจเ้าช่วยเหลือตระกูลหลินข้าไม่ว่า แต่เหตุใดถึงต้องช่วยตระกูลหยางด้วยเล่า”แม่ทัพเหลียนเอ่ยในเื่ที่ตนไม่เข้าใจ
หลินซือเยว่ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย“ข้าหลินซือเยว่มีกฎอยู่เหมือนกัน หนึ่งในนั้นคือข้า ไม่ช่วยคนเลว”
แม่ทัพเหลียนพลันยืดอกขึ้นตรงในทันทีไม่ช่วยคนเลวอย่างนั้นรึ นั่นหมายความว่าตระกูลหลินกับตระกูลหยาง ไม่ใช่คนเลวแต่เหตุใดพวกเขาถึงต้องถูกเนรเทศมาอยู่ที่นี่
“ได้ข้าจะมอบงานที่เหมาะสมให้กับพวกเ้าเอง”
“แม่ทัพเหลียนท่านไม่คิดว่านางบำเรอทหารในค่ายเป็เื่ผิดศีลธรรมหรอกรึ หากตรองให้ดีวันใดวันหนึ่งตระกูลของท่านหรือของผู้อื่นถูกคนให้ร้าย จนต้องตกอยู่ในสถานการณ์เช่นข้าท่านลองตรองดูให้ดีก็แล้วกัน ยกเลิกได้ก็ยกเลิกเถอะ”
หลินซือเยว่ทิ้งคำพูดไว้ให้แม่ทัพเหลียนคิดเอาเองจากนั้นนายทหารคนเดิมก็พานางขี่ม้ากลับเข้าค่ายไปพร้อมกับสั่งคนที่ดูแลกระโจมไม่ต้องให้นางทำงานอีกหลินซือเยว่จึงได้นอนหลับไปตลอด่บ่าย
หลินจื่อรั่วที่ซักผ้าจนมือเปื่อยกลับมาในกระโจมเห็นอีกคนนอนหลับอย่างสบายใจ นางก็ไม่สบอารมณ์ในทันทีแต่กลับไม่มีผู้ใดสนใจนาง เพราะแต่ละคนกำลังห่วงมือที่แห้งเหี่ยวจากการถูกน้ำเย็นๆ ตลอดทั้งวัน
“หึ กลับมาหมดเรี่ยวแรงเช่นนี้คงเจอศึกหนักมาล่ะสิท่า” นางทำได้เพียงแค่เอ่ยลอย ๆ เท่านั้น