ท่านหญิงฟารีฮาเดินบ่นพึมพำถึงความใจร้ายใจดำและความเห็นแก่ตัวของเ้าชายฮาซิมมาตลอดทางพร้อมกับปฏิญาณกับตนเองว่าจะทำให้งานแต่งงานล้มเลิกให้ได้
และความที่มัวแต่คิดว่าจะทำอย่างไรต่อไปดีจึงไม่ได้ยินเสียงเรียกจากทางด้านหลัง จนมารู้สึกตัวก็ตอนที่แขนของเธอถูกดึงเอาไว้
หญิงสาวหันขวับไปมองเตรียมจะแหวใส่คนที่บังอาจมาดึงแขนแต่พอเห็นว่าเป็ใครก็กลายเป็ส่งรอยยิ้มให้แทน
“พี่คามินนั่นเอง ข้าก็นึกว่าใคร”
“ขอโทษด้วยที่ทำให้เ้าใพี่เรียกตั้งหลายครั้งแล้วแต่เ้าไม่ได้ยิน มัวใจลอยคิดถึงใครอยู่เหรอ” คามินกระเซ้าถามยิ้มๆ มือใหญ่ของเขายังไม่คลายออกจากลำแขนเรียว
“ข้าไม่ได้คิดถึงใครสักหน่อย แค่คิดอะไรเพลินๆ ก็เท่านั้น”
“ผิดหวังจัง พี่นึกว่าเ้าจะคิดถึงพี่เหมือนที่พี่คิดถึงเ้าเสียอีก”ชายหนุ่มหยอดคำหวานใส่ ทำให้พวงแก้มอิ่มของคนฟังแดงระเรื่อขึ้นหญิงสาวยิ้มเอียงอายพลางหลุบตาลงเพราะไม่กล้าประสานสายตาหวานฉ่ำของเขา
คามินยิ้มกว้างด้วยความเอ็นดูฟารีฮากับเขารู้จักกันมาั้แ่เด็ก นับแต่เธอโตเป็สาวหัวใจของเขาก็ตกเป็ของเธอไปหมดทั้งดวงความงดงามทั้งกายและใจกอปรกับความสดใสร่าเริงของเธอนั้นมัดหัวใจเขาไว้ได้อยู่หมัด
“แล้วนี่เ้าเข้ามาในวังทำไม หรือว่าองค์รานีเรียกหา”
“เปล่าค่ะ” ท่านหญิงฟารีฮาปฏิเสธ ก่อนจะบอกว่าตนเองมาทำอะไรที่นี่เพราะเธอคิดว่าควรหาแนวร่วมมาช่วยกันอีกแรงจะดีกว่า ซึ่งคามินคือคนที่เธอไว้ใจที่สุด
“พี่บอกเ้าแล้วไงว่าอย่ายุ่งกับเื่นี้อีก” คามินตำหนิตรงๆ หลังจากฟังจบ ฟารีฮาหน้ามุ่ยแล้วเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์นักว่า
“พี่คามินจะให้ข้าทนดูท่านพี่ฟารีดาทุกข์ใจไปตลอดชีวิตอย่างนั้นหรือข้าไม่ใจดำเหมือนพี่กับพี่ซามินหรอกนะ”
“แล้วเ้าจะช่วยอะไรได้ฮะฟารีฮานอกจากเ้าจะช่วยอะไรไม่ได้แล้ว เผลอๆ อาจทำให้คนอื่นเดือดร้อนไปด้วยอีกต่างหากโดยเฉพาะบิดาและพี่สาวของเ้า” ชายหนุ่มเตือนด้วยความหวังดีเนื่องจากรู้นิสัยของหญิงสาวดีว่าเป็เช่นไร
“แต่ข้า...”เธอจะเถียงแต่ถูกเขาเอ่ยขัดว่า
“ตัดใจซะเถอะฟารีฮาเ้าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเื่นี้ได้หรอกเ้าควรยอมรับการตัดสินใจของพี่ซามินกับฟารีดานะ”
คามินคว้ามือบางมากุมไว้ ชายหนุ่มรับรู้ถึงความรู้สึกของหญิงสาวดีเพราะเขาเองก็คิดอยากจะช่วยพี่ชายอยู่เหมือนกัน แต่ก็ไม่อาจทำตามใจปรารถนาได้
“การตัดสินใจที่เห็นแก่ตัวและก็ขี้ขลาดที่สุดน่ะสิ” เธอพูดด้วยความโมโห “พี่ซามินอ่อนแอที่สุดทำเพื่อตัวเองไม่เคยนึกถึงจิตใจของท่านพี่ข้าเลย รู้ไหมว่าพี่สาวของข้าร้องไห้ทุกวันเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง ข้าเคยคิดว่าพี่ซามินรักท่านพี่ฟารีดามากแต่ตอนนี้ข้ารู้แล้วว่าข้าคิดผิดมาตลอด การที่เขาไม่คิดต่อสู้เพื่อความรักเลยเป็เพราะว่าเขาไม่เคยรักพี่สาวของข้าเลยต่างหาก”
หญิงสาวพูดเสียงสั่นเครือ น้ำตาไหลรินออกมาเพราะสงสารพี่สาวจับใจคามินนิ่งอึ้งไปก่อนจะรีบอธิบายให้เธอเข้าใจเสียใหม่
“เ้าเข้าใจผิดแล้วนะพี่ขอเอาชีวิตเป็เดิมพันว่าพี่ซามินรักฟารีดาสุดหัวใจ”
“ถ้ารักแล้วทำไม...”
“ก็เพราะหน้าที่อย่างไรเล่าตระกูลของพี่ั้แ่บรรพบุรุษมาล้วนแล้วแต่เป็ทหารที่จงรักภักดีต่อชาติบ้านเมืองยอมพลีชีพให้ได้โดยไม่คิดเสียดายแม้แต่น้อย และสำหรับทหารอย่างพวกเราเื่ส่วนรวมย่อมต้องมาก่อนเื่ส่วนตัว” เขาบอกพลางเช็ดน้ำตาให้เธออย่างอ่อนโยน
“ข้าก็ไม่เข้าใจอยู่ดี”
“พี่ซามินเป็เสนาธิการทหารรักและซื่อสัตย์ต่อหน้าที่และชาติบ้านเมืองมาก ฉะนั้นถ้าเขาจะทำอะไรลงไปก็ย่อมนึกถึงส่วนนี้ก่อนเป็อันดับแรกซึ่งเขาก็ได้เลือกไปแล้ว แม้ว่าการเลือกครั้งนี้จะทำให้หัวใจของเขาเ็ปเจียนตายก็ตาม”
“หมายความว่ายังไงคะที่ว่าเลือกแล้ว อย่าบอกนะว่า...”
“พี่ซามินจะขอย้ายไปอยู่ทางเมืองเหนือในอาทิตย์หน้า”
ท่านหญิงฟารีฮาอึ้งก่อนจะร้องไห้ออกมาด้วยความสงสารพี่สาวคามินจึงดึงตัวหญิงสาวเข้ามากอดปลอบแนบอก
ซามินเพิ่งมาบอกเื่นี้กับเขาและมารดาเมื่อเช้านี้เองตอนนั้นมารดากำลังเตรียมตัวจะเข้าวังอยู่พอดีพอซามินตัดสินใจแบบนี้ท่านก็ยกเลิกความตั้งใจไปเพราะรู้ว่ายังไงบุตรชายก็ไม่มีทางเปลี่ยนใจเด็ดขาด ส่วนตัวเขานั้นไม่แปลกใจเลยที่พี่ชายจะตัดสินใจแบบนี้เพราะถ้าเป็เขาเองก็อาจทำอย่างนี้เช่นกัน
ท่านหญิงฟารีฮารู้สึกเศร้าใจยิ่งนัก ถ้าท่านพี่ของเธอรู้เื่นี้เข้าคงจะเสียใจมากทำไมนะ...ทำไมเื่แบบนี้ต้องมาเกิดกับพี่สาวของเธอด้วย ลูกสาวเสนาบดีคนอื่นๆ ก็มีตั้งเยอะตั้งแยะทำไมองค์อาหมัดไม่เลือกช่างไม่ยุติธรรมเสียเลย ไม่ยุติธรรม!
เธอจะช่วยพี่ฟารีดายังไงดีนะจะทำอะไรเพื่อพี่สาวคนนี้ได้บ้าง เธอไม่อยากเห็นฟารีดาเป็ทุกข์ไปตลอดชีวิตเฮ้อ...ทำไมองค์อาหมัดไม่เลือกเธอั้แ่แรกนะ จะได้ทำอะไรได้ถนัดมากกว่านี้
หญิงสาวนิ่งงันไปชั่วขณะกับความคิดเมื่อครู่นี้ดวงตาคู่สวยที่เปียกชุ่มมีแววครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ก่อนที่มันจะเปล่งประกายเจิดจ้าออกมาริมฝีปากแย้มยิ้มด้วยความยินดีเมื่อคิดแผนการบางอย่างขึ้นมาได้
ฟารีฮารีบดันตัวออกจากอ้อมแขนของคามิน
แล้วแหงนหน้าขึ้นมองเขาพร้อมรอยยิ้มหวานจ๋อยเกินเหตุจนคนได้รับเกิดอาการงุนงงกับปฏิกิริยาที่เปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันของเธอ
“ทำไมเ้ายิ้มให้พี่เช่นนี้เล่าฟารีฮา”ชายหนุ่มถามและมองหญิงสาวอย่างไม่ไว้วางใจ เนื่องจากเคยมีประสบการณ์แบบนี้จากเธอมาพอสมควรแล้วไอ้รอยยิ้มหวานเกินเหตุนี่แหละน่ากลัวนักเพราะไม่รู้ว่าเธอจะขอให้เขาทำอะไรบ้างนี่สิ!
ทันทีที่ท่านหญิงฟารีฮากลับมาถึงคฤหาสน์ก็พบว่ามานาห์กำลังจัดเตรียมของว่างอยู่หญิงสาวจึงเดินตรงเข้าไปหาด้วยความสงสัย เพราะปกติแล้วอีกฝ่ายไม่เคยห่างจากพี่สาวของเธอเลยแต่ทำไมตอนนี้จึงมาอยู่แถวนี้เพียงลำพังกันเล่า
“มานาห์...ทำไมเ้ามาอยู่ที่นี่คนเดียวล่ะท่านพี่ของข้าไปไหน”
“ท่านหญิงอยู่ที่แปลงกุหลาบเ้าค่ะกำลังคุยอยู่กับท่านซามิน” มานาห์รายงาน
“พี่ซามินมาที่นี่อย่างนั้นหรือ”ฟารีฮาถามอย่างประหลาดใจ
“เ้าค่ะนี่ข้าก็กำลังจัดของว่างไปให้อยู่”
“เสร็จแล้วใช่ไหมงั้นไปพร้อมกันเลย” หญิงสาวรีบเดินไปที่แปลงกุหลาบพร้อมสาวใช้อย่างร้อนใจเพราะ้าบอกแผนการบางอย่างให้พี่สาวกับซามินได้รู้บางทีหากชายหนุ่มได้ฟังอาจเปลี่ยนใจก็ได้
ทว่าพอไปถึงแปลงกุหลาบฟารีฮาก็ไม่พบซามินอยู่ที่นั่นอีกแล้วเธอเห็นเพียงพี่สาวนั่งอยู่แถวริมบ่อน้ำเพียงลำพัง เธอจึงเดินเข้าไปหาก็ได้ยินเสียงสะอื้นไห้จากฟารีดา
“ท่านพี่...”
“ฟารีฮา...ฮือๆๆ” ท่านหญิงฟารีดาหันหน้าที่นองน้ำตามามองน้องสาวแล้วโผเข้ากอดเมื่อฟารีฮาทรุดตัวลงนั่งข้างกาย “พี่ซามินเขาจะไปที่อื่นแล้วเขาจะทิ้งพี่ไปแล้วจริงๆ”
ฟารีดาร่ำไห้แทบขาดใจ เสียงร้องของพี่สาวบาดใจของฟารีฮายิ่งนักจนเธออยากแบกรับความเสียใจของพี่สาวไว้แทนเหลือเกิน
ท่านหญิงฟารีฮาโอบกอดปลอบโยนพี่สาวอยู่พักใหญ่จนท่านหญิงฟารีดาคลายสะอื้นลงไปบ้างแล้วแฝดผู้น้องเลยเอ่ยขึ้นว่า
“ท่านพี่ข้ามีวิธีช่วยท่านแล้วขอเพียงท่านพี่ยอมทำตามทุกอย่างก็จะลงเอยด้วยดีในไม่ช้า” หลังจากครุ่นคิดอย่างหนักมาแล้วหญิงสาวก็ตัดสินใจว่าจะทำตามแผนที่เพิ่งคิดได้ในวันนี้
“เ้ามีวิธีอะไรหรือ”ฟารีดาถามอย่างมีความหวัง แต่พอได้ฟังแผนการของน้องสาวแล้วหญิงสาวกลับรู้สึกกังวลมากกว่าเดิมไปอีก “ไม่ได้นะมันอันตรายเกินไปสำหรับเ้า ถ้าเกิดมีใครรู้ขึ้นมาจะทำยังไง”
ท่านหญิงรีบปรามน้องเพราะรู้ว่ามันเป็แผนการที่ค่อนข้างอันตรายมากหากถูกจับได้ขึ้นมาคงได้รับโทษทัณฑ์สถานหนักไปตามๆ กันแน่
“ถ้าท่านพี่ไม่พูดและข้าไม่พูดก็ไม่มีใครรู้ความลับนี้หรอกทำตามวิธีที่ข้าบอกเถอะ ท่านพี่แค่ทำเป็ไม่รู้ไม่เห็นแล้วยอมทำตามที่ข้าบอกก็พอ”ฟารีฮาคะยั้นคะยอ ยังยืนยันที่จะทำตามความคิดของตนเอง
“แต่ว่า...” ท่านหญิงผู้อ่อนโยนไม่กล้าที่จะตัดสินใจอะไรไปโดยพลการด้วยเกรงว่าคนรอบข้างจะเดือดร้อนไปด้วยโดยเฉพาะน้องสาวของเธอ
“ถ้าท่านพี่รักพี่ซามินและไม่อยากแต่งงานก็ขอให้ทำตามที่ข้าบอกเถอะท่านพี่ไม่ต้องห่วงว่าข้าจะเดือดร้อนหรอก เพราะข้าเอาตัวรอดได้สบายมาก”
ฟารีฮาพยายามหว่านล้อมให้พี่สาวเห็นด้วยทำเอาฟารีดาครุ่นคิดอย่างหนัก ถ้าเธอยอมทำตามแผนที่น้องสาววางไว้อาจช่วยทอดเวลาให้คิดหาทางแก้ไขได้และเมื่อถึงวันที่ทุกอย่างลงตัวแล้วเธอก็จะกลับมาขอรับโทษทัณฑ์แทนน้องสาวเอง
“ก็ได้พี่จะลองทำตามวิธีของเ้าดู” ท่านหญิงฟารีดาตัดสินใจจะลองฮึดสู้ดูอีกครั้งแม้จะไม่รู้ว่าหนทางที่เลือกเดินนั้นต้องเผชิญกับอะไรบ้าง และคนรักของเธอจะยินดีเผชิญกับอุปสรรคไปด้วยกันไหมแต่เธอก็อยากจะสู้และทำตามความ้าของหัวใจตัวเองต่อไปให้ถึงที่สุด!