⚠️
มีคำหยาบ
หลังจากแยกย้ายกับพี่โอบ เมื่อมาถึงห้องผมก็รีบเก็บอุปกรณ์ตกปลาให้เข้าที่ ก่อนจะนำอุปกรณ์ต่างๆ ที่นำไปตั้งแคมป์มาล้างทำความสะอาด
หลังจากเสร็จภารกิจผมก็มานั่งรอเวลาที่โซฟา
วันนี้มีภารกิจใหญ่ที่ผมต้องไปทำ ภารกิจนั้นก็คือการนำภาพวาดไปส่งให้ที่ประมูล
ซึ่งการจัดส่งภาพวาดของผมจะมีความแตกต่างและซับซ้อนมากกว่านักวาดคนอื่น เนื่องจากผมเป็บุคคลที่ไม่ปรากฏกายให้ใครได้รู้ตัวตนที่แท้จริง
จึงต้องมีการปลอมตัวเกิดขึ้น เพื่อไม่ให้ใครจำได้และไม่ให้บอดี้การ์ดตามตัวเจอ
ผมเลือกชุดที่จะใส่เป็สีดำทั้งหมด ตั้งเเต่กางเกง เสื้อผ้า รองเท้า ถุงเท้า ถุงมือ ผ้าปิดปากและสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือวิกผม วันนี้ผมเลือกเป็ผมสั้นสีเงิน เมื่อจัดของเรียบร้อยแล้วผมก็เก็บทุกอย่างใส่ในกระเป๋า
หลังจากที่เก็บของเสร็จแล้ว ผมก็เดินตรงไปที่ห้องนอนอีกห้อง กดรหัสและสแกนนิ้วมือก่อนจะเปิดประตูห้องเข้ามา ผมเดินตรงไปที่ภาพวาดที่จะนำไปเสนอขายในวันนี้
ภาพัคาบแก้วแหวกว่ายอยู่ในม่านเมฆ แสดงถึงพลังและอำนาจ เสริมสร้างความเป็สิริมงคล ดึงดูดโชคลาภ เงินทอง ความร่ำรวยและยศศักดิ์เข้ามาสู่บุคคลผู้ที่ได้
การนำภาพออกไปโดยที่ไม่ให้เป็ที่จับสังเกตก็คือผมต้องม้วนมันใส่กระบอก ก่อนจะเอาลงกล่องอีกครั้งหนึ่งเหมือนกำลังขนพัสดุชิ้นใหญ่
ผมม้วนภาพวาดอย่างระมัดระวังก่อนจะนำมันลงกระบอก เมื่อเช็กความเรียบร้อยเสร็จแล้วผมก็ทำการขนย้ายมันออกมาจากห้องแล้วขี่รถออกจากคอนโดทันที
ผมขี่มอเตอร์ไซค์ออกจากคอนโดมุ่งหน้าสู่ห้างพื้นที่ที่มีคนพลุกพล่าน ก่อนจะทำทีเป็ว่าเดินเข้าไปในห้างเหมือนกับว่ามาซื้อของดั่งปกติ พอเข้ามาได้ผมก็รีบเลี่ยงเดินออกมาจากห้างเพื่อมาขึ้นรถแท็กซี่ตรงมุมอับจุดที่ห่างไกลจากกล้องวงจรปิด
ผมบอกจุดหมายปลายทางให้กับแท็กซี่ได้รับรู้ไม่นานก็มาถึงที่หมาย ที่นี่คือสวนสาธารณะมันเป็ที่ที่มีผู้คนมากมายจึงไม่ค่อยมีใครสนใจใครมากเท่าไหร่นัก หลังจากที่ลงจากรถผมก็เดินหลบมุมมาเข้าห้องน้ำเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า ผมหยิบเสื้อผ้ามาใส่ก่อนที่จะนำวิกผมสีเงินมาใส่ตามหลัง ผมใช้เวลาในการแต่งตัวประมาณ 15 นาที หลังจากที่แต่งตัวเสร็จผมก็นำกระบอกผลงานออกมาจากกล่องส่วนกล่องห่อผมก็นำมันทิ้งที่ถังขยะห้องน้ำ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยผมก็เดินถือกระบอกผลงานมาขึ้นรถแท็กซี่อีกฟากหนึ่งของสวนสาธารณะ เพื่อไปยังจุดหมายปลายทางที่แท้จริง
จุดหมายปลายทางที่จะไปนั้นก็คือโรงแรมครามพิวัต โรงแรมนี้ถ้าดูผิวเผินก็เหมือนโรงแรม 5 ดาวทั่วไป แต่ในความเป็จริงแล้วเื้ัมันมีอะไรมากกว่านั้น การประมูลข้าวของต่างๆ ทั้งสีขาวและสีเทา ทุกสิ่งทุกอย่างถูกซุกไว้ใต้พรมโดยคนทั่วไปไม่แม้แต่จะรู้ว่ามันมีอยู่จริงในที่แห่งนี้
ในประเด็นนี้ผมขอไม่พูดถึงก็แล้วกันว่ามันคืออะไร การค้าขายคือเื่ทั่วไปของคนพวกนี้และผลงานภาพวาดก็เป็หนึ่งในนั้นด้วยและเป็ชิ้นงานที่ได้รับความสนใจมากที่สุด
โรงแรมแห่งนี้จัดแบ่งเป็ 9 ตึก คนสร้างเห็นว่ามันเป็เลขมงคลจึงสร้างโรงแรมมาแค่นี้ ภายในทั้งใหญ่และกว้าง เหมือนหลุดเข้ามาในอีกประเทศหนึ่งเลยก็ว่าได้
จากทั้งหมดผมเลือกตึกที่ 6 ตึกนี้เป็ตึกที่อยู่นอกสุดของตึกทั้ง 9 เป็ตึกที่มีความลับสำหรับคนค้าขายมากที่สุด แต่ไม่ต้องกังวลว่าข้อมูลจะรั่วไหลไปไหนเพราะเมื่อท่านได้ก้าวเข้ามาภายในโรงแรมแห่งนี้ไม่มีสิ่งไหนที่จะหลุดรอดออกไปข้างนอกได้
ถ้าไม่อยากให้ใครรู้ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะไม่มีใครได้รู้
ั้แ่ร่างเดิมยังไม่ตายก็ทำแบบนี้มาโดยตลอด และมันก็ปลอดภัยจริงๆ ไม่เคยมีอันตรายหรือสิ่งอื่นใดมารบกวนชีวิตจริงเลย
ผมใช้ชื่อปลอมในการเปิดห้อง เมื่อเข้ามาที่ตึกพนักงานก็รู้หน้าที่ของตัวเอง พาผมมาส่งที่หน้าลิฟต์ก่อนจะปลีกตัวไปทำงานหน้าที่อื่นต่อการแต่งกายของผมไม่ได้เป็ที่สะดุดตาของผู้คนมากนัก เพราะว่าคนส่วนมากที่มาที่นี่ก็แต่งกายแปลกๆ กันแบบนี้ทั้งนั้นส่วนน้อยที่จะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง อีกทั้งไม่มีใครมานั่งสนใจใครหรอก เวลามันเป็เงินเป็ทอง
และผมก็เป็หนึ่งในนั้นที่ไม่สนใจใครเหมือนกัน
เมื่อมาถึงห้อง ผมก็รีบเปิดห่อกระบอกผลงานออก นำภาพวาดที่ม้วนมาเช็กความเรียบร้อยว่ามีส่วนไหนเสียหายหรือไม่ เมื่อเห็นว่าทุกอย่างปกติดีผมก็รีบนำกรอบรูปที่อยู่ภายในห้องมาประกอบ
ในตอนที่ผมจองห้องไว้ ผมได้ทำการสั่งกรอบรูปชนิดพิเศษมาไว้ในห้องนี้ ทางโรงแรมก็เป็ฝ่ายจัดหาให้ เื่แบบนี้ไม่ใช่เื่แปลก เพราะยังมีนักวาดอีกหลายคนที่ทำแบบผม แต่แค่ผลงานพวกเขาอาจจะเด่นและดังไปในเส้นทางของพวกเขาเท่านั้นเอง
ผมนำกรอบรูปออกมาประกอบก่อนที่จะนำภาพวาดใส่เข้าไป เมื่อประกอบทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผมก็เช็กความเรียบร้อยอีกครั้งก่อนจะนำมันมาตั้งตระหง่านไว้ที่กลางห้อง
เมื่อทุกอย่างแล้วเสร็จ ผมก็ไม่รีรอที่จะกดปุ่มสัญญาณในห้องก่อนจะรีบเดินออกมาจากโรงแรม การกดปุ่มสัญญาณในห้องนี้ก็หมายความว่าผลงานในนามปากกาของผมได้เสร็จเรียบร้อยเเล้วให้ทางโรงแรมมานำมันไปได้เลย ซึ่งผมมีเวลาหลังจากกดปุ่มเพียง 30 นาทีเท่านั้น เพราะหลังจากนั้นพนักงานจากกองประมูลจะเข้ามาในห้อง ด้วยความที่ผมไม่เปิดเผยตัวเมื่อกดปุ่มเเล้วผมต้องรีบออกมาทันที
หลังจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับทางกองประมูลแล้วว่าจะทำอย่างไร ก่อนหน้านี้พวกเขาตั้งเป้าไว้ว่าภาพวาดของผมจะอยู่ที่ประมาณ 20 ล้านหรืออาจจะสูงมากกว่านี้
ส่วนระบบการจัดการโอนเงินของพวกเขาก็ทำกันอย่างเป็ระบบ ไม่มีใครสามารถสืบได้ว่าเ้าของบัญชีคือใคร เหตุนี้ผมจึงไม่ต้องกังวลว่าจะมีคนมาตามราวีให้ผมวาดภาพให้พวกเขา
ถึงแม้การจัดส่งรูปภาพจะลำบากยากเข็ญมากขนาดไหน แต่ผมคิดว่าถ้ามันแลกมาด้วยเงินมากมายขนาดนี้ผมก็ว่าคุ้ม จะให้ผมปลอมตัวเดินข้ามจังหวัดผมก็สามารถทำได้
หลังจากที่ผมเดินออกมาทางบันไดหนีไฟของโรงแรมแล้ว ผมก็ตรงดิ่งออกสู่ทางลาดพิเศษของโรงแรมทันที ก่อนจะมาขึ้นรถแท็กซี่ขากลับผมแวะเปลี่ยนเสื้อผ้าอีกสวนสาธารณะหนึ่ง เพื่อเป็การไม่ให้ซ้ำกับที่เดิม เมื่อเปลี่ยนเสร็จผมก็นั่งรถเมล์ชิลๆ กลับไปที่ห้างเมื่อมาถึงห้างผมก็ทำทีเป็ว่าเพิ่งเดินออกมาจากโรงหนัง
ขากลับผมก็ไม่ลืมที่จะแวะซื้อของกินก่อนจะกลับเข้าคอนโด
ระยะเวลาการจัดส่งภาพวาดผมใช้เวลาไปกลับ 3 ชั่วโมง ตอนนี้เป็เวลา 3 ทุ่มแล้ว ในระหว่างที่นั่งรถเมล์ผมก็ได้รับข้อความจากทางกองประมูลว่าผลงานผมอยู่ในมือของพวกเขาเเล้ว อีก 1 อาทิตย์ จะมีการประมูลเกิดขึ้นเมื่อถึงเวลานั้นเดี๋ยวพวกเขาจะแจ้งมาอีกทีหนึ่ง
พอได้ทำอะไรแบบนี้ครั้งแรก ก็รู้สึกว่ามันโคตรท้าทายและสนุกมากชักจะชอบการปลอมตัวเสียแล้วสิ
เรย์ไม่รู้เลยว่าการภาพวาดในครั้งนี้จะเป็การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เรียกได้ว่าจะมีการตามล่าค่าหัวเรย์แน่นอน ปกติแล้วร่างเดิมเป็คนที่วาดภาพออกมาเป็เอกลักษณ์อยู่แล้วแต่พอเข้มได้เข้ามาอยู่ในร่างนี้ซึ่งมีพร์เช่นเดียวกัน เมื่อทั้งสองคนได้หลอมรวมเป็หนึ่งเดียวจึงทำให้ผลงานที่วาดออกมานั้น ทรงพลังจนทำให้ใครหลายคนเข่าทรุด
ไม่ช้าก็เร็วจะได้มีการตามล่าตัวเรย์อย่างแน่นอน ผลงานวิจิตรศิลป์ขนาดนี้ถ้าได้รวมมือสักครั้งอย่าว่าแต่ 50 ล้านเลย 100 ล้าน ก็มีคนยอมจ่าย
แต่มันก็เป็เื่ของอนาคตที่จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้
เมื่อมาถึงห้องผมก็รีบนำเสื้อผ้ามาแยกไว้ในตะกร้าอันเล็กทันที ชุดพวกนี้ผมจะซักด้วยมือของตัวเองจะไม่ส่งไปซักร้านเหมือนกับเสื้อผ้าตัวอื่นๆ ส่วนวิกผมก็นำมันออกมาใส่ไว้ที่หัวหุ่นเหมือนเดิมก่อนที่จะนำหวีมาแปรงให้ผมมันอยู่ทรง พอแปรงเสร็จผมก็นำมันมาเก็บไว้ที่ห้องนอนที่ถูกดัดแปลงมาเป็ห้องวาดภาพ ในห้องนี้จะมีตู้เสื้อผ้า 1 ตู้ เอาไว้ใส่ของสำหรับทำงานนี้โดยเฉพาะ ซึ่งในตู้ก็จะมีวิกผมประมาณ 20 แบบ มีทั้งผมสั้น ผมยาวและสีผมที่ต่างกันออกไปหลายรูปแบบ
วันนี้ผมเหนื่อยมาก ี้เีทำกับข้าว มื้อเย็นวันนี้จึงจบลงที่พิซซ่า 1 ถาดกับไก่ทอดอีก 1 ถัง หลังจากทานเสร็จ ผมก็แวะไปรดน้ำผักก่อนจะเข้านอน หัวถึงหมอนไปนานผมก็หลับ
:
ตื่นมาอีกทีก็เช้าแล้ว วันนี้มีเรียนทั้งวันแถมยังมีควิซ่เช้าด้วย ผมจึงอยากออกจากคอนโดั้แ่เช้า
เมนูอาหารเช้าวันนี้จึงเป็แซนด์วิชอกไก่และนมจืด 1 แก้ว หลังจากที่ผมแต่งตัวเสร็จ ผมก็มาที่รถก่อนที่จะขี่ออกมาจากคอนโด แต่ในระหว่างที่ขี่ออกมานั้นผมก็ได้ยินเสียงดังขึ้นที่ล้อรถก่อนที่จะรู้สึกว่ารถมันผิดปกติ เห็นดังนั้นผมจึงรีบจอดเข้าข้างทางเพื่อเช็กดูทันที ปรากฏว่ารถผมยางแตก!
"เหี้ยอะไรวะเนี่ย เช้าอันแสนสดใสของกูหมดกัน!" ผมพูดออกมาอย่างหัวเสีย "กูก็นึกว่าตาซ้ายกระตุกแล้วจะมีเื่ดีๆ ซะอีก ไม่คิดว่าจะมาเจออะไรแบบนี้ตอนเช้าๆ เลย แม่ง!" เมื่อเป็แบบนี้ผมจึงพยายามมองหาร้านซ่อมรถที่ใกล้ที่สุด ก่อนที่จะไปสะดุดตากับร้านซ่อมรถเก่าๆ ร้านหนึ่ง มันเป็ร้านซ่อมรถเล็กๆ แต่พื้นที่ร้านกลับกว้างมากและเหมือนข้างหลังกำลังจะมีการก่อสร้างอะไรสักอย่าง ผมเห็นดังนั้นจึงไม่รีรอที่จะเข็นรถไป
"พี่ครับดูรถให้ผมหน่อย ผมขับมาดีๆ อยู่ๆ มันก็ยางแตก"
"มาเดี๋ยวพี่ดูให้" ช่างเช็กดูล้อรถของผม ก่อนจะมีสีหน้าไม่สู้ดี "ล้อรถน้องสภาพแย่มากเลยนะ มันเหมือนโดนกรีดและโดนเจาะจากอะไรสักอย่าง...นี่น้องได้ไปทะเลาะกับใครมาหรือเปล่าเนี่ย พี่ว่ามันแปลกๆ นะ"
"มันแย่ขนาดนั้นเลยหรือครับ" ผมเริ่มหน้าซีดเมื่อพี่แกอธิบายให้ฟัง
ใครมันกล้ามาทำกับผมถึงขนาดนี้กัน กะจะให้าเ็เลยหรือไง
อาจจะเพราะวันนี้ผมอารมณ์ดีเกินไป เลยไม่ได้เช็กรถก่อนที่จะขี่ออกมา
"แย่มาก ต้องเปลี่ยนทั้งยางนอกยางในเลย ไม่รู้ว่าส่วนอื่นของรถจะเป็อะไรหรือเปล่าด้วย ดีที่ว่าน้องขี่มาแล้วไม่เสียหลัก"
"มันใช้เวลาเปลี่ยนนานไหมครับ พอดีผมมีเรียน"
"น่าจะเกือบชั่วโมงได้ พี่ก็อยากทำให้ก่อนนะแต่พอดีว่าพี่ติดรถคันนี้อยู่น่ะ เ้าของเขาจะมารับแล้วพี่ก็เลยต้องรีบทำ คนอื่นๆ ที่ร้านเขาก็ยังไม่มา น้องรอได้ไหมหรือจะไปเรียนก่อนก็ได้ถ้ารีบมาก"
"ความจริงก็ไม่รีบมากหรอกครับ ผมรอได้"
"งั้นไปนั่งรอก่อน นั่นน้ำกับขนมกินได้ตามสบายเลย ฟรี"
"ดีจังพี่ ฟรีด้วยอะ"
"เ้านายพี่เขาใจดีน่ะ เขาทำแผงวางขนมและน้ำมาให้ลูกค้าที่นั่งรอเผื่อใครหิวจะได้ไม่ต้องเดินออกไปซื้อที่ไหนไกล"
"ฝากขอบคุณเ้านายพี่ด้วยนะครับ"
"ได้ๆ"
Rrrrrrrrrrrrrrr
ผมนั่งลงไม่นาน เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น หน้าจอปรากฏชื่อของหมอที่รักษาเ้าสำลี
อยู่ๆ ทำไมผมถึงรู้สึกใจไม่ดีนะ หวังว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเ้าสำลีแล้วกัน
"สวัสดีครับพี่หมอ มีอะไรหรือเปล่าครับ ทำไมถึงโทรมาแต่เช้าเชียว"
"พี่มีเื่จะบอกเรา สะดวกคุยกับพี่ไหม"
"สะดวกครับ พี่หมอมีอะไรก็ว่ามาเลย"
"คืออย่างงี้นะครับอีก 2 วันจะเป็วันที่เราจะมารับเ้าสำลีใช่ไหม คือเมื่อเช้าตอนประมาณ 6 โมงเช้า อยู่ๆ เ้าสำลีก็ชักขึ้นมา พี่ตรวจอย่างละเอียดแล้วแต่ก็หาอะไรไม่เจอ พี่ก็เลยจะพาเ้าสำลีไปเช็กที่โรงพยาบาลใหญ่น่ะ เพราะที่นั่นมีเครื่องมือครบกว่า"
นั่นไง...หลังจากนี้ผมจะไม่เชื่ออีกแล้วว่าตาซ้ายกระตุกจะเป็เื่ดี
"น้องจะเป็อะไรร้ายแรงไหมครับ ผมอยากไปหาน้องแต่อีกไม่กี่ชั่วโมงผมมีควิซ..." ผมพูดออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ฮือผมจะร้องไห้ ผมสงสารลูก
"เราไม่ต้องเป็ห่วงนะ พี่เช็กอาการเบื้องต้นให้แล้ว ไม่มีอะไรร้ายแรง แต่พี่แค่จะส่งไปให้โรงพยาบาลใหญ่เช็กดูอีกทีเฉยๆ เพื่อให้แน่ใจ เราอาจจะต้องเลื่อนการมารับตัวน้องไปอีกประมาณ 1 อาทิตย์นะ แต่ในระหว่างนี้เราสามารถแวะมาดูน้องได้ทุกวันที่น้องเป็อาจจะเป็เพราะน้องยังเด็กแถมยังเป็แมวจรมาก่อน ภาวะโรคแทรกซ้อนอะไรแบบนี้มันก็เลยเยอะเป็ธรรมดา"
"พี่หมอพูดจริงๆ ใช่ไหมครับ"
"พี่ไม่โกหกแน่นอนครับ เ้าสำลีจะต้องปลอดภัยแน่นอน หลังจากนี้เราก็เตรียมมอบความรักและการดูแลเอาใจใส่ให้น้องให้มากๆ ก็พอ"
"ผมอยากไปหาน้อง" ผมพูดเสียงอ่อนให้ปลายสายได้ยิน รู้สึกเหนื่อยแทนลูกจังตัวเล็กๆ แค่นั้นทำไมต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วย
"พี่จะดูแลเ้าสำลีให้ก่อน เราไปเรียนตามปกตินั่นแหละ ไม่ต้องโดดเรียนนะไว้ตอนเย็นพี่จะไปรับเรามาทานข้าวเย็นด้วย แล้วพวกเราแวะค่อยไปหาเ้าสำลีกันดีไหม"
"ครับ" ผมตอบตกลงไป เพราะยังไงเย็นนี้ก็ไม่มีนัดไปที่ไหนอยู่แล้ว
"ถ้ามีอะไรเดี๋ยวพี่จะโทรมาหาเราอีกทีนะ วันนี้เรามีเรียนทั้งวันใช่ไหม"
"ใช่ครับ เช้านี้มีควิซ พักเบรกไม่ถึง 1 ชั่วโมงก็ต่อวิชาต่อไป เลิกเกือบประมาณ 5 โมงเย็นครับ"
"ถ้างั้นเลิกแล้วโทรหาพี่นะ เดี๋ยวพี่ไปรับ"
"ได้ครับ"
"ครับ งั้นแค่นี้ก่อนนะ ไว้เจอกันเดี๋ยวพี่แชทหา"
"ครับ สวัสดีครับ"
หลังจากที่วางสายไปผมก็มีสีหน้าเคร่งเครียด รู้สึกไม่สบายใจเลย ที่เ้าสำลีต้องมามีชะตากรรมที่น่าสงสารแบบนี้ยิ่งคิดขอบตาผมยิ่งร้อนผ่าว
"ขอโทษนะครับ ที่นี่มีที่สูบบุหรี่หรือเปล่า"
"มีดิน้อง น้องเดินไปข้างหลังเลยนะ มันจะมีเก้าอี้ให้นั่งอยู่ตรงนั้นแหละ สูบได้ตามสบายเลย เดี๋ยวถ้าซ่อมเสร็จแล้วพี่ไปเรียก"
"ขอบคุณครับ" ผมเดินมาที่จุดที่พี่แกบอกก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้หินอ่อน ผมไม่รอช้าที่จะหยิบบุหรี่ออกมาจากกระเป๋ากางเกง ก่อนจะคาบมันไว้ที่ปากแล้วจุดไฟให้ใส่ปลายบุหรี่เมื่อไฟติดแล้วผมก็รีบอัดนิโคตินเข้าร่างกายทันที
"ฟู่~~~" ควันบุหรี่สีเทากระจายล่องลอยไปตามอากาศ
"สูบบุหรี่เป็ด้วยเหรอ?" อยู่ๆ ก็มีเสียงคนเอ่ยทักผมขึ้น ผมรีบหันไปมองว่าเป็ใคร ปรากฏว่าคนที่ทักผมคือพี่โอบ
"ครับ" ผมตอบคำถามอีกฝ่าย
"พี่ขอไฟแช็กหน่อยสิ" โอบเดินมานั่งเก้าอี้เดียวกับเรย์ก่อนจะพูดยืมไฟแช็ก เรย์ก็ยื่นให้อย่างไม่ลังเล
พวกเขาทั้งสองสูบบุหรี่ด้วยกันอย่างเงียบๆ เงียบจนโอบทนไม่ไหว
"มีเื่เครียดอะไรหรือเปล่า คิ้วเราขมวดมากเลยนะ"
"พอดี เมื่อกี้หมอที่รักษาแมวของผมเขาโทรมาบอกว่าแมวของผมชักน่ะครับ ผมก็เลยเป็ห่วงลูกกลัวเป็อะไรร้ายแรง"
"แมวเราไม่เป็อะไรหรอก อยู่ในมือหมอแล้วยังไงก็ปลอดภัย"
"ครับ พี่หมอก็พูดอย่างงั้น....ว่าแต่พี่มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง พี่ทำงานที่นี่เหรอ?"
"อืม พี่ทำงานที่นี่"
"อ๋อครับ"
"แล้วเราไม่รีบไปเรียนเหรอ"
"มันยังไม่ถึงเวลาเรียนครับ อีกอย่างรถก็ยังซ่อมไม่เสร็จ ผมก็เลยนั่งรอ"
"พี่ว่ากว่ารถจะซ่อมเสร็จคงอีกนานเลยนะ จะไปเรียนทันไหม"
"งั้นเหรอครับ ถ้ายังงั้นผมคงต้องไปมอก่อนซะแล้ว มีควิซด้วยเช้านี้"
"งั้นเดี๋ยวพี่ไปส่งเราก็ได้"
"ถ้าพี่ไปส่งผมแล้วเ้านายพี่จะไม่ว่าเหรอ ผมไปเองก็ได้นะ ไม่ได้ลำบากอะไรมาก"
"ไม่เป็ไร ไม่ต้องเกรงใจหรอก ยังไม่ถึงเวลาทำงานพี่สักหน่อย ใครจะกล้ามาว่าพี่"
"ถ้าอย่างนั้นก็ได้ครับ ผมขอรบกวนพี่ด้วยนะ"
"ไปเถอะกัน" โอบทิ้งบุหรี่ลงบนพื้นก่อนจะขยี้มันอย่างแรงให้ไฟดับ
ทั้งคู่เดินมาที่หน้าร้านก่อนที่โอบจะเดินไปเข็นรถมอเตอร์ไซค์เก่าๆ ที่จอดอยู่ออกมา
"พี่จะไปไหนอะ" พนักงานที่ร้านถามโอบด้วยความสงสัย
"กูจะไปส่งน้องเขา"
"พี่จะไปส่งน้องเขาทำไมไม่เลือกคันที่มันดีๆ กว่านี้หน่อยล่ะครับ รถพี่ก็มีตั้งเยอะตั้งแยะ มีแต่คันที่แพ..."
"อะแฮ่ม!" โอบแกล้งไอออกมาก่อนจะส่งสายตาห้ามปรามให้คนที่พูด "กูจะขี่คันไหนมันก็เื่ของกู มึงไม่ต้องมายุ่ง"
"ครับๆ ตามสบายเลยพี่ แสดงว่าผมไม่ต้องรีบซ่อมแล้วใช่ปะ"
"เออ ไม่ต้องรีบแต่ทำให้มันดีๆ ล่ะ" โอบพูดทิ้งท้ายก่อนจะเข็นรถคันเก่าออกมาหน้าร้าน
"เดี๋ยวตอนเย็นผมแวะเข้ามาเอานะครับ"
"มาได้แล้วเรย์ เร็วๆ" โอบเอ่ยเร่งเรย์ให้ตามมาที่รถ
"นั่งได้ใช่ไหม"
"ได้ครับ" ผมตอบอีกฝ่ายก่อนจะขึ้นคร่อมรถมอเตอร์ไซค์คันเก่า เห็นแบบนี้แล้วคิดถึงสมัยตอนอยู่ในป่าแต่ก่อนเลยได้นั่งรถแต่ละทีผมดีใจแทบตาย
เมื่อเรย์นั่งเสร็จเรียบร้อยเเล้ว โอบก็สตาร์ทรถ แต่มันก็ลำบากนิดหน่อยเพราะรถมันเก่ามาก
"นั่งไม่ลำบากใช่ไหม" โอบเอี่ยวตัวหันมาถามเรย์
"ไม่ลำบากครับ ลำบากกว่านี้ผมก็เจอมาแล้วผมชอบนะรถแบบนี้เห็นแล้วคิดถึงสมัยก่อนเลยครับ ว่าแต่รถมันจะไม่ดับกลางทางใช่ไหมครับ ฮ่าๆๆๆ" ผมเอ่ยแซวอีกฝ่ายออกไป
"หึ...กอดเอวพี่แน่นๆ เถอะ ระวังจะตก"
"ครับๆ" สิ้นเสียงโอบเรย์ก็เอื้อมมือไปโอบเอวอีกฝ่ายไว้หลวมๆ
เมื่อรถมอเตอร์ไซค์คันเก่าขี่เข้ามาในรั้วมหาวิทยาลัย ก็ได้รับการจดจ้องจากใครหลายคน เพราะรถมันทั้งเก่าและเสียงดัง ที่มองด้วยความแปลกใจก็เพราะว่าที่นี่เป็มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังซึ่งมีแต่ลูกคนรวยทั้งนั้น จึงไม่แปลกที่คนพวกนี้จะมอง เพราะไม่มีใครกล้าขี่รถเก่าๆ แบบนี้เข้ามาในมหาวิทยาลัยแน่
พวกเขาไม่คุ้นหน้าคนขับ แต่เมื่อมองเห็นคนซ้อนท้าย พวกเขาก็เข้าใจ จากที่ตอนแรกเฉยๆ ตอนนี้ก็เริ่มส่งสายตารังเกียจมาให้เรย์อีกครั้ง
เมื่อเห็นว่าวันนี้เรย์มากับคนแต่งตัวโทรมขี่รถมอเตอร์ไซค์เก่าๆ พวกเขาก็คิดกันไปต่างๆ นานาว่าเรย์ทะเลาะกับครอบครัวจนต้องขายรถมอเตอร์ไซค์คันเก่ากิน ยิ่ง่นี้ไม่เห็นริวมาวนเวียนอยู่ใกล้เรย์ พวกเขาจึงคิดว่าทั้งคู่ทะเลาะกัน จนเรย์ต้องหาคนเกาะแต่วาสนาของเรย์คงเกาะได้แค่พวกจนๆ
บางคนพูดสนุกปากจนขนาดที่ว่าเสียดายที่เรย์เอาคนประเภทนี้มาทำผัว ทั้งๆ ที่ถ้าไปขายตัวให้พวกเสี่ยแก่ๆ ยังจะได้เงินเยอะกว่านี้อีก
คนพวกนี้ช่างน่าเอาลิ้นมันมาตัดให้จระเข้กินเสียจริง ดีแต่นินทาคนอื่นลับหลัง
เอี๊ยด!
"ถึงแล้วครับ ลงได้"
"ขอบคุณนะครับที่มาส่ง"
"ตอนเลิกเรียน เดี๋ยวพี่แวะมารับอีกที"
"แต่..."
"ไม่มีแต่ เดี๋ยวพี่มารับเอง พี่ว่างไปล่ะ ี้เีฟัง" พี่โอบพูดเองเออเองหมดไม่รอให้ผมได้พูดอะไร อีกฝ่ายก็ตัดบทขี่รถออกไปทันที
เหลือไว้แค่เพียงผมที่ยืนเกาหัวอย่างงงงวย
"เรย์จ้า~~วันนี้มึงมากับใครอะ แล้วรถมึงไปไหนทำไมไม่ขี่มา" ใบหม่อนที่เพิ่งลงมาจากรถรีบเดินตรงดิ่งเข้ามาทักทายผม
"เมื่อเช้ารถยางแตกกูก็เลยแวะร้านซ่อม พี่เขาทำงานที่ร้านซ่อมน่ะ แกว่างพอดีเลยอาสามาส่งกลัวกูมาสอบไม่ทัน"
"อ๋อ จะว่าไปพี่แกก็หน้าตาดีนะ แต่เสียดายที่ใส่ชุดโทรมไปหน่อย"
"จะแต่งยังไงก็ช่างเขาเถอะ ชีวิตคนเรามันไม่เหมือนกัน ความสบายของแต่ละคนมันก็ไม่เหมือนกัน"
"ก็จริง ว่าแต่รถพี่แกอินดี้สัด โคตรเท่"
"สวยจริง แต่นั่งแล้วปวดตูดไปหน่อย"
"ตอนที่กูเห็นกูยังคิดอยู่เลยนะว่า มันจะหักไหม ยิ่งนั่งกันมาทั้งสองด้วย"
"ทีแรกกูก็คิดแบบเดียวกันกับกูเนี่ยแหละ แต่พอนั่งแล้วก็ปกตินะ"
"มึงนี่ดีวะ ไม่อายด้วยที่นั่งรถแบบนี้เข้ามาในมอ ถ้าเป็กูกูคงไม่กล้า" ใบหม่อนอดเอ่ยชื่นชมเรย์ไม่ได้
"กูไม่อายหรอก ใครจะนินทายังไงก็ช่าง กูไม่ได้ขอเงินมันมาแดกข้าวซะหน่อย" ผมรวยแล้วทำไมผมต้องแคร์พวกปากหอยปากปูด้วยเงินก็ไม่ได้หาให้ใช้
"แร๊ง!!! แต่พูดถูกใจกูมาก ฮ่าๆๆๆ ไปเถอะอย่ามาพูดถึงเื่นี้ดีกว่า เดี๋ยวอารมณ์เสียเปล่าๆ"
"เออๆ ไปหาพวกนั้นกัน แม่งนั่งมองหน้าเราล่ะ" ผมพูดพร้อมกับชี้ไปที่กิตและเลโอที่กำลังนั่งมองมาทางนี้
เมื่อเดินมาถึงพวกผมทั้งสี่คนก็ทักทายกันเล็กน้อย ก่อนที่ต่างฝ่ายต่างสนใจอ่านหนังสือเพื่อเตรียมตัวเข้าสอบ เมื่อถึงเวลาพวกผมก็ขึ้นไปสอบก่อนที่จะลงมาทานข้าวเที่ยงแล้วไปเรียนวิชาต่อไป และในตอนที่กำลังจะเลิกคลาสวิชานี้ อยู่ๆ ก็มีข้อความจากโทรศัพท์ผมดังขึ้น
โอบรัก : ใกล้เลิกแล้วใช่ไหม พี่จะได้ขับรถไปรับ
พี่หมอ :ใ กล้เลิกหรือยังครับ ให้พี่ไปรับหรือเปล่า? หรือจะมาที่หาพี่เอง
2 ห้องแชทที่ปรากฏสู่สายตาผม เมื่อเห็นดังนั้นผมจึงตัดสินใจกดเข้าไปตอบแชทของพี่โอบก่อน
อีก 15 นาทีจะเลิกแล้ว:Rayyyyy
มาเลยก็ได้ครับ
โอบรัก:โอเค
หลังจากที่ตอบแชทพี่โอบไปผมก็สลับมาตอบแชทพี่หมอ
เดี๋ยวเจอกันที่ร้านเลยก็ได้ครับ:Rayyyyy
พี่หมอปักหมุดในไลน์มาเลย
เดี๋ยวผมตามไป
พี่หมอ:งั้นเจอกันสัก1ทุ่มนะครับ
ที่ร้านหวานรักกุ้ง
(สติ๊กเกอร์โอเค):Rayyyyy
"แล้วนี่มึงจะกลับยังไงเรย์ จะกลับพร้อมกูเลยปะ" กิตเอ่ยถามผม ในขณะที่พวกเรากำลังเก็บของเพื่อที่จะออกจากห้อง
"ไม่เป็ไรมึง พอดีพี่ที่มาส่งกูเมื่อเช้าแกจะมารับน่ะ กูจะได้แวะไปเอารถด้วย"
"โอเค" กิตพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะเก็บของต่อ
"พี่แกมาพอดีเลย" เมื่อลงมาถึงข้างล่างผมก็ชี้ไปที่พี่โอบที่จอดรถรออยู่เพื่อให้เพื่อนๆ ได้เห็น
"งั้นแยกย้ายกันตรงนี้นะ ถ้าถึงห้องแล้ว ทักมาบอกกูด้วยแล้วกันขับรถดีๆ ล่ะ" กิตเอ่ยลาก่อนจะตบไหล่ผมเบาๆ
"ไว้เจอกัน" ผมโบกมือลาทั้ง 3 คน ก่อนจะแยกตัวออกมาหาพี่โอบ
"สวัสดีครับ"ผมเผลอยกมือไหว้อีกฝ่าย
"ไม่ต้องไหว้พี่ขนาดนั้นก็ได้ พี่ยังไม่แก่ซะหน่อย เดี๋ยวคนก็เข้าใจผิดหมดหรอกว่าพี่เป็พ่อเรา"
"ฮ่าๆๆๆๆ โทษทีครับ พอดีมันลืมตัวน่ะ"
"เอาเถอะ มาขึ้นรถจะได้ไปที่ร้านกัน"
"ครับ" หลังจากที่ผมขึ้นซ้อนท้าย พี่โอบก็พาขี่ออกจากมหาวิทยาลัย
เมื่อมาถึงร้านผมก็รีบลงจากรถ แล้วเดินไปหารถของตัวเองที่จอดอยู่ทันที
"ทั้งหมดเท่าไหร่ครับพี่" ผมหันมาถามพี่โอบ
"พี่จ่ายให้แล้ว"
"ได้ไงอะ" ผมเอ่ยออกมาอย่างใ "เราเพิ่งจะรู้จักกันเองนะ พี่จะมาใจดีแบบนี้ไม่ได้ ให้ผมจ่ายเองเถอะ เ้าของร้านอยู่ไหนครับไปเรียกมาให้ผมหน่อย"
"พี่บอกไม่เป็ไร ก็คือไม่เป็ไร"
"แต่..."
"ไม่มีแต่ ถ้าเราอยากจ่ายมากนักพี่ขอให้เราจ่ายเป็อย่างอื่นได้ไหม"
"จ่ายเป็อะไรหรือครับ?" ผมเอ่ยถามอย่างสงสัย
"พอดีว่า่นี้พี่กำลังหาแบบถ่ายรูปคู่กับรถยนต์อยู่น่ะ พี่อยากชวนเรามาเป็แบบให้พี่หน่อยได้ไหม"
"พี่เป็ช่างภาพด้วยเหรอ"
"อืม" โอบพยักหน้าให้เรย์กลายๆ
"พี่เก่งจัง ทำได้ตั้งหลายอาชีพ ว่าแต่เป็นายแบบเหรอ ก็น่าสนใจดีนะครับผมยังไม่เคยลองทำอะไรแบบนี้เลย ถ้าผมสนใจต้องทำยังไงบ้าง" มาถึงขนาดนี้แล้ว ก็คงจะเถียงอีกฝ่ายที่จะจ่ายค่าซ่อมรถไม่ได้ไว้ค่อยหาจังหวะเลี้ยงข้าวแทนแล้วกัน
"เย็นนี้ว่างไหมล่ะ เดี๋ยวพี่จะนัดคุยรายละเอียด"
"เย็นนี้ไม่ว่างครับ ผมมีนัดแล้วอะ"
"ไม่เป็ไร ถ้างั้นเดี๋ยวค่อยนัดคุยกันวันหลัง"
"ได้ครับ ถ้างั้นผมขอกลับห้องก่อนนะ"
"เดี๋ยวก่อน!" ผมที่กำลังจะเดินไปที่รถก็ต้องหยุดชะงักเมื่อถูกอีกฝ่ายเอ่ยห้าม
"ครับ?"
"เมื่อเช้าช่างบอกเราแล้วใช่ไหม ว่ารถเรามีความผิดปกติ" อยู่ๆ อีกฝ่ายก็เอ่ยถามด้วยสีหน้าจริงจัง
"ใช่ครับ" ผมพยักหน้าตอบ
"่นี้เราได้ไปมีปัญหาอะไรกับใครหรือเปล่าหรือรู้สึกเหมือนมีคนตามหรือเปล่า"
"เท่าที่จำได้ ก็มีแค่เพื่อนในคณะนะครับ เป็ผู้หญิงเขาไม่ค่อยชอบผมสักเท่าไหร่ ส่วนที่รู้สึกว่ามีคนตามก็ไม่มีนะครับ" ถึงแม้ผมอยากจะบอกออกไปว่ารู้สึกว่ามีคนตามก็ตาม แต่คนที่ตามผมรู้ดีว่าเป็คนของพี่ราม ผมจึงไม่ได้บอกให้พี่โอบได้รับรู้
"ผู้หญิงเหรอ เขาเคยมีพฤติกรรมอะไรที่รุนแรงกับเราหรือเปล่า"
"ไม่เคยมีนะครับ ส่วนมากมีแต่ปากเสียงกันจะมีก็แต่เขาที่เป็ฝ่ายหาเื่ก่อน ส่วนผมไม่ค่อยสนใจอะไรเขามากเท่าไหร่"
"่นี้ก็ระวังตัวหน่อยแล้วกัน ถ้าเป็ไปได้ก็ไปดูขอกล้องวงจรปิดที่คอนโด ว่าทำไมรถเราถึงมีสภาพแบบนี้ เพราะสภาพรถมันไม่ใช่อุบัติเหตุแน่นอน พี่ว่ามีคนจงใจทำอะไรเราแน่ๆ ถ้ามีอะไรผิดปกติก็รีบโทรมาหาพี่นะ พี่พักอยู่ไม่ไกลจากคอนโดที่เราอยู่มาก"
"ครับ" ผมก็ได้แต่คิดตามที่อีกฝ่ายพูด คนที่มาทำกับผมแบบนี้มันเป็ใครกัน ทำไมถึงสามารถเล็ดลอดสายตาบอดี้การ์ดที่ติดตามตัวผมได้
ชีวิตต่อจากนี้คงจะยากขึ้นเสียแล้วสิ
"ถ้างั้นก็ขับรถกลับดีๆ ก็แล้วกัน"
"ครับ ไว้เจอกันนะ บ๊ายบาย" ผมขึ้นคร่อมรถมอเตอร์ไซค์ก่อนที่จะโบกมือบ๊ายบายพี่โอบแล้วขับรถออกไป
เรย์ขับรถออกไปจากร้าน โดยที่มีสายตาของโอบมองตามหลังอย่างไม่วางตา
"น้องเขาน่ารักดีนะ" มะยมเดินออกมาจากห้องก่อนจะเข้ามากอดคอโอบ ส่วนโอบรีบสะบัดแขนเพื่อนทิ้งทันที มะยมก็ได้แต่ยิ้มขำกลับท่าทางหวงเนื้อหวงตัวของเพื่อน "มึงจะจีบน้องเขาเหรอ"
"..."
"น้องเขาน่ารักดีนะ ไม่เเสดงท่าทีรังเกียจมึงด้วย ขนาดแต่งตัวมึงโทรมๆ ขับรถเก่าๆ แกล้งทำเป็คนงานร้านซ่อมรถ น้องเขาก็ไม่ได้มีสายตารังเกียจเลยแม้เเต่นิดเดียว"
"อืม ก็น่ารักดี"
"ว้าว! คนที่ทำให้คุณโอบเอ่ยปากชมได้ถึงนี้นี่คงไม่ธรรมดาซะเเล้ว หึ...ชักสนุกแล้วสิ ว่าแต่มึงจะเอาน้องมาเป็แบบโชว์รูมรถยนต์เราจริงๆ เหรอวะ กูก็นึกว่ามึงจะหานางแบบดังๆ มาซะอีก"
"มึงก็รู้ว่ากูไม่ชอบคนพวกนั้น ถึงจะไม่มีแบบยังไงรถเราก็ขายได้ หามาแค่ให้มันจบๆ แค่นั้น"
"น้องดูดีนะ แต่งออกมาคงเซ็กซี่น่าดู"
"น้องยังไม่ตอบตกลง ยังไงก็คงต้องไปคุยเื่รายละเอียดและ concept อีกที ต้องรอดูว่าน้องจะยอมใส่ชุดที่เราเตรียมไว้ให้หรือเปล่า ถ้าไม่ยอมกูก็ไม่บังคับ"
"แล้วถ้าน้องไม่ยอม มึงจะหานางแบบคนอื่นไหม"
"ถ้าน้องไม่ยอมกูก็จะไม่หา เพราะกูจะเอาคนนี้คนเดียว" เมื่อเห็นโอบพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นมะยมก็มีท่าทีเปลี่ยนไป
"จริงจัง?"
"คนอย่างกูไม่เคยพูดเล่น"
"มึงลืมเขาได้แล้วเหรอ...กูขอโทษนะ" มะยมแสดงสีหน้าสลดทันที เมื่อหลุดปากคำต้องห้ามออกมา
"ไม่ลืมและไม่มีวันลืมด้วย"
"อือ" มะยมครางตอบรับก่อนจะเปลี่ยนเื่ "แล้วเื่รถน้องนี่มันยังไงวะ กูว่าคงมีคนไม่หวังดีกับน้องแน่ๆ มึงเช็กกล้องวงจรปิดแล้วไม่เจอเลยเหรอ"
"ไม่เจอ"
"ขนาดมึงเป็เ้าของคอนโด มึงยังหาไม่ได้ แสดงว่ามันใหญ่กว่ามึง?"
"ไม่หรอก ที่จอดรถน้องเป็มุมอับพอดีมันมีมุมที่เดินเลี่ยงแล้วไม่เห็นตัวได้ เดี๋ยวกูจะให้เลขากูสืบต่อว่ามันเป็ใคร มันแน่มากที่กล้ามาเหยียบจมูกกูถึงขนาดนี้" โอบพูดอย่างอดทนอดกลั้นั้แ่เขาสร้างคอนโดนี้ขึ้นมาไม่เคย เกิดเื่อะไรแบบนี้ขึ้นเลยคอนโดของเขามีระบบความปลอดภัยสูงมาก ถ้าเป็แบบนี้แสดงว่าต้องเป็คนในแน่นอน
"ใกล้ได้เวลาแล้ว มึงรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ จะได้รีบไปประชุมสักที คนเขารอกันหมดแล้ว"
"กูไม่รีบ"
"แหม! ไอ้โอบ ทีแต่ก่อนนัดประชุมหนึ่งทุ่มต้องเตรียมพร้อมกันตั้งเเต่หกโมงครึ่ง ทีตอนนี้ทำมาเป็ชิวๆ มีเวลานั่งรอไปรับน้อง ความรักนี่มันทำให้คนเปลี่ยนไปขนาดนี้เลยเหรอวะ"
"เสือก!" โอบตอบก่อนจะเดินเลี่ยงไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่มอมแมมออก
"หวังว่ามึงจะจีบน้องติดนะ จะได้เป็ผู้เป็คนกับเขาสักทีและหวังว่าน้องจะเป็คนดีจริง ไม่อยากให้มึงต้องเจอพวกหน้าเงินหรือพวกชอบรังเกียจคนจนเลย ถ้าพวกมันรู้ว่าไอ้โอบเป็ถึงเ้าของคอนโด เ้าของร้านซ่อมรถ เ้าของโชว์รูมรถ และอะไรอีกหลายอย่าง กูอยากรู้เหมือนกันว่าพวกมันจะทำหน้าตายังไง หึ...." มะยมบ่นกับตัวเองก่อนจะเดินตามหลังโอบเข้าไปในห้อง
°°°
ยังไม่แก้คำผิด
ขออนุญาตนักอ่านทุกคนแก้ไขเนื้อหาสักนิดหนึ่งนะคะ
ตอนที่"ชีวิตใหม่ที่ดีกว่าเดิม?"ขอแก้ไขอายุของรามจากอายุ 23 ปีเป็ 28 ปีค่ะ
ตอนที่"เื่วุ่นๆ"ขอแก้ไขสถานะของไทเกอร์ที่เป็พี่ชายคนสนิทมาเป็เพื่อนสนิทของรามแทนนะคะ
สรุปรามกับไทเกอร์เป็เพื่อนสนิทกันและมีอายุ 28 ปี เนื้อเื่แก้ไขแค่เพียงส่วนนี้เท่านั้นค่ะ ไม่กระทบเนื้อเื่ส่วนอื่นแน่นอน
ที่ไรท์แก้ไขก็เพื่อให้เนื้อเื่ดำเนินไปได้อย่างลื่นไหลและไม่ติดขัด
ขออภัยในความไม่สะดวกครั้งนี้ด้วยนะคะ
ใครกันนะ พระเอก
ฝากกดไลค์ comment เป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ
รักนักอ่านทุกคนนะคะ