วันที่ ยี่สิบเจ็ด มีนาคม ่เวลาสี่โมงเย็น ทางด้าน
เยี่ยหลง
ลู่ขุยอันที่อ่านหนังสือสมุดเล่มสุดท้ายจากทั้งห้าเล่มจบแล้ว คนก็ลุกขึ้นยืนและยกหยิบนำหนังสือสมุดห้าเล่ม ที่เพิ่งยกหยิบมาเมื่อตอนเช้าวันนี้เพื่ออ่านนำไปเก็บ
เยี่ยหลงที่เห็นลู่ขุยอันลุกขึ้น คนจึงถาม " ศิษย์พี่ท่านจะไปจากห้องสมุดแล้วฤา "
" ขอโทษนะที่ข้าถามอะไรโง่ๆ ก็คบสามวันแล้ว ศิษย์ก็คงต้องไปนะสิ " เยี่ยหลงกล่าว
ลู่ขุยอันไม่ตอบคำถาม คนทำเพียงถามกลับ " แล้วเ้าล่ะ บอกว่า จะอยู่สามวันเหมือนกับข้าเช่นกัน ทำไมยังไม่เก็บสมุดหนังสืออีก "
เยี่ยหลงที่โดนถูกบอกมาดังนั้น คนก็เกิดตระหนักรู้ขึ้นมาว่า ตนเคยบอกว่า ตนจะออกจากห้องสมุดวันนี้เหมือนกัน
ด้วยความที่ไม่อยากกลับคำพูด คนจึงลุกขึ้นและนำสมุดหนังสือที่ตนหยิบมาอ่านจากชั้นหนังสือสมุด นำไปเก็บยังที่ของมัน
เมื่อเก็บเสร็จแล้ว เยี่ยหลงก็เดินออกมาจากห้องสมุด พอเดินมาถึงส่วนกลางที่เชื่อมไปยังดอยต่างๆ คนก็เจอกับกลุ่มคนกลุ่มใหญ่ซึ่งกลับมาจากภารกิจชิงิญญาสัตว์อสูรแสนปีรวมตัวกันอยู่ โดยที่หลายคนในนั้นมีอาการาเ็หนักเบาปนกันไป
เยี่ยหลงที่มองหากลุ่มศิษย์พี่และอาจารย์ตน เมื่อพบเห็น คนจึงพบว่า ทางด้านกลุ่มศิษย์พี่ตน มีคนาเ็หนักอยู่สองคน คือ ศิษย์พี่ไห่หยวนที่ต้องนอนเปล และ ศิษย์พี่หลิวหลี่เจี๋ยที่ต้องมีคนพยุง
เมื่อเยี่ยหลงเห็นศิษย์พี่ตนเป็มาดังนั้น คนจึงวิ่งเข้าไปถามอาการ " ศิษย์พี่เจ็ด ศิษย์พี่ห้า พวกท่านเป็อย่างไรบ้าง "
แต่ก่อนที่ทั้งสองจะได้ตอบอะไรแก่เยี่ยหลง
หลิงเถียนอี้ ก็เดินมาหยุดเบื้องหน้าเยี่ยหลง และกล่าว " เ้าแปด รีบตามอาจารย์กลับดอยมาโดยเร็ว อาจารย์มีเื่ที่ต้องถาม "
พอหลิงเถียนอี้พูดเสร็จ คนก็เดินนำเยี่ยหลงไป เยี่ยหลงที่เห็นว่ายังไงพวกศิษย์พี่ก็ต้องกลับดอยเหมือนกัน คนที่ถูกอาจารย์บอกว่าให้กลับโดยเร็ว แต่ไม่ได้บอกว่าห้ามช่วยพวกศิษย์พี่ คนจึงไปช่วยพยุงศิษย์พี่ห้าเพื่อจะได้กลับดอยพร้อมกัน
ครั้นเมื่อกลับมาถึงดอยไผ่ใหญ่ ณ ห้องโถงของเคหสถาน หลิงเถียนอี้ที่นั่งลงยังเก้าอี้ของตน ที่อยู่ระหว่างกลางเก้าอี้หลายเก้าอี้ที่เรียงกันซ้ายขวา
ก่อนจะกล่าวถามเยี่ยหลงขึ้น " เ้าแปด ศิษย์พี่เจ็ดของเ้า บอกกับอาจารย์ว่า ได้บอกเื่เกี่ยวกับที่สำนักเรา ที่จะเข้าปะทะกับนิกายมารฟ้า เพื่อแย่งชิงดวงิญญาสัตว์อสูรแสนปีที่ตายตามธรรมชาติ ที่ช่องผาร้อยศพ แก่เ้าคนเดียว เ้าได้ไปบอกใครอื่นต่อหรือไม่ "
เยี่ยหลงที่ได้รับฟัง ก็ส่ายหน้าเป็คำตอบ
" แล้วนับั้แ่ที่เ้ารู้เื่ ช่องผาร้อยศพ เ้าแปด บอกกับอาจารย์มาตามตรง เ้าไปไหน และอยู่ที่ไหนบ้าง จนถึงวันนี้ และใครเป็พยานให้เ้าได้ "
หลิงเถียนอี้ถาม
เยี่ยหลงตอบ " ศิษย์อยู่ในห้องสมุดส่วนกลางตลอด จนถึงวันนี้เลยขอรับอาจารย์ ส่วนพยานของข้า คือศิษย์ทั้งหลายที่ข้าเดินชนตอนอยู่ที่ห้องสมุดส่วนกลาง แต่ที่น่าจะจำข้าได้แน่ๆ ก็คือ ศิษย์พี่ลู่ขุยอัน เพียงคนเดียว "
หลิงเถียนอี้ที่ได้ฟังคำตอบดังนั้น คนก็ถอนหายใจโล่งอกเฮือกใหญ่ ก่อนจะกล่าว " เ้าแปด ถ้าที่เ้าพูดเป็ความจริง ในวันพรุ่งนี้ที่จะมีการสอบสวนเ้า ก็ให้เ้าพูดไปตามที่พูดกับอาจารย์ก็แล้วกัน ถ้าตรวจสอบแล้วว่าเป็ไปดั่งที่เ้าพูด เ้าก็ไม่ต้องกลัวอะไร "
" ส่วนตอนนี้ เ้าก็ไปทำหน้าที่ทำอาหารมาให้ศิษย์พี่กับอาจารย์เ้ากินได้แล้ว " หลิงเถียนอี้บอก
เยี่ยหลงตอบรับ " ทราบแล้วอาจารย์ " หลังจากกล่าวเสร็จ คนก็มุ่งไปทำอาหาร
วันที่ ยี่สิบแปด มีนาคม เวลา่เช้า หลิงเถียนอี้เดินนำทางเยี่ยหลง มาสอบสวนที่ดอยหญ้าเขียวใหญ่ โดยมีเ้าดอยหญ้าเขียวใหญ่และเ้าดอยอีกสี่คนรวมหลิงเถียนอี้มาร่วมสอบสวนและดูหลักฐาน
เมื่อเ้าดอยต่างๆนั่งที่นั่งตนแล้ว หลิงเถียนอี้ก็กล่าวถามเยี่ยหลงขึ้น " เ้าแปด บอกกับอาจารย์มาตามตรง นับั้แ่ที่ศิษย์พี่เ้าบอกเื่ช่องผาร้อยศพแก่เ้า เ้าได้ไปบอกใครต่อหรือไม่ "
เยี่ยหลงตอบ " ข้าไม่ได้บอกใครเลย "
" แล้วั้แ่ที่เ้ารู้เื่ช่องผาร้อยศพ เ้าอยู่ที่ไหนบ้าง และมีพยานรู้เห็นมั้ยว่าเ้าอยู่ที่นั่น " หลิงเถียนอี้ถาม
เยี่ยหลงตอบ " ข้าอยู่ที่ห้องสมุดส่วนกลางั้แ่วันแรกที่รู้เื่ช่องผาร้อยศพเลย ไม่ได้ออกมาจนกระทั่งเมื่อวาน ส่วนพยานเื่นี้มีคนเดียวที่น่าจะจำข้าได้ไม่หลงลืม คือ ศิษย์พี่ลู่ขุยอัน "
เมื่อเยี่ยหลงบอกว่าพยานคนเดียวคือลู่ขุยอัน เ้าดอยป่าดอกท้อที่เป็อาจารย์ ก็บอกศิษย์สาวของตนที่อยู่ ณ ห้องโถงของดอยหญ้าเขียวใหญ่ อันใช้สอบสวนคน ด้วย ให้ไปตามลู่ขุยอันมา
ใช้เวลาไม่นานประมาณห้านาที ศิษย์สาวที่บอกให้ไปตามลู่ขุยอัน ก็กลับมาถึงที่สอบสวนพร้อมลู่ขุยอัน
เมื่อลู่ขุยอันมาถึงแล้ว เ้าดอยป่าดอกท้อก็ไม่รีรอช้า ถามลู่ขุยอันในทันที " ขุยอัน บอกอาจารย์มาตามตรงว่าศิษย์น้องต่างดอยของเ้าผู้นี้พูดจริงหรือไม่ ที่ว่าเ้าเป็พยานได้ว่า เขาอยู่ในห้องสมุดส่วนกลาง จนถึงวันที่กลุ่มคนที่ไปทำภารกิจชิงิญญาสัตว์อสูรแสนปี
กลับมายังสำนัก จึงค่อยออกมาจากห้องสมุดส่วนกลาง จริงหรือไม่ "
ลู่ขุยอันตอบ " จริงค่ะ อาจารย์ "
" ถ้าอาจารย์ทั้งหลายยังไม่เชื่อเพียงคำพูดของข้าเพียงคนเดียว ก็ลองถามคนอื่นๆที่เข้ามายังห้องสมุดส่วนกลางดู อาจมีคนอื่นจำได้ก็ได้ แต่หากนั่นยังไม่พอ ก็ลองเปิดเวทสอดส่องที่ติดตั้งในห้องสมุดดูก็ได้ นั่นจะเป็พยานสุดท้ายที่ดีที่สุดให้เองค่ะ อาจารย์ " ลู่ขุยอันกล่าว
" ศิษย์น้องหลิวเสวี่ยฉี ในเมื่อศิษย์เอกของเ้ากล่าวออกตัวมาแบบนั้น เ้าที่เป็อาจารย์ยังสงสัยอะไรอีกมั้ย " หลิงเถียนอี้ถาม
หลิวเสวี่ยฉีหรือเ้าดอยป่าดอกท้อ ที่ได้ฟังดังนั้น คนก็ถอนหายใจ ก่อนจะกล่าว " ถ้าขุยอันกล่าวมาแบบนั้น ข้าก็ไม่้าดูภาพจากเวทสอดส่องแล้วล่ะ เพราะข้าเชื่อว่าขุยอันไม่โกหกข้าแน่นอน "
" แล้วศิษย์พี่ศิษย์น้อง คนอื่นๆล่ะ มีใครยังสงสัยอีกมั้ย ว่าการแย่งชิงิญญาสัตว์อสูรแสนปีครั้งนี้ที่พลาดเป็เพราะศิษย์ข้า" หลิงเถียนอี้ถาม
" ถึงไม่มีอะไรให้สงสัยแล้ว แต่เราก็ควรรอบคอบ โดยการเปิดดูภาพจากเวทสอดส่องที่ติดตั้งในห้องสมุดดูไว้ก่อนจะดีกว่านะ ศิษย์น้องทั้งหลาย " ชายวัยกลางคนที่นั่งเก้าอี้ตรงกลางกล่าว
" ถ้าศิษย์พี่หลินจิงอวี่ แห่งดอยหญ้าเขียวใหญ่กล่าวมาเช่นนั้น งั้นก็เปิดภาพจากเวทสอดส่องดูเถิด "
หลิงเถียนอี้กล่าว
" ถ้าศิษย์น้องหลิงเถียนอี้กล่าวมาดังนั้น งั้นข้าจะเปิดภาพจากเวทสอดส่องดูแล้วนะ มีใครจะค้านมั้ย "
หลินจิงอวี่กล่าวบอกและกล่าวถาม
เมื่อหลินจิงอวี่ถามเสร็จ คนก็มองไปยังศิษย์น้องทั้งสี่ของตน จึงพบว่า ไม่มีใครค้านที่ตนจะเปิดภาพจากเวทสอดส่องดู
เมื่อเป็เช่นนั้น คนก็ไม่รีรอช้า รีบโคจรพลังเวทมาไว้ที่นิ้วมือ และชี้นิ้วมือไปบนอากาศเบื้องหน้า จากนั้นก็ปลดปล่อยพลังเวทออกทางนิ้วมือ เพื่อเปิดดูภาพจากเวทสอดส่องดูในห้องสมุดส่วนกลาง
ครั้นพอภาพเปิดฉาย หลินจิงอวี่ที่ไม่อยากเสียเวลาดูภาพที่ไม่มีอะไรน่าสะดุดใจ คนจึงเร่งความเร็วของภาพเป็คูณร้อย
เ้าดอยทั้งห้าดูภาพเคลื่อนไหวไปเรื่อยๆจนจบ ก็ไม่พบอะไรที่บ่งบอกว่าเยี่ยหลงคือสายลับของนิกายมารฟ้า
พอเป็ดังนั้น เ้าดอยหญ้าเขียวใหญ่ ก็ประกาศบอกให้เยี่ยหลงกับลู่ขุยอันออกจากตรงนี้ไปได้
พอหลินจิงอวี่ประกาศมาแบบนั้น เยี่ยหลงกับลู่ขุยอันก็เดินเคียงคู่กันออกไปจากที่สอบสวน
เมื่อเดินมาถึง พื้นที่ส่วนกลางที่เชื่อมไปยังดอยต่างๆ
ลู่ขุยอันก็เดินกลับดอยตนไป เยี่ยหลงก็กลับดอยตนเช่นกัน
วันที่ ยี่สิบเก้า มีนา ก่อนถึงเวลาที่เยี่ยหลงจะไปทำอาหารและกินอาหาร คนก็นั่งฝึกวิชาเวทด่านประตูทั้งหกอยู่บนเตียงประมาณสิบห้านาที
พอครบหรือใกล้ครบสิบห้านาที คนก็ลุกออกจากห้องไปทำอาหารให้ตน ศิษย์พี่และอาจารย์กิน
ครั้นกินเสร็จและเก็บจานข้าวชามอาหารแล้ว เยี่ยหลงก็ฝึกทบทวนวิชากระบี่หนักของดอยไผ่ใหญ่เป็เวลาหนึ่งชั่วโมง
ก่อนจะออกไปอ่านหนังสือสมุดที่ห้องสมุดส่วนกลาง คนทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ
วันที่ สอง เมษายน ณ ร้านนั่งเล่น เวลาเที่ยง ฝัดกับโอมที่กำลังเพลินกับการกินข้าว ในขณะนั้นก็มีลูกค้าเข้ามา
เมื่อเสียงกระดิ่งติดหน้าประตูร้านดัง โอมก็วางช้อนกลืนอาหารและกล่าว " ร้านนั่งเล่นยินดีต้อนรับครับ "
หลังจากโอมกล่าวต้อนรับเสร็จ ทันทีที่เห็นหน้าคนเข้ามา คนก็กล่าวทักขึ้น " อ้าว คุณอาทเองหรอครับ "
" วันนี้จะเอาอะไรดีครับ เค้กหรือกาแฟ หรือจะทั้งสอง " โอมกล่าวถาม
อาทตอบ " ทั้งสอง เอาเค้กกาแฟกับลาเต้เย็นแก้วหนึ่ง "
" โอเคครับ จัดให้ " โอมกล่าวพลางลุกขึ้น พอลุกเสร็จคนก็เดินไปจัดการของตามคำสั่งให้
พอเค้กกับกาแฟมาถึงโต๊ะที่อาทนั่ง ในเวลาเดียวกันฟีนิกซ์ก็เข้ามายังร้านนั่งเล่น จากทางหลังร้านและกล่าวขึ้น " เป็ไงบ้างพวกมึง วันนี้ลูกค้าเยอะมั้ย "
" อ้าว ไอ้อาท ไหงวันนี้มาร้านกูได้วะ " ฟีนิกซ์ที่เห็นอาทจึงกล่าวถามขึ้น
" ก็ไม่มีอะไรหรอก แค่วันนี้อยากกินเค้กก็เลยมาร้านมึง " อาทบอก
หลังจากอาทบอกเสร็จ คนก็กำลังจะใช้ช้อนตักเค้กกิน แต่ทันใดนั้น เสียงวอสื่อสารก็ดังขึ้นบอกว่า " มีคนกำลังจะโดดดาดฟ้าโรงพยาบาลฆ่าตัวตาย เป็ผู้หญิงใส่ชุดเ้าสาวแบบไทย อยู่ใกล้ๆกับหมู่บ้านเมืองใหม่ "
อาทที่ได้ยินดังนั้น ก็วางช้อนลง หยิบวอสื่อสารมาอยู่ตรงปาก และตอบกลับ " โอเครับทราบกำลังไป "
ฟีนิกซ์ที่ได้ยินคำบอกในวอสื่อสาร คนก็ถามขึ้น " อาท มีคนกำลังจะโดดตึกฆ่าตัวตายเหรอวะ "
" เออ ใช่ ทำไมอะ " อาทตอบและกล่าวถาม
" ก็ไม่มีอะไรมากหรอก มีสองเหตุผล หนึ่งคือกูอาจช่วยมึงได้เื่ผู้หญิงที่กำลังจะโดนตึก เพราะกูอาจรู้จักเขาและช่วยเกลี้ยกล่อมเขาได้ สอง กูอยากติดรถมึงไปซื้อของเข้าร้านนั่งเล่นด้วย พวกวัตถุดิบทำอาหารใกล้หมดแล้ว และอีกอย่าง ไม่ว่ายังไง เมื่อมึงเกลี้ยกล่อมเขาเสร็จแล้วมึงก็ต้องกลับมากินเค้กกับกาแฟใช่มั้ยล่ะ " ฟีนิกซ์บอก
" เออก็ได้ งั้นตามกูมา " อาทกล่าวเสร็จ จากนั้นก็หันหน้าไปทางประตูออกร้าน
แต่ก่อนจะได้เดิน ฟีนิกซ์ก็กล่าวบางอย่างให้คนต้องหันกลับมามองคนอีกครั้ง " ไอ้ฝัด ไอ้โอม ปิดร้านแล้วพวกเราไปขึ้นรถไอ้อาทกัน เราจะไปซื้อของกันตอนนี้เลย "
อาทที่ได้ฟังและหันหน้ามามองคนแล้ว คนก็กล่าวบอกฟีนิกซ์ขึ้น " ไอ้ฟีนิกซ์ ที่กูให้มึงติดรถไปด้วย กูนึกว่ามึงจะไปคนเดียวนะ นี่มึงเล่นไปกันหมดร้านเลยเหรอ "
ฟีนิกซ์บอกกลับ " ก็ใช่ไง เพราะวัตถุดิบที่กูจะไปซื้อมันเยอะ กูเลย้าคนช่วยเยอะ "
อาทบอกกลับ " กูว่าเอาแค่ไอ้ฝัดหรือไอ้โอมคนใดคนหนึ่งไปด้วยแค่นั้นก็พอมั้ง "
" ถ้ากู้าคนเดียว กูก็บอกเอาคนเดียวแล้วนะสิ กูจะเรียกใช้สองคนเพื่อ " ฟีนิกซ์บอก
" ยิ่งมึงอยากรู้เื่ของกูมากเท่าไหร่ มึงรู้ตัวมั้ยว่ามึงยิ่งสายอะ อาท " ฟีนิกซ์บอก
" เออ เออ งั้นมึงสามตัวบาท รีบตามกูมาเลย " อาท
กล่าวเสร็จก็เดินออกจากร้านไป
หลังจากอาทออกไปจากร้านและขึ้นรถได้ไม่นาน เรียกได้ว่าใกล้แทบจะทันที ฟีนิกซ์ โอม ฝัด ก็ไปขึ้นรถ
ของอาท จากนั้นรถจึงค่อยออกตัว
ไม่นานทั้งสี่ ก็มาถึงยังดาดฟ้าโรงพยาบาล
พอมาถึง อาทก็กำลังจะเดินเข้าไปใกล้แบบพอควร เพื่อจะได้เกลี้ยกล่อมแบบไม่ให้คนรู้สึกว่ากำลังจะโดนรวบตัว
แต่ก่อนจะได้ทำแบบนั้น ฟีนิกซ์ที่คิดว่าเป็คนที่ตนรู้จัก จึงขออาทลองพูดคุยเป็คนแรกเอง
" น้องจิตครับ พี่รู้นะ ว่าน้องไม่อยากทำแบบนี้หรอก แต่น้องเ็ปใช่มั้ย ที่ไอ้ผู้ชายคนนั้นทิ้งน้องไปอะ จึงเลือกมาทำแบบนี้ แต่พี่ว่า เพื่อผู้ชายคนเดียว มาทำแบบนี้มันไม่คุ้มหรอกนะครับ เชื่อพี่แล้วลงมาเถอะนะครับ ตรงนั้นมันอันตราย " ฟีนิกซ์กล่าว
ผู้หญิงที่ได้ยินเสียงของฟีนิกซ์ คนก็หันมามองฟีนิกซ์ และกล่าว " พี่กระตั้วน้อย "
ฟีนิกซ์ที่ได้เห็นใบหน้าของหญิงสาวชัดๆที่ไม่ใช่ด้านหลังหรือด้านข้างบวกคำทัก คนก็อึ้งไปก่อนจะกล่าวทัก " น้องซันคอนัวร์ "