ตอนที่ 22
เริ่มต้นการค้าขาย (22)
วันถัดมาจูเฟยรีบออกจากบ้านแต่เช้าพร้อมกับมารดาเพื่อมุ่งตรงไปที่บ้านของท่านยายหวัง วันนี้นางต้องรีบกระทำทุกอย่างให้เสร็จได้รวดเร็วที่สุดเพราะว่ามีนัดกับชายชราผู้นั้นใน่บ่าย
นางจะคำนับชายชราผู้นั้นเป็อาจารย์เพื่อให้อีกฝ่ายสั่งสอนเกี่ยวกับเื่พลังิญญาและการใช้ความสามารถเหนืุ์ต่างๆ จูเฟยคิดว่าของพวกนี้มันเป็สิ่งที่ไม่สามารถมองข้ามได้เพราะว่ามันอาจจะสร้างผลประโยชน์มากมายให้นางก็ได้
ดูอย่างตอนที่ชายชราผู้นั้นได้สร้างรั้วบางอย่างขึ้นมาเพื่อกีดกันเหล่าปลาให้ไม่สามารถไหว้ผ่านเข้ามาในบริเวณที่นางใช้เพาะปลูกสมุนไพรพฤกษาน้ำได้สิ นั่นก็เป็ความสามารถอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้จูเฟยดูก็รู้ได้แล้วว่าพลังิญญาเป็สิ่งที่นางไม่ควรจะมองข้ามภายในยุคสมัยนี้
อีกอย่างมันก็เป็ความฝันของนางเหมือนกันการที่จะได้ลองใช้สิ่งที่เหมือนกับเวทมนตร์เช่นนี้ ถ้าเป็โลกภายในยุคก่อนของนางก็คงจะพึ่งพาแต่วิทยาศาสตร์ไม่มีเวทมนตร์
วันนี้จูเฟย้าทำบางอย่างนางต้องเข้าไปภายในเมืองอู่หนานเพื่อนำสมุนไพรที่เก็บเกี่ยวมาได้ไปขายให้กับท่านปู่จ้าวที่เป็เ้าของร้านสมุนไพรจากนั้นก็ต้องไปติดต่อซื้อเมล็ดสมุนไพรกับเถ้าแก่หวง หลังจากที่นางทำทุกอย่างจนเสร็จนางก็ตั้งใจจะไปหาชายชราผู้นั้นตามสถานที่นัดหมาย
เมื่อออกเดินทางไปถึงบ้านของท่านยายหวังจูเฟยก็ได้หยิบข้าวของมากมายช่วยมารดาและท่านยายหวังในการขนขึ้นไปบนรถม้า ตอนนี้จำนวนผักที่ค้าขายในแต่ละวันมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นจนเรียกได้ว่าสามชีวิตทำงานกันอย่างหนักเหนื่อยถึงจะสามารถขนผักพวกนี้กันหมด
เมื่อขนผักขึ้นไปบนรถม้าเสร็จเรียบร้อยแล้วจูเฟยก็ทำการติดต่อกับเ้าของรถม้าผู้เดิมเพื่อให้ย้อนกลับมาขนสมุนไพรไปอีก 1 รอบ
รถม้าได้วิ่งออกไปจากบ้านท่านยายหวังเพื่อมุ่งตรงไปสู่ตลาดของเมืองอู่หนาน ในขณะที่รถม้าวิ่งออกไปจูเฟยก็ไม่รีรอวิ่งไปด้านหลังของที่ดินของท่านยายหวังทันที นางไปเริ่้มจัดเตรียมของหลายอย่างทั้งสมุนไพรที่จะนำไปค้าขายในวันนี้และอื่นๆด้วยเพื่อเตรียมตัวรอรถม้าวิ่งกลับมาแล้วจะได้เดินทางไปทันทีไม่ต้องเสียเวลาไปทำอันใดอีก
ผ่านไปสักพักใหญ่ๆรถม้าวิ่งกลับมาที่บ้านของท่านยายหวังเช่นเดิม ดูเหมือนว่าท่านลุงที่เป็เ้าของรถม้าจะเป็คนสนิทกับท่านยายหวัง เมื่อกลับมารับจูเฟยแต่ละครั้งเขาก็มาช่วยเด็กน้อยขนสมุนไพรที่มากมายขึ้นไปบนหลังรถม้าตลอด
ผู้คนในยุคนี้ช่วยเหลือกันเป็อย่างดีไม่ค่อยแก่งแย่งชิงดีกันสักเท่าไหร่ไม่เหมือนภายในยุคของนาง อาจจะเป็เพราะว่านางนั้นมาอาศัยอยู่ภายในเมืองชนบทก็ได้ บางทีภายในเมืองหลวงน่าจะเต็มไปด้วยคนที่แก่งแย่งชิงดีกันไม่ต่างจากภายในยุคของนาง
รถม้าที่บรรทุกสมุนไพรมุ่งตรงเข้าไปยังเมืองอู่หนาน วิ่งผ่านถนนเส้นหลักแต่ก็เลี้ยวเข้าไปภายในตรอกซอยเล็กๆแห่งหนึ่งเพื่อเข้าไปที่ร้านของท่านปู่จ้าว
วันนี้การค้าขายก็เต็มไปด้วยความราบรื่น เด็กน้อยนั่งดื่มชาอยู่ใจกลางร้านสมุนไพรพร้อมกับแกว่งขาทั้งสองข้างไปมาอย่างอารมณ์ดี
จูเฟยมักจะเป็อย่างนี้อยู่บ่อยครั้งเมื่อนางมาค้าขายสมุนไพรแล้วรู้ว่าตนเองนั้นจะได้กำไรกลับไป
“ เอานี่ยัยหนูจู ” ท่านปู่จ้าวเดินมาพร้อมกับยืนถุงเงินให้กับจูเฟย
จูเฟยดวงตาเปล่งประกายขึ้นมาทันทีนางวางถ้วยน้ำชาด้วยมือและละทิ้งทุกอย่างพร้อมกับมุ่งตรงความสนใจมาที่ถุงเงินที่ถูกส่งให้ สองมือของเด็กน้อยยืนไปถุงเงินนั้นเอาไว้อย่างเบามือประคองมันประหนึ่งลูกน้อยแรกเกิด
นางนำมันเข้ามาแล้วเปิดดูข้างในเพื่อตรวจเช็คจำนวนเงิน ดวงตาเปล่งประกายเมื่อเห็นเงินจำนวนหนึ่งนอนนิ่งอยู่ใต้ถุงผ้าที่นางกำลังถือ เท่านี้ความเหนื่อยของนางก็แทบจะหายไปทันที
จูเฟยรีบเก็บถุงเงินนั้นเข้าไปภายในเสื้อของตนเองทันที มือเล็กๆตบเข้าที่ถุงเงินที่อยู่ภายในเสื้อพร้อมกับพึมพำอย่างเบาๆ “ นอนให้สบายนะเด็กดีๆ ”
ท่านปู่จ้าวที่นำถุงเงินให้กับเด็กน้อยที่อยู่ด้านหน้าเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาก็ค่อยๆหย่อนก้นนั่งลงบนเก้าอี้ที่อยู่ตรงข้ามกับจูเฟย
จูเฟยละความสนใจกลับมาอยู่ที่ท่านปู่จ้าวตรงหน้าของตนเองอีกครั้ง
“ ท่านปู่จ้าวเ้าคะ~ ”
“ ว่าเยี่ยงไร?? เงินไม่ครบงั้นรึ ” อีกฝ่ายถามตรงกลับมาทันที
“ ไม่เ้าค่ะ!!! ข้าเพียงแค่อยากจะถามเื่สถานการณ์ที่เมืองหลวงในตอนนี้ ” นี้เป็อีกเื่นึงที่นางอยากจะรู้สถานการณ์ตอนนี้ของเมืองหลวงเป็เช่นไรบ้าง ถึงแม้ว่านางจะไม่ได้ค้าขายสมุนไพรหยางอี้แล้วแต่ว่าการสืบข่าวเพื่อเป็ข้อมูลของตนเองเอาไว้เผื่อจะเป็ประโยชน์ในการค้าขายก็เป็เื่ที่ควรจะทำ
ถ้าตัวของนางคาดเดาเอาไว้ไม่ผิดอีกไม่นานสมุนไพรชนิดนี้มันต้องล้นตลาดเพราะว่าความ้านั้นลดต่ำลง เมื่อโรคระบาดที่กำลังเล่นงานเมืองหลวงอยู่ในตอนนี้มันหายไป
“ เมืองหลวงงั้นรึ?? ”
“ เ้าค่ะ~ ” เด็กน้อยพยักหน้าขึ้นลงด้วยความอยากรู้
“ เ้าคงจะหมายถึงเื่โรคระบาดใช่หรือไม่ ”
นางพยักหน้าอีกครั้ง
“ ตอนนี้โรคระบาดมันก็ยังคงเป็ไปอย่างต่อเนื่อง ความ้าของสมุนไพรก็ยังมีมากขึ้น ”
“ ตอนนี้เมืองหลวงปิดการเข้าออกแล้วใช่หรือไม่เ้าคะ ” จูเฟยถาม นาง้าจะยืนยันบางอย่างถ้าเมืองหลวงปิดการเข้าออกเรียบร้อยแล้วอีกไม่นานโรคระบาดมันต้องหมดลงอย่างแน่นอนและไม่มีโอกาสที่จะลุกลามไปเมืองอื่น
แต่ถ้าเมืองหลวงไม่ได้ปิดเมืองมันอาจจะทำให้โรคระบาดกระจายไปที่เมืองอื่นจนทำให้ความ้าของสมุนไพรหยางอี้จะเพิ่มสูงขึ้นและลดน้อยลง
“ ปิดแล้ว~ ตอนนี้ที่เมืองหลวงไม่ให้ผู้ใดเข้าออกการค้าขายสมุนไพรก็เป็ไปอย่างเคร่งครัดโดยการไม่ให้โรคระบาดแพร่กระจายไปที่เมืองอื่นๆ ไม่เช่นนั้นทั่วทั้งแคว้นก็คงจะได้รับผลกระทบอย่างหนัก ”
“ แล้วท่านปู่จ้าวได้ขายสมุนไพรหยางอี้ไปหมดหรือยังเ้าคะ ”
“ ยังเลย~ เหลือสมุนไพรรอบสุดท้ายที่ข้ากำลังจะขายให้กับพ่อค้าคนสนิท แต่ก็คิดอยู่ว่าจะเก็บไว้เก็งกำไรอีกสักหน่อยดีหรือไม่ ”
“ ขายไปเลยเ้าค่ะ!! ” จูเฟยกล่าวออกมาอย่างเด็ดขาดหนักแน่น การเก็งกำไรใน่เวลานี้ถ้ารอไปอีกสักพักคงจะได้ขาดทุนแทนที่จะได้กำไรอย่างแน่นอน
ท่านปู่จ้าวที่เป็เ้าของร้านสมุนไพรที่นั่งอยู่ด้านหน้าประหลาดใจเล็กน้อย ดวงตามองเด็กน้อยด้านหน้าด้วยความฉงนหลังจากที่เห็นยัยหนูจูกล่าวออกมาอย่างหนักแน่นเช่นนั้น
“ เ้าไปรู้อันใดมางั้นรึยัยหนู?? ” อีกฝ่ายถาม เขามองเห็นจูเฟยที่ทำท่าทางจริงจังและหนักแน่นในคำพูดเช่นนั้นก็อดสงสัยไม่ได้
เด็กน้อยที่อยู่ด้านหน้าฉีกยิ้มก่อนที่จะพูดออกมา “ ท่านเชื่อข้าน่ะเ้าคะ!! ขายไปในตอนนี้ดีที่สุด ” นางยังคงยืนยันคำเดิม อีกฝ่ายเป็ดูค้าของนาง จูเฟยเองไม่ได้อยากให้ร้านสมุนไพรของท่านปู่จ้าวขาดทุนนักหรอกไม่เช่นนั้นมันก็จะเป็เหมือนกับการตัดขาของนางเอง
ร้านของท่านปู่จ้าวผูกขาดการซื้อขายกับพ่อค้าต่างเมือง จุดที่ดีมันก็คือการที่สมุนไพรมันสามารถขายออกได้อย่างง่ายดายไม่ต้องรอให้ผู้คนภายในเมืองมาซื้อ
หลังจากจบเื่การซื้อขายสมุนไพรเรียบร้อยแล้วจูเฟยได้มุ่งตรงไปยังร้านขายเมล็ดของเถ้าแก่หวงเพื่อทำการซื้อเมล็ดต้นพฤกษาน้ำและต้นหญ้าเลื้อยคลาน
เดินผ่านตลาดมุ่งตรงไปยังร้านขายเมล็ดที่ตั้งอยู่บริเวณริมถนนใหญ่ จูเฟยที่เป็ลูกค้าประจำของร้านนี้ นางก็เดินเข้าไปด้านในอย่างไม่รีรอ เมื่อเดินเข้ามาภายในร้านก็พบเห็นกับเถ้าแก่หวงที่นั่งอยู่ภายในร้าน
“ อ้าวยัยหนูจู!! ” เถ้าแก่หวงกล่าวทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเป็มิตรพร้อมกับเดินเข้ามาหาลูกค้าตัวน้อยของตนเองทันที
“ คารวะเถ้าแก่หวงเ้าค่ะ ” จูเฟยกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม
“ เป็เช่นไรบ้างวันนี้มาหาข้าจะมาซื้อเมล็ดอันใด ” อีกฝ่ายก้มใบหน้าของตนเองลงมาหานาง
“ ข้าอยากได้เมล็ดเหมือนเดิมเ้าค่ะจำนวนเท่าเดิมด้วย ”
“ ได้ๆ ”
เถ้าแก่หวงได้เดินเข้าไปหยิบเมล็ดต้นพฤกษาน้ำและต้นหญ้าเลื้อยคลานออกมาตามจำนวน จูเฟยทำการซื้อพวกมันเพียงแค่อย่างละ 1 ถุงเท่านั้น นี่คือสิ่งที่นางทำได้การจะซื้อเมล็ดของพวกมันไปมากกว่านี้นางเองก็รู้ตนเองดีว่าไม่สามารถปลูกมันหมดและก็ต้องเหลือ สู้นำมันไปเท่าที่ตัวเองนั้นกระทำได้ดีกว่าถึงอย่างไร สมุนไพรสองสิ่งนี้ท่านปู่จ้าวก็รับซื้อตลอด
จูเฟยทำการซื้อขายกับเถ้าแก่หวงจนเสร็จเรียบร้อย
“ ว่าอย่างไรกินขนมแล้วน้ำชามั้ย ” อีกฝ่ายพูดออกมาด้วยความเอ็นดู
“ ไม่ไหวแล้วเ้าค่ะ~ ” จูเฟยลูบท้องน้อยๆของนางที่ตอนนี้มันอัดแน่นไปด้วยขนมและน้ำชาจากร้านของท่านปู่จ้าวเมื่อครู่
“ ว่าแต่!! เถ้าแก่หวงเ้าคะ พอดีว่าท่านพอจะรู้จักร้านหลังเล็กๆที่ยังคงว่างอยู่บริเวณด้านหน้าเมืองหรือไม่เ้าคะ ” จูเฟยเอ่ยถาม
นางกำลังกล่าวถึงร้านเล็กๆที่มันยังคงว่างเปล่าอยู่ด้านหน้าของตลาด ทางเดินผ่านมันแทบทุกครั้งที่เดินทางเข้ามาภายในเมืองอู่หนานและตลาด มองดูแล้วมันเป็ทำเลที่ตั้งที่ดีที่น่าจะเหมาะกับการให้ท่านยายหวังและท่านแม่เปิดร้านขายผักตรงบริเวณ
เถ้าแก่หวงทำหน้าตาฉงน คิ้วทั้งสองข้างไหลมารวมกันบริเวณกลางหน้าผาก ผ่านไปสักพักใบหน้าก็เริ่มปรากฏซึ่งคำตอบ เถ้าแก่หวงทำหน้าทำตาราวกับนึกบางอย่างขึ้นมาได้
“ หรือว่าเ้าจะหมายถึงร้านเล็กๆที่ตั้งอยู่บริเวณทางถนนด้านขวาของตลาด ”
“ ใช่เ้าค่ะร้านแห่งนั้นแหละ ข้าอยากจะรู้ว่าสามารถติดต่อเช่าได้ที่ผู้ใดได้บ้าง ” นางเห็นว่าที่สถานที่แห่งนั้นก็ไม่มีผู้ใดอาศัยอยู่ มันควรจะเรียกว่าเป็บ้านเสียด้วยซ้ำเป็บ้านหลังเล็กๆที่อยู่ภายในย่านตลาด แต่ในเมื่อตอนนี้ไม่มีผู้ใดอาศัยอยู่ก็น่าจะสามารถติดต่อการเช่าได้เพื่อเปิดร้านขายผักได้
“ ร้านแห่งนั้นข้ารู้จักกับเ้าของนะ แต่ว่าเ้าเองก็ต้องไปถามเขาเองว่าเขาจะให้เ้าเช่าบ้านหลังนั้นหรือไม่ ”
“ ผู้ใดเป็เ้าของหรือเ้าคะ!! ” จูเฟยทำหน้าทำตาอยากรู้ออกมา
จบตอน