เงาสามเงาก้าวผ่านหลักหินเหนือที่แตกโดยไม่มีสิ่งใดขวาง
ลมหนาวพัดชายเสื้อดำของพวกมันแนบลำตัวแต่ไม่ปรากฏเสียงรองเท้าบนหิมะ แม้ระยะห่างจากกำแพงเหลือไม่ถึงสิบจั้งชายทั้งสามก็ยังเดินเนิบช้า ราวกับโม่เหอเป็เรือนร้างซึ่งเ้าของได้หนีไปหมดแล้ว
เยี่ยซิงเหอกำด้ามกระบี่เงาดาราแน่นขึ้น
เืใต้ผ้าพันมือยังอุ่น ข้อมือปวดตุบตามแรงสะท้อนจากค่ายกลข้อเท้าขวารับน้ำหนักได้ไม่เต็มที่ หากต้องประมือกับคนบนเขาในสภาพนี้เขาอาจชักกระบี่ได้เพียงครั้งเดียว
ผู้เฒ่าโม่กลับเอาปลายไม้เท้าเคาะพื้นสองครั้ง
ชาวบ้านที่ยืนต่อแถวเข้าใจสัญญาณ พวกเขาดับตะเกียงดวงที่สองเหลือแสงเพียงดวงเดียวในเรือนกลางแล้วพาเด็กกับคนชราเคลื่อนลงสู่ห้องเก็บเสบียงด้านหลังโดยไม่มีเสียงร่ำไห้
“ห้ามผู้ใดอยู่ลำพัง” ผู้ใหญ่บ้านกระซิบ “บ้านหนึ่งคู่หนึ่งตรอกหนึ่งสี่คน”
คำสั่งสั้น ๆ ส่งต่อกันจากปากหนึ่งสู่อีกปากหนึ่งหมู่บ้านซึ่งเมื่อครู่เกือบแตกเพราะความกลัวพลันเงียบสนิท
ความเงียบนั้นมิได้ทำให้ผู้มาเยือนชะงัก
คนกลางยกมือขึ้น ชายอีกสองคนแยกไปทางซ้ายและขวาคนหนึ่งมุ่งสู่ป่าสนหลังเรือนฝั่งตะวันตก อีกคนเดินตามแนวกำแพงตะวันออกส่วนคนกลางตรงเข้าหาช่องแตกทางเหนือ
“พวกมันแบ่งค้น” เยี่ยซิงเหอกล่าว
“มันรู้แล้วว่าชั้นนอกดับ” ผู้เฒ่าโม่ตอบ“บัดนี้มัน้ารู้ว่าชั้นในซ่อนสิ่งใด”
“ให้ข้าไปปิดบ้าน”
“บ้านเ้านั่นแหละที่ห้ามกลับ”
เยี่ยซิงเหอมองตรอกเหนือ บ้านดินหลังเล็กของเขาอยู่ปลายทางนั้นหน้าต่างยังปิด ประตูยังขัดด้วยไม้ ทว่ากระบี่เคยส่งปราณสีทองออกจากเรือนหลายครั้งแม้กวาดพื้นหรือเผาเสื้อที่เปื้อนเื กลิ่นซึ่งผู้ฝึกวิชาตามหาอาจยังตกค้าง
“ถ้ามันค้นพบสิ่งของของข้าเล่า”
“สิ่งของเสียได้ คนเสียไม่ได้”
ผู้เฒ่าโม่ยื่นถุงผ้าขี้เถ้าให้เขาภายในมีผงสมุนไพรกลิ่นขมปนดินจากก้นบ่อ
“พาคนในเรือนกลางลงทางใต้ดิน” ชายชรากล่าว“ออกตรงยุ้งร้างแล้วเลี้ยวเข้าป่าสน ห้ามข้ามแนวเชือกแดง”
“แล้วท่าน?”
ผู้เฒ่าโม่ปรายตามองชายชุดดำซึ่งใกล้ถึงช่องกำแพง“ข้าจะรับรองแขกสักคน”
ยังไม่ทันที่เยี่ยซิงเหอจะค้าน คนกลางก็หยุดหน้าหลักหินแตก
เขาสวมหน้ากากไม้สีดำ มีรอยเส้นแดงพาดจากหน้าผากถึงคางมือขวาถือโคมกระดูกเล็ก ๆ ซึ่งไม่มีเปลวไฟ ทว่าเมื่อยกโคมผ่านรอยเกลือเศษเกลือสีเทาบนพื้นกลับลอยขึ้นแล้วติดขอบโคมทีละเม็ด
“ชั้นหนึ่งแตก” เสียงหลังหน้ากากแหบต่ำ “ชั้นกลางยังหมุนชั้นในปิดกลิ่น”
ชายทางตะวันออกหัวเราะเบา ๆ“หมู่บ้านชายแดนเลี้ยงคนวางค่ายกลไว้จริง”
คนกลางก้มแตะรอยเืจางบนหิมะรอยนั้นเป็เืของผู้เฒ่าโม่ซึ่งกระเด็นตอนรับหินขอบบ่อ มิใช่เืของซิงเหอแต่ชายชุดดำก็ยังใช้นิ้วถูแล้วดม
“คนแก่ าเ็ ไม่ใช่เป้าหมาย”
เขาก้าวข้ามแนวผนึก
ไม้เท้าของผู้เฒ่าโม่ตกลงตรงปลายรองเท้า
ปัง!
พื้นแข็งยุบเป็หลุมตื้น ชายชุดดำชักเท้ากลับครึ่งก้าวโคมกระดูกในมือสั่นจนเม็ดเกลือร่วงหมด
ผู้เฒ่าโม่เดินออกจากเงาเรือน มือหนึ่งถือไม้เท้าอีกมือหิ้วไหสุราว่างเปล่าสีหน้าเหมือนเ้าของบ้านที่ถูกปลุกกลางดึกมากกว่าผู้เฝ้าหมู่บ้านซึ่งกำลังถูกล้อม
“มายามวิกาล ไม่เคาะประตู ยังเหยียบแปลงผักข้า” เขากล่าว“สำนักใดสอนมารยาทเช่นนี้”
คนกลางมองรอยยุบใต้เท้า “คนแก่ เ้าใช้แรงจากชั้นกลาง”
“ข้าใช้ไม้เท้า”
“ไม้เท้าของเ้าแตะแนวผนึกได้”
“ไม้ของข้าถูกกว่ารองเท้าเ้า หากกลัวก็ถอดรองเท้าคลานเข้ามา”
ผู้มาเยือนไม่โกรธ เขาเพียงยกมือเป็สัญญาณ
ชายอีกสองคนหายไปหลังเรือนพร้อมกัน
เสียงประตูบ้านฝั่งตะวันออกถูกงัดดังขึ้นทันที
ผู้เฒ่าโม่มิได้หันไปมอง คนกลางก็ไม่มองเช่นกันทั้งคู่รู้ว่าคำพูดตรงช่องกำแพงเป็เพียงการซื้อเวลาผู้ที่ตัดสินผลลัพธ์อยู่ในตรอกมืดทั้งสองฝั่ง
เยี่ยซิงเหอถอยตามเงาเรือนกลางไปยังประตูหลัง
คนชราสิบกว่าคนกำลังลงบันไดดิน เด็กเล็กถูกอุ้มเด็กโตคาบชายเสื้อกันร้อง อาเหวินยืนท้ายแถวพร้อมหอกไม้ เขายังพันแผลที่ต้นแขนแต่แววตาไม่เหลือความลังเลแบบวันที่เห็นหมาป่าหิมะ
“ทางเปิดแล้ว” อาเหวินบอก “แต่คนป่วยสามคนเดินไม่ทัน”
“ใช้แผ่นประตูเป็เปล” เยี่ยซิงเหอสั่ง “อย่าจุดไฟ ข้าจะนำ”
เขาเปิดฝาไม้ใต้กองฟืน กลิ่นดินชื้นลอยขึ้นทางใต้ดินเป็ร่องระบายน้ำเก่าซึ่งสูงเพียงให้คนก้มเดินได้เคยเชื่อมบ่อกลางกับยุ้งเก็บธัญพืช เมื่อผู้เฒ่าโม่ซ่อมค่ายกลเขาเปลี่ยนบางส่วนเป็ทางหนีโดยไม่เคยบอกชาวบ้านทั้งหมด
คืนนี้ความลับนั้นถูกใช้เร็วกว่าที่ควร
เยี่ยซิงเหอโรยผงขี้เถ้าลงบนขั้นแรก
ผงสีเทาปลิวไปทางเหนือ ทั้งที่ลมในอุโมงค์พัดใต้
มีแรงบางอย่างกำลังดึงกลิ่นิญญาจากใต้ดินขึ้นสู่หมู่บ้าน
“อย่าให้ผู้ใดแตะผนัง” เขากล่าว “เดินกลางทางเท่านั้น”
อาเหวินพยักหน้าแล้วส่งคำสั่งต่อ
เหนือศีรษะ เสียงตู้กับข้าวล้มดังมาจากเรือนแรกชายชุดดำไม่ได้เพียงมองหาเ้าของ มันเปิดไหข้าว ฉีกฟูก เจาะพื้นและใช้ปลายมีดขูดคราบจากเตาไฟ
บ้านหลังที่สองถูกค้น
จากนั้นหลังที่สาม
ทุกเสียงใกล้เรือนกลางขึ้นเรื่อย ๆ
เยี่ยซิงเหอพาคนป่วยคนสุดท้ายลงร่อง อาเหวินเตรียมปิดฝาแต่เสียงร้องสั้น ๆ ดังจากตรอกตะวันตก
มิใช่เสียงชาวบ้าน
ชายชุดดำผู้ไปทางป่าสนเหยียบเชือกแดง
แนวเชือกที่ดูเหมือนใช้ตากสมุนไพรพลันรัดข้อเท้ารากสนใต้หิมะยกตัวพร้อมกัน พื้นยุบลงเปิดปากหลุมซึ่งเชื่อมกับร่องน้ำเก่าชายผู้นั้นฟันเชือกขาดได้ในครั้งเดียว แต่จังหวะที่ปลายเท้าแตะพื้นด้านล่างอักขระดินสี่จุดก็ปิดเข้าหากัน
เสียงไม้เท้าของผู้เฒ่าโม่ดังผ่านดิน
หนึ่งครั้ง
สองครั้ง
สามครั้ง
ร่องน้ำระหว่างชายชุดดำนั้นกับหมู่บ้านถูกแผ่นหินเลื่อนปิดเขาถูกแยกไว้ใต้ป่าสน ไม่ตาย ไม่าเ็ เพียงออกมาไม่ได้ชั่วคราว
คนกลางหน้าช่องกำแพงเอียงศีรษะ“เ้าปล่อยให้ข้าเข้ามาเพื่อปิดคนของข้า”
“คนแก่ยกของหนักไม่ไหว” ผู้เฒ่าโม่ตอบ “ปิดทีละคนง่ายกว่า”
“เช่นนั้นข้าจะเปิดทีละบ้าน”
เสียงฝีเท้าของชายทางตะวันออกเปลี่ยนทิศเขาเลิกค้นเรือนอื่นและมุ่งสู่เรือนกลาง
เยี่ยซิงเหอได้ยินจากใต้พื้น
ยังมีเด็กเจ็ดคนกับคนป่วยสามคนอยู่ในร่องหากชายผู้นั้นเจาะพื้นเรือนกลาง ทางหนีทั้งหมดจะถูกพบ
เขาวางมือบนผนังดินทั้งที่เพิ่งสั่งคนอื่นห้ามแตะ
ความเย็นซึมเข้าฝ่ามือ แต่ใต้ความเย็นมีเส้นร้อนบาง ๆวิ่งจากแนวเหนือไปยังบ่อกลาง ชั้นกลางของค่ายกลยังบิดทิศและปิดกลิ่นทว่าเมื่อชั้นนอกแตก มันต้องรับแรงแทนมากเกินไป
หากเขาส่งปราณทองเข้าไปเพียงน้อย อาจทำให้เส้นร้อนเปลี่ยนทางล่อผู้ค้นออกจากเรือนกลางได้
คำเตือนของผู้เฒ่าโม่ดังขึ้นในใจ—อย่าใช้ปราณทองต่อหน้าสิ่งซึ่งเ้าไม่รู้จัก
เยี่ยซิงเหอมองแผ่นประตูที่ใช้หามคนป่วยเด็กผู้หนึ่งใต้เปลกำลังกลั้นไอจนหน้าแดง
เขามิได้มีเวลารอทางที่ปลอดภัย
“พาทุกคนไปต่อ” เขาบอกอาเหวิน “ถึงทางแยกให้เลี้ยวตะวันตกแล้วหยุดใต้ยุ้ง”
“เ้าเล่า”
“ข้าจะปิดกลิ่น”
อาเหวินเห็นมือเขาบนผนัง “ผู้เฒ่าห้ามเ้าใช้พลัง”
“ข้าไม่เปิดมันทั้งหมด”
“คำนี้มักตามด้วยเื”
“คราวนี้อาจตามด้วยไอของเด็ก”
อาเหวินเม้มปาก ก่อนหันไปยกเปลต่อ เขาไม่เห็นด้วยแต่เลือกช่วยให้การตัดสินใจของเยี่ยซิงเหอมีความหมาย
เมื่อแถวเคลื่อนพ้น เยี่ยซิงเหอจึงหลับตา
ปราณสีทองในท้องน้อยมิได้รวมเป็ก้อนมั่นคงมันเป็เพียงเส้นบางหลายเส้นซึ่งกำลังพันกันรอบจุดว่างผู้เฒ่าโม่เรียกสภาพนี้ว่าเส้นทางผิดตำรา—เหมือนสร้างฐานเรือนก่อนขุดดินให้เรียบ
เขาดึงออกมาเพียงเส้นเดียว
ความร้อนแล่นจากท้องน้อยถึงฝ่ามือ เส้นร้อนในผนังตอบรับทันทีแสงสีทองไม่ปรากฏภายนอก แต่กลิ่นดินชื้นเปลี่ยนเป็กลิ่นเหล็กอุ่น
เหนือพื้น ชายชุดดำหยุดหน้าประตูเรือนกลาง
“อยู่ใกล้” เขากล่าว
เยี่ยซิงเหอพาปราณทองไหลไปทางตะวันออกตั้งใจให้มันออกตรงยุ้งร้างซึ่งไม่มีคน
วิธีแรกได้ผลเพียงครึ่งเดียว
ชั้นกลางที่แตกร้าวรับพลังของเขาแล้วสั่นกลับเส้นปราณอีกหลายเส้นในท้องน้อยถูกกระชากตามออกมาจุดว่างซึ่งกำลังก่อรูปพลันเกิดเสียงร้าวในความรู้สึก
กึก
เยี่ยซิงเหอคุกเข่าลง เืคาวพุ่งถึงลำคอ
เขากลืนมันกลับ ไม่ให้แม้แต่หยดเดียวแตะดิน
รากฐานทองคำซึ่งยังไม่ทันสมบูรณ์แตกร้าวเป็เส้นเล็กจากแรงย้อนหากฝืนต่ออีกลมหายใจ รอยนั้นอาจขยายจนการรวบรวมปราณหลายวันที่ผ่านมาเสียเปล่า
ทว่าคนเหนือพื้นยังไม่เดินจากไป
เยี่ยซิงเหอจึงใช้ฝักกระบี่แทนเส้นปราณ
เขากดปลายฝักเข้าผนังรับแรงทองที่ไหลย้อนแล้วพามันผ่านเนื้อเหล็ก กระบี่เงาดาราส่งเสียงครางต่ำก่อนแรงทั้งหมดจะพุ่งไปยังยุ้งร้างด้านตะวันออก
เปรี๊ยะ!
ตะเกียงน้ำมันที่แขวนไว้เป็เหยื่อล่อแตกแสงวาบขึ้นหลังเรือนว่าง
ชายชุดดำหน้าประตูเรือนกลางหันตามกลิ่น
“พบแล้ว”
เขาทิ้งประตู เดินเร็วไปทางตะวันออก
เยี่ยซิงเหอถอนมือจากผนัง หอบโดยไม่มีเสียงฝ่ามือที่พันไว้แดงชุ่มกว่าเดิม จุดร้าวในท้องน้อยยังเจ็บเหมือนมีเศษเหล็กฝังอยู่
เขาซื้อทางรอดให้คนสิบคนด้วยรากฐานของตน
และศัตรูได้กลิ่นสิ่งที่ตามหาเป็ครั้งแรก
* * *
ชายชุดดำถึงยุ้งร้างก่อนแสงตะเกียงดับ
เขาใช้มีดสั้นกรีดประตู ไม่พบผู้ใดด้านในพบเพียงร่องปราณสีทองบางจนแทบมองไม่เห็นติดอยู่บนฝักไม้เก่า
คนกลางจากช่องกำแพงตามมาถึง เขาคุกเข่าแตะรอยนั้นสีหน้าหลังหน้ากากมองไม่เห็น แต่ลมหายใจซึ่งเคยสม่ำเสมอพลันหนักขึ้น
“เด็กคนนั้นอยู่ที่นี่” เขากล่าว
“กลิ่นถูกพาไปตามค่ายกล” ชายอีกคนตอบ “อาจเป็กับดักของคนแก่”
“กับดักไม่สร้างปราณชนิดนี้ขึ้นมาเอง”
คนกลางใช้ปลายมีดขูดไม้ที่มีรอยทองออกมาเป็เศษเขาวางมันบนฝ่ามือแล้วหันไปสี่ทิศ เศษไม้สั่นเมื่อชี้ไปทางบ่อสั่นแรงกว่าเดิมเมื่อชี้ไปทางตรอกเหนือ
ชายอีกคนก้มตรวจรอยเท้ารอบยุ้ง “ไม่มีรอยเด็กมีแต่คนป่วยกับคนแก่ผ่านใต้ดิน”
“มันพาคนหนี แล้วส่งพลังมาลวงเรา”
เขาหยิบด้ายดำเส้นหนึ่งพันเศษไม้ แล้วแขวนไว้ใต้โคมกระดูกด้ายเอียงไปทางยุ้งก่อน จากนั้นค่อย ๆ หมุนกลับสู่ตรอกเหนือ
ผู้เฒ่าโม่กระแทกไม้เท้าลงสองครั้งชั้นกลางทำให้เรือนทั้งสองฝั่งดูเหมือนเลื่อนตำแหน่งในหมอกแต่โคมกระดูกไม่มองด้วยตา มันตามสิ่งที่รากฐานทองคำทิ้งไว้
ใต้ยุ้ง เด็กคนเดิมกลั้นไอไม่อยู่เสียงไอสั้นเพียงครั้งลอดขึ้นตามช่องไม้
เยี่ยซิงเหอยกนิ้วแตะริมฝีปาก เด็กรีบปิดปากตนอาเหวินก้าวมาบังร่างเขาไว้ แม้รู้ว่าหากศัตรูเปิดพื้นคนถือหอกาเ็เช่นตนแทบต้านไม่ได้
ชายชุดดำเหนือพื้นเงยหน้า “มีคนอยู่ใต้เรา”
คนกลางกลับส่ายหน้า “คนที่เราตามไม่อยู่ตรงนั้น หากเปิดตอนนี้คนแก่จะได้เวลาย้ายเป้าหมายอีก”
เขา้าเยี่ยซิงเหอมากกว่าชีวิตซึ่งซ่อนอยู่ใต้ฝ่าเท้า
คนกลางหยิบกระดาษยันต์สีหม่นออกจากอกเสื้อบนกระดาษไม่มีตัวอักษร มีเพียงจุดเืแห้งตรงกลาง
ผู้เฒ่าโม่ซึ่งยังยืนหน้าช่องกำแพงเห็นสิ่งนั้นจากระยะไกลสีหน้าประชดหายไปทันที
“ซิงเหอ” เสียงของเขาส่งผ่านแนวผนึกลงสู่ทางใต้ดิน“อย่ากลับบ้าน”
เยี่ยซิงเหอซึ่งเพิ่งถึงใต้ยุ้งชะงัก
“มันคืออะไร”
ผู้เฒ่าโม่ไม่ตอบ เขากระแทกไม้เท้าลงพื้นหวังทำให้ชั้นกลางหมุนทิศอีกครั้ง
แต่รากฐานค่ายกลรับแรงจากปราณทองไปแล้วแนวผนึกสั่นโดยไม่เปลี่ยน
คนกลางกัดปลายนิ้ว หยดเืลงบนจุดแห้ง
กระดาษยันต์ลอยขึ้นเหนือฝ่ามือ มันหมุนช้า ๆ หนึ่งรอบดึงไอสีซีดจากทุกเรือนเข้าหาตัว กลิ่นของคนป่วย เด็ก คนชราและสัตว์เลี้ยงซ้อนกันเป็สายยุ่งเหยิง
จากนั้นรอยปราณสีทองซึ่งเยี่ยซิงเหอส่งผ่านผนังก็สว่างขึ้น
ไอทั้งหมดแยกออกจากกัน
ปลายยันต์หันผ่านยุ้งร้าง ผ่านเรือนกลางแล้วหยุดตรงปลายตรอกเหนือ
ตรงไปยังบ้านของเยี่ยซิงเหอ