
โยซึรุลืมตาอีกครั้งหลังจากแสร้งทำเป็ว่าหลับเธอหันไปมองเคนจิที่หลับไปด้วยความมึนเมาข้างกายเด็กหนุ่มยังคงหลับสนิทนอนหายใจสม่ำเสมอเป็จังหวะ
หญิงสาวลุกขึ้นหยิบเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายขึ้นมาใส่ทีละชิ้นก่อนเดินออกจากห้องพักส่วนตัว
เธอก้าวลงมาที่ชั้นสี่จนหันไปเห็นคนที่ตามหาโคมไฟหนึ่งดวงเปิดอยู่บริเวณโซนพื้นที่นั่งเล่นกลางสำนักงานเห็นเด็กหนุ่มที่คุ้นเคยกำลังก้มหน้านั่งเขียนบันทึกอะไรบางอย่างลงในสมุดโน้ตเธอยิ้มเล็กน้อย
“ทำอะไรอยู่น่ะอาซากุระคุง”
หญิงสาวชะโงกหน้าเอ่ยถามจากด้านหลังอีกฝ่ายเหมือนว่าเด็กหนุ่มที่กำลังจดจ่อจะสะดุ้งเล็กน้อย
“กำลังจดบันทึกแยกความสามารถของทุกคนไว้น่ะครับ”
เรย์หันมาเลิกคิ้วตอบอย่างแปลกใจเพียงชั่วครู่เมื่อเห็นหญิงสาวปรากฏตัวในสภาพสวมเสื้อกล้ามผ้าบางและกางเกงขาสั้นเว้าสูงจนน่าหวาดเสียว
เขารีบข่มใจ ก้มหน้าก้มตาจดบันทึกต่อไป
“หืม—น่าชมเชยเหมือนกันนี่นา ไหนขอฉันดูบ้างสิ”
รุ่นพี่สาวหย่อนก้นนั่งลงข้าง ๆเธอยื่นหน้ามาดูแล้วชะงักไป ในสมุดโน้ตมีตัวหนังสือหนาแน่นเบียดเสียดจนเธอแทบตาลาย
พอคิดว่าเขียนอะไรมากมายขนาดนี้แล้วลองกวาดสายตาอ่านคร่าวๆ ก็พบว่ามีข้อมูลความสามารถของเธอถูกเขียนไว้บนหน้ากระดาษอยู่จริง ๆ
“ดูนี่สิครับพอลองแบ่งหมวดหมู่ออกมา ก็เป็อย่างที่คิดไว้สีที่รุ่นพี่เห็นคือตัวแบ่งแยกระดับความสามารถ—”
เด็กหนุ่มกระแฮ่มเบาๆ หลังจากที่เริ่มบรรยายข้อมูลของทุกคนไปได้สักพักเมื่อรู้สึกว่าใบหน้าของหญิงสาวชะโงกเข้ามาแนบชิดจนเกินไปกลิ่นกายอันเป็ธรรมชาตินั่นทำเอาเด็กหนุ่มใจเต้นไม่เป็ส่ำ
หญิงสาวหัวเราะเบาๆเมื่อเห็นใบหน้าอีกฝ่ายที่ถูกแสงไฟสะท้อนระเรื่อขึ้นเล็กน้อยแต่เธอก็ไม่ได้ดึงใบหน้าออกห่างแต่อย่างใด
“แค่นี้ต้องประหม่าด้วยเหรอทีปีศาจพวกนั้นเธอยังไม่กลัวเลยแท้ ๆ”
รุ่นพี่สาวสบตามอง ประสานแววตากับเรย์
“พอจ้องมองอย่างนี้ตรงๆ ฉันเพิ่งเห็นว่าเธอมีดวงตาที่สวยจังเลยนะ... ชักอิจฉาขึ้นมาหน่อยแล้วสิ”
เรย์เป็ฝ่ายหลุบตาหลบเลี่ยง
“เพราะได้จากแม่ที่เป็ลูกครึ่งเยอรมันมา...แล้วมันก็ไม่ได้น่าอิจฉาขนาดนั้นหรอกนะครับ ตอนสมัยเด็กก็ลำบากอยู่เหมือนกันถูกหาว่าเป็ตัวประหลาดอยู่บ่อย ๆ”
“มันก็แค่ความคิดในวัยเด็กเชื่อสิถ้าตอนนี้พวกเขาได้มาเห็นอีกครั้งคงต้องรู้สึกอิจฉาเหมือนที่ฉันเป็อยู่แน่… จริง ๆ นะ”
ดวงตาของหญิงสาวที่จ้องมาทำเอาตัวเรย์รู้สึกประหม่าขึ้นจนรู้สึกได้อย่างที่เธอว่า
“เอ่อ...รุ่นพี่มีอะไรหรือเปล่าครับ ดึกป่านนี้ทำไมยังไม่ไปพักผ่อน”
เขากลบเกลื่อนสีหน้าเลี่ยงสถานการณ์อิหลักอิเหลื่อด้วยการตั้งคำถาม
“อ๋อ...นั่นสินะ ฉันแค่นอนไม่หลับน่ะ เลยว่าจะหาอะไรอุ่น ๆ ดื่มสักหน่อยแล้วเห็นเธอนั่งอยู่ตรงนี้พอดี...”
หญิงสาวเม้มปากกลอกตาด้วยสีหน้าครุ่นคิดใช้นิ้วชี้แตะปลายคางก่อนจะเอ่ยด้วยกิริยาท่าทางน่ารักจงใจโปรยเสน่ห์
“อ๊ะ! จริงด้วยสิ... ยังมีเื่ที่เธอช่วยชีวิตฉันไว้เมื่อตอนนั้นอยู่นี่นาถ้ามีอะไรที่้าให้ฉันตอบแทน อาซากุระคุงบอกมาได้เลยนะไม่ต้องเกรงใจ”
“อา...คือ ถ้าคิดว่าติดค้างอะไรผมอยู่ล่ะก็ อย่าคิดแบบนั้นดีกว่าเป็ใครก็ต้องทำแบบผมด้วยกันทั้งนั้น”
เขาส่ายหน้ายิ้มเป็เชิงปฏิเสธอย่างสุภาพก่อนแสร้งหันไปจดบันทึกสิ่งที่ค้างไว้ต่อ แม้กลิ่นกายหอมอ่อน ๆจากหญิงสาวโชยมาแตะจมูกจะทำให้เขาตั้งสมาธิต่อไม่ได้ก็ตาม
“ไม่ได้สิฉันเป็คนไม่ชอบติดหนี้บุญคุณใคร...”
หญิงสาวเริ่มกล่าวด้วยน้ำแหบพร่าใช้นิ้วมือเชยคางบังคับใบหน้าอีกฝ่ายให้จ้องมองมายังตน
ั์ตายามพูดของเธอเต็มเปี่ยมไปด้วยเพลิงปรารถนาอย่างโจ่งแจ้ง
“ถ้ามีอะไรที่เธออยากขอเป็กรณีพิเศษฉันสามารถทำให้ได้ทุกอย่างเลยนะไม่ต้องเกรงใจ ไม่ว่าจะเป็เื่อะไรลองขอมาเถอะ”
เรย์กลืนน้ำลายหนึ่งเอือกยังคงพยายามข่มใจส่ายหน้าปฏิเสธเบาๆเพราะเขาคิดว่าเธอคง้าจะหยอกเย้าเล่นเหมือนที่ผ่านมา
“ถ้าคิดแต่เื่ตอบแทนบุญคุณแบบนั้นมันก็มีแต่จะทำให้เราเป็เพื่อนที่ดีต่อกันลำบากขึ้นใช่ไหมล่ะครับ”
“เป็เพื่อนที่ดีต่อกัน...สินะ— แล้วถ้าหากฉันคิดที่จะสนิทสนมกับอาซากุระคุงให้มากกว่านี้จะเป็ไรไหม”
“เอ่อ...ก็ได้ล่ะมั้ง... ครับ”
คำพูดอ้อมค้อมของโยซึรุทำเอาเขาอ้ำอึ้งเริ่มรู้สึกแปลก ๆ ไม่เป็ตัวของตัวเอง
“แต่ว่าอาซากุระคุงเนี่ยไม่ใช่คนที่มีนิสัยชอบคบค้าสมาคมกับใครต่อใครสินะ?”
“นั่นก็เคยมีส่วนจริงอยู่แต่ว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นเลยเปลี่ยนวิธีคิดไปนิดหน่อย”
“เหรอฉันก็เป็เหมือนเธอจนกระทั่ง่นี้นี่แหละ หรือจะพูดให้ชัดขึ้นล่ะก็ก่อนที่จะพบอาซากุระคุง”
“…”
“กล่าวคือไม่ว่าอาซากุระคุงจะพูดยังไง ฉันอยากตอบแทนอะไรสักอย่างให้เธอจริง ๆเมื่อตอบแทนไปแล้ว พวกเราทั้งคู่จะได้เริ่ม...ความสัมพันธ์แบบเพื่อนที่เท่าเทียมกันสักทียังไงล่ะ”
หญิงสาวมองใบหน้าคมคายด้วยความเสน่หาท้ายประโยคเธอกระซิบแ่เบาราวกับสายลมก่อนขยับเข้าไปใกล้แล้วประกบริมฝีปากเขาในที่สุด
ทันทีที่เรียวปากัักันเรย์รับรู้ได้ถึงอารมณ์ซาบซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วร่างของเขาจิตใจยังคงแบ่งเป็สองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งคือไฟราคะที่ยากเกินต้านทานกับอีกฝ่ายที่ยังคงร้องะโอยู่ดัง ๆ ว่านี่เป็เื่ที่ผิดหญิงสาวเป็ผู้หญิงของเพื่อนเขา มันเหมือนเป็การทรยศต่อเพื่อนที่สนิทที่สุด
“ผม—ทำแบบนี้ไม่ได้”
เด็กหนุ่มถอนริมฝากปากดันตัวหญิงสาวออกเบา ๆซึ่งตอนนี้เธอกำลังคร่อมอยู่บนตักของเขาในสภาพิ่เหม่น่าหวาดเสียว
“ทำไมต้องรู้สึกผิดด้วยล่ะ...ลับหลังฉันมีผู้หญิงเข้าหาเคนจิมากมายแค่ไหน เื่นี้ฉันรู้และฉันคิดว่าเธอรู้ยิ่งกว่าเสียอีก แล้วทำไมฉันจะทำแบบเดียวกับเคนจิบ้างไม่ได้...ไม่เห็นยุติธรรมเลยนะ”
หญิงสาวเชยคางเด็กหนุ่มขึ้นเบา ๆจ้องลงไปในแววตาก่อนจะกล่าวต่อ
“อาซากุระคุง...เธอไม่ต้องคิดมากหรอกนะ ฉันน่ะไม่มีความสามารถต่อสู้ได้เหมือนคนอื่น ๆนี่เป็สิ่งเดียวที่ฉันพอทำให้ได้... ในฐานะเพื่อน —เพราะงั้นเื่รางวัลฉันตัดสินใจให้เธอเอง”
มืออ่อนนุ่มของหญิงสาวค่อยๆเริ่มััลูบไล้บนร่างกายของเรย์ผ่านเนื้อผ้า
“อาซากุระคุงเคยนึกถึงฉันเวลาช่วยตัวเองไหมตอบนะ... ตอบตามความจริง”
“ผม...”
เขาพยักหน้าเบา ๆ ราวกับไม่เป็ตัวของตัวเอง
“ฉันก็เคยช่วยตัวเองโดยคิดถึงอาซากุระคุงเหมือนกัน”
โยซึรุยิ้มอย่างพอใจ
“รู้ไหม—เด็กผู้ชายน่ะ... ต้องได้รับการผ่อนคลายระบายความอัดอั้นออกมาซะบ้างฉันอยากช่วยแบ่งเบาภาระที่เธอต้องแบกรับไว้ เธอเปรียบดั่งมันสมองของกลุ่มเธอสู้เพื่อพวกเรามาตลอด— ดาบน่ะต่อให้แหลมคมแค่ไหนก็ยังจำเป็ต้องมีฝักเพราะฉะนั้นฉันจะเป็ฝักดาบของเธอเอง จงลืมเื่อื่นๆไปให้หมดแล้วมองเพียงแค่ฉันที่อยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้ก็พอ—”
เด็กหนุ่มเหมือนถูกต้องมนต์สะกดเขาไม่สามารถปฏิเสธคำพูดจากอีกฝ่ายได้เลย แม้ในใจเขาพยายามเถียงว่านั่นเพราะนายเมาอยู่ต่างหากล่ะ
“...”
ดูเหมือนว่าความเงียบจะเป็่เวลาที่เขาต้องต่อสู้กับความขัดแย้งภายในจิตใจและในที่สุดความอดทนอดกลั้นก็ขาดสะบั้นลง ได้แต่ปล่อยตัวปล่อยใจไปตามสัญชาตญาณ
เรย์เอื้อมมือคว้าท้ายทอยเธอรั้งเข้าหาตัวมือหนาสอดเข้าไปในเรือนผมเพื่อเหนี่ยวใบหน้าเข้าหาบดเบียดแนบริมฝีปากกันอย่างดุดัน ปลายลิ้นอุ่น ๆของทั้งคู่กวัดเกี่ยวอย่างหยอกเย้าซึมซับตอบสนองอารมณ์ที่ถูกปลุกเร้าเสียวซ่านั้แ่ปลายผมจดปลายเท้า
เขาดันสะโพกกลมกลึงอย่างหนักเพื่อให้เธอบดเบียดเข้าหาความ้าที่ลุกโพลงผ่านเนื้อผ้ากางเกงจนแนบสนิทหญิงสาวตอบสนองการกระทำของเขาโดยการร่อนเอวบางบดเบียดเข้าหาอย่างเป็จังหวะจนเกิดการเสียดสี
บรรยากาศเต็มเปี่ยมไปด้วยตัณหาที่กระตุ้นทุกอณูจนเขาควบคุมความ้าไม่ได้
กว่าทั้งคู่จะยอมถอนริมฝีปากออกจากกันไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเนิ่นนานเพียงใดโยซึรุเอาหัวหนุนที่ไหล่หายใจหอบรินรดใบหูของเขาท่ามกลางความเงียบจึงมีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของทั้งคู่ดังประสานกัน
เรย์เริ่มจูบต้นคอขาวของหญิงสาวแต่ถูกดันออกจนเขาเอนหลังจมลงไปบนโซฟานุ่มเธอลงจากตักคุกเข่าบนพื้นระหว่างขาทั้งสองข้างมือบางคล่ำหาหัวเข็มขัดแล้วทำการปลดมันออกเผยให้เห็นแก่นกายอันแข็งแกร่งของเด็กหนุ่ม ดันเด่นนูนเนื้อผ้าออกมาซึ่งดูเหมือนมันกำลังทรมานเมื่อถูกกักขังไว้
หญิงสาวลูบไล้มันอย่างเบามือััได้ถึงความตื่นเต้นจากการตอบสนองเมื่อมันพองโตยิ่งกว่าเดิม
โยซึรุยิ้มมุมปากอย่างสมใจเมื่อได้ยินเสียงครางอันแ่เบาดังออกมาจากเด็กหนุ่มซึ่งกำลังมองเธอตาปรืออยู่เบื้องบน ก่อนจะใช้ปลายนิ้วเกี่ยวชั้นในลงเล็กน้อยปลดปล่อยแก่นกายความเป็บุรุษเพศที่กำลังลุกโชนขึ้นเบื้องหน้า
“นี่จะเป็ความลับระหว่างเราสองคน...สัญญานะ”
เสียงกระซิบของเธอนั้นแหบพร่าระคนไปกับอาการหอบหายใจด้วยแรงปรารถนาโดยไม่รอคำตอบเธอก้มหน้า สองมือกุมจับหลวม ๆ บริเวณส่วนโคน
เรย์มองหญิงสาวใช้ปลายลิ้นลามเลียบริเวณส่วนปลายสุดวนเวียนไปมาความเสียวซ่านทำให้ร่างเกร็ง ตอบสนองด้วยการยกสะโพกขึ้นเล็กน้อย
ริมฝีปากอวบอิ่มอมชมพูเริ่มกลืนส่วนปลายดูดเม้มเล็มลงมาอย่างเชื่องช้าเนิบนาบขึ้นลงแล้วค่อยๆ เพิ่มความเร็วถี่ยิบมากขึ้นจนสุดยากจะทานทน
มือสองข้างของเรย์ตะปบบไปยังศีรษะรุ่นพี่สาวผมนุ่มนิ่มนั้นถูกเขากำขยี้ตามอารมณ์ที่ถูกปลุกเร้าแอ่นกายขยับตามจังหวะประสานสอดรับกับเรียวปาก
หากกล่าวถึงโยซึรุในสมัยยังเรียนอยู่นั้นเธอเป็รุ่นพี่ที่สมบูรณ์แบบ ผลการเรียนดีเด่น เล่นกีฬาเก่งแล้วก็ไม่ลังเลที่ต้องยืนต่อหน้าผู้คน แถมเป็ที่ไว้ใจจากเหล่าบรรดาอาจารย์แต่ก็ไม่จริงจังจนเกินไปยิ่งไปกว่านั้นตัวเธอยังเป็นางแบบกราเวียร์ที่นักเรียนชายเฝ้าฝันถึงเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบเกินไป เจิดจ้าเกินไปสำหรับคนอย่างเขา
ทว่าใครเล่าจะเชื่อว่าเธอคนนั้น...ตอนนี้กลับทำสิ่งที่ทุกคนได้แต่เพียงเฝ้าฝันอยู่ตรงกลางระหว่างขาตนเบื้องล่าง
“ซี๊ด— รุ่นพี่...รอเดี่ยวก่อนครับ ผมคิดว่าใกล้ทนต่อไปไม่ไหวแล้ว ถ้ายังทำต่อไปแบบนี้"
“อืม...อืม...ไม่ต้องห่วง... อึก ...เื่นั้นหรอก—”
หญิงสาวถอนริมฝีปากออกใช้ปลายลิ้นเล็มเลียไปรอบๆ ก่อนเงยหน้าขึ้นสบตากัน
“ฉันจะมีความสุขถ้าหากสามารถทำให้เรย์คุงรู้สึกดีได้ ...อืม”
ฮวบ
ใน่สุดท้าย เรย์มาถึงจุดที่ไม่อาจต้านทานธรรมชาติได้อีกต่อไปสองมือออกแรงกดความรู้สึกทั้งหมดทั้งมวลแตกซ่านะเิพร่างปลอดปล่อยออกมาอย่างบ้าคลั่งในโพรงปากของโยซึรุ
ภายในห้องซึ่งพายุแห่งไฟปรารถนาเพิ่งผ่านพ้น
“ผมขอโทษครับผมจะไปหยิบทิชชู่...”
“—อึก ๆ ไม่ต้องใช้หรอก”
โยซึรุกลืนของเหลวเหนี่ยว ๆนั่นลงไปทั้งหมด ปลายลิ้นเล็มเลียริมฝีปากด้วยกริยาที่ไม่ว่าชายใดเห็นย่อมไม่อาจต้าน
เธอลุกออกจากตัวเขาด้วยกิริยาอ้อยอิ่งเมื่อเห็นชายหนุ่มอยู่ในกิริยาล่องลอยลืมเลือนทุกสิ่งราวกับมีใครบางคนมากระชากิญญาออกจากร่าง
โยซึรุแต่งตัวจัดเสื้อผ้าอันยับเยินให้เข้าที่
“ราตรีสวัสดิ์นะ...เรย์คุง”
เธอขยิบตาส่งยิ้มให้ก่อนหันหลังเดินกลับไปทางห้องพักของตนโดยที่เรย์ไม่มีโอกาสได้เห็นรอยยิ้มเย็นที่มุมปากกับแววตาที่แฝงอารมณ์ความรู้สึกชนิดหนึ่งที่ลุ่มลึกเกินหยั่ง