เมื่อเห็นสายตาของผู้มาเยือนทั้ง 3 ซ่งหลี่ก็เดาได้ว่าพวกเขาคงจะมองหาซ่งซิงเหลียนเจ้าหญิงตัวน้อยของตระกูลเทียนอันยิ่งใหญ่ในเมืองหลวงที่เขารู้ดีว่าลูกสาวของเขาไม่ได้อยากจะไปเยือนเลยเท่าไหร่ทำไมจะไม่รู้ล่ะก็ในเมื่อเลี้ยงกันมานานซะขนาดนี้ ถ้าไม่ต้องการอำนาจและความมั่นคงที่จะสามารถปกป้องซ่งซิงเหลียนภายในอนาคตแล้วก็พวกเขาไม่มีทางที่จะยินยอมให้ความจริงนี้เปิดเผยแน่นอน
" ซิงซิงไม่อยู่ครับช่วงนี้เธอค่อนข้างจะยุ่งๆ "
เมื่อได้ยินคำตอบพวกเขาทั้ง 3 ก็ได้แต่มองหน้ากันดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่สามารถเก็บอาการความตื่นเต้นนี้ไว้ได้เลย จู่ๆก็สามารถพบลูกสาวที่พลัดพรากมา 10 ปีได้อย่างง่ายๆขนาดนี้ทั้งหลักฐานที่ครอบครัวซ่งให้ทั้งยังมีผลตรวจดีเอ็นเอที่ครอบครัวเขาลงทุนจัดการทุกอย่างรอบคอบด้วยตนเองผลลัพธ์ที่เกินคาดแบบนี้ไม่ใช่ว่าในระยะ 10 ปีที่ผ่านมาจะไม่มีคนอาจแอบอ้างแต่ก็ไม่สามารถแอบอ้างได้เลย
ทายาทตระกูลเทียนจะเป็นกันได้ง่ายๆแค่มายืนหน้าบ้านแล้วบอกว่าตัวเองเป็นหรือไม่มีทางสละ
แต่ก็ยังมีเรื่องที่น่าเหลือเชื่อคือการที่ใช้ผลตรวจ DNA มาส่งตรงหน้าคิดว่าแค่ผลตรวจจะสามารถหลอกลวงคนตระกูลเทียนได้หรือไม่รู้ว่าต้องเสียชีวิตไปเท่าไหร่แล้ว
" ถ้าอย่างนั้นเราก็มาคุยกันเถอะครับเหมือนที่พูดไปแล้วพวกเราขอแค่ให้ซิงซิงนั้นยอมรับพวกเราเป็นพ่อแม่แล้วก็ให้เธอได้ใช้ช่วงเวลากับพวกเราบ้างถ้าหากเธอไม่สามารถมีความสุขในตระกูลเทียนได้จริงๆพวกเราก็ยินยอมที่จะทำตามความต้องการของเธอครับ "
ถึงแม้ว่าคำพูดนี้จะออกมาจากใจที่แสนเจ็บปวดของพ่อแม่แท้ๆก็ตามแต่พวกเขาก็ต้องยินยอม ความคิดที่ว่าพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดไม่เท่ากับการเลี้ยงดูที่เกิดมาเป็น 10 ปี การที่ต้องพลัดพรากความรู้สึกแบบนี้พวกเขารู้ แต่ก็ต้องทำความเข้าใจให้ได้เพราะลูกสาวตัวน้อยซ่งซิงเหลียนที่สืบข่าวมาได้เธอไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลและเอาใจแบบเด็กๆที่จะสามารถหลอกล่อ ได้มีแต่ความจริงใจเท่านั้นที่สามารถซื้อใจเธอได้
แม้ต้องใช้ระยะเวลานานก็ตามพวกเขาก็จะทำเพื่อให้เธอได้รู้สึกถึงความอบอุ่นของพ่อแม่แท้ๆแน่นอน
หวังว่าพวกเขาจะสามารถได้รับโอกาสนั้นและการเจรจาครั้งนี้ก็เป็นไปตามที่พวกเขาคาดไว้
" ครับผมเข้าใจพวกผมก็เช่นกันเมื่อซิงซิงไปอยู่ที่นั่นแล้วเธออยากจะกลับมาพวกคุณไม่ควรจะห้ามเธอนะครับพวกเราจะดูแลเธอเป็นอย่างดีแน่นอนส่วนการรับคืนเข้าสู่สายตระกูลพวกผมเห็นด้วย "
คำตอบที่เหนือความคาดหมายจากคนบ้านซ่งทำเอาเทียนเซี่ยผู้นำตระกูล ชายชราที่อยู่ตรงหน้าถึงกับมือไม้สั่นนี่เป็นความประสงค์ที่เขาไม่คาดคิดเลยว่าจะสามารถได้มาอย่างง่ายดายทั้งๆที่เตรียมคำพูดเอาไว้มากมายเพื่อขอร้องให้คนตระกูลซ่งยอมให้ส่งซ่งซิงเทียนกลับเข้าสู่ตระกูลเทียนอย่างเต็มภาคภูมิถูกต้องตามกฎบรรพบุรุษ
" ผม...ผมขอบคุณจริงๆครับ ผมไม่กล้าคิดว่าพวกคุณจะยินยอม " เทียนเซี่ยที่ยกชาจิบอยู่ต้องรีบวางจอกช้าลงทันที ซิงซิงจะได้รับการบันทึกชื่อเข้าตระกูลอย่างถูกต้องครับผมสัญญายืนยันด้วยสิทธิ์ของผู้นำตระกูลคนปัจจุบันเธอจะได้รับเกียรติและศักดิ์ศรีของคนตระกูลเทียน
" ท่านเทียนเซี่ยครับ ผมยังพูดไม่จบฟังผมก่อน " ซ่งหลี่เอ่ยห้ามความสุขของคนตระกูลเทียนที่กำลังโผบินเตลิดไปแล้วรีบดึงพวกเขาสู่ความเป็นจริงที่แสนจะเจ็บปวดแทงใจดำอย่างรุนแรง
' ถึงผมจะยินยอมให้เธอกลับเข้าสู่ตระกูลอย่างเต็มภาคภูมิตามกฎบรรพบุรุษของตระกูลเทียนแต่ก็ขึ้นอยู่กับพวกคุณที่จะสามารถทำให้เธอยินยอมกลับเข้าสู่ตระกูลเทียนอย่างเต็มภาคภูมิที่คุณวาดไว้ได้ไหมก็ขึ้นอยู่กับพวกคุณแล้วครับเพราะผมไม่สามารถที่จะบังคับเธอได้เหมือนกัน "
ประโยคอันยืดเยื้อของซ่งหลี่ที่พวกเขาตั้งใจฟังนั้นทำเอาแทบจะกระอักเลือดเลยทีเดียวก็รู้ๆอยู่ว่าประโยคนี้ไม่ได้มาจากซ่งหลี่แน่นอน
" เรื่องนี้... "
นี่มันเหนือความคาดหมายของพวกเขาจริงๆแม้แต่บ้านซ่งก็ยังไม่สามารถบังคับเด็กหญิงตัวน้อยได้เลยหรือแล้วคำพูดของพวกเขาที่มีแค่สายเลือดผูกพันกันจะสามารถทำให้เธอยินยอมได้ง่ายๆนี่มันเหมือนยื่นเหมอนให้พวกเขานอนฝันกลางวันชัดๆ
" แล้วอีกอย่างนึงเมื่อเธอกลับไปแล้วถ้าเธอไม่ต้องการอยู่กับพวกคุณจริงๆเธอจะกลับมาหาพวกเราเองนะครับพวกคุณไม่มีสิทธิ์ห้ามปรามเธอได้เลยพวกคุณยินยอมข้อเสนอนี้หรือ "
" หากเธออยู่กับพวกเราแล้วไม่มีความสุขพวกเราก็ยินดีจะทำตามความต้องทุกอย่างในการตัดสินใจของเธอ พวกเราจะยอมรับเสนอแต่ว่าอย่างน้อยก็ขอให้เธอได้อยู่กับพวกเราบ้าง "
นี่คือข้อเสนอที่พวกเขาตระกูลเทียนยินยอมที่สุดแล้วเพราะยังไงซะความผูกพันนับ 10 ปีก็ไม่สามารถตัดขาดได้และนับประสาอะไรความผูกพันที่ยังไม่ได้สร้างกับพวกเขาล่ะ
" ข้อสุดท้ายเลยนะครับพวกคุณก็น่าจะได้รับข่าวสารจากคนของตัวเองแล้ว ซิงซิงมีเส้นทางการเติบโตที่เหนือกว่าคนธรรมดาอย่างเรายังไง "
" เส้นทางการเติบโตเหนือกว่าคนธรรมดาของเธอ "
" เรื่องนี้..."
เทียนเซี่ยที่ได้รับข่าวสารมาก่อนแล้ว ก็นึกได้ทันทีว่าสิ่งที่พวกเขากังวลมาตลอดคือเรื่องนี้นี่เองไม่อย่างนั้นคนบ้านซ่งคงไม่ยินยอมที่จะให้เขารู้ถึงการมีอยู่ของซ่งซิงเหลียนแน่
" ผมรู้มาตั้งแต่แรกว่าเป้าหมายของพวกคุณคืออะไรครับพูดตรงๆเลยพวกคุณกลัวว่าจะมีคนขัดขวางเส้นทางการเติบโตของเธอและยิ่งไปกว่านั้นคงจะกลัวว่าเธอจะได้รับอันตรายใช่ไหมครับ "
" ครั้งหนึ่งเธอเคยโดนลักพาตัวคุณน่าจะสืบได้แล้วใช่ไหมครับเรื่องพวกนี้ถึงจะปิดให้มิดยังไงก็ปิดคนตระกูลใหญ่ไม่ได้หรอก "
" ครับผมรู้ ผมเข้าใจ ผมจะไม่ปิดบังพวกคุณเลยในตระกูลใหญ่ๆพวกตระกูลเก่าแก่ก็มีพวกคนที่เดินเส้นทางนี้อยู่แต่ก็น้อยนิดนะและถ้าหากไม่สามารถมีอำนาจปกป้องตัวเองได้แล้วเราก็นี่มันไม่ใช่การหันมีดเข้าหาตัวเองหรือ "
" พวกคุณสามารถรับประกันได้แค่ไหนว่าจะสามารถสนับสนุนและปกป้องเธอได้ " ซ่งจินหลางที่นี่เงียบมานานถามขึ้นอย่างอดไม่อยู่นี่คือสิ่งแรกที่พวกเขากังวลซะยิ่งกว่าการไม่ได้เจอหน้าซ่งซิงเหลียนเสียซะอีก
" พวกเราตระกูลเทียนยินยอมที่จะปกป้องเธอด้วยชีวิตผมให้สัญญาด้วยเกียรติของผู้นำตระกูล " นี่คือคำสาบานที่คนตระกูลเทียนให้ไว้ก่อนพวกเขาจะเดินทางมาที่นี่ด้วยซ้ำ
" ขอบคุณครับพี่ให้เกียรติพวกเราโดยการมาที่นี้ "
ซ่งหลี่มีรอยยิ้มที่โล่งใจให้กับทุกคนในครอบครัวเหมือนว่าเป้าหมายของเขาไม่สินี่คือเป้าหมายของคนตระกูลซ่งสำเร็จแล้ว
" พวกคุณอย่าคิดอย่างนั้นเลย ขอให้ต่อไปนี้คิดว่าคนตระกูลเทียนเป็นครอบครัวเดียวกันกับตระกูลซ่งเถอะเพราะสิ่งที่ยึดเหนี่ยวความรู้สึกผูกพันของพวกเราก็เป็นเด็กหญิงตัวน้อยที่จะเป็นเจ้าหญิงของทั้งสองบ้านไม่ใช่หรือครับ "
" คุณคงจะเป็นพ่อของซิงซิงนะครับ "
ซ่งหลี่ถามชายหนุ่มตรงหน้าที่ดูหนุ่มแน่นกว่าเขาเยอะคงจะเป็นผลจากการที่อยู่ในตระกูลใหญ่ไม่ได้ทำงานหนักอะไรเหมือนเขาและเขาก็สืบทราบมาแล้วว่าคนตรงหน้าอายุไล่เลี่ยกับเขา
" ใช่แล้วครับผมเป็นพ่อของเธอผมชื่อเทียนหวายอันส่วนนี่คือแม่ของซิงซิง "
" คุณเป็นดาราใช่ไหมคะ "
จางซินที่คุ้นหน้าคุ้นตาแต่ก็นึกไม่ออกสักทีมองหญิงสาวตรงหน้าที่ดูอายุอาน้ำไม่ถึง 30 ด้วยซ้ำ
" ยังมีคนจำฉันได้ ใช่แล้วค่ะฉันเป็นดาราถึงจะออกจากวงการมาตั้งแต่คลอดก็เถอะ เยี่ยหยียนค่ะ "
" คุณเป็นแม่ของซิงซิงจริงๆด้วยหรอคะเนี่ย "
บรรยากาศเริ่มผ่อนคลาย การพูดคุยสร้างความสนิทสนมของทั้งสองครอบครัวทำให้พวกเขารู้สึกว่าการมีครอบครัวเพิ่มเป็นอย่างนี้นี่เองไม่เพียงแต่ได้ลูกสาวกลับคืนมากับยังได้คนได้รู้จักคนที่มีความจริงใจและซื่อสัตย์หาได้ยากในยุคนี้ และยิ่งพูดคุยพวกเขาก็รู้ยิ่งรู้สึกว่าการที่ซ่งซิงเหลียนได้พลัดพรากมาอยู่กับพวกเขาเหล่านี้เธอจะต้องเป็นเด็กที่มีนิสัยสดใสร่าเริงและอ่อนหวานอ่อนโยนอย่างแน่นอน
" แล้วซิงซิงจะกลับมาเมื่อไหร่หรือ " เทียนหวายอันอดถามไม่ได้เขาก็อยากจะเจอลูกสาวของเขาแล้วล่ะเพราะนั่งคุยก็จิบชากินขนมกันมาจนเกือบ 2 ชั่วโมงแล้วก็ยังไม่เห็นพี่แววว่าเด็กหญิงตัวน้อยจะมาเลยเขาจึงได้ชะเง้อมองไปทั่วจนจะเสียมารยาทแล้วก็ถูกพ่อผู้บังเกิดเกล้าเขม่นให้หลายที
" ก็อย่างที่บอกไปครับซิงซิง ไม่รู้ว่าจะกลับมาเมื่อไหร่หรือวันไหน เอ้าเรื่องนี้ผมยังไม่ได้พูดเลยสินะ "
ประโยคสั้นๆสุดแสนจะทำเอาพวกเขาลมจับการที่ลูกสาวออกจากบ้านแล้วพวกเขาไม่ตามนี่มันยังไงนะไม่เป็นห่วงหรือแถมยังปล่อยให้ไปที่ไหนก็ไม่รู้เทียนหวายอันมองตรงไปที่ซ่งหลี่ด้วยความเคืองๆเล็กๆ
แต่ซ่งหลี่กลับไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรกลับกันเขาส่งรอยยิ้มเยาะเย้ยให้เทียนหวายอันผู้เป็นพ่อแท้ๆของลูกสาวตัวน้อยอีก
" นี่คือสิ่งที่พวกคุณต้องเผชิญเห
มือนกันครับยินดีต้อนรับสู่สมาคมคุณพ่อหวงลูกสาวนะครับ "
" หมายความว่ายังไงครับ "