ชั่วขณะนี้ไม่ว่าจะเป็สิ่งใด ล้วนไม่สามารถเทียบกับใบหน้างามหยาดเยิ้มของหญิงสาวได้
“ฝ่าา?!”
จิ้นอ๋องดูเหมือนนิ่งไปแล้วชายหนุ่มเื้ัเขากวดม้าตามมาอยู่ข้างกาย สายตาประหลาดใจไล่มองตามสายตาของเขา ทันใดนั้นพลันสูดลมหายใจเฮือกหนึ่ง
ไม่ว่าจะเพราะหญิงงามหยาดเยิ้มในชุดดำ หรือว่าชายที่ไร้ลมหายใจเบื้องหน้านางล้วนทำให้คนมองสั่นสะท้าน
ชายหนุ่มหันกลับมาและพบว่าสายตาของจิ้นอ๋องมองไปที่เรือนร่างของสาวงามอย่างลึกล้ำไม่รู้ด้วยเหตุอันใด ในใจกลับพบความรู้สึกแปลกใหม่ที่น่ายินดีในที่สุดจิ้นอ๋องผู้เ็าไร้ความรู้สึกไม่เพียงแต่สามารถรับมือกับสถานการณ์ในราชสำนักและความขัดแย้งของศัตรูคู่อริตนเอง แม้อยู่เบื้องหน้าสาวงามยังเอาแต่เฉยเมย จิ้นอ๋องแม้ว่าเกิดมาหล่อเหลาคมคายไร้ผู้เปรียบเปรยกระทั่งเคยมีหญิงงามเพื่อฝ่าาแล้วลั่นวาจาสาบานว่านอกจากเขาแล้วล้วนไม่แต่งให้ผู้อื่นทว่าั์ตาไร้ความรู้สึกของจิ้นอ๋องกลับไม่เคยชายตาให้หญิงงามใดๆ
ก็เหมือนว่าควรจะมีหญิงสาวที่ถูกตาต้องใจ แต่ไหนแต่ไรมาในใจของจิ้นอ๋องล้วนถูกลบทิ้งหมด
ทว่าเขาตอนนี้กลับมองหญิงสาวคนหนึ่งอย่างใจจดจ่อ
ยังคงเ็าเช่นเก่าทว่าในความเ็านั้นกลับถูกแผดเผาด้วยความร้อนแรง มีเพียงองครักษ์คู่ใจอย่างตนเองถึงสามารถมองออก
ตอนที่เขากำลังคิดเหลวไหลอยู่นั้นจิ้นอ๋องก็ค่อยๆถอนสายตากลับมา
เขาเงียบไปอึดใจหนึ่งพริบตานั้นมือเรียวยาวทั้งคู่กุมบังเหียน กระตุ้นให้ม้าฝีเท้าดีออกเดิน ค่อยๆก้าวไปจนถึงเบื้องหน้าหญิงสาว
ชั่วขณะนั้นองครักษ์จวนจิ้นอ๋องทั้งหมดก็กรูกันมาถึงบ่าวรับใช้และสาวใช้เ่าั้ยิ่งหวาดกลัวมากขึ้นหลังจากนั้นวนกันอยู่รอบรถที่ไม่ใหญ่นั้น ดูเหมือนเป็เพราะว่ามีคนหมู่มากรายล้อมบ่าวรับใช้และสาวใช้เ่าั้จึงยิ่งขวัญผวา มีเพียงหญิงสาวผู้นั้นที่ดูเหมือนสนใจมองมาที่เหล่าองครักษ์เกราะเงินอันฮึกเหิมห้าวหาญริมฝีปากงามแย้มยิ้มบางเบาเห็นเพียงยิ้มแฝงความนัยของใบหน้าที่ชำเลืองมา “ไม่ต้องกลัว คนร้ายตายไปแล้ว ใต้เท้าทั้งหลายย่อมไม่ได้มีจิตใจปองร้าย” น้ำเสียงของนางนุ่มนวลดูเหมือนยังนำพาซึ่งเสน่ห์แห่งความสวยงามอันน่าอัศจรรย์
นางดูเหมือนเมื่ออยู่เบื้องหน้าบ่าวรับใช้เ่าั้เต็มไปด้วยบารมีและความน่าเชื่อถือลำพังเพียงไม่กี่ประโยค กลับทำให้บ่าวรับใช้เ่าั้กลับมาอยู่ในความสงบได้
หลังจากนั้นหญิงสาวเงยหน้า เขากระตุ้นม้า ใบหน้าหล่อเหลาคมคายของชายหนุ่มยิ้มนิดๆเมื่อมองลงมาเบื้องล่าง
สายตาของนางมองตรงไปที่ใบหน้าหล่อเหลาคมคายของเขาทว่าไม่มีความลุ่มหลง มีเพียงความสงบเท่านั้น
“ผู้น้อยมาจากจวนจงจิ้งโหว วันนี้ระหว่างทางบังเอิญเจอคนร้ายได้ใต้เท้ายื่นมือเข้าช่วย เป็บุญคุณอย่างยิ่ง”
นางค่อยๆใช้ผ้าเช็ดหน้าสีขาวราวหิมะเช็ดดาบสันโค้งของตัวเองให้สะอาดเริ่มมองเห็นปลายดาบส่องประกาย ก็ปรากฏความพึงพอใจฉายออกมา ทิ้งผ้าเช็ดหน้าที่แทบจะไม่เหลือร่องรอยว่างเปล่าลงข้างๆเก็บดาบกลับคืน
ผ้าเช็ดหน้าผสานรอยโลหิตถูกลมพัดลอยปลิวอย่างช้าๆไปตกลงเบื้องหน้าม้าของจิ้นอ๋อง
“หา?” ชายหนุ่มหล่อเหลาข้างกายจิ้นอ๋องตื่นตะลึงขึ้นมาทันที
ทำไมถึงเป็พวกเขาช่วยนางไปได้?
แม้นผู้กล้าช่วยสาวงามจะเป็เื่ที่ควรแก่การสรรเสริญทว่าหากพูดตามความจริงแล้ว เห็นได้ชัดว่าแม่นางผู้นี้เป็ผู้ฆ่าคนบ้าด้วยตนเองเป็ตัวนางเองที่ช่วยตัวเองต่างหาก
เขาอยากจะพูดทว่าถูกมือเรียวยาวข้างหนึ่งขวางไว้ หันกลับมา พบว่าในดวงตาหงส์เรียวยาวของจิ้นอ๋องทอประกายวิบวับแวววาวเหมือนย้อนกลับไปก่อนที่หญิงสาวสง่างามใบหน้าหยาดเยิ้มจะเงยหน้าขึ้น ผ่านไปครู่ใหญ่จิ้นอ๋องดึงสายตาตัวเองกลับมา ในน้ำเสียงแฝงความเ็าเล็กน้อยพูดว่า “ไม่ต้องเกรงใจ” คาดไม่ถึงว่าเขาจะยอมรับในคำพูดของหญิงสาวคล้ายไม่ใช่แม่นางผู้นี้ที่เพิ่งจะใช้ดาบแทงชายผู้หนึ่งจนตาย กลับนำเื่ราวทั้งหมดมาเก็บไว้ข้างกายตนเองกระทั่งใบหน้างดงามดุจคุมดาบ ยังดูเหมือนปรากฏรอยยิ้มบางเบา
เห็นเขาตอบรับซ่งิหลานในใจเต็มไปด้วยความพึงพอใจได้แต่พยักหน้าขอบคุณ
ในโลกนี้คงไม่มีหญิงสาวคนใดโชคร้ายได้มากกว่านางไกลนับพันลี้จากอารามเก่าแก่ท่ามกลางป่าเขาอันเปล่าเปลี่ยวกลับเมืองหลวง ยังมิทันได้พบความกังวลใจของคนในครอบครัวตนเองคาดไม่ถึงระหว่างทางกลับบังเอิญพบผู้ร้ายใจเหี้ยม
ั์ตาสีแดงก่ำยังมีความบ้าคลั่ง้าสังหารหมู่ กระทั่ง้าจับตัวนางไปและบ่าวรับใช้เ่าั้ล้วนไร้ความสามารถรู้เพียงแค่ว่าเมื่อพบเจอปัญหาต่างหนีอย่างรวดเร็วทำให้วุ่นวายยุ่งเหยิงไปด้วยกันแม้ว่าซ่งิหลานฝึกจิตใจมาถึงแปดปี ยังรู้สึกว่าตนเองทนไม่ไหวแล้ว
ตอนที่มีผู้้าล่วงเกินนายของตนเองบ่าวรับใช้เ่าั้ต่างหนีกันไปเอง มีแล้วยังจะมีประโยชน์อันใด ?
นางไม่เสียใจที่ใช้ดาบแทงคนร้ายจนตายหากเขาไม่ตาย เห็นท่าทีวิ่งหนีอย่างลุกลี้ลุกลน จะต้องเป็คนที่ทำความผิดมาแน่ทั้งยังมีผู้อื่นไล่ตามมา หากว่านางถูกจับตัวไป หากโชคดีมีคนช่วยก็แล้วไปเถอะทว่าหากโชคไม่ดีล่ะ หรือไม่ก็ถูกจับเป็ตัวประกันข่มขู่ผู้ไล่ตามมา ยิ่งถ้าหากว่า...สถานการณ์เลวร้ายถึงชีวิตของนางกระทั่ง...เกรงว่าคนร้ายต่อให้ไม่ได้ทำอะไรกับนาง ทว่าหญิงสาวบอบบางในห้องหอของตระกูลผู้ดีมีศักดิ์ถูกผู้ชายจับตัวไปเพียงแค่ข่าวลือแพร่ออกไป ชื่อเสียงอันบริสุทธิ์ของนางล้วนไม่เหลือแล้ว
หากเป็จริงดังนั้นสตรีใจเหี้ยมหลายคนในจวนจงจิ้งโหว จะต้องเต็มใจส่งนางไปตายแน่
ซ่งิหลานไม่อยากตายดังนั้น ได้เพียงแต่ต้องช่วยตัวเองแล้ว
ทว่าหญิงสาวในห้องหอคนหนึ่งเพียงดาบเดียวก็สามารถแทงผู้ชายตัวโตๆคนหนึ่งตายได้ก็ดูจะห้าวหาญบึกบึนเกินไปข่าวลือออกไปนางก็ไม่เหลือชื่อเสียงที่ดีอันใดเหมือนกัน มิสู้ให้ชายหนุ่มเบื้องหน้ารับไป
แม้ว่าซ่งิหลานจากเมืองหลวงเกือบจะสิบปีแล้วทั้งยังไม่รู้ว่าชายหนุ่มผู้นี้เป็ใครกันแน่ ทว่าหน้าตาหล่อเหลา คมคายหยิ่งทะนงตลอดทั้งร่างของชายหนุ่มเต็มไปด้วยกลิ่นอายความสูงศักดิ์ ข้างกายยังมีกลุ่มองครักษ์เกราะเงินที่ฮึกเหิมห้าวหาญติดตามเห็นได้ชัดว่าฐานะไม่ธรรมดา ซ่งิหลานมิได้ตาบอด อาศัยเพียงความหยิ่งทะนงเ็าของชายหนุ่มทั้งยังสายตาที่มองลงมาเบื้องล่างก็พอจะรู้ว่า ชายหนุ่มผู้นี้ปกครองคนหมู่มาก พูดจาคำไหนคำนั้นชายหนุ่มเยี่ยงนี้ คงไม่ปฏิบัติต่อหญิงสาวนางหนึ่งโดยลือเลื่องออกไปดังนั้นนางวางใจเป็อย่างยิ่ง
เมื่อเขาตกปากรับคำนางพลันรู้สึกสบายใจขึ้นทันที
“ข้าเซียวจิ้งหวี่” พลันพบใบหน้านางปรากฏรอยยิ้มบางเบาดูเหมือนเชื่อมั่นวางใจในเขา มุมปากของจิ้นอ๋องยกขึ้นเพียงพริบตา
จากนั้นชายหนุ่มผู้หล่อเหลาสูงศักดิ์มองหญิงสาวที่อยู่เบื้องหน้าอย่างเงียบๆ
ั์ตาของเขาค่อนข้างสงบเรียบเย็นทว่าบ่าวคู่ใจของเขา ชายหนุ่มข้างกายพลันสั่นสะท้านอีกครั้งเมื่อมองเห็นส่วนลึกในแววตาฝ่าาผู้นี้เฝ้ารอคอยเงียบๆอย่างมีความหวัง
ฉับพลันเขาหันไปยังผู้นั่งบนรถเหมือนเก่าไม่สนใจไยดีมองไปที่องครักษ์สองสามคนกำลังลากร่างเสียชีวิตของชายหนุ่มของหญิงสาว
หรือว่า...ฝ่าาของเขา้ารู้ชื่อเสียงเรียงนามของหญิงสาวผู้นี้
นั่นมิยิ่งง่ายหรือ?
้ารู้หญิงสาวตระกูลดีๆกว่าครึ่งในเมืองหลวงล้วนอยากเกี่ยวดองกับจิ้นอ๋องหากจิ้นอ๋อง้ารู้ชื่อเสียงเรียงนามของพวกนางอย่างนั้นพวกนางก็คงรีบบอกทั้งชื่อในห้องหอชื่อเรียกชื่ออะไรต่อมิอะไรโดยมิต้องรอ...
“ผู้น้อยมาจากจวนจงจิ้งโหว ชื่อของหญิงสาวในห้องหอมิอาจให้ฝ่าาทราบได้หม่อมฉันอยู่ในลำดับที่สาม ฝ่าาโปรดเรียกหม่อมฉันว่าซ่งสาม” ได้ฟังการแนะนำตัวจากชายหนุ่มหล่อเหลาสูงศักดิ์เบื้องหน้า ั์ตาของซ่งิหลานปรากฏระลอกคลื่นพาดผ่านั์ตาของนางสวยมาก ลูกตาแวววาวสุกใส ทว่าในสายตาคู่นั้นดูเหมือนเอ่อล้นไปด้วยความลึกล้ำสงัดเงียบของคลื่นใต้น้ำอันทำให้ผู้คนสั่นสะท้าน นางย่อมรู้ว่าจิ้นอ๋องมีนามว่าเซียวจิ้งหวี่แม้อยู่ไกลถึงอารามเก่าแก่โน่น ทว่านางย่อมไม่ใช่ว่าตัดขาดจากโลกภายนอกยิ่งรู้ด้วยว่า เซียวจิ้งหวี่ได้ชื่อว่าเป็เทพาแห่งราชสำนักในมือกุมกำลังทหาร
ด้วยว่าในมือของเขาคืออำนาจทางทหารเพราะเหตุนี้ แม้ว่ากานหยวนตี้ฮ่องเต้รักลึกซึ้งหลี่กุ้ยเฟยเพียงใด ก็มิอาจสั่นคลอนตำแหน่งฮองเฮาและตำแหน่งองค์ชายใหญ่จ้าวอ๋อง
เพราะว่ากานหยวนตี้ฮ่องเต้หวั่นเกรงหากตัวเองกำจัดฮองเฮา ไม่นานจิ้นอ๋องคงได้ก่อจลาจลขึ้นแก่เขา
แม้ว่าจิ้นอ๋องแกร่งกล้าซ่งิหลานก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องบอกชื่อเสียงเรียงนามในห้องหอของตนเองให้เขาทราบ
นางไม่ได้มีความสนใจจะเล่นต่อคำประพันธ์กับจิ้นอ๋องทั้งยังการละเล่นปาหี่ผู้กล้าช่วยสาวงามใช้กายตอบแทน
“ช้าก่อน...” เห็นนางใจคอกว้างขวางปฏิเสธจิ้นอ๋องอย่างไร้เยื่อใย ทว่าั์ตาอมยิ้มและอบอุ่นย่อมไม่อาจทำให้ผู้ใดเกลียดชังนางได้ลงองครักษ์คู่ใจของจิ้นอ๋องเปิดปากพูดอีกครั้ง “คุณหนูสาม...”
คุณหนูของจวนจงจิ้งโหวผู้นี้ไม่รู้ว่ากำลังได้รับเกียรติหรือไร?
แต่ทว่าจวนจงจิ้งโหว?
สายตาของชายหนุ่มวูบไหวสั่นสะท้านแม้หญิงสาวเบื้องหน้าผู้นี้สวยงามหยาดเยิ้ม กลับทำให้เขาต้องระแวดระวังขึ้นมาบ้างแล้ว
เขาจำได้ฮูหยินจวนจงจิ้งโหว คือน้องสาวแท้ๆของหลี่กุ้ยเฟย
ถ้าอย่างนั้นหญิงสาวงดงามเบื้องหน้าที่พูดอยู่ตลอดเวลาว่าเป็คนของจวนจงจิ้งโหวนี้นางย่อมต้องเป็...
หรือว่าเป็แผนหญิงงาม?
“รถของเ้าพังแล้ว” ก้นบึ้งั์ตาขององครักษ์ข้างกายในตอนนี้แฝงไว้ด้วยความระแวดระวังในมือของจิ้นอ๋องถือแส้ม้า ชี้ไปที่รถพังละเอียดของซ่งิหลาน เขาพบว่ารถคันนี้แท้จริงแล้วเก่าจนพังชุดดำเรียบง่ายสง่างาม ใบหน้างดงามไร้ที่ติของหญิงสาวเมื่อนั่งอยู่บนรถม้าดูเหมือนความแพรวพราวของเพชรพลอยร่วงลงไปคลุกในฝุ่น แม้นางก็อาจไม่รู้ ทว่าเห็นรถของนางเก่าจนพังง่ายๆบ่าวข้างกายย่อมไม่เหมือนบ่าวรับใช้ของจวนโหวั์ตาของจิ้นอ๋องแฝงไว้ด้วยความไม่พอใจเพียงรู้สึกว่าหญิงสาวแบบนี้กลับถูกเหยียดหยามจนเหมือนเป็เื่ธรรมดา
“จวนจงจิ้งโหวทุกวันนี้ตกอับขนาดนี้เชียว?” ไม่อย่างนั้นทำไมเพียงรถดีๆสักคันยังหาไม่ได้
ซ่งิหลานเพียงยิ้มแล้วก็ยิ้ม
นางบอกตัวเองว่าตอนนี้นั่งรถอะไรล้วนไม่สำคัญนางใส่ใจเพียง ภายภาคหน้านางสามารถนั่งรถอะไร
“รถของเ้าพังเสียแล้ว เป็เพราะคนทรยศที่ข้าไล่ติดตามมาพุ่งทำร้ายเ้าข้าควรจะรับผิดชอบ” พบซ่งิหลานเพียงยิ้มมิได้เอ่ยวาจาสายตาของจิ้นอ๋องมองอย่างสงบไปที่ตำแหน่งรอยเืหลายหยดบนเสื้อดำนาง
เหมือนว่าภายใต้ภาพลวงตาอันเงียบสงบหญิงงามเืเย็น จึงเป็โฉมหน้าที่แท้จริงของนาง
ที่น่าสงสัยยิ่งไปกว่าคือคาดไม่ถึงว่าเขากลับไม่รังเกียจสตรีเืเย็นผู้นี้ตรงกันข้ามกลับรู้สึกใจเต้นแรงไม่หยุด
กระทั่งเขาในตอนนี้ ยังคิด...
“คุณหนูสาม?” สาวใช้สองคนนี้ดูเหมือนขวัญกล้ากว่าผู้อื่นสักหน่อยโผล่เข้ามา คว้าซ่งิหลานให้อยู่ด้านหลังพวกนาง มองไปที่จิ้นอ๋องอย่างระแวง
แววตาของจิ้นอ๋องกดลึก
เขาโบกมือจึงเห็นองครักษ์ด้านหลังหมุนตัวกลับไปทางเมืองหลวง เห็นได้ชัดว่ารีบไปหารถ
“ทั้งหมดเป็สิ่งที่ข้าควรทำ”
ขนตาหนาบนใบหน้าเ็าของชายหนุ่มค่อยๆกระพือปิดลงชั่วพริบตาที่หญิงสาวหมุนตัวปลอบขวัญสาวใช้ เขากระตุ้นม้า
ม้าฝีเท้าดีออกวิ่งพริบตาเดียวผ้าเช็ดหน้าสีขาวปนรอยเืก็ถูกย่ำเหยียบโดยฝีเท้าม้า
เร็วแม่นยำ อำมหิต
***ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/cbd7c044802f07a826abd2eff68d73da
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่ยอดพธูแห่งยุคที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #ยอดพธูแห่งยุค #readAwrite ด้วยน้า