… (ขอความกรุณาเล่นแทร็คเสียงเมื่อถึงจุดที่มีเครื่องหมายครับ)
.
.
.
.
.
..
"คิดเห็นยังไงกันบ้าง" เสียงดังออกมาจากภาพโฮโลแกรมที่อยู่ตรงกลาง
ในห้องที่คาร์เตอร์อยู่ตอนนี้ มีภาพโฮโลแกรมเป็เงาคน 3 คน อยู่คนละมุม
เขากำลังรายงานเื่ของไรเซลและแผนที่ไรเซลนำเสนอ
"แผนนี้ผมคิดว่าเป็สิ่งที่เราตั้งใจที่จะทำตลอดอยู่แล้วครับ…...เพียงแต่เราไม่รู้ว่าจะไว้ใจเขาได้แค่ไหน" ภาพโฮโลแกรมทางซ้ายกล่าวขึ้น
"................" เสียงทุกคนเงียบไปก่อนที่โฮโลแกรมตรงกลางจะพูดขึ้น เขาก็คือผู้บัญชาการกองทัพสหพันธ์เอเชีย "มีความเห็นมั้ย เกรย์แฮม"
ภาพโฮโลแกรมทางขวาคือ เกรย์แฮม เคย์เบิร์น " เราในตอนนี้ไม่มีทางเลือกมาก ข้อเสนอของเขายังไงเราก็ต้องรับไว้…"
"ความเสี่ยงมันมากเอาการอยู่นะ" โฮโลแกรมซ้ายกล่าวขึ้น
"เราก็แค่ต้องจำกัดขอบเขตที่เขาจะทำได้เอาไว้ จนกว่าจะมั่นใจ… ยังไงซะเขาก็ไม่ทำอะไรที่มันมีปัญหาตอนนี้หรอก" เกรย์แฮมตอบกลับ
"จะบอกว่าถึงจะสร้างปัญหา เราก็แค่เก็บเขาสินะ…… เขาเป็คนช่วยชีวิตลูกสาวนายไว้ไม่ใช่รึไง" ภาพโฮโลแกรมซ้ายกล่าวขึ้น ดูเหมือนเขาจะไม่ค่อยถูกกันกับนายพลเกรย์แฮม
"เื่นี้กับเื่นั้นมันคนละอย่างกัน" เกรย์แฮมตอบเสียงเรียบ
"ทำท่าทางน่ากลัวจังเลยนะ" โฮโลแกรมซ้ายกล่าว
"พวกเธอเลิกกัดกันได้แล้ว ปีนี้อายุก็เกือบ 50 กันแล้วนะ" ผู้บัญชาการขัดทั้งสองขึ้นก่อนที่มันจะเลอะเทอะไปมากกว่านี้
"เอาเป็ว่าเราจะจัดการตามที่ไรเซลเสนอมาละกัน… ให้เกรย์แฮมจัดการเื่การเฝ้าระวัง ส่วนวิลเลี่ยมดำเนินการเื่ติดต่อขอนักวิจัยและทำหน้าที่คุ้มกัน… พวกเราต้องเร่งจัดการภารกิจนี้ให้เสร็จไวที่สุดก่อนที่จะมีเื่ร้ายๆ เกิดขึ้น" ผู้บัญชาการกองทัพบอกต่อรองผู้บัญชาการทั้งสองเพื่อสรุปผลการประชุมครั้งนี้
วิลเลี่ยมที่ ผู้บัญชาการเรียกนั้นก็คือ พลอากาศเอก วิลเลี่ยม บาร์ตั้น แห่งกองทัพสหพันธ์
"ครับ" ทั้งสองตอบรับคำสั่งพร้อมกับที่พลเอกเกรย์แฮมเริ่มสั่งการคาร์เตอร์ ตอนนี้ภาพโฮโลแกรมทั้งสองหายไปแล้ว
"ผมได้คุยกับลูกสาวแล้ว.. สำหรับเื่ของไรเซลผมจะเดินทางเข้าไปเพื่อประเมินเขาเอง ่นี้ให้คุณทำหน้าที่รับรองเขาไปก่อน ส่วนถ้าหากมีคำขอจากเขาก็ให้พิจารณาตามสมควร ไม่ต้องถามผมอีก" เกรย์แฮม
"ครับท่าน" คาร์เตอร์ตอบรับ
ปิ๊บ… ภาพโฮโลแกรมถูกปิดไป ตัวคาร์เตอร์หลังจากที่ยืนอยู่ซักพักก็เดินออกมาจากห้องประชุม
***********************************
ซ่า…..
ไรเซลที่อยู่ในห้องรับรองตอนนี้กำลังอาบน้ำอยู่ เขาปิดชุดสูทไปเรียบร้อยแล้ว
"ในที่สุดก็ได้โกนหนวดซะที" ไรเซล
เขาในตอนนี้กำลังจัดการกับทรงผมและหนวดเคราอยู่ ทรงผมที่ยาวไม่เป็ทรงตอนนี้ก็กลับมาดูดีขึ้นบ้างแล้วจากการเล็มบางส่วนออก เขาใช้ Ai จากชุดสูทออกมาตัดผมของตัวเอง
"แค่นี้ก็เรียบร้อย…" ไรเซลเดินออกมาจากห้องน้ำและมานั่งรอที่ห้องรับแขก เขาเปลี่ยนเป็ชุดที่ทหารเตรียมไว้ให้โดยไม่ได้เปิดใช้งานสูทเสริมพลัง
ก๊อกๆๆ….
เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับที่คาร์เตอร์เปิดประตูเดินเข้ามา
"ไม่คิดว่าคุณจะยังหนุ่มขนาดนี้" คาร์เตอร์ทักทาย
"มาเข้าเื่กันดีกว่า" ไรเซลเปิดประเด็น เขาอยากจัดการงานให้เรียบร้อยเพื่อที่จะได้ออกไปสืบข่าวเกี่ยวกับครอบครัวของเขา
"ได้สิ… ทางกองทัพอนุมัติแผนที่คุณเสนอแล้ว ตอนนี้เรากำลังนำนักวิจัยมาที่นี่โดยเร็วที่สุด" คาร์เตอร์ตอบ
"ขอบคุณครับ" ไรเซล
"ตอนนี้คุณ้าอะไรเพิ่มอีกมั้ย" คาร์เตอร์ถามออกไป
"ผมอยากจะเดินสำรวจเมืองซักหน่อย และเกี่ยวกับแผนการไล่ล่ามนุษย์ต่างดาวนั้น ผม้าคนเพิ่มเพื่อทดสอบอุปกรณ์ที่พวกนักวิทยาศาสตร์ผลิตออกมา และยังใช้เพื่อเป็กำลังรบในภายภาคหน้าด้วย" ไรเซลจัดแจงความ้าของตัวเองให้กับคาร์เตอร์รู้
"เื่การสำรวจเมืองไม่เป็ปัญหาครับ ผมจะจัดคนคอยให้คำแนะนำกับคุณ….. ส่วนของกำลังคนเราจะจัดมือดีให้คุณ 1 หน่วย คุณบอกความ้ามาได้เลย" คาร์เตอร์
"ขอคนซัก 6 คนก็พอ เอาเป็คนที่เก่งด้านการต่อสู้ระยะประชิดเป็หลัก และที่สำคัญคือผมอยากได้คนที่ไม่มีครอบครัว" ไรเซล
"ผมพอมีในใจแล้วครับ พรุ่งนี้ตอนเช้าผมจะจัดให้มารอที่ลานฝึก" คาร์เตอร์
"ตอนนี้ผมขอออกไปสำรวจสภาพความเป็อยู่ภายในเมืองก่อน คนของคุณจะพร้อมตอนไหนครับ" ไรเซลพูดพร้อมกับลุกขึ้นยืน
คาร์เตอร์พยักหน้าพร้อมกับหยิบเครื่องมือสื่อสารเพื่อติดต่อเ้าหน้าที่ให้มาช่วยนำทางไรเซล
พวกเขาเดินออกจากห้องรับรองและเดินมาที่ทางเข้าฐานทัพที่ติดกับเขตตัวเมือง ระหว่างทางคาร์เตอร์ได้แนะนำสถานที่ต่าง ๆ ที่ไรเซลจำเป็ต้องรู้ เช่น ลานฝึก ห้องซ้อมยิงปืน และห้องทดสอบสมรรถนะร่างกาย พวกเขาชมการฝึกซ้อมรบของหน่วยจู่โจมและดูการฝึกซ้อมรับเหตุการณ์ฉุกเฉิน
ไรเซลไม่ถูกใจสิ่งนี้ แม้กองทัพจะมีประสิทธิภาพแต่ยุทโธปกรณ์ ยังล้าหลังอยู่ เมื่อเกิดเหตุขึ้นจริงๆ ก็คงทำอะไรไม่ได้มาก
พวกเขามาถึงประตูทางเข้าฐานทัพก่อน ด้านหน้ามีทหารเดินเข้ามาทำท่าวันทยาหัตถ์
คาร์เตอร์ทำวันทยาหัตถ์ตอบพร้อมกับแนะนำให้ไรเซลได้รู้จัก "นี่คือร้อยโท เว่ยเส้าเทียน ครับ จะมาทำหน้าที่พาคุณสำรวจเมืองวันนี้"
"ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณเว่ย คุณพ่อสบายดีนะครับ" ไรเซลถาม
"เช่นกันครับ คุณพ่อของผม่นี้แข็งแรงดี" ทั้งสองจับมือทักทายก่อนจะลาผู้กองคาร์เตอร์และเดินออกไป เว่ยเส้าเทียนงุนงงที่อยู่ๆ ไรเซลก็ถามเื่ครอบครัวของเขา
ส่วนที่ติดกับกองทัพส่วนใหญ่จะเป็บ้านพักของนายทหาร ตัดเข้าตัวเมืองประมาณ 2 กิโลเมตรจะเริ่มมีผู้คนออกมาเดินกันตามถนน บ้านเรื่อนในส่วนนี้เรียบง่าย เป็เพียงบ้านไม้หรือปูนสไตล์ยุค 80 ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรมากมาย
"แถวนี้เป็เขตพลเรือนครับ ผู้คนส่วนใหญ่อพยพมาจากประเทศต่างๆ พวกเขาจะคอยทำงานสนับสนุนกองทัพในหน้าที่ต่างๆ ตรงที่เราอยู่นี้เรียกว่า ส่วนที่ 3 เป็บ้านพักของกองช่าง คอยฃ่อมแซมและก่อสร้างพื้นที่ที่ถูกโจมตี" เว่ยอธิบาย
"เพราะงั้นถึงได้อยู่ใกล้ฐานสินะ แล้วสภาพความเป็อยู่เป็ยังไงบ้างครับ" ไรเซลสอบถาม
"ในเขตนี้กองทัพสนับสนุนเื่ชีวิตความเป็อยู่ประจำวันอยู่แล้วครับ ฐานสหพันธ์เอเชียนั้นจะจัดประเภทที่อยู่เป็ พื้นที่ต่าง ๆ เขตสู้รบจะถูกเรียกด้วยอักษร W อย่างกองทัพภาคสามนี้จะถูกเรียกว่าพื้นที่ W-42 ส่วนเขตเพาะปลูกจะถูกเรียกด้วยอักษรนำหน้าเป็ G เขต 42 ที่เราอยู่นี้ก็มีพื้นที่เพาะปลูกเหมือนกันแต่เนื่องจากเป็พื้นที่สู้รบเลยไม่ได้จัดประเภทเป็อย่างอื่น นอกจากนี้ยังมีเขตอยู่อาศัย เขตการค้า และเขตอุตสาหกรรมในบริเวณนี้ด้วยครับ" เว่ยแนะนำข้อมูลทั่วไป
"แปลว่าแม้ภายในเขตนี้จะเน้นสู้รบเป็หลัก แต่ก็ยังมีพื้นที่ให้คนทั่วไปอยู่อาศัยได้ไสินะ" ไรเซลเข้าใจสถานการณ์และความเป็อยู่ของคนในพื้นที่นี้แล้ว
พวกเขาเดินไปเรื่อยๆ พร้อมกับที่เริ่มเข้าใกล้เขตที่อยู่อาศัยอื่นๆ
"พูดถึงเขตการค้า สถานการณ์โลกตอนนี้ยังมีการค้าขายกันอีกเหรอ? " ไรเซลถาม
"อาจดูตลกไปซักหน่อยแต่เรายอมรับว่าเราจัดการได้ไม่ทั่วถึงครับ เพราะฉะนั้นประชาชนส่วนใหญ่ที่ไม่ได้ทำงานร่วมกับกองทัพจึงไม่ได้รับสวัสดิการที่เราจัดหาให้ ทำให้ต้องจัดการสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเอง" เว่ยตอบ
"ก็เหมือนกับที่เคยใช้ชีวิตกันมาสินะ ที่เพิ่มเติมก็คือการช่วยสนับสนุนกองทัพเพื่อรับมือกับต่างดาว" ไรเซลเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดแล้ว
แม้ว่าจะถูกโจมตีอย่างหนักแต่การเกณฑ์ประชากรทั้งโลกมาทำาก็ไม่ตอบโจทย์ เพราะแต่ละคนเองก็มีหน้าที่เป็ของตัวเอง และการจะเก็บไว้แต่คนที่สร้างประโยชน์ให้กับกองทัพได้ มันก็ดูไร้มนุษยธรรมเกินไป เพราะฉะนั้นพวกเขาจึงพยายามช่วยเหลือคนให้มากที่สุดด้วยการให้ที่หลบภัยเท่านั้น
"แถวนี้คงจะเป็ย่านการค้า…." ไรเซลเดินออกมาได้ไกลจนเข้าเขตอาศัยแล้ว
พื้นที่แถวนี้เต็มไปด้วยสินค้าหลากหลายและมีผู้คนสัญจรไปมา ไม่ต่างกับเมื่อก่อนที่โลกจะโดนโจมตี ร้านค้าก็เป็บ้านง่ายๆ ที่พื้นข้างล่างเปิดกว้างเพื่อวางขายของ
"ค่าเงินที่ใช้ภายในฐานทัพสหพันธ์เราทำการเปลี่ยนสกุลทั้งหมดครับ ทุกที่ในโลกนี้ใช้ค่าเงินที่เรียกว่า ยูนิต กำหนดจากคุณประโยชน์ที่ได้ทำไว้ในพื้นที่พิเศษ ราคาของสินค้าแต่ละชนิดจะถูกตั้งราคากลางไว้โดยกองทัพ ผู้ซื้อขายไม่สามารถลดหรือเพิ่มราคาเกินขอบเขตที่กองทัพกำหนดไว้ได้ครับ" เว่ย
"ประมาณพวกภารกิจต่างๆ แบบในเกมเหรอ? " ไรเซลถามด้วยความสงสัย
"ใกล้เคียงครับ.. คนที่ทำงานกับกองทัพนอกจากจะได้ของใช้ในชีวิตประจำวันแล้วยังได้ยูนิตไว้ใช้จ่ายอีกด้วย ส่วนคนอื่นๆ ก็ประกอบหน้าที่ที่ต่างกันไปครับ ทั้งปลูกพืช ทำงานสายผลิต หรืออะไรทำนองนี้…. แต่ว่าก็ยังมีคนที่ไม่ได้ทำงานสายการผลิตด้วย พวกเขาก็ต้องหาเงินด้วยการทำภารกิจต่างๆ ที่กองทัพออกให้" เว่ยกล่าว
"ก็เป็การจัดการที่ดี" ไรเซล
แม้ว่าจะฟังดูดีแต่ก็เรียกว่าทุกสิ่งมีด้านมืดเสมอ ด้วยการจัดการที่กองทัพเป็ผู้ผูกขาด ทำให้คนที่ไม่ได้เป็ส่วนหนึ่งของกองทัพต้องดิ้นรนเืตาแทบกระเด็นเพื่อเอาชีวิตรอด
พวกไรเซลเดินผ่านเขตต่างๆ มาจนถึงพื้นที่ทะเลสาบที่อยู่ด้านใน
"ั้แ่เขตนี้ไปเป็พื้นที่สำหรับกลุ่มการค้าและบุคคลสำคัญของกองทัพแล้วครับ ในเขตนี้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่สามารถเข้าไปได้" เว่ยอธิบาย
กลุ่มการค้านั้นคือหน่วยงานที่ทำหน้าช่วยเหลือกองทัพในการขนส่งสิ่งต่างๆ พวกเขาผลิตและส่งอาหารรวมถึงของใช้ไปตามพื้นที่ทุกส่วนของสหพันธ์เพื่อค้าขายและสนับสนุนกองทัพ นั่นทำให้พวกเขามีพื้นที่พิเศษเป็ของตัวเอง
แถบทะเลสาบนี้มีสะพานยาวและเรือเทียบเพื่อทำการประมง มีบ้านพักรายรอบ ลึกเข้าไปด้านในเป็อาคารใหญ่และบ้านหลายหลังที่ดูหรูหรา
ไรเซลและเว่ยเดินเข้าไปภายในเขตพิเศษกลุ่มการค้าจนมาถึงแถบที่พักบุคคลสำคัญ ไรเซลไม่ได้เข้าไปด้านใน เขาแค่้าตรวจดูสภาพความเป็อยู่ของผู้คนในตอนนี้เท่านั้น
"นี่ก็พลบค่ำแล้ว เราควรกลับฐานได้แล้วครับ.." ไรเซลเสนอต่อเว่ย
"ครับ" เว่ยเดินนำทางไรเซลออกมา
ไรเซลเดินผ่านมาได้เพียงนิดเดียวก่อนที่สายตาจะเห็นร่างของผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังนั่งอยู่บนศาลาริมน้ำ
ไรเซลหยุดและมองไปยังภาพเบื้องหน้า ผู้หญิงที่นั่งอยู่แม้จะเห็นแค่เพียงด้านหลังแต่ก็ประทับตราตรึงใจนัก ด้วยผมที่ยาวสลวยสีดำกับชุดกระโปรงสีขาวสลับฟ้า ขับให้สีผิวของเธอดูขาวละเอียดละออ เพียงมองรูปร่างก็รู้เลยว่าเป็คนที่สวยมากคนหนึ่ง ในมือของเธอเหมือนจะจับเครื่องดนตรีบางอย่าง
"กำลังจะเล่นดนตรีเหรอ?" ไรเซลถามด้วยความสงสัย
"ดูเหมือนจะเป็ลูกสาวของประธานกลุ่มการค้าในเขต 42 นี้น่ะครับ เธอชอบมานั่งเล่นซอเออร์หูที่ท่าน้ำเป็ประจำ" เว่ยตอบกลับ
ไรเซลฟังและไม่ได้ตอบสนองอะไร เขาหยุดและมองไปยังแผ่นหลังของผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้า แม้จะไม่ได้สนใจเพลงหรืออะไรก็ตามที่ผู้หญิงคนนี้จะทำ
แต่เขากลับเดินจากไปไม่ได้ เขาไม่ได้กำลังหลงสเน่ห์ หรืออะไรทำนองนั้น เขาเพียงแค่รู้สึกคุ้นเคย… แผ่นหลังของเธอช่างคล้ายกับเพื่อนคนหนึ่งที่เขาได้พบเจอในอดีต…….
************************************
***********เล่นแทร็คเสียง*********
************************************
************************************
..
..
.
.
เสียงซอบรรเลงขับขาน ส่งสำเนียงเศร้าสร้อยบีบคั้นหัวใจของผู้คน ภาพแผ่นหลังของหญิงสาวที่กำลังนั่งในศาลาริมน้ำประกอบกับแสงอาทิตย์อัสดงในยามพลบค่ำ ตราตรึงใจของไรเซลจนเขาไม่อาจละสายตา ตัวเขาในยามนี้จมจ่อมไปกับเสียงเพลงจนหวนรำลึกไปถึงเหตุการณ์ในอดีต
"นี่นายเป็อะไรมั้ย.." เสียงเด็กสาวปลุกไรเซลให้ตื่นจากความฝัน เขาที่พึ่งมาถึงทวีปมอร์ร่า เพิ่งผ่านศึกแห่งความเป็ตายมา บรรดาผู้ที่มาถึงดินแดนนี้พร้อมกับเขา 7 คนตอนนี้เหลือเพียงเขากับคนอื่นเพียงแค่ 4 คนเท่านั้น
"ยังพอไหวอยู่…" ไรเซลร่างกายเต็มไปด้วยาแ เขาตอบเด็กสาวหน้าตาสวยงามหมดจดเบื้องหน้าด้วยเสียงอ่อนแรง เธออายุเพียงแค่ 17
"นี่…!! เขาตื่นแล้วล่ะทุกคน" เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กสาวเป็เพียงสิ่งเดียวที่ยังพอบรรเทาความเหนื่อยล้าจากการสู้รบและเอาชีวิตรอดภายในดินแดนอันโหดร้าย
.
.
.
.
.
.
ไรเซลเป็เพียงคนเดียวที่ต่อสู้ได้ เขาพาเพื่อนร่วมทางของเขาเดินทางเพื่อหาสถานที่ปลอดภัย
.
.
.
ที่ชายแดนระหว่างทวีปมอร์ร่าและทวีปเรเมีย
"พี่ไรเซลตามพวกเรามาเถอะ" เด็กสาวพูดด้วยดวงตาที่ปริ่มน้ำ พวกเขาโดนกองทัพไล่ล่ามาอย่างน้อย สี่วันแล้ว
"พวกเธอต้องข้ามชายแดนไป ทวีปเรเมียอยู่นอกเหนืออำนาจของมอร์ร่า ที่นั่นพวกเธอจะปลอดภัย" ไรเซลพูดพร้อมกับวิ่งออกไปเขาไม่ฟังเสียงที่เรียกตามมาและเข้าปะทะกับกองทัพของราชินีมอร์ร่า
.
.
.
"เราจะต้องได้พบกันอีก สัญญานะ!!"
.
.
มีเพียงเสียงเล็กๆ ของเด็กสาวเท่านั้นที่ยังคงก้องอยู่ในหู เสียงนั้นออกห่างไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเขาไม่ได้ยินสิ่งใดอีก
การที่คนธรรมดาอย่างเขาต้องมาสู้กับกองทัพเวทมนตร์ของมอร์ร่าก็เปรียบเหมือนการเอาตัวเข้าไปตาย มีเพียงประสบการณ์รบเท่านั้นที่พาเขาเอาตัวรอดมาจากวิกฤตได้
.
.
.
.
.
.
"ฮือออๆๆๆ…." เสียงร้องไห้ของเด็กสาวที่อยู่ในอ้อมอกทำให้ไรเซลอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ พวกเขาได้พบกันอีกครั้งหลังจาก 2 ปีที่ผ่านไป
"คราวนี้หนูไม่เป็ตัวถ่วงอีกแล้วคอยดูเถอะ" เด็กสาวทำหน้าตาเอาเื่ เธอยังคงโกรธที่ไรเซลไปเสี่ยงชีวิตคนเดียว
.
.
.
.
.
"เย้…..!! เราทำได้แล้วเห็นมั้ยล่ะ" เธอยังคงทำหน้าตาตื่นเต้นและหันมาอวดไรเซลตอนที่จัดการศัตรูลงได้
.
.
.
ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอเฝ้าฝึกฝนเพื่อจะได้เจอกับไรเซลอีกครั้ง
.
.
.
ก่อนที่ลำแสงจากท้องฟ้าจะส่งลงมา…
.
.
… ทุกสิ่งล้วนราบพนาสูร ไม่ว่าจะเป็ต้นไม้ใบหญ้า ูเา หรือผู้คน….
.
.
..ที่เหลืออยู่มีเพียงไรเซลคนเดียว เท่านั้น…
.
.
.
เขาพยายามตามหา ท่ามกลางพื้นดินที่ราบเรียบสุดสายตา เขาเปล่งเสียงเรียกจนกระทั่งเสียงของเขานั้นหมดลง
.
.
เขาลากร่างที่เต็มไปด้วยาแไปในที่ที่เพื่อนเขาเคยอยู่…
.
.
ขุดพื้นดินหาทุกที่เพียงแค่หวังว่าจะมีใครซักคนตอบรับกลับมา
.
.
ร่างของเขานอนแผ่อยู่ในหลุมใหญ่พร้อมกับฝนที่ไหลริน
.
.
.
************************************
หยาดฝนหลั่งไหลลงมากลบน้ำตาของไรเซล เขาถูกปลุกขึ้นมาจากความฝันเมื่อครั้งอดีต
.
.
.
ภาพของเด็กสาวที่ยิ้มแย้มให้กับเขาเสมอถูกทัพซ้อนกับเงาของผู้หญิงตรงหน้า
ตอนนี้เขารู้แล้วว่าทำไมถึงไม่ยอมเดินจากไปไหน
ไรเซลยิ้ม….
นี่ไม่ใช่รอยยิ้มของเขาในตอนนี้…
แต่เป็รอยยิ้มที่เขาเคยยิ้มเมื่อครั้งอดีต…
.
.
.
รอยยิ้มที่มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เคยเห็น….
.
.
.
ไรเซลหันหลังและก้าวเดิน
.
.
.
ภายใต้สายฝนที่ไหลลงมาช่างคล้ายกับวันที่เขาได้สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไป
.
.
เขายังคงมีน้ำตาเหมือนอย่างวันนั้น..
.
.
.
.
"ขอบคุณนะที่ยังมีชีวิตอยู่"
.
.
.
.
.
.
.
.
.
…….. "ฟางหนิง.. "
.
.
.
.
.
ไรเซลพูดด้วยเสียงที่มีเพียงเขาเท่านั้นที่ได้ยิน….