บนถนนสายหนึ่งในกรุงเทพฯ ที่แน่นขนัดไปด้วยรถยนต์ รถของผมเคลื่อนตัวอย่างเชื่องช้า ท่ามกลางการจราจรที่ติดขัดไม่สิ้นสุด
เม็ดฝนยังคงโปรยปรายไม่ขาดสาย ระหว่างที่ผมนั่งรอให้รถด้านหน้าเคลื่อนตัวออกไป ความคิดในใจก็หวนกลับไปถึงคุณเอมและลูก ๆ ของเธอ ความรู้สึกเศร้าเอ่อล้นอยู่ไม่น้อยกับการต้องจากลา ทว่าก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า มันเป็นช่วงเวลาที่งดงามและมีค่าที่สุดช่วงหนึ่งในชีวิต
สิบนาทีผ่านไป
ในที่สุดผมก็ขับรถมาถึงจุดหมายที่ตั้งใจไว้ “คอนโด เดอะสกายไลน์ สุขุมวิท 99” ตึกสูงตระหง่านกว่า 30 ชั้นตั้งเด่นท่ามกลางสายฝน ผมตั้งใจจะมาเช่าห้องที่นี่ เพราะตอนนี้การเงินของผมเริ่มดีขึ้นมาก การเลือกพักคอนโดหรูจึงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
ผมขับรถไปจอดที่ป้อมยามตรงทางเข้า ก่อนจะกดเลื่อนกระจกลงแล้วถามออกไปว่า
“สวัสดีครับ ผมสนใจคอนโดที่นี่ครับ อยากขอดูภายในห้องหน่อยครับ”
รปภ.มองผมเล็กน้อยแล้วตอบ “อ๋อครับ คุณมีห้องที่ต้องการเข้าชมแล้วหรือยังครับ?”
“ห้อง 2304 ครับผมดูมาคร่าว ๆ แต่อยากเข้ามาดูห้องจริงๆก่อน” ผมตอบ
รปภ.พยักหน้าแล้วตอบ “โอเคครับ”
จากนั้นเขาก็ขอบัตรประชาชนของผม เพื่อลงทะเบียนก่อนจะยกไม้กั้นสีขาวแดงขึ้นเพื่อให้ผมผ่านทางเข้าไป
“พอเข้าไปถึงเคาน์เตอร์ เจ้าหน้าที่ที่รออยู่จะพาคุณไปชมห้องเองครับ” เขากล่าวทิ้งท้าย
“ขอบคุณครับ” ผมตอบพลางกดกระจกขึ้น
สิบนาทีต่อมา
ผมก็ยื่นอยู่หน้าห้อง 2304 แล้วพร้อมกับเจ้าหน้าที่หนึ่งคน
เจ้าหน้าที่กล่าวเชิญพลางผายมือไปยังประตูบานใหญ่ที่อยู่ตรงหน้า พอผมก้าวเท้าเข้าไปก็พบกับโถงทางเข้าเล็ก ๆ ซึ่งเชื่อมต่อกับห้องครัวที่อยู่ทางซ้ายมือ ถัด ไปจะเป็นพื้นที่เปิดโล่งขนาดใหญ่ที่รวมเอาส่วนของห้องนั่งเล่นและห้องอาหารเอาไว้ด้วยกัน
จากห้องนั่งเล่น หากเดินไปทางปีกซ้าย จะพบกับห้องน้ำเล็ก ที่แม้ขนาดไม่ใหญ่ แต่มีอุปกรณ์ครบครัน ถัดไปเป็น ห้องนอนเล็ก ขนาดพอดี เตียงใหญ่พอสมควร แต่ไม่มีห้องน้ำในตัว
ทางปีกขวาจะเป็น ห้องนอนหลัก ขนาดกว้างขวาง ครบครันด้วยเฟอร์นิเจอร์และสิ่งอำนวยความสะดวก เตียงขนาดใหญ่ ห้องน้ำขนาดกว้างพร้อม อ่างอาบน้ำ แยกพื้นที่อย่างเป็นสัดส่วน
ผมสำรวจห้องอยู่นานพอสมควร จนมั่นใจในความเหมาะสม และตัดสินใจ ทำเรื่องเช่าห้องภายในตอนนั้นเลย
คอนโด 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ รายเดือน 120,000 บาท
หลังจากออกจากคอนโด ผมขับรถตรงมาที่โรงแรมเก่าของตัวเองทันที
เมื่อมาถึง ผมรีบเดินขึ้นบันได พลางคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย โรงแรมเก่า ๆ แห่งนี้ การบริการไม่ค่อยรวดเร็วเท่าไหร่ แถมยังตั้งอยู่ไกลจากร้านอาหารดี ๆ อีก
ถนนด้านหน้าก็มีแต่หลุมบ่อเหมือนหลุมอุกาบาตร
ไม่นานผมก็มาถึง หน้าประตูห้องพัก
เหลือบตามองห้องของเมษาที่อยู่ข้าง ๆ เล็กน้อย ตอนนี้เห็นว่า รถมอเตอร์ไซค์ของผมไม่อยู่ ก็แปลว่าเธอคงใช้ขับไปมหาวิทยาลัย
จากนั้นผมก็หยิบกุญแจมาไข ก่อนจะเดินเข้าห้องตัวเองไป ผมเดินตรงไปยังเตียงนอนของตัวเองแล้วทิ้งตัวลง รู้สึกเหน็ดเหนื่อยทั่วร่างเหมือนเพิ่งทำงานหนักมาทั้งวัน ผมหันไปมองนาฬิกาที่ติดอยู่บนผนัง ตอนนั้นเพิ่งจะเที่ยงกว่า ๆ ผมนอนอยู่สักพัก คิดอยู่ว่าจะทำอะไรต่อดี ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าผมต้องเก็บของย้ายออกจากที่นี่
ผมลุกขึ้นเก็บข้าวของในห้องออกมาวางไว้กลางห้อง ก่อนใช้สกิลคลาวด์เก็บเข้าไปอีกครั้ง จนตอนนี้ห้องของผมโล่งว่าง เหลือเพียงของที่มีอยู่ก่อนหน้าและของที่ผมไม่ต้องการ
ขณะนั้นเองผมนึกขึ้นได้ รีบหยิบไอโฟน 17 ออกจากคลาวด์มาสองเครื่อง วางไว้บนโต๊ะหน้าทีวีเครื่องหนึ่งสำหรับเมษา อีกเครื่องสำหรับตัวผมเอง
พักใหญ่ต่อมา ไอโฟนเครื่องใหม่ของผมก็พร้อมใช้งาน ส่วนไอโฟน 7 พลัสเครื่องเก่า ผมก็โยนทิ้งออกไปนอกระเบียง โดยไม่แน่ว่าอาจตกใส่หัวใครสักคนก็ได้
ผมลองใช้ทันที เปิดไลน์แล้วเข้าไปที่กล่องข้อความของเมษา ก่อนพิมพ์ว่า
“พี่เสร็จงานแล้วนะ ตอนนี้กลับมาที่ห้องแล้ว” พร้อมใส่ใบหน้ายิ้มแย้มส่งไป
ผมนั่งรอ แต่ไม่มีข้อความตอบกลับ
ทันใดนั้นเองเสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้นว่า
[คำขอเปลี่ยนรูปแบบงาน : สำเร็จ]
[ชื่อ : วายุ มั่งมี]
[อาชีพ : คนขับรถราคะ]
[ระดับ : คนขับประจำตำแหน่ง]
[สกิล : ไว้วางใจ 1 / คลาวด์ ระดับ 1 และอื่นๆ]
[เงิน : 1,645,980 บาท]
[อื่น ๆ : — ]
ผมยิ้มกับข้อความของระบบอยู่สักพักก่อนจะเผลอหลับไป
สี่ชั่วโมงต่อมา
ขณะที่ผมอยู่ในห้วงนิทรา เมษาที่เพิ่งกลับมาก็เคาะประตูห้องของผมดัง ก๊อก ๆ พลางเอ่ยเรียกชื่อผมซ้ำ ๆ ทว่าผ่านไปเนิ่นนาน ประตูก็ยังคงปิดเงียบไร้การตอบรับ เธอตัดสินใจเอื้อมมือไปหมุนลูกบิด และพบว่าประตูไม่ได้ล็อกไว้
"พี่วายุน่าจะหลับอยู่แน่ ๆ... ส่งข้อความไปก็ไม่ตอบ" เมษาพึมพำแผ่วเบา ขณะก้าวเข้ามาในห้อง
เธอปิดประตูตามหลังอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะถอดรองเท้าแล้วเก็บไว้บนชั้นวางอย่างเรียบร้อย เธอเดินเข้ามา วางกระเป๋าสะพายและข้าวของที่ถือมาไว้บนโต๊ะหน้าทีวี แต่ในใจก็รู้สึกว่าห้องนี้เปลี่ยนไป
ทว่าในจังหวะนั้นเอง สายตาของเธอก็สะดุดเข้ากับบางสิ่ง หัวใจเธอเต้นตุบ ๆ ราวกับจะทะลุออกมาจากอก มือสั่นเล็กน้อย เมื่อเอื้อมไปหยิบสิ่งนั้นขึ้นมา
มันมีน้ำหนักไม่ใช่กล่องเปล่า ๆ และยังไร้ร่องรอยการถูกแกะ
ทันใดนั้นเสียงกรี๊ดของเธอดังก้องไปทั่วห้อง จนผมสะดุ้งลืมตาตื่น ก่อนจะเห็นเมษาในชุดนักศึกษาวิ่งพรวดเข้ามา แล้วกระโดดขึ้นเตียงโถมกอดผมแน่น
"พี่...พี่..." เมษาเรียกเสียงใส ใบหน้าฉายรอยยิ้มกว้างจนแทบกลั้นไม่อยู่ "พี่ซื้อนี่มาฝากหนูเหรอคะ?" เธอพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นน่ารักเกินห้ามใจ พลางยกกล่องไอโฟน 17 โบกไปมาให้ผมดู ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบเหมือนเด็กได้ของเล่นใหม่
ผมหัวเราะออกมาพร้อมรอยยิ้มกว้าง ๆ เพราะเห็นว่าเธอชอบมัน
“ใช่แล้ว ชอบไหม?” ผมตอบพร้อมกับโอบกอดเมษาที่นอนทับอยู่บนร่างของผม
เมื่อเธอได้ยินคำตอบก็ยิ้มอย่างดีใจ ดิ้นไปมาบนตัวของผม บ้างก็เอามือมากอด บ้างก็เอาหน้าแนบแก้ม จุ๊บแรง ๆ ทำให้ผมหัวใจพองโต
“พอได้แล้วพี่จะขาดใจตายแล้วเนี่ย” ผมจับแก้มทั้งสองข้างของเธอให้เธอหยุด
เมษายิ้มหวานก่อนเอ่ยขึ้นอีกครั้งว่า “ก็ดีใจนี่นา”
เมื่อพูดจบ เธอก็กลับไปทำเหมือนเดิม ผมปล่อยให้เธอทำต่อไปจนกว่าเธอจะพอใจ
ไม่นาน เมษาก็หอบเหนื่อย ก่อนจะกลิ้งลงไปนอนข้าง ๆ ผม
เธอหายใจสักพัก แล้วเอ่ยเสียงเบา ร่องรอยดีอกดีใจค่อย ๆ จางหายไปจนผมแปลกใจ “อือ…ทำไมพี่ซื้อของแพงขนาดนี้ให้หนูล่ะ” เธอเงยหน้ามองผมด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย
“มันแพงไปหน่อยมั้ยคะเนี่ย iPhone 17 Pro Max 2 TB เลยนะคะ" เธอพูดพร้อมกับก้มลงมองกล่องเพื่อดูรายละเอียด
"พี่เก็บไว้ใช้เองไม่ดีกว่าเหรอคะ มือถือพี่ก็เก่าแล้วนี่"
เธอเงยหน้ามองผมอีกครั้ง ทันใดนั้นผมก็หยิบไอโฟน 17 อีกเครื่องขึ้นมาโชว์พลางยิ้มกวน ๆ “เก่าที่ไหนล่ะ ก็ดูใหม่อยู่นี่นา” ผมหัวเราะตามหลังไปด้วย
ในที่สุดเธอก็หลุดยิ้มออกมา ก่อนเอ่ยถามกลับ “แล้ว...เครื่องเก่าพี่ล่ะ?”
“พี่โยนทิ้งออกนอกระเบียงไปแล้ว” ผมตอบเสียงขำ ๆ
“ห๊ะ...หรือว่าเครื่องที่หนูเห็นตกอยู่หน้าโรงแรมเป็นของพี่?” เธอทำตาโตใส่ผม ก่อนจะหัวเราะลั่นห้อง
จากนั้นผมก็แต่งเรื่องขึ้นมาเพื่อกลบเกลื่อนสิ่งที่เกิดขึ้น ผมบอกกับเมษาว่าผมเคยถือหุ้นตัวหนึ่งไว้ตั้งแต่นานแล้ว แล้วจู่ ๆ มันก็ดันราคาพุ่งสูงขึ้น ทำให้ผมได้กำไรกลับมาเยอะพอสมควร
ผมเล่าอย่างใจเย็น ค่อย ๆ อธิบายทีละขั้นจนดูสมเหตุสมผลพอที่จะเชื่อ แต่ก็จงใจไม่ลงรายละเอียดลึกมากนัก เมษาพยักหน้าช้า ๆ เหมือนจะเข้าใจ ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ แล้วปล่อยเรื่องนี้ไป