ณห้องโถงของบ้านตระกูลซู ในเวลาพลบค่ำ
“มันเกิดอะไรขึ้นกับเ้าน่ะ โจวเว่ย!” แม่สามีมองเห็นลูกสะใภ้มีผ้าพันแผลพันที่แขนโดยมีซูฟานช่วยประคอง
“คือว่านางมารพิษไร้เงาได้ทำการแหกคุกและจับตัวโจวเว่ยเป็ตัวประกันเพื่อหลบหนีความจริงนางมารเกือบที่จะหลบหนีเข้าไปในป่าได้แล้ว ถ้านางไม่คิดทำร้ายโจวเว่ยท่านมือปราบที่ตามนางมารไปติดๆก็เลยจำต้องรีบเข้าจู่โจมและเผลอพลั้งมือสังหารนางมารตายขอรับ” ซูฟานเล่า
“นางมารช่างชั่วร้ายจริงๆ ดีที่โจวเว่ยปลอดภัย” แม่สามีเข้าไปกอดลูกสะใภ้โดยพยายามไม่ให้โดนาแ
“ข้ารู้สึกเหนื่อยล้าเหลือเกินเ้าค่ะ” โจวเว่ยต้องเผชิญภัยอันตรายจนเกือบถึงแก่ชีวิต
“ลูกรีบพาฮูหยินของเ้าไปพักผ่อนเถอะ” ท่านแม่บอกลูกชาย
“ขอรับท่านแม่” ซูฟานรีบประคองตัวฮูหยินแล้วพาไปที่ห้องนอนส่วนตัวของนาง
แม่สามีรู้สึกโล่งอกที่คนร้ายถูกสังหารไปแล้วมิฉะนั้นหากนางมารหลบหนีออกมาได้ นางคงคิดทำลายคนในตระกูลซูอีกอย่างแน่นอน
***************************
ณห้องนอนของโจวเว่ย
ซูฟานช่วยประคองฮูหยินให้นอนบนเตียงดีๆ
“เป็อย่างไรบ้าง เ้ายังคงเจ็บแผลอยู่หรือเปล่า” ซูฟานกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“เจ็บเ้าค่ะ รู้สึกว่าแผลเริ่มระบมแล้ว” ฮูหยินรู้สึกได้ว่าแผลเริ่มอักเสบ
“ข้าจะไปสั่งให้หงเหม่ยไปเตรียมข้าวต้มและยาสมุนไพรมาให้นะ” ซูฟานกล่าว
“ขอบคุณท่านพี่มากเ้าค่ะ” ฮูหยินกล่าวอย่างอ่อนแรง
ซูฟานจับมือฮูหยินมาแนบแก้ม“ทำไมเ้ามือสั่นเช่นนี้เ้ายังคงกลัวอีกอย่างนั้นหรือ”
“ข้ากลัวจริงๆ เ้าค่ะ” ฮูหยินขวัญเสีย
“ข้าจะปกป้องเ้าให้ถึงที่สุด ข้าจะไม่ยอมให้เ้าเกิดอันตรายแบบนี้อีก”ซูฟานกล่าวอย่างมุ่งมั่น
ซูฟานกำลังจะเข้าไปกอดฮูหยินแต่มีเสียงเคาะประตูดังมาก
“เข้ามาได้” ซูฟานะโบอกคนข้างนอก
“เรียนนายท่าน มีคนกลั่นแกล้งฮูหยินรองเ้าค่ะ” เจียงหยารีบเข้ามารายงาน
“ใครกันที่กล้าอาจหาญเช่นนี้ แล้วหว่านชิงโดนแกล้งยังไง” ซูฟานอยากรู้
“มีคนนำรังมดแดงไปสลัดใส่ฮูหยินรองที่นอนบนเตียงในระหว่างที่ข้าไปเตรียมอาหารและยาอยู่ตอนนี้ฮูหยินถูกมดกัดจนมีผื่นแดงไปทั่วทั้งตัวเลยเ้าค่ะ” เจียงหยาฟ้อง
“บังอาจ! ใครกันที่อำมหิตทำกับผู้ป่วยติดเตียงแบบนี้ ช่างไร้มนุษยธรรมจริงๆว่าแต่หว่านชิงเป็อย่างไรบ้าง” ซูฟานนึกไม่ถึงว่าขนาดหว่านชิงเป็อัมพาตแล้วยังจะมีคนทำร้ายนางอีก
“ข้าทายาให้นางแล้วเ้าค่ะ คิดว่าคงบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อนไปได้บ้าง”เจียงหยากล่าว
“ท่านพี่ไปดูนางเถิดเ้าค่ะ ไม่ต้องเป็ห่วงข้า” โจวเว่ยเป็ห่วงฮูหยินรอง
“หงเหม่ย! ดูแลเ้านายให้ดีด้วยล่ะ” ซูฟานกำชับ
“เ้าค่ะนายท่าน” หงเหม่ยที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องรับคำ
***************************
ผ่านไปหนึ่งชั่วยามซูฟานก็เรียกทุกคนในบ้านให้มาอยู่รวมกันที่ห้องโถง
เจียงหยาเดินเข็นรถเข็นของหว่านชิงโดยเข็นรถให้ไปจอดใกล้ที่นั่งของนายท่าน
“ทุกคนเห็นแล้วใช่มั้ยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับฮูหยินรอง” ซูฟานกล่าวกับเด็กรับใช้ทุกคน
“เหตุใดฮูหยินรองถึงมีผื่นแดงแบบนั้นล่ะขอรับ” ท่านพ่อบ้านสงสัย
“มีบุคคลในที่นี้ที่บังอาจนำรังมดแดงมาสลัดใส่ฮูหยินรองที่นอนอยู่บนเตียง”ซูฟานรู้สึกเจ็บแค้น
“ใครกันช่างโหดร้ายทารุณแบบนี้” นายหญิงใหญ่หรือท่านแม่ของซูฟานอุทาน
“ถึงฮูหยินจะเป็อัมพาตแต่นางสามารถชี้ตัวผู้กระทำได้” ซูฟานกล่าวกับทุกคน
“ทำได้อย่างไรกันขอรับ ฮูหยินทั้งพูดและขยับตัวไม่ได้” ท่านพ่อบ้านไม่เชื่อ
“ฟังนะฮูหยินรอง ข้าจะชี้ไปทีละคน หากใครเป็คนทำร้ายเ้า ให้เ้ากระพริบตาสามที”จากนั้นซูฟานก็ดำเนินการชี้คนในบ้านทีละคนๆ
ผ่านไปสิบคนฮูหยินรองก็ยังคงนิ่งเฉย
“ฮูหยินอาจไม่สามารถรับรู้สถานการณ์ภายนอกก็เป็ได้นะขอรับ” ท่านพ่อบ้านยังคงไม่เชื่อ
“ข้ายังชี้ไม่ครบทุกคนเลย” ซูฟานไม่ยอมแพ้
จนกระทั่งซูฟานชี้ไปที่ปิงหลานก็พบว่าฮูหยินรองทำการกระพริบตาสามครั้งจริงๆ
ปิงหลานคุกเข่าและกล่าวว่า“โปรดให้ความเป็ธรรมกับข้าด้วยเถิดเ้าค่ะข้าไม่ได้เป็คนทำร้ายฮูหยินรองเลยสักนิดบางทีการกระพริบตาของฮูหยินอาจเป็เื่บังเอิญก็เป็ได้”
“หว่านชิง! ฟังข้านะ หากปิงหลานเป็คนสลัดรังมดแดงใส่เ้าให้เ้ากระพริบห้าครั้ง” ซูฟานลองใหม่
หว่านชิงกระพริบห้าครั้งจริงๆจึงทำให้ทุกคนเชื่อว่าปิงหลานเป็คนทำร้ายนาง
“ปิงหลาน! เ้านี่ช่างบังอาจจริงๆ” ซูฟานโมโห
ปิงหลานคลานเข้าไปเกาะขานายหญิงใหญ่และกล่าวว่า“ข้าถูกปรักปรำเ้าค่ะบางทีฮูหยินรองอาจแค้นที่ข้าเคยวางยาถ่ายใส่นาง นางก็เลยกลั่นแกล้งข้าด้วยวิธีนี้”
“ข้าเจอรังมดในห้องปิงหลานแล้วขอรับ” ลูกน้องข้างกายซูฟานกล่าว
“หลักฐานแ่า ยังจะพูดอะไรอีก” ซูฟานตะคอก
“ทำไมเ้ากลั่นแกล้งฮูหยินรองไม่เลิกแบบนี้ เ้ามีความแค้นอะไรกับนางนักหนา”นายหญิงใหญ่ไม่เข้าใจ
“ฮือฮือ ก็ข้าไม่ชอบที่นางแย่งสามีฮูหยินใหญ่นี่เ้าคะฮูหยินใหญ่เป็คนดีมีเมตตาต่อบริวารนางไม่สมควรต้องมาทุกข์ทนที่สามีมีเมียน้อยแบบนี้” ปิงหลานเจ็บแค้นแทนฮูหยินใหญ่
“ข้าเคยให้โอกาสเ้าแล้ว ยอมละเว้นโทษให้ เ้าก็ยังกระทำความผิดซ้ำอีกคราวนี้ข้าจำเป็ต้องไล่เ้าออกแล้ว” ซูฟานไม่ยอมใจอ่อนอีก
“ฮือฮือ อย่าไล่ข้าไปเลยเ้าค่ะ” ปิงหลานพยายามขอร้องโดยการเขย่าขาท่านแม่ของซูฟาน
“ปิงหลาน! ข้าดีใจนะที่เ้ามีความจงรักภักดีต่อฮูหยินใหญ่แต่ความภักดีนั้นจะต้องไม่ทำร้ายใครโดยเฉพาะคนคนนั้นเขาก็ป่วยถึงขั้นเป็อัมพาตไปแล้ว” นายหญิงใหญ่กล่าวด้วยความเมตตา
“ก็ข้าคิดว่าบางทีฮูหยินรองอาจแกล้งเป็อัมพาตเพื่อเรียกร้องความสนใจข้าก็แค่ทดสอบดู ข้านึกไม่ถึงว่าฮูหยินรองนั้นเป็อัมพาตจริงๆ นี่เ้าคะความจริงข้าจะรีบปัดมดออกให้ แต่มีคนกำลังจะเข้ามาในห้องฮูหยินรองข้าก็เลยรีบหนีออกทางหน้าต่างไปเ้าค่ะ” ปิงหลานเล่า
“นี่คือห่ออัฐ ข้าให้เ้าเอาไว้ตั้งตัวนะ” นายหญิงยื่นห่ออัฐให้
“แต่ว่า ….” ปิงหลานอยากอยู่ที่บ้านตระกูลซูต่อ
“เ้าไปเสียเถิด หากเ้ายังอยู่ที่นี่ เวลาเกิดเื่เลวร้ายทุกคนก็จะคิดว่าเป็ฝีมือของเ้า ถึงเ้าได้อยู่ที่นี่ต่อไป เ้าก็คงไม่มีความสุขหรอก”ซูฟานกล่าว
“ก็ได้เ้าค่ะ ขอบคุณที่เมตตาให้ข้าได้อยู่ที่นี่นะเ้าคะ” ปิงหลานปาดน้ำตาและเดินกลับไปที่ห้องของตนเพื่อเก็บข้าวของออกไปจากบ้านตระกูลซู
***************************
ค่ำคืนดึกสงัดในป่าแห่งหนึ่ง
หว่านชิงแอบสวมชุดดำออกมากลางดึกนางรีบเป่านกหวีดเรียกท่านจอมยุทธ์ทันที
ผ่านไปไม่นานชายชุดดำก็ปรากฏตัวพอเปิดหน้ามา พบว่าชายคนนั้นคือ ผู้ชายที่ปลอมตัวเป็ท่านหมอว่านหลงเขาเคยไปส่งหว่านชิงที่อยู่ในสภาพเป็อัมพาตที่บ้านตระกูลซู
“ทำไมใบหน้าเ้าถึงมีผื่นแดงแบบนี้ล่ะ” ท่านจอมยุทธ์ทัก
“ข้าถูกคนในบ้านกลั่นแกล้ง ปิงหลานนำรังมดแดงมาสลัดใส่ข้าข้าต้องอดทนปล่อยให้ฝูงมดกัดข้าตั้งนานกว่าเจียงหยาจะเข้ามาช่วยปัดมดให้ข้า”หว่านชิงเล่า
“แล้วเ้าจะให้ข้าช่วยอะไร” ท่านจอมยุทธ์สงสัย
“เ้าช่วยไปแจ้งให้ท่านน้าของข้าเดินทางมารับข้าออกจากบ้านตระกูลซูให้ที”หว่านชิงขอร้องสหาย
“เ้าไม่อยากอยู่ที่นี่เพื่อสืบหาความจริงต่อแล้วงั้นหรือ” ท่านจอมยุทธ์สงสัย
“ตอนนี้โจวเว่ยสามารถยืนยันความบริสุทธิ์ได้แล้ว นางไม่ได้ร้ายกาจอะไรบางทีนางอาจไม่ใช่ท่านพี่ของข้า” หว่านชิงอยู่ที่บ้านตระกูลซูมานานแล้วก็ยังไม่เห็นโจวเว่ยแสดงความร้ายกาจออกมาเลยสักนิด
“เ้าทนถูกกลั่นแกล้งไม่ได้แล้วงั้นสิ” ท่านจอมยุทธ์คาดเดา
“เปล่า! ข้าอยากไปสืบที่อื่นต่อ” หว่านชิงคิดว่าอยู่ที่บ้านหลังนี้ต่อไปก็ไม่มีประโยชน์
“ก็ได้! ตอนนี้เ้ารีบกลับห้องเถอะ เดี๋ยวมีใครมาเห็นเข้าความจะแตกเอาเสียเปล่าๆ” ท่านจอมยุทธ์เตือน
“ข้าจะไปเดี๋ยวนี้ล่ะ” หว่านชิงรีบวิ่งกลับไปที่บ้านตระกูลซูทันที
ท่านจอมยุทธ์รีบะโหนีหายไปเพื่อเตรียมออกเดินทางไปแจ้งข่าวให้ท่านน้าของหว่านชิงที่เมืองกวานเหลียง
***************************
หลังจากที่โจวเว่ยสามารถยืนยันความบริสุทธิ์ได้แล้วความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยาก็กลับมาเป็เช่นเดิมสองสามีภรรยารักใคร่กันมากเหมือนข้าวใหม่ปลามันส่วนฮูหยินรองก็กลายเป็ส่วนเกินโดยปริยายตอนนี้หว่านชิงเป็เพียงผู้ป่วยติดเตียงที่พักอาศัยอยู่ในบ้านตระกูลซู
สิบห้าวันต่อมา
“ท่านเป็ใครและมีธุระอะไรอย่างนั้นหรือ” นายหญิงใหญ่มองเห็นหญิงวัยกลางคน
“ข้าคือน้าของหว่านชิงมีนามว่าจือสุ่ยก่อนที่หว่านชิงจะเดินทางกลับเมืองเชียงหนานนางได้นัดให้ข้ามาพบนางที่บ้านตระกูลซู” จือสุ่ยแนะนำตัว
“มาพบทำไมกัน” นายหญิงไม่เข้าใจ
“ข้าจะรับตัวนางไปทำงานที่โรงทอผ้าด้วยกัน” จือสุ่ยบอกวัตถุประสงค์
“นางจะไปได้ยังไง ในเมื่อนางเป็ฮูหยินรองของตระกูลซูไปแล้ว” นายหญิงคิดว่าลูกสะใภ้ควรอยู่ที่ตระกูลซู
“หว่านชิงบ่นว่านางรู้แก่ใจดีว่าซูฟานนั้นรักฮูหยินใหญ่มากและนางก็ไม่อยากเป็มือที่สาม” จือสุ่ยกล่าวอ้าง
“เอ่อ คือว่า หว่านชิงนั้นเป็อัมพาต นางคงไปทำงานที่โรงทอผ้ากับเ้าไม่ได้หรอก”นายหญิงยอมบอกความจริง
“อะไรนะ! ทำไมนางถึงมีสภาพเช่นนี้” ท่านน้าจือสุ่ยแกล้งใ
“เกิดอุบัติเหตุสะพานขาด รถม้าที่นางโดยสารอยู่นั้นตกลงไปในแม่น้ำ"นายหญิงเล่าสั้นๆ
“โธ่! นางช่างเคราะห์ร้ายจริงๆ” จือสุ่ยแกล้งพูด
“ให้นางพักอาศัยอยู่ที่นี่เถิด” นายหญิงคิดว่าไม่ควรเคลื่อนย้ายผู้ป่วย
“ข้าขอพานางไปรักษากับท่านหมอเทวดาได้มั้ย” จือสุ่ยเปลี่ยนแผน
“มีท่านหมอเทวดาด้วยงั้นหรือ เ้าบอกข้าก็ได้ ข้าจะไปเชิญท่านหมอมาที่นี่”นายหญิงสงสัย
“ท่านหมอเทวดาร่อนเร่พเนจรไปทั่ว ข้าเองก็ต้องสืบหาเหมือนกันแต่เพื่อความสะดวก เวลาที่ข้าเจอท่านหมอ ข้าจะได้ให้ท่านหมอรีบรักษาหว่านชิงทันที”จือสุ่ยกล่าวอ้าง
“มันจะสะดวกเ้างั้นหรือ ในเมื่อนางขยับตัวไม่ได้เลยนะ” นายหญิงคิดว่าผู้ป่วยดูแลตัวเองไม่ได้อาจเป็ภาระได้
“เอาความจริงนะ ท่านควรเข้าใจความรู้สึกของหว่านชิงบ้าง นางมีสภาพแบบนี้แล้วคงทำหน้าที่ศรีภรรยาไม่ได้ แถมสามีของนางก็ยังมีฮูหยินใหญ่อีกคนท่านคิดว่านางจะไม่รู้สึกอิจฉาอย่างนั้นหรือ” จือสุ่ยหาเหตุผลใหม่
“มันก็จริง! งั้นท่านพ่อบ้านจงสั่งให้เจียงหยาเก็บสัมภาระของฮูหยินรองและพาตัวฮูหยินรองมาที่ห้องโถง เร็วเข้า” นายหญิงสั่งพ่อบ้าน
“ขอรับ” ท่านพ่อบ้านรับคำ
ผ่านไปครึ่งชั่วยามเจียงหยาก็เข็นฮูหยินรองมาส่งที่ห้องโถง
“จะพาฮูหยินรองไปที่ไหนงั้นหรือเ้าคะ” โจวเว่ยสงสัย
“จะ จะ จือหม่าอี้!” ท่านน้าของหว่านชิงใเมื่อเห็นใบหน้าของโจวเว่ย
“ท่านเรียกข้าว่าอะไรนะเ้าคะ พวกเรารู้จักกันอย่างนั้นหรือ” โจวเว่ยแปลกใจ
“นางคือลูกสะใภ้อีกคนของข้าเอง” นายหญิงแนะนำตัวลูกสะใภ้
“เหมือนมาก ราวกับคนเดียวกัน” จือสุ่ยพูดกับตัวเอง
“เจียงหยา! เ้าพาหลานสาวของจือสุ่ยไปส่งที่รถม้า เร็วเข้า” นายหญิงสั่ง
“เอ่อ แล้วจะไม่ถามนายท่านก่อนหรือเ้าคะ” เจียงหยาลังเลเพราะควรต้องขออนุญาตซูฟานก่อน
“เอาเป็ว่าสอบถามหว่านชิงดีมั้ยว่านางอยากอยู่ที่นี่หรืออยากไปกับท่านน้าของนาง” นายหญิงพูดจบก็หันไปสอบถามหว่านชิง“ถ้าเ้าอยากไปกับท่านน้าของเ้า เ้าจงกระพริบตาห้าครั้ง”
หว่านชิงรีบกระพริบตาทันที
“เอาล่ะ พวกเราต้องเคารพการตัดสินใจของหว่านชิง ในเมื่อนางอยากไปก็ต้องยอมให้นางไป” นายหญิงเคารพการตัดสินใจของสะใภ้รอง
“เ้าค่ะ ข้าจะรีบเข็นฮูหยินรองไปเดี๋ยวนี้” เจียงหยายอมทำตามคำสั่งของนายหญิง
“ที่แท้ ท่านก็มารับตัวหลานสาวนี่เอง” โจวเว่ยอ่านสถานการณ์ออก
“ไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอตัวก่อนนะ” จือสุ่ยรีบอำลา
จือสุ่ยรีบเดินออกไปจากบ้านทันทีแม้จะติดใจสงสัยในตัวฮูหยินใหญ่อยู่ก็ตาม
***************************
ณเนินเขาแห่งหนึ่ง
“ท่านน้าเ้าคะ ทำไมต้องปลอมตัวเป็ชายชราแถมสั่งให้ข้าปลอมตัวเป็ชายหนุ่มอีก” หว่านชิงสงสัย
“ถ้าโจวเว่ยเป็จือหม่าอี้จริงๆ นางต้องจ้างคนให้มาฆ่าพวกเราปิดปากเป็แน่”จือสุ่ยกลัวตาย
“สรุปว่าหน้าตาของโจวเว่ยเหมือนพี่จือหม่าอี้มากเลยงั้นหรือเ้าคะ” หว่านชิงอยากรู้
“เหมือนมาก แต่ข้าได้ยินมาว่าฮูหยินใหญ่เป็อาจารย์สอนหนังสือนางเป็ที่นับหน้าถือตา นางคงไม่ใช่จือหม่าอี้หรอก” จือสุ่ยลังเล
“ทำไมล่ะเ้าคะ บางทีพี่จือหม่าอี้อาจไปร่ำเรียนจนมีวิชาไปสอนเด็กๆก็เป็ได้” หว่านชิงกล่าว
“นางคงไม่มีเวลาไปร่ำเรียนหรอกก็ท่านแม่ของเ้านั้นหลอกพานางไปขายที่หอโคมเขียวน่ะสิ” ท่านน้าเล่า
“อะไรนะเ้าคะ! ทำไมท่านแม่ถึงได้ใจร้ายกับพี่สาวแบบนี้” หว่านชิงใ
“เ้าเองก็รู้ว่าครอบครัวพวกเรายากจนมากแค่ไหนแม่ของเ้าคงจำเป็ต้องใช้อัฐจริงๆ” ท่านน้าเห็นใจพี่จือชางิ
“ถ้าข้าเป็พี่ ข้าคงแค้นท่านแม่มากเลยนะเ้าคะ” หว่านชิงโกรธแทนพี่สาว
“ข้าก็เลยสงสัยไงว่า จือหม่าอี้อาจเป็คนฆ่าท่านแม่ของเ้า” จือสุ่ยคาดการณ์
“ตอนนี้ทางการสามารถจับตายนางมารพิษไร้เงาได้แล้วเ้าค่ะและนางมารนั่นก็ยอมสารภาพหมดแล้วว่าเป็คนฆ่าท่านแม่” หว่านชิงคิดว่าพี่จือหม่าอี้เป็ผู้บริสุทธิ์
“งั้นพวกเราลองไปหาพี่ของเ้าที่หอนางโลมกันเถอะให้รู้ไปเลยว่าพี่สาวของเ้ายังอยู่ที่นั่นหรือเปลี่ยนชื่อแซ่ตัวเองแล้วไปแต่งงานกับลูกชายตระกูลซู”ท่านน้าอยากรู้ความจริง
“ก็ดีเหมือนกันเ้าค่ะ” หว่านชิงกล่าว