ระหว่างที่รอให้มหาวิทยาลัยเปิดทำการและรอให้เื่ราวต่างๆจบลงชีวิตของคริสตัลก็เปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง
ั้แ่ที่กลับมาอยู่ที่ซาฟสกีเวนัซ ซึ่งเป็เขตการปกครองหนึ่งของเมืองเบลเกรด โดยมีผู้อาศัยเป็แวมไพร์หนึ่งตนและนักล่าปีศาจอีกหนึ่งคนคริสตัลก็เริ่มที่จะคุ้นชินกับเื่พวกนี้ไปโดยปริยาย เวลากลางวันลูคัสจะอยู่เฝ้าบ้านโดยที่หน้าต่างรอบบ้านในเวลานี้ล้วนแต่มีผ้าม่านสีดำทึบอยู่ทุกหนทางยกเว้นห้องที่คุณลาเฟ่นอนอยู่ มันเลยไม่เป็ปัญหาอะไร ถ้าลูคัสจะอยู่เฝ้าบ้านแล้วเขากับคุณลาเฟ่จะออกมาซื้อของกินกันแบบนี้
“วันนี้จะกินอะไรดีครับคุณลาเฟ่”
“ไม่รู้สิครับผมกินอะไรก็ได้”
“งั้นก็ซื้อไปหลายๆอย่างเลยดีไหมทั้งผักและผลไม้ อืม เนื้อด้วย!” คริสตัลพูดออกมาอย่างร่าเริงซึ่งคุณลาเฟ่เองก็ไม่ได้ติดขัดอะไร แต่กลับถามขึ้นมาจนต้องหันไปมอง
“ว่าแต่นายเรียนอยู่ที่ไหนเรียนเกี่ยวกับอะไร”
“ผมเหรอครับผมเรียนอยู่ที่เบลเกรด เรียนเกี่ยวกับการบริการและการท่องเที่ยวนะครับ” คริสตัลตอบและหยิบแอปเปิลแดงใส่ถุงใบใหญ่พลางยื่นให้คนขายคิดราคาแล้วจ่ายเงินไป
พลางเดินไปตรงอื่นที่มีผักและผลไม้ต่อตามด้วยเนื้อหมูและเนื้อวัวสักเล็กน้อย เพราะคิดว่าอยากจะกินสเต็กเนื้อสักหน่อยในที่สุดเราทั้งคู่ก็ได้อาหารสำหรับพวกเราสองคน ส่วนลูคัสนั้นไม่จำเป็เพราะอาหารของอีกฝ่ายยังไงก็คือตัวเขาอยู่ดี ^_^
“ถ้าอย่างนั้นเดียวฉันจะแนะนำสมาชิกนักล่าฝึกหัดให้นายรู้จักเผอิญพวกเขาเรียนที่เดียวกับนายพอดี เวลามหาวิทยาลัยเปิดเรียน อย่างน้อยมีพวกเขาคอยคุ้มครองสักหน่อยดีกว่าปล่อยให้นายอยู่คนเดียวแล้วมันอันตราย”
“แบบนั้นพวกเขาจะยอมเหรอครับ”
“ต้องลองรู้จักก่อนไปกันเถอะ เดียวไอ้ตัวดูดเืที่บ้านนายจะอาละวาด”
คริสตัลถึงกับนึกขำกับท่าทางที่ลาเฟ่พูดถึงลูคัสนิดหน่อยแต่ก็ไม่ขัดอะไรแล้วพวกเราก็พากันกลับบ้านในทันที
….
-@Vem’Café -
พอตกกลางคืนพวกเราทั้งสามคนก็พากันมาที่ Vem’Café อีกครั้งและก็เป็แบบนี้มาโดยตลอดั้แ่กลับมาคริสตัลจึงได้รู้ว่าลูกค้าของร้านนี้เยอะจริงๆ
ปกติแล้วร้านกาแฟโดยทั่วไปมักจะเปิดเวลากลางวันแต่ทว่าร้านนี้มันไม่ปกติเพราะพนักงานในร้านไม่ใช่คนร้านเลยจำเป็ต้องเปิดเฉพาะเวลากลางคืนเท่านั้นก็ยังคงมีผู้คนแวะเวียนเข้ามาไม่ขาดสาย
“ยินดีต้อนรับครับรับอะไรดีครับ” คริสตัลยิ้มทักทาย พร้อมยกกระดาษและปากกาเตรียมจดออเดอร์
“ขอเป็อเมริกาโน่ร้อนกับเค้กบราวนี่แล้วกันครับ ”
“ได้ครับรอสักครู่นะครับ”
คริสตัลยิ้มและนำออเดอร์ที่ลูกค้าสั่งไปให้ผู้ชงเครื่องดื่มตอนนี้เขามีเพื่อนใหม่ชาวแวมไพร์เพิ่มแล้ว นั่นก็คือพวกที่ติดตามลูคัสและวินเซนต์ตลอดเวลานั้นเองแต่เขาเพิ่งจะมารู้จักและสนิทกับทุกคนก็วันที่สองคืนแรกของการเปิดร้านนั้นเอง
“ชารีฟอเมริกาโน่ร้อนหนึ่งแก้วกับเค้กบราวนี่หนึ่งที่โต๊ะสาม”
“โอเค”
เนื่องจากที่เข้ามาเป็ส่วนหนึ่งของพวกเขาอย่างเต็มตัวแล้ววินเซนต์เลยอาสาที่จะไปลาดตระเวนสำรวจกับคุณลาเฟ่แทน
จำได้ว่าตอนนั้นคุณลาเฟ่ไม่ยอมและจะเอาคนอื่นแทนแต่โทษที คนที่มีอำนาจที่สุดรองจากลูคัสก็คือวินเซนต์ผู้เป็น้องชายของเขาแล้วตนอื่นๆอย่าง รัทโค เรย์แมน หรือแม้แต่ชารีฟจะปฏิเสธได้ยังไง
ถึงจะอยากไปแทนคนเป็เ้านายแค่ไหนแต่ดูท่าจะไม่ง่ายขนาดนั้นซะแล้ว
แต่ก็ดีอย่างน้อยก็ยังไม่ได้ละเลยหน้าที่ที่พึ่งกระทำใน่นี้ละนะ
คริสตัลรับเครื่องดื่มจากชารีฟแล้วเอาไปเสิร์ฟให้ลูกค้าก่อนที่จะเดินไปรับออเดอร์ลูกค้าคนต่อไป ตอนนี้ทั้งเขา รัทโค และเรย์แมนต่างก็วิ่งวุ่นบริการลูกค้า ถึงพวกเขาจะไม่เหนื่อยแต่อย่าลืมสิว่าคนที่เหนื่อยนะเป็มนุษย์
“รัทโคเดียวขอตัวไปพักแป๊บนะครับ” คริสตัลบอกออกไปเพราะรู้สึกว่าร่างกายมันไม่ไหวจริงๆ
“ไปพักเถอะครับ”เขาพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินขึ้นไปยังชั้นสอง แล้วไปนั่งอยู่ตรงโซนรับแขกพลางทิ้งตัวลงนอนไปกับโซฟา อ้อ ลืมบอกไปใช่ไหมครับว่า ชั้นสองนะนอกจากจะมีห้องพักหนึ่งห้องแล้วยังมีห้องทำงานส่วนตัวของลูคัสอยู่ไม่ไกลจากจุดที่พักอยู่ตอนนี้เท่าไหร่
“ถ้าเหนื่อยจะไม่ขึ้นไปอาบน้ำสักหน่อยหรือไง”
และก็จะไม่แปลกใจเลยที่เขาจะมาอยู่ตรงนี้คริสตัลลืมตาแล้วมองสบั์ตาคู่นั้น ที่มองมา
“ไม่เอาดีกว่าครับอีกไม่นานก็ปิดร้านแล้ว”
“แต่นายดูเหนื่อย”
“ที่พูดมานี่ในฐานะเ้านายหรือฐานะว่าที่สามีละครับ”คริสตัลขยับตัวลุกขึ้นนั่ง ก่อนเอ่ยถามออกไปอย่างเย้าแหย่พลางกัดปากแล้วสบตาลูคัสนิ่ง พลางคิดว่าลูคัสจะตอบกลับมายังไง ยอมรับว่า่นี้เอ่ยยั่วยวนร่างสูงบ่อยไปแต่มากสุดที่ลูคัสมอบให้ ก็มีแค่จูบแล้วก็สูบเืออกไปเท่านั้น
ทั้งๆที่ตอนนี้เขารู้สึกว่าอยากจะได้อะไรที่มากกว่านั้นแท้ๆ
พรึ่บ!!
เพียงวูบเดียวที่ลูคัสขยับตัวก็ตามมาคร่อมทับร่างกายเอาไว้เสียแล้ว
“อย่ายั่วฉันนะคริสตัล”คริสตัลอมยิ้มแล้วตาก็เปล่งประกายที่เห็นว่าั์ตาของลูคัสเรืองแสงสีฟ้าออกมาเขายกมือขึ้นไปลูบใบหน้าแล้วยิ้มออกมา และเขาก็ผลักอกลูคัสออกไป
“ใกล้ได้เวลาที่วินเซนต์กับคุณลาเฟ่จะมาแล้วงานคุณเสร็จหรือยังครับ” คริสตัลเปลี่ยนเื่แล้วถามออกไป
“ใกล้แล้วรอแค่รัทโคเอายอดขายขึ้นมาให้” พยักหน้ารับก่อนจะเอนกายพิงไปกับร่างเย็นๆของลูคัสแล้วหลับตาลงซึ่งลูคัสก็ไม่ได้ว่าอะไร ไม่นานทุกคนก็ขึ้นมา พร้อมวินเซนต์และคุณลาเฟ่
ทุกคนนั่งพักเหนื่อยโดยที่ลูคัสเข้าห้องทำงานไปพร้อมกับวินเซนต์ ในมือของลูคัสถือกระดาษยอดขายของวันนี้เข้าไปด้วยหลังจากนั้นพวกเราทั้งสามคนก็กลับมาที่บ้านของเขาแล้วก็พักผ่อนกัน
และด้วยความร่วมมือระหว่างสมาคมนักล่าและเหล่าแวมไพร์เป็ไปได้ด้วยดีจึงทำให้อัตราคนสูญหายได้ลดน้อยลงไป และด้วยวิทยาการที่ก้าวหน้าของมนุษย์ลูคัสจึงประกาศออกไปให้เหล่าสมาชิกแวมไพร์ได้รับทราบและจำเป็ต้องมีมันติดตัวเองไว้
ซึ่งมันก็ไม่ใช่อะไรมันคือโทรศัพท์มือถือนั่นเองเพื่อให้ง่ายต่อการติดต่อสื่อสารและรายงานสถานการณ์จากพื้นที่อันห่างไกลซึ่งตอนนี้ทุกอย่างก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆจนในที่สุดมหาวิทยาลัยในพื้นที่ต่างๆก็เริ่มประกาศเปิดการเรียนการสอนตามปกติ
….
เช้าวันต่อมาคริสตัลตื่นขึ้นมาในอ้อมกอดของลูคัสเช่นเคย ร่างสูงจูบหน้าผากก่อนจะบอกให้ไปอาบน้ำส่วนตัวเองก็นอนพักผ่อนต่อไปพอเขาอาบน้ำเสร็จก็ปล่อยให้ลูคัสนอน พลางคิดว่า่นี้ลูคัสดูเหนื่อยๆเพลียๆยังไงก็ไม่รู้หรือเป็เพราะว่าอดเืมาหลายวันจนเกินไป
ได้แค่คิดแล้วก็สงสัยแต่ก็ช่างมันก่อนเถอะ เพราะดูเหมือนวันนี้คุณลาเฟ่บอกว่าจะแนะนำให้รู้จักเพื่อนใหม่อีกสามคนพอออกมาจากห้องก็พบว่าคุณลาเฟ่กำลังนั่งคุยอะไรกับใครอยู่ก็ไม่รู้
“ตื่นแล้วเหรอ”
“ตื่นแล้วครับคุณลาเฟ่หลับสบายหรือเปล่า เมื่อคืนดูคุณเหนื่อยๆ”
“ผมโอเค อ้อพวกเขาคือคนที่ผมบอกไปก่อนหน้านี้ เอ็ดวิน เดฟ แล้วก็ ซีเรีย”
“ผมคริสตัลครับ”
“ฉันซีเรียยินดีที่ได้รู้จักนะ ฉันเคยเห็นนายผ่านๆตาตอนที่อยู่ในคณะเพราะลักษณะนายดูเด่นมาก”
“ฉันเอ็ดวินนะคนสวย”
โครม!!
เสียงปิดประตูดังขึ้นโครมใหญ่พาให้พวกเราสะดุ้งจนพวกเอ็ดวินลุกขึ้นเตรียมโจมตีเ้าของั์ตาสีฟ้าที่ตอนนี้เริ่มจะมีสีแดงแซมขึ้นมานิดๆแล้วพอเห็นแบบนั้นคริสตัลจึงรีบลุกขึ้นยืนทันที
“ระวังปากเ้าหน่อย” เสียงเรียบเย็นหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากที่เขี้ยวเริ่มงอกขึ้นมา
“มันเป็บ้าอะไร”ขนาดคุณลาเฟ่ยังต้องลุกขึ้นมาเมื่อเห็นท่าทางที่ผิดปกติของลูคัส เขาหันไปหาคุณลาเฟ่ก่อนจะพูดออกไป
“คุณลาเฟ่ครับผมฝากมื้อเช้าด้วย” พูดจบก็ทำท่าจะเดินเข้าไปหาลูคัสแต่ทว่าเอ็ดวินก็รั้งแขนเอาไว้และนั้นก็ดูเหมือนจะกระตุ้นให้ลูคัสกระโจนเข้ามาอย่างรวดเร็ว
เขาจึงสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของเอ็ดวินอย่างแรงแล้วมาขวางทางการกระโจนเข้ามาของลูคัส ก่อนจะตวาดออกมาเสียงดังพร้อมแสงที่สร้อยกระจายอำนาจออกมา
พลางคิดว่าท่าจะไม่ดีแล้ว ถ้าั์ตาลูคัสเปลี่ยนเป็สีแดงเต็มเมื่อไหร่ ก็คงจะหยุดเขาไม่ได้
“หยุดนะลูคัส!!”
“อึ่ก! ปะ ปล่อย!”
….
ร่างสูงพลันหยุดนิ่งทันทีไม่รู้ว่าลูคัสเป็อะไรไป หิวกระหายหรือโกรธโมโหอะไร ก่อนที่จะชะงักไป เมื่อคิดได้ว่าก่อนหน้านี้เอ็นวินเรียกตัวเองว่าอะไร แล้วเสียงปิดประตูโครมใหญ่ก็ดังตามมา คริสตัลหลุดยิ้มหวานก่อนจะเดินเข้าไปใกล้พ่อแวมไพร์ที่กำลังอารมณ์ร้อนตรงหน้า
“ปล่อยเดียวนี้ข้าจะฆ่ามัน!!”
“จะฆ่าเขาทำไมครับเขาไม่ได้ทำอะไรผิด”
“ก็มัน!!”
“คุณหึงหวงได้รุนแรงดีนะครับ”
“…!!”
“ผมจะปล่อยแล้วเรากลับเข้าห้องกัน”ไม่มีเสียงตอบรับ แต่อาการโมโหก็จางหายไปบ้างคริสตัลถอนหายใจก่อนเดินเข้าไปใกล้แล้วดึงแขนลูคัสให้กลับเข้าไปในห้อง และดูเหมือนร่างสูงจะสับสนและมึนงงกับการกระทำของตัวเองนิดหน่อย
เข้าห้องมาได้คริสตัลก็ดันร่างสูงไปนั่งที่ปลายเตียงก่อนจะขึ้นคร่อมตักและนั้นก็ทำให้ลูคัสชะงักไปแต่เขาไม่สนใจอะไรและแนบริมฝีปากบดจูบลงไปแทน
“อืม”
เสียงครางออกมาเบาๆก่อนที่ร่างทั้งร่างจะถูกพลิกแนบลงไปกับพื้นเตียงนุ่มแทนริมฝีปากก็ไม่ได้ผละออกจากกันไปไหนััอันร้อนแรงรุกเร้าเริ่มปลุกปั่นให้อารมณ์แตกกระเจิงไป
ขาทั้งสองข้างเกี่ยวกระหวัดรัดรอบเอวหนาราวกับไม่อยากให้ร่างสูงผละจากไปไหนลิ้นร้อนถูกลูคัสไล่ต้อนและดูดดึงไปมาจนเกิดเสียงน่าอาย น้ำใสไหลออกจากมุมปากจนร่างสูงต้องตามไปเลียน้ำหวานนั้นเข้าปากไป
เขี้ยวยาวลากไล้ไปตามลำคอจนร่างกายสั่นสะท้านด้วยความหวามไหวก่อนที่คมเขี้ยวจะกดแล้วฝังเข้าไปในลำคอ
“อะ! ลูคัส!”
คริสตัลสะดุ้งและร้องครางออกมาก่อนจะหลับตาแน่นพลางหอบหายใจกระเส่าอยู่ข้างหูของลูคัส
“ฉันขอโทษที่ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้”
คริสตัลปรือตามองลูคัสที่เืเลอะเต็มริมฝีปากน่าจูบก่อนที่ร่างสูงจะพูดออกมาพลางลูบแก้มของเขาอย่างอ่อนโยน
“แต่ไม่รู้ทำไมฉันถึงไม่ชอบที่มีผู้ชายคนอื่น… มาเรียกนายว่าคนสวย” คริสตัลยิ้มก่อนจะแนบจูบที่ปลายคาง
“ก็เหมือนกับผมที่ไม่ชอบให้คุณไปคุยกับผู้หญิงคนนั้น”เราสบตากัน ถึงแม้จะไม่รู้ว่าอารมณ์ความรู้สึกของเขากับลูคัสเป็มันมาจากอำนาจของสร้อยหรือเป็เพราะความรู้สึกของเราเองแต่ไม่ว่าแบบไหน “สิ่งที่คุณกับผมแสดงออกต่อกันมันคงจะเรียกว่า หึง คู่ของตัวเองละมั่ง”
“ฉัน...ไม่รู้สิกลัวก็แต่ว่ามันไม่ใช่ความรู้สึกของฉันจริงๆ” ร่างสูงทิ้งตัวลงด้านข้างแล้วกอดเขาไว้แน่น
….