“ไม่ ข้าไม่ตรวจ ข้าไม่เป็อะไรแล้ว ข้าไม่อะไรทั้งสิ้นข้าก็บอกแล้วไงว่าข้าจัดการเองได้ เชิญพวกท่านกลับไปเถิด”ไป๋เฟยจูกล่าวสีหน้าดื้อรั้น บนใบหน้าเปลือยให้เห็นาแชัดเจนโดยไม่มีผ้าคลุมลักษณะแผลดูบวมแดง แต่ไม่มีเืเกรอะกรังแล้ว มีสีเขียวๆและเศษใบไม้ที่ถูกขยี้ขยำจนเป็ชิ้นเล็กๆ ทาบนแผลนั้นคาดว่าคงเป็สมุนไพรอะไรสักอย่าง
“ฝากท่านหมอหลวงขอบพระทัยฮ่องเต้แทนข้าด้วยสำหรับใบหน้าข้า ข้าจัดการเองได้ ไม่รบกวนท่านหมอหลวงแต่ประการใด”นางยังคงกล่าวต่ออย่างคนเอาแต่ใจ
“คุณหนูรอง โปรดให้ข้าตรวจดูสักหน่อยเถอะข้าจะได้ถวายบังคมทูลฝ่าาได้” หมอหลวงอ้างฮ่องเต้เผื่อบางทีนางอาจจะนึกเกรงกลัวและยอมให้เขาตรวจแต่โดยดี
“ข้าก็บอกแล้ว ว่าไม่เป็ไรก็ไม่เป็ไรสิ หน้าของข้าข้าย่อมรู้ดี ตอนนี้ข้าชอบแบบนี้” ไป๋เฟยจูกล่าวพร้อมกับยกมือคลำแผลที่ใบหน้า
“ท่านไม่เห็นหรือว่า ‘แผลที่ข้าทำ’ ดูดีมาก เถอะน่าหากเป็อะไรจริงๆ ไยข้าจะไม่ให้ท่านตรวจเล่าท่านกลับไปเถิดหากมีอะไรเกิดขึ้นกับใบหน้าข้าข้ารับรองจะไม่มีความผิดถึงท่านอย่างแน่นอน ข้าขอยืนยัน”ไป๋เฟยจูกล่าวยืนยันกับหมอหลวง แหม ถ้าให้ตรวจก็เป็เื่สิ ความแตกอย่างแน่นอนอย่างไรก็ให้หมอหลวงดูไม่ได้
หมอหลวงรู้สึกจนใจ แต่ก็เห็นว่านางได้ทำการรักษาแผลแล้วนางคงจะตามหมอชาวบ้านมารักษาแล้วนั่นแหละ ช่างเถอะในเมื่อนางไม่ยอมก็ปล่อยนางเถอะในที่สุดท่านหมอหลวงจึงต้องยอมแพ้ความดื้อดึงของไป๋เฟยจูและจะกลับไปรายงานคำพูดทุกคำของนางไม่ให้ขาดตก เพื่อที่เขาจะได้ไม่มีความผิดหากมีปัญหาใดๆเกิดขึ้นกับนาง
นั่นคือเหตุการณ์เมื่อหนึ่งชั่วยามที่ผ่านมาตอนนี้คนหน้าเป็แผลกำลังนอนยกขาไขว้กันแบบไขว่ห้างอยู่บนที่นอนประสานมือทั้งสองข้างรองศีรษะอย่างสบายใจ กำลังคิดว่าเบื่อจริงๆ อยู่จวนนิ่งๆมาจะพอสัปดาห์แล้ว ไป๋เฟยจูคนเดิมมีชีวิตอยู่ได้อย่างไรแค่ภายในจวน โดยไม่ออกไปไหนทำอย่างกับถูกขังคุก
“ว๊าย ตายแล้ว คุณหนูรอง ทำแบบนี้ไม่ได้นะเ้าคะ”อ้ายเยว่กรีดร้องทันทีเมื่อเปิดประตูเข้ามาเห็นท่านอนอันแสนจะน่าเกลียดในสายตาของนางนางรีบดึงขาของไป๋เฟยจูออกให้ขาราบลงไป
“คุณหนูรองทำไมนอนแบบนี้เล่าเ้าคะก็บอกแล้วว่ามันไม่งาม ไม่งาม ใครเห็นเข้าจะนำไปนินทาได้นะเ้าคะถึงใครจะไม่เห็นเพราะคุณหนูรองอยู่ในห้องของตัวเองแต่มันอาจจะกลายเป็ความเคยชินที่ติดตัวคุณหนูรองไปนะเ้าคะ” อ้ายเยว่บ่นไม่หยุดและพูดดักคอ
“อ๊ะๆๆ ยอมแล้วๆ ไม่นอนแบบนี้แล้วก็ได้หยุดบ่นได้แล้วอ้ายเยว่”ไป๋เฟยจูนึกรำคาญคนขี้บ่นจึงยอมรับปากส่งๆ ไป
“อย่ารับปากแค่เพียงส่งๆ นะเ้าคะ ต้องทำด้วยเ้าค่ะ”อ้ายเยว่กล่าวอย่างคนรู้ทัน
“แหม เก่งใหญ่แล้ว รู้ไปหมด แสนรู้จริงๆ”ไป๋เฟยจูกล่าวยิ้มๆ แล้วลุกขึ้นนั่ง ยกมือลูบศีรษะสาวใช้คนสนิท
“คุณหนูรอง บ่าวไม่ใช่สุนัขนะเ้าคะ จะได้แสนรู้”อ้ายเยว่หน้าง้ำกล่าวกระเง้ากระงอด
“ฮ่าฮ่าฮ่า รู้แล้วๆ ข้าขอโทษอ้ายเยว่คนงามอย่าโกรธข้าเลยน๊า” ไป๋เฟยจูง้อคนแสนงอนแล้วกระดกนิ้วก้อยชูขึ้นมา
“ไม่ได้โกรธเ้าค่ะ” อ้ายเยว่กล่าวแต่ก็ยังทำหน้างอน
“แล้วคุณหนูรองชูนิ้วก้อยขึ้นมาทำไมเ้าคะ”อ้ายเยว่ทำหน้าสงสัยว่าคุณหนูรองของนางเล่นอะไรอีก
“อ้าว เ้าไม่รู้หรือ นี่เป็สัญลักษณ์เวลาง้อใครและ้าขอคืนดี ถ้าคนนั้นตกลงยอมคืนดีด้วยก็จะชูนิ้วก้อยขึ้นมาแล้วเกี่ยวกันแบบนี้ไง”ว่าแล้วไป๋เฟยจูก็นำนิ้วก้อยของตนเองไปเกี่ยวกับนิ้วก้อยของอ้ายเยว่
“เนี่ยเกี่ยวกันแล้ว แสดงว่าเ้าหายงอนข้าแล้ว คิกคิก”ไป๋เฟยจูหัวเราะคิกคักสายตาเ้าเล่ห์
“ก็บ่าวบอกว่าไม่ได้งอนไงเล่าเ้าคะแล้วก็คุณหนูรองทำแบบนี้เขาเรียกว่าบังคับให้หายงอนเ้าค่ะไม่ได้ง้อ จู่ๆก็เอานิ้วมาบังคับเกี่ยวก้อย” ไป๋เฟยจูคนขี้บ่นกล่าวไม่หยุดแต่ไม่ได้ถือสาอะไรจริงจัง
ไป๋เฟยจูยิ้มแล้วกล่าว“อ้ายเยว่ข้าอยากไปเที่ยวข้างนอกบ้าง”
“เอ๋ร้อยวันพันปีไม่เห็นคุณหนูรองอยากออกจากจวนเลยนี่เ้าคะ ไยวันนี้อยากไปเที่ยวอีกอย่างถึงจะอยากไปแต่ฮูหยินรองจะยอมหรือเ้าคะ” อ้ายเยว่ถาม
“ข้าเป็คุณหนูของฮูหยินเอกนะ จำเป็ด้วยหรือต้องขออนุญาตฮูหยินรองอีกอย่างข้าขออนุญาตท่านพ่อก็ได้” ไป๋เฟยจูกล่าว
อ้ายเยว่มองหน้าไป๋เฟยจูแปลกๆ “คุณหนูรองถึงแม้ว่าท่านเป็บุตรีของฮูหยินเอก แต่ฮูหยินรองก็ดูแลทุกอย่างในจวนอีกทั้งเมื่อก่อนหากคุณหนูรองอยากไปข้างนอกคุณหนูรองก็ขออนุญาตฮูหยินรองทุกครั้งนะเ้าคะแม้จะไม่เคยได้รับอนุญาตให้ออกไปเลยสักครั้งก็เถอะ”
“ก็ใช่ไง ถึงขออนุญาตก็ไม่ได้รับ ก็เลยไม่ต้องขอไงเราแอบไปดีกว่าหากถูกจับได้ก็บอกว่าข้าเป็บุตรีของฮูหยินเอกไม่จำเป็ต้องขอ”ไป๋เฟยจูพูดเหมือนจะวกวนจนอ้ายเยว่มึนงง
“ถ้าเช่นนั้นลองขออนุญาตนายท่านก่อนดีหรือไม่เ้าคะตอนนี้นายท่านอยู่จวนคุณหนูรองไม่ต้องขออนุญาตฮูหยินรองก็ได้นายท่านรักคุณหนูรองจะตายต้องยอมตามใจแน่ๆ เ้าค่ะ” อ้ายเยว่เสนอความคิดเพราะนางกลัวถูกลงโทษหากถูกจับได้ว่าพาคุณหนูรองหนีเที่ยว(แม้ความจริงแล้วคุณหนูรองเป็ตัวตั้งตัวตีหนีเที่ยวก็เถอะ)
“เอาเช่นนั้นก็ได้” ในที่สุดไป๋เฟยจูก็รับปากว่าแล้วก็รีบลุกไปหาท่านแม่ทัพทันที
“ท่านพ่อไม่อยู่หรือ”เมื่อเดินไปถึงโถงหลักแล้วไม่เจอบิดา ไป๋เฟยจูจึงถามพ่อบ้านลู่ทันที
“ฝ่าาทรงให้กงกงมาตามไปพบเมื่อราวๆครึ่งชั่วยามก่อนขอรับ” พ่อบ้านตอบ
ไป๋เฟยจูยู่ปากยื่น แล้วถามหาไป๋เฟยิ“แล้วพี่ใหญ่เล่า”
“คุณชายใหญ่ออกไปข้างนอกขอรับ เห็นว่าไปทำธุระคุณหนูรองมีอะไรจะเรียนนายท่านและคุณชายใหญ่หรือขอรับ ฝากบอกข้าน้อยก็ได้หากพวกท่านกลับมาข้าน้อยจะนำเรียนให้” พ่อบ้านลู่ตอบ
“ถ้าเช่นนั้น หากนายท่านกลับมาถึงแล้วรบกวนพ่อบ้านลู่ให้ใครไปบอกข้าที ข้าจะขออนุญาตท่านพ่อออกไปเดินตลาดข้างนอกน่ะ”ไป๋เฟยจูฝากข้อความถึงบิดา
“ขอรับ ข้าน้อยจะบอกให้” พ่อบ้านตอบรับ
ณ ห้องทรงอักษรของฮ่องเต้
“เกล้ากระหม่อมแม่ทัพไป๋ ขอถวายพระพรฝ่าาขอพระองค์ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นหมื่นปี” แม่ทัพไป๋ทำความเคารพฮ่องเต้แบบทหารเมื่อเข้ามาให้ห้องทรงอักษร
“ท่านแม่ทัพเจิ้นบอกแล้วหากอยู่กันเพียงลำพังไม่ต้องพิธีการกับเจิ้นถึงอย่างไรท่านก็เป็ศิษย์พี่ของเจิ้น”ฮ่องเต้ซุนเชียนหลง กล่าวกับแม่ทัพไป๋อย่างเป็กันเอง
“ท่านนั่งก่อนเถิด เจิ้นเชิญท่านมาวันนี้เพียงอยากปรึกษาเท่านั้น”ฮ่องเต้กล่าว แม่ทัพไป๋นั่งบนเก้าอี้ตามคำเชิญ
“ฝ่าามีสิ่งใดปรึกษากับกระหม่อมหรือพ่ะย่ะค่ะ”แม้ฮ่องเต้จะแสดงความเป็กันเองแต่แม่ทัพไป๋ก็มิได้ผ่อนคลายให้ความเป็กันเองตามพระประสงค์ของฮ่องเต้
“เมื่อวานนี้ ไท่จื่อมาพบเจิ้น เล่าให้เจิ้นฟังเื่บุตรสาวคนรองของเ้าเจิ้นจึงส่งหมอหลวงไปช่วยตรวจอาการให้นาง แต่หมอหลวงกลับมารายงานเจิ้นว่านางไม่ยอมให้หมอหลวงดูให้ นางบอกว่านางจัดการเองได้และนางคงตามหมอมารักษาแผลให้นางแล้ว และนางยังบอกอีกว่านางพอใจแบบนั้น เฮ้อ บุตรสาวท่านช่างดื้อรั้นยิ่งนักเหมือนนางจริงๆ” คำว่า ‘นาง’ ย่อมเป็ที่รู้กันว่าหมายถึงผู้ใด
“ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ ตอนนี้จูเอ๋อร์เหมือนนางมากจริงๆทั้งที่เมื่อก่อนจูเอ๋อร์ออกจะเป็สตรีที่ขี้อายแท้ๆ แต่ทำไมตอนนี้กลับเหมือนมารดาของนางไปได้ก็ไม่รู้”เมื่อพูดถึง ‘นาง’ อันเป็ที่รัก ใบหน้าของสองบุรุษต่างอมยิ้มเหมือนกับตัวเองได้ย้อนกลับไปใน่วัยที่ต่างแข่งกันเกี้ยวพานาง แต่ก็แปลก ที่แม้จะเคยเป็คู่แข่งกันแต่ก็ไม่มีร่องรอยความหึงหวงในแววตาของแม่ทัพไป๋อาจเป็เพราะสุดท้ายเขาก็ได้นางหรืออาจเป็เพราะเขามั่นใจในความรักที่นางมีต่อเขาจนไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวใจให้ชายใดและเขาก็รู้ว่าแม้ฮ่องเต้จะเคยชอบนาง แต่หลังจากที่นางเลือกแล้วพระองค์ก็ทรงยอมรับอย่างลูกผู้ชายและยังคงเหลือเพียงความปรารถนาดีของศิษย์พี่ศิษย์น้องเท่านั้น
“วันนี้เจิ้นอยากปรึกษาท่านถึงเื่การหมั้นหมายระหว่างไท่จื่อกับเฟยจูบุตรสาวท่าน”ฮ่องเต้กล่าวเข้าประเด็นหลังจากรำลึกความหลังเล็กน้อยด้วยสีหน้าและน้ำเสียงที่แสดงความเป็กังวล
“ท่านแม่ทัพ ใจจริงข้าอยากได้เฟยจูบุตรสาวของท่านมาเป็ไท่จื่อเฟยจริงๆ แต่ว่า...”เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ฮ่องเต้ก็กล่าวต่อไม่ออก ด้วยไม่รู้จะกล่าวอย่างไรดี ด้วยห่วงความรู้สึกของแม่ทัพไป๋
แม่ทัพไป๋นิ่งงันไปเขาคิดไว้บ้างแล้วว่าอาจจะต้องมีการถอดถอนการหมั้นหมายด้วยเข้าใจดีว่าการมีตำหนิบนใบหน้าใหญ่ขนาดนี้ราชวงศ์ไม่อาจยอมรับได้แน่ และต่อให้ราชวงศ์ยอมรับการที่จูเอ๋อร์ต้องเป็ไท่จื่อเฟย และอนาคตไท่จื่อต้องเป็ฮ่องเต้ แล้วนางจะเป็ฮองเฮาด้วยใบหน้าเช่นนั้นได้อย่างไร
แม้จะรักบุตรสาวมากแต่เขาก็เข้าใจถึงความเป็จริงเช่นกันรวมถึงความรู้สึกของไป๋เฟยจูด้วยว่าหากนางต้องนั่งบัลลังก์หงส์ด้วยใบหน้าเช่นนั้นต่อหน้าเหล่าขุนนางน้อยใหญ่ทั้งหลายนางคงอับอายมากกว่าภูมิใจ แต่เขาก็ไม่แน่ใจว่าไป๋เฟยจูรู้สึกเช่นไรเขาไม่อยากหักหาญความรู้สึกของบุตรสาวจนเกินไป เกิดนางรักใคร่ชอบพอไท่จื่อหรือนางอยากเป็ไท่จื่อเฟยโดยไม่นึกถึงความเป็จริงใดๆเล่าเขาจะทำเช่นไรหากเอ่ยตกลงสิ่งใดกับฮ่องเต้ไป หลังจากใคร่ครวญถ้วนถี่แล้วเขาจึงกล่าวขึ้น
“กระหม่อมขอเวลาคิดสักวันได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
“แน่นอน เจิ้นอนุญาต” ฮ่องเต้กล่าวตกลง
“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ” แม่ทัพไป๋กล่าวขอบคุณสีหน้าแสดงความหนักอึ้งของจิตใจ
“แม่นางอ้ายเยว่บอกคุณหนูรองให้หน่อยเถิดว่าพ่อบ้านลู่ให้มาแจ้งคุณหนูรองว่า นายท่านกลับมาแล้ว” บ่าวคนหนึ่งมาแจ้งข้อความแก่อ้ายเยว่ให้บอกไป๋เฟยจูที่เรือนชิงจู๋
“ได้ ขอบใจเ้ามาก”อ้ายเยว่ละมือจากการทำความสะอาดเรือน แล้วกล่าวกับบ่าวผู้มาแจ้งหลังจากบ่าวผู้นั้นจากไปแล้วอ้ายเยว่จึงไปแจ้งแก่คุณหนูรองของนาง
“คุณหนูรอง คุณหนูรองเ้าคะพ่อบ้านลู่ให้บ่าวมาแจ้งว่านายท่านกลับมาแล้วเ้าค่ะ”อ้ายเยว่เปิดประตูห้องของไป๋เฟยจู แล้วเรียกไป๋เฟยจูที่กำลังนอนพลิกไปพลิกมาอยู่บนเตียงกำลังสะลึมสะลือทำท่าจะตื่นไม่ตื่นอยู่
“อือ กลับมาแล้วหรือ” ไป๋เฟยจูบิดี้เีแล้วลุกขึ้นนั่ง
“คุณหนูรอง ไม่งามอีกแล้วนะเ้าคะ” อ้ายเยว่บ่น
“ฮ้าย อ้ายเยว่ อย่าเคร่งครัดกับข้านักเลยก็มันเมื่อยนี่นา” ไป๋เฟยจูบ่น
“เฮ้อ ก็มันไม่งามจริงๆ นี่เ้าคะ” อ้ายเยว่บ่นไม่เลิก
“เอาน่าๆ ปล่อยๆ ข้าบ้างเถอะ ว่าแต่ท่านพ่อกลับมาแล้วหรือ” ไป๋เฟยจูเปลี่ยนเื่ เพราะคร้านที่จะฟังอ้ายเยว่บ่น
“กลับมาแล้วเ้าค่ะ” อ้ายเยว่ตอบ
“เช่นนั้น หาน้ำมาให้ข้าเช็ดหน้าเช็ดตาหน่อยเถอะประเดี๋ยวข้าจะได้ไปหาท่านพ่อ
“เ้าค่ะ”
จากนั้นอ้ายเยว่หายออกไปครู่หนึ่งแล้วกลับมาพร้อมอ่างน้ำและผ้าสำหรับเช็ดหน้า
ไป๋เฟยจูดึงแผลปลอมออกจากใบหน้า ซึ่งตอนนี้นางพัฒนาแล้วทำปลอมแผลนั้นขึ้นมาเลยโดยไม่ต้องแต่งบนหน้าทีละครั้ง ถ้าจะใช้ก็เพียงแค่แปะเอาเลิกใช้ก็ดึงออก ทำให้การตกแต่งใบหน้าของนางรวดเร็วขึ้นเพียงแค่ตกแต่งขอบเท่านั้นเวลามันแปะอยู่บนใบหน้าเพื่อความเนียนนางตั้งใจว่าจะทำแผลหลายๆ แบบ ั้แ่แผลใหม่ แผลใส่ยา แผลกลางเก่ากลางใหม่และแผลเก่าที่ดูเป็เหมือนแผลเป็นางใช้เวลาทำั้แ่เมื่อวานหลังจากแยกกับไป๋เฟยิ