ตอนที่ 6 – แอบชอบ
วันรุ่งขึ้นเป็วันพุธ พันธกรแต่งตัวด้วยชุดเครื่องแบบมาโรงเรียนแต่เช้า พอเข้ามาในโรงอาหารเพื่อหวังจะหาอะไรกิน ก็เจอกับปฏิคมเข้าพอดี เขาทักทายปฏิคมที่กำลังนั่งกินข้าวอยู่
“ไง? มาเช้าจังนะ แกน่ะ” พันธกรทักทายเพื่อนสนิท ฝ่ายปฏิคมก็เงยหน้าขึ้นมามองดูเขา
“แกก็มาเช้าเหมือนกันนั่นแหละ” ปฏิคมไม่รู้จะพูดอะไร เลยพูดออกไปแบบนั้น “ทำอาหารกินมาหรือยัง?”
“ฉันทำอาหารเป็ที่ไหนเล่า? แกก็น่าจะรู้” พันธกรตอบ ก่อนจะเดินไปซื้อข้าวราดแกงจานเล็กๆ กิน เขาจ่ายเงินออกไป แล้วก็มานั่งที่นั่งของปฏิคม ตอนนั้นเอง ปฏิคมก็ถามขึ้น
“แม่แกมีอาชีพแก้เย็บเสื้อผ้านี่” เขาพูดขึ้นมา “แต่แม่แกไม่อยู่แล้ว ใครจะหาเงินเข้าบ้าน?”
“ฉันคิดว่าจะไปทำพาร์ทไทม์เอา” พันธกรตอบ “เออ แกเคยทำพาร์ทไทม์นี่ ช่วยแนะนำสถานที่หน่อยสิ ฉันอยากจะไปทำ ตอนนี้เงินก็เหลือน้อยลงแล้ว”
“เออ ได้” ปฏิคมกล่าวแล้วก็กินข้าวต่อ จากนั้นก็มีพิธีเข้าแถวเคารพธงชาติและสวดมนต์ และอาจารย์ก็มาอบรมเช่นเคย แล้วก็ปล่อยเด็กเข้าห้อง อีกทางด้านหนึ่ง ที่ห้องเรียนระดับชั้นม.หก เด็กสาวคนหนึ่งชื่อวิไรพร กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะของเธอเอง พลางเปิดสมุดขึ้นมา ทันใดนั้น ก็มีพวกเพื่อนๆ ร่วมห้องพากันนินทาเธอ
“ยัยนั่นน่าหมั่นไส้ชะมัด” เพื่อนร่วมห้องนินทาเธอเสียงดังจนเธอได้ยิน วิไรพรทำท่าไม่สนใจ จนกระทั่ง อีกฝ่ายเริ่มนินทาหนักข้อขึ้น เธอก็เลยลุกจากเก้าอี้ เดินเข้าไปหาพวกนั้น แล้วก็จัดการตบหน้าคนที่นินทาเธอดังฉาดใหญ่ จนล้มลงไปกองกับพื้น
“โอ๊ย!!” เด็กสาวชั้นม.หกที่นินทาวิไรพรเมื่อกี้ถึงกับร้องลั่น แล้วก็ลุกขึ้นมา “แกกล้าทำฉันเหรอ!? ยัยวิ!!”
“จะเอาหนักกว่านี้ก็ได้ ถ้าพวกแกยังไม่หยุดเห่า” วิไรพรชี้หน้าเพื่อนร่วมห้องของเธอ “หัดทำตัวให้มีประโยชน์เสียมั่ง ไม่ใช่วันๆ เอาแต่ว่าร้ายคนอื่นเขา”
“หนอยแน่!” อีกฝ่ายทำท่าจะเข้ามาทำร้าย แต่วิไรพรบอกขึ้นมาเสียก่อน เธอยื่นหน้าให้อีกฝ่าย
“เอาสิ! ตบเลย ตบเน้นๆ ตรงเนี้ย” วิไรพรชี้ไปที่แก้มของตัวเอง แล้วก็ขู่ต่อ “แต่ฉันไม่รับประกันนะว่า หลังจากแกตบ ปากแกจะได้เย็บอีกสักกี่เข็ม? เอาสิ ตบเลย ถ้าอยากเสียเงินค่าหมอน่ะ”
ฝ่ายที่นินทาวิไรพรกรีดร้องออกมาเสียงดังลั่นอย่างโมโห แล้วเงื้อมมือจะตบวิไรพร แต่วิไรพรจับแขนอีกฝ่ายเอาไว้ และตบใส่อีกฉาดหนึ่งจนล้มลงไปกับพื้นเหมือนเดิม เพื่อนๆ ของเด็กสาวคนนั้น คนอื่นๆ ต่างไม่กล้าต่อกรกับวิไรพรทั้งนั้น หลังจากเห็นว่าวิไรพรทำอย่างไรกับเพื่อนตัวเอง
“โอ๊ย! อีพวกบ้า!! จะช่วยสักหน่อยก็ไม่มีอ่ะ!!” เด็กสาวคนที่โดนวิไรพรตบหันมาเพื่อนๆ ของตัวเอง แต่ละคนก็ต่างหวาดกลัววิไรพรทั้งนั้น เลยหนีออกจากห้องไปเลย
“อีพวกบ้า!!” เด็กสาวร้องะโหาเพื่อน ก่อนจะหันขวับมามองวิไรพรอีกครั้ง แล้วก็ตัดสินใจวิ่งไล่ตามเพื่อนไป วิไรพรเลยเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะของตัวเอง ท่ามกลางสายตาของเพื่อนร่วมห้องที่มองมาทางเธอเป็ตาเดียว แต่วิไรพรไม่ได้สนใจอะไรอีกต่อไปแล้ว เธอกลับมานั่งที่ของเธอ แล้วก็เปิดสมุดเพื่อเตรียมเรียน
อีกทางด้านหนึ่ง ก็มีเด็กสาวม.ห้าคนหนึ่งชื่อ ธัญญา เธอรับหน้าที่เป็หัวหน้าห้อง และอาจารย์เข้ามาสอน เธอก็บอกให้ทุกคนทำความเคารพ แต่ก็ไม่มีใครทำตาม ทำเอาเธอถึงกับโมโห รองหัวหน้าเลยต้องพูดให้นักเรียนทำความเคารพแทน ทุกคนถึงยืนขึ้นทำความเคารพอาจารย์ แล้วก็นั่งลง
“โธ่เอ๊ย นึกว่าตัวเองเก่งมาจากไหน? ทำมายุ่งเื่ชาวบ้านเขา” เด็กสาวคนหนึ่งพูดออกมาเสียงดังใส่ธัญญาอย่างไม่ไว้หน้า ฝ่ายธัญญาก็หันขวับมามองทันทีอย่างไม่พอใจ แล้วก็กล่าว
“ฉันก็แค่เป็ห่วงทุกคนเท่านั้นเอง” ธัญญากล่าว “ฉันไม่ได้มีจุดประสงค์ร้าย”
“เสือกน่ะสิ!!” เด็กสาวคนเดิมพูดขึ้นเสียงดังลั่น ทำเอาทุกคนในห้องรวมถึงอาจารย์หันมามอง “เอาแต่อบรมคนนู้นคนนี้ ดูสภาพตัวเองก่อนเหอะ ก่อนจะมาว่าคนอื่นน่ะ!”
“นี่ พอได้แล้ว พิสมัย” อาจารย์ประจำวิชาคณิตศาสตร์บอกขึ้นมา “เลิกทะเลาะกันได้แล้ว แล้วมาตั้งใจเรียน”
“แต่หนูต้องพูดนะ อาจารย์” เด็กสาวคนเดิมที่ต่อว่าธัญญาพูดขึ้น “ยัยนี่มันยุ่งกับคนอื่นทุกเื่ เตือนเื่นั้นเื่นี้ ทำยังกับว่าเป็อาจารย์ยังไงยังงั้น ทั้งๆ ที่เป็นักเรียนเหมือนกัน”
“นี่ บอกให้พอได้แล้ว” อาจารย์พยายามคุมไม่ให้เกิดเื่ เด็กสาวคนนั้นถึงหยุดปากไป ฝ่ายธัญญาก็ถอนหายใจออกมา เธอเป็หัวหน้าห้องนี้ และทำงานในสโมสรนักเรียนด้วย ด้วยความที่เป็คนมั่นใจในตัวเองสูงมาก เธอเลยคิดว่าตัวเองเป็ฝ่ายถูกตลอด และคนอื่นที่ไม่ทำตามที่เธอบอกนั้นผิดเสมอ เธอมักจะเข้าไปยุ่งเื่ต่างๆ ของเพื่อนในห้อง ชอบวางระเบียบ แล้วก็บังคับให้เพื่อนทำในสิ่งที่เธอ้า เพราะเหตุผลนี้ ทำให้ไม่มีใครในชั้นชอบเธอเลย และยิ่งแบนเธอเข้าไปใหญ่
พออาจารย์ประจำวิชาคณิตศาสตร์ออกไป ธัญญาก็เดินมาหน้าห้อง พร้อมกับบอกให้เอาสมุดรวบรวมไปส่งอาจารย์ โดยเธอจะอาสาไปเอง แต่ไม่มีใครร่วมมือกับเธอเลย ทำเอาเธอถอนหายใจ ก่อนจะเดินออกไปนอกห้อง เธอเดินเข้าไปในห้องน้ำ ก่อนจะมองตัวเองในกระจก แล้วน้ำตาก็ไหลออกมา
เธอยกมือปาดน้ำตาออกไป แล้วก็เดินออกจากห้อง พอดีเจอกับทรัพย์สินพอดี ทรัพย์สินเองก็เป็คณะกรรมการนักเรียนเหมือนกับเธอ พอเห็นเธอตาแดง เขาก็ทักขึ้นมา
“ธัญเป็อะไร? ตาแดงเลย ร้องไห้เหรอ?”
“เปล่าค่ะ รุ่นพี่” ธัญญายกมือปาดน้ำตาออกไป ทรัพย์สินเห็นดังนั้นเลยถอนหายใจ
“เนี่ยนะ ไม่ได้ร้อง?” ทรัพย์สินโอบกอดตัวเธอไปนั่งพักบนที่นั่งบนทางเดิน “โดนเพื่อนๆ แอนตี้กันมาอีกแล้วน่ะสิ”
“หนูก็แค่อยากให้ทุกคนเป็คนดีเท่านั้นเอง” ธัญญาว่า “หนูไม่ได้มีจุดประสงค์ร้าย ที่หนูเข้าไปตักเตือนคนอื่นๆ น่ะ ก็เพื่อตัวพวกเขาเท่านั้น แต่พวกนั้นกลับเห็นว่าหนูยุ่งเื่ชาวบ้าน”
“พี่ก็โดนพอกันแหละ” ทรัพย์สินพูดออกมาแล้วก็ถอนหายใจ “พี่เองก็ต้องดูแลนักเรียนทุกคนในโรงเรียน ก็มีคนไม่ชอบหน้าพี่เหมือนกัน อย่างเอกราชไง”
“นักเลงขาใหญ่ประจำโรงเรียนสินะคะ” ธัญญาที่ปาดน้ำตาจนแห้งหมดแล้วพูดขึ้น “พี่อย่าไปยุ่งกับเขาเลย จะไม่ดีเอาเปล่าๆ”
“ไม่ได้หรอก” ทรัพย์สินปฏิเสธ “ยิ่งพี่อยู่สโมสรนักเรียน พี่ยิ่งต้องคอยควบคุมดูแล ไม่ให้ใครทำผิดกฏโรงเรียน เอกราชทำผิดมามากแล้ว เขาถูกภาคทัณฑ์อยู่นะ”
“จริงหรือคะ?” ธัญญาถาม แล้วเธอก็คุยกับทรัพย์สินไปสักพัก ปราชญาถึงเดินมาพร้อมกับสมุดกองโตในมือ เมื่อเขาเห็นทรัพย์สินกับธัญญากำลังนั่งคุยกันอยู่ เขาก็เอาสมุดทั้งหมดวางลงบนที่นั่ง พร้อมกับยกมือไหว้ทรัพย์สิน
“เฮ้ย ไม่ต้องไหว้ก็ได้” ทรัพย์สินว่าขึ้นมา แต่ปราชญากลับบอกออกมาอีกอย่าง
“พี่เป็รุ่นพี่ ผมก็ต้องไหว้สิ” ปราชญาถาม แล้วก็หันไปมองธัญญา ทั้งสองรู้จักกัน เพราะเป็คณะกรรมการนักเรียนเหมือนกัน “อ้าว? ธัญ ตาแดงเลย เป็อะไรไป? ร้องไห้มาเหรอ?”
ธัญญากำลังจะบอกว่า ‘เปล่า’ แต่ทรัพย์สินกลับพูดขึ้นก่อน “ใช่ คือน้องธัญโดนเพื่อนๆ ไม่ชอบหน้าเอาน่ะ” เขาบอกแบบนั้นกับปราชญา ฝ่ายปราชญาก็ถอนหายใจออกมา
“ธัญก็ไม่เห็นต้องไปยุ่งกับพวกนั้นเลย” ปราชญาพูด “ปล่อยๆ มันไปซะบ้างก็ดี ไม่เห็นจะต้องเข้าไปยุ่งเื่ส่วนตัวของพวกมันเลย”
“ไม่ได้หรอก ปราช” ธัญญาพูดขึ้น “ธัญเองอยากให้ทุกคนอยู่ในระเบียบ ถึงทุกคนจะเกลียดธัญ ธัญก็จะพยายาม”
“นิสัยเหมือนพี่สินจริงๆ” ปราชญาพูดแล้วก็ส่ายหน้า แล้วก็หอบสมุดที่วางไว้ขึ้นไปบนมือและแขน “ปราชขอไปส่งการบ้านที่โต๊ะอาจารย์ก่อนนะ แล้วเจอกันเย็นนี้ที่ห้องประชุมนะครับ พี่สินกับธัญ”
ทรัพย์สินพยักหน้า แล้วปราชญาก็เดินจากไป ธัญญานิ่งไปสักพัก ก่อนจะเอ่ยขึ้นมา “นี่ก็ใกล้วันศุกร์อีกแล้ว” เธอพูดขึ้นมา “คราวนี้จะเป็ใครที่โดนเป็ ‘เครื่องสังเวย’ นะ มีให้ลุ้นทุกสัปดาห์เลย อาจจะเป็ธัญก็ได้”
“เฮ้ย น้องธัญ อย่าพูดแบบนั้นสิ เดี๋ยวก็เป็จริงหรอก” ทรัพย์สินต่อว่าเธอ ธัญญาเลยหัวเราะออกมานิดหน่อย ทรัพย์สินจึงยิ้มออกมา
“หืม? พี่ยิ้มทำไมคะ?” ธัญญาถามทรัพย์สิน ฝ่ายเขาเลยตอบ
“ก็ดีใจน่ะสิที่เห็นน้องธัญหัวเราะออกมาได้เสียที นึกว่าจะไม่หัวเราะอีกเลยซะแล้ว”
ธัญญาหน้าแดงขึ้นมาทันทีด้วยความขวยเขิน ก่อนจะลุกขึ้น แล้วก็บอกกับทรัพย์สิน “เดี๋ยวหนูกลับห้องก่อนดีกว่า อาจารย์ประจำวิชาต่อไปน่าจะมาแล้ว”
ทรัพย์สินเลยถามว่าเป็อาจารย์วิชาอะไร? ธัญญาเลยตอบไปว่าเป็อาจารย์ประจำวิชาภาษาอังกฤษ ทรัพย์สินเลยบอกให้ธัญญารีบไป ธัญญาโบกมือลาเขาขณะวิ่งกลับห้องไปด้วย ทรัพย์สินมองธัญญา แล้วก็นึกสงสารเธอที่ไม่มีใครในชั้นชอบเธอเลย
ตอนพักเที่ยง พันธกรกับปฏิคมก็ลงมากินข้าวพร้อมกัน แต่วรรณสาก็ลงมาด้วย เธอจับมือเข้ากับพันธกร ปฏิคมเห็นดังนั้นก็รู้สึกเจ็บในใจ แต่จะให้ทำอย่างไรได้? เขาเลยปล่อยเลยตามเลย
“พันจะกินอะไรตอนเที่ยง?” วรรณสาถาม ตอนนั้นเอง วนิดา เพื่อนสนิทของเธอก็เดินลงมาเช่นกัน วรรณสาเห็นวนิดาจึงเรียกทักทาย
“ยัยดา มานั่งกินข้าวด้วยกันสิ” วรรณสาเรียกเพื่อน วนิดาเป็เพื่อนสนิทกับวรรณสาก็จริงแต่อยู่คนละห้องกัน วนิดาเห็นวรรณสาเดินมากับพันธกร เธอก็แอบแซวเพื่อน
“แหม มากับผู้ชายด้วยนะ สงสัยคงจะมีความ...” วนิดาว่าออกมาเบาๆ ทำเอาวรรณสาต้องรีบเอามือปิดปากเพื่อนทันที ฝ่ายพันธกรเห็นดังนั้นก็สงสัย สงสัยว่าทำไมวรรณสาต้องเอามือปิดปากเพื่อนด้วย?
“ไม่มีอะไรหรอก พัน” วรรณสาหันมากล่าวยิ้มๆ กับพันธกร แล้วก็หันมาทำหน้ากินเืกินเนื้อใส่วนิดา “เดี๋ยวสาไปซื้อข้าวกับดาดีกว่า พันไปจองโต๊ะก่อนละกัน”
พันธกรกับปฏิคมเลยไปจองโต๊ะอาหาร ฝ่ายวรรณสา พอเห็นพันธกรจากไปแล้ว เธอก็หันมาต่อว่าเพื่อนสนิท “แกจะทำให้ฉันอายไปถึงเมื่อไหร่กัน? ยัยดา?”
“อ้าว? อุตส่าห์ช่วย” วนิดากล่าวหน้าตาเฉย “จะให้ฉันบอกเขาไหมล่ะว่าแกชอบ?”
“นี่ พอเลย” วรรณสายกมือห้ามวนิดา “ไปซื้ออาหารมากินกันดีกว่า หิวแล้ว”
ที่โต๊ะเล็กๆ พันธกร ปฏิคม วรรณสาและวนิดาก็นั่งด้วยกันแบบนั้น พันธกรตักข้าวมันไก่ที่มีเพียงน้อยนิดเข้าปากไป ในตอนนั้นเอง วนิดาก็ว่าขึ้นมา
“วันนี้วันพุธ อีกเดี๋ยวก็วันศุกร์อีกแล้ว” วนิดาว่า “คราวนี้จะเป็ใครที่โดนนะ?”
วรรณสาเอามือตีขาเพื่อนสนิท ทำเอาวนิดาหันมามองอย่างกล่าวโทษ “เธอจะมาตีฉันทำไม?” วนิดาถามเพื่อน วรรณสาก็เลยบอกให้เธอเงียบๆ
“ไม่เป็ไรหรอก” พันธกรเอ่ยขึ้นมา “พันทำใจได้แล้ว ว่าแต่นั่นสิ ใครจะโดนอีกวันศุกร์นี้? ไม่รู้เลย”
“ขออย่าเป็ฉันเลย สาธุ” วนิดายกมือไหว้ วรรณสาเห็นดังนั้นก็หัวเราะออกมานิดหน่อย
“อย่างแกน่ะ ไม่มีทางโดนหรอก” วรรณสาบอก วนิดาเลยตอกกลับไป
“แกรู้ได้ยังไง? บางทีอาจจะเป็ฉันรายต่อไปก็ได้ อย่าลืมสิว่าพวกเราก็อายุสิบห้ากันแล้ว”
“ไม่หรอก” วรรณสายังมองโลกในแง่ดี พลางเหลือบตามองไปทางพันธกร ก็เห็นเขากำลังนั่งกินข้าวแบบปกติ เธอเลยถอนหายใจออกมา
พอได้ยินเสียงกระดิ่งเข้าห้อง นักเรียนทุกคนก็เดินกลับเข้าห้องไป คาบสุดท้ายของทุกวันพุธจะเป็คาบชุมนุม หมายถึงเป็กิจกรรมพิเศษที่ทุกคนต้องเข้าร่วม ไม่งั้นจะเรียนไม่จบ พันธกรแยกกับปฏิคมที่หน้าห้องเรียน ปฏิคมอยู่ชุมนุมหนังสือพิมพ์โรงเรียน ส่วนพันธกรอยู่ชุมนุมดนตรี เขามีความสามารถในการเล่นเครื่องดนตรีได้หลายชนิด ทั้งกีต้าร์ เปียโนและไวโอลิน ที่เขาเล่นเป็ทั้งหมดก็เพราะแม่สอนทั้งนั้น
“ขอโทษครับ มาสายไปหน่อย” พันธกรบอกกับอาจารย์ประจำชุมนุม แต่อาจารย์ก็ไม่ได้ว่าอะไร แล้วเขาก็ตรงไปหยิบกีต้าร์โปร่งขึ้นมา ก่อนจะไปนั่งลงที่มุมห้องแล้วก็เริ่มดีดกีต้าร์เป็ทำนองอันไพเราะ อีกทางด้านหนึ่ง ปฏิคมที่อยู่ชุมนุมหนังสือพิมพ์โรงเรียน เขาก็กำลังพิมพ์ข่าวอยู่ แล้วก็บังเอิญเจอข่าวของพันธกร เื่ที่แม่ของเขาถูกจับไป มันออกข่าวในหนังสือพิมพ์ด้วย
“เฮ้อ ไอ้พัน” ปฏิคมถอนหายใจออกมาเมื่อมองบทข่าวที่เขาต้องพิมพ์ลงคอมพิวเตอร์ไป อีกทางด้านหนึ่ง พวกทรัพย์สินก็กำลังประชุมกันในห้องสโมสรนักเรียน ธัญญาที่นั่งข้างปราชญา กำลังจ้องมองทรัพย์สินอยู่ จนทรัพย์สินหันหน้ามาทางเธอ
“ธัญ?” ทรัพย์สินลองโบกมือต่อหน้าเธอ ธัญญาถึงรู้สึกตัว
“อ๋อ ค่ะ” ธัญญาตอบออกไป ทรัพย์สินจึงประชุมต่อ ปราชญาที่พอจะรู้ว่าธัญญาคิดอย่างไรกับทรัพย์สิน เขาก็เงียบแล้วไม่พูดอะไร แล้วการประชุมก็จบลง สมาชิกคณะกรรมการนักเรียนพากันเดินออกจากห้อง ธัญญากำลังรอให้ทรัพย์สินเดินออกมาด้วย พอทรัพย์สินเดินออกมาก็ล็อกประตูห้อง ก่อนจะเห็นธัญญา
“อ้าว? น้องธัญ ยังไม่กลับอีกเหรอ?” เขาเอ่ยถามออกมา ธัญญากำลังจะพูดอะไรออกมา จู่ๆ ก็มีกลุ่มเด็กนักเรียนหญิงวิ่งเข้ามาหาทรัพย์สิน ทำเอาเขาใ
“มีอะไรกันครับ?” เขาถามขึ้นมา เด็กสาวที่โดนวิไรพรตบเมื่อเช้านี้เลยแจ้งเื่ออกไป และกำชับให้เขาเอาเื่วิไรพรให้ถึงที่สุด ทรัพย์สินถอนหายใจออกมา
“วิไรพร? คนนี้เอาอีกแล้ว” ทรัพย์สินกล่าวออกมา ธัญญาก็เลยถามว่าวิไรพรเป็ใคร?
“เด็กสาวชั้นม.หกน่ะ เป็คนเงียบๆ แต่ดุน่าดู” ทรัพย์สินบอกกับธัญญา “เมื่อคราวก่อนก็มีเื่กับเพื่อนในห้อง นี่มาอีกแล้วเหรอ?”
“อ๋อ เหรอคะ?” ธัญญาถามยิ้มๆ “แล้วพี่จะเอายังไงกับเธอล่ะ?”
“พี่ก็ต้องเรียกเธอมาพบน่ะสิ” ทรัพย์สินว่า “แต่วันนี้คงไม่ทันแล้ว ไว้วันพฤหัสบดี หรือวันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน”
ทวินนาที่ทำหน้าที่เป็คนจัดการยืมคืนหนังสือให้แก่เด็กนักเรียนในโรงเรียน ตอนนั้นเอง พันธกรก็เดินเข้ามาพร้อมกับปฏิคม เพื่อจะเลือกดูหนังสือวางแผนกลยุทธ์อีก ปฏิคมไม่เห็นว่ามันจะน่าสนใจเลย แต่ก็ขัดเพื่อนไม่ได้ ทวินนาเห็นพันธกรเดินเข้ามาแล้ว เธอก็รีบทันที เดินออกจากเค้าน์เตอร์ แล้วยื่นหนังสือเล่มหนึ่งให้พันธกร ฝ่ายพันธกรก็งุนงง
“ครับ?” เขาถามทวินนาอย่างงงงวย ทวินนาก็เลยบอกว่า
“เห็นน้องพัน ชอบอ่านเื่การทหารนี่” ทวินนาบอกออกมา “นี่พี่เก็บหนังสือนี่ไว้ให้น้องไง เอาไปอ่านซะสิ”
“โห ขอบคุณมากนะครับ” เขารับหนังสือมาจากทวินนา แล้วก็ทำการยืม แล้วหนังสือก็จะเป็ของเขาไปหนึ่งสัปดาห์ พอเขาออกจากห้องสมุด ปฏิคมก็แกล้งแซวเขา
“แหม มีผู้หญิงมาชอบเยอะเหมือนกันนะ” ปฏิคมพูดขึ้นมา ทำเอาพันธกรเงยหน้าขึ้นมา
“แกหมายความว่ายังไง?” เขาถามเพื่อนสนิท
“พี่เขาท่าทางน่าจะชอบแก ไม่รู้หรอกเหรอ?” ปฏิคมว่า “เล่นเก็บหนังสือไว้ให้แบบนี้”
“ไม่หรอกมั้ง?” พันธกรยังคงซื่อบื้อเื่ความรักอยู่ เขาดูไม่ออกว่าทวินนาคิดอย่างไรกับเขา “เขาคงหวังดีมากกว่า”
“เออ จะคิดอะไรก็คิดไป” ปฏิคมบอกเพื่อน ทำเอาพันธกรงุนงง แต่ก็ดีใจที่ได้หนังสือที่เขากำลัง้ามาได้ เขาเก็บมันใส่กระเป๋าสะพายก่อนจะออกไปนอกโรงเรียนพร้อมกับปฏิคม
ที่ด้านหลังโรงเรียนในตอนเย็น ตรีภพก็มานั่งวาดภาพโดยใช้สีน้ำอีกเช่นเคย กมลที่เพิ่งเล่นกีฬาบาสเก็ตบอลเสร็จ ก็เดินมาหลังโรงเรียนเพื่อจะเข้าห้องน้ำ ก็เจอตรีภพกำลังนั่งวาดภาพอยู่ ตอนแรก เธอก็กะจะไม่ทักทายแล้ว แต่เพราะความอยากรู้ พอเธอเข้าห้องน้ำเสร็จ เธอก็เดินไปหาตรีภพ
“พี่ภพ” กมลเอ่ยขึ้นมา ตรีภพก็วาดภาพต่อไปอย่างไม่สนใจกมล ทำเอาเธอถอนหายใจ แล้วก็บอกออกมา
“พี่ภพ หนูชื่อกมลนะ อยู่ม.ห้า...” กมลแนะนำตัวออกไป แต่จู่ๆ ตรีภพก็พูดขัดขึ้นมา
“พี่เองคงไม่จำเป็ต้องแนะนำตัวเองแล้วมั้ง?” ตรีภพพูดโดยที่มือยังระบายสีน้ำลงบนแผ่นกระดาษอยู่ ไม่ได้หันหน้ามามองกมลเลยแม้แต่น้อย “ก็พี่ถูกเรียกว่าเป็ ‘ตัวประหลาด’ ของโรงเรียนนี่”
“ค่ะ” กมลยอมรับออกมาตรงๆ แต่ตรีภพไม่ได้ว่าอะไร กมลที่หวังดีกับเธอ ก็บอกกับเธอขึ้นมา
“พี่น่าจะมีเพื่อนบ้างนะ”
ตรีภพยังคงวาดรูปต่อไปโดยไม่พูดอะไรกับกมลเลย ฝ่ายกมลก็เลยต้องพูดต่อ “ทำไมพี่ไม่อยากคบใครเลยล่ะ? มีปัญหาอะไรส่วนตัวหรือเปล่า? บอกหนูก็ได้นะ”
“ไม่ต้องหรอก” ตรีภพเอ่ยออกมา “ปล่อยพี่ไว้คนเดียวนี่แหละ”
แล้วเธอก็ไม่พูดอะไรออกมาอีก ทำเอากมลถอนหายใจ แล้วก็เดินหนีไป พอกมลหายไป ตรีภพก็หันมองทางที่กมลเพิ่งจะเดินออกไป แล้วเธอก็ถอนหายใจออกมาด้วย
ฝ่ายชัชชัยที่หลบซ่อนพ่อแม่ของภัทรอยู่ภายในห้องนอนของภัทร เขาก็ออกจะเบื่อ ขณะกินขนมของภัทรประทังความหิว แล้วภัทรก็กลับมาบ้านพอดี พอเขาเปิดประตูเข้ามา ก็ถามชัชชัยทันที
“เฮ้ย ให้พ่อแม่ฉันเห็นหรือเปล่า?”
“แล้วพ่อแม่แกบอกไหมล่ะว่าเห็นฉัน?” ชัชชัยตอกกลับเพื่อนอย่างหงุดหงิด “อยู่แต่ในห้องทั้งวัน น่าเบื่อตายห่า”
“งั้นแกจะกลับบ้านเหรอ?” ภัทรถาม “ก็ดีเหมือนกันนะ พ่อแม่แกคงเป็ห่วงแกแล้วล่ะ”
“โห เป็ห่วงเหรอ? พวกเขาไล่ฉันออกมาเองนะเว้ย ฉันไม่กลับไปหรอก” ชัชชัยพูด ภัทรเลยถอนหายใจก่อนจะบอกว่าตนเองจะไปอาบน้ำ ชัชชัยจึงปล่อยให้เพื่อนไปอาบน้ำ ก่อนจะเปลี่ยนเสื้อผ้ามา
“แล้วนี่แกกินขนมฉันไปกี่ถุงเนี่ย?” ภัทรเปิดลิ้นชักดูขนมปังทอดกรอบของเขาที่เขาซ่อนเอาไว้ในห้อง “โห กินไปตั้งสามถุง แกไปหิวมาจากไหน?”
“นี่ ไอ้ภัทร” ชัชชัยยืนเท้าเอว “ฉันไม่ได้กินข้าวนะเว้ย เห็นใจกันมั่งสิวะ”
“เออๆ” ภัทรตอบอย่างรำคาญเหมือนกัน แล้วก็หันมาถาม “แล้วแกจะไม่กลับบ้านจริงๆ เหรอวะ?”
“มันก็...” ชัชชัยถอนหายใจออกมา “ฉันรู้ว่าจริงๆ แกรำคาญฉัน แต่จะให้ฉันกลับบ้าน....”
“ไม่ ไม่ได้รำคาญอะไร เพียงแต่ไม่อยากให้เจอหน้าพ่อแม่เท่านั้นเอง” ภัทรรีบออกไปก่อนที่เพื่อนจะเข้าใจผิด “ฉันี้เีอธิบายให้พ่อกับแม่ฟัง แล้วแกอาจจะโดนไล่ออกไปก็ได้”
“เออ ขอบคุณมากนะเว้ย” ชัชชัยกล่าวออกมา แล้วก็ก้มหน้าลงก่อนจะพูดต่อ “ขอโทษด้วยที่เคยว่าแกเสียๆ หายๆ มาก่อน สันดานฉันมันก็เป็แบบนี้แหละ ขี้โมโห คงแก้ไม่ได้แล้ว”
“ไม่เป็ไร ฉันไม่ถือ ฉันรู้ว่าแกเป็คนยังไง? ไอ้ชัย” ภัทรบอกพร้อมกับเดินไปที่โต๊ะของตัวเองเพื่อจะทำการบ้าน ชัชชัยเห็นดังนั้นก็เลยถามว่าวันนี้มีเรียนเื่อะไรบ้าง?
“อ้าว? นึกว่าแกจะไม่สนใจเสียอีก” ภัทรหันมาทางชัชชัย ชัชชัยก็เลยหยุดพูดไปเลย แต่แล้วสักพักหนึ่ง เขาก็ถาม
“วันนี้แกเล่นบอลอีกหรือเปล่าวะ?” ชัชชัยถาม
“เออ เล่นดิ” ภัทรตอบก่อนจะหันไปสนใจการบ้าน ชัชชัยเลยยิ้มออกมานิดหน่อยแล้วพูดขึ้นมา
“แกมันเล่นบอลเก่งที่สุดในอาณาเขตนี่” ชัชชัยว่าขึ้นมา “ได้ข่าวว่าสมัยก่อนที่ไอ้พวกเวรนั่นจะยึดโลก มีการแข่งขันฟุตบอลด้วยนี่ ถ้าไอ้พวกนั้นไม่มายึดโลกละก็ ป่านนี้แกอาจจะมีชื่อเสียงแล้วก็ได้”
“มันก็เท่านั้นล่ะวะ เพื่อน” ภัทรบอกออกมา “ตอนนี้เราก็ต้องทนอยู่ใน ‘สภาพ’ นี้”
ภัทรกล่าวออกมาแล้วก็ไม่พูดอะไรอีก ฝ่ายชัชชัยก็นอนลงไปบนเตียงของภัทร พลางคิดถึงที่บ้านของตัวเอง ว่าเขาหายไปแบบนี้ พ่อแม่จะรู้สึกอย่างไรบ้าง? จะห่วงเขาบ้างหรือเปล่า? ชัชชัยยกมือปาดน้ำของตัวเองออกไป ก่อนจะปิดตานอนหลับไป