“พวกเรามีหม้อดินรวมเงินกันซื้อจากผู้คุมมา” กล่าวจบพวกเขาก็ทยอยนำภาชนะของตนออกมาแล้วเข้าแถวตักน้ำพะโล้จากแม่นมหม่า
หลินเสวี่ยจู๋เห็นดังนั้นจึงกำชับสามพี่น้องสกุลหู “น้ำพะโล้ให้พวกเขาได้แต่อย่าให้เครื่องเทศเด็ดขาดนะเจ้าคะ”
สามพี่น้องสกุลหูคิดเพียงว่าคุณหนูเสวี่ยจู๋ต้องการเก็บเครื่องเทศไว้ใช้คราวหน้าจึงพยักหน้ารับคำ ทว่าหลินเสวี่ยจู๋เกรงว่าจะมีคนรู้จักเครื่องเทศที่นางใส่ลงไป แล้วอาจสร้างปัญหาที่ไม่จำเป็นขึ้นมา
แม่นมหม่าเอ่ยหยอกล้อกับทุกคน “พวกเจ้าเดินถือหม้อน้ำแกงไปด้วยเช่นนี้คงไม่สะดวกนักกระมัง”
ทุกคนหัวเราะร่วน “ต่อให้ต้องกอดไว้ข้าก็จะนำมันไปด้วยนี่คือของดีเชียวนะ”
เมื่อแจกจ่ายน้ำพะโล้จนหมดแล้วสามพี่น้องสกุลหูก็ช่วยกันยกหม้อใบโตขึ้นรถม้า
ดังนั้นตลอดทั้งวันกลิ่นหอมที่ลอยออกมาจากรถม้าเป็นระยะๆก็ทำให้ผู้คนในขบวนเนรเทศจิตใจฟุ้งซ่าน ช่างแตกต่างจากพวกเขาที่ได้แต่หิวแต่ไม่ได้กินครอบครัวของหลินเสวี่ยจู๋กลับกินจนอิ่ม
ตอนเช้าทุกคนต่างกินไข่พะโล้คนละฟองระหว่างทางก็หยิบเครื่องในเป็ดมากิน แม้แต่บรรดาญาติผู้หญิงที่ทำงานอยู่บนรถม้าก็ยังได้กินเครื่องในเป็ดหม้อเล็กพอเหนื่อยก็หยุดพักกินเนื้อเป็ดอยู่หลายคำ และสนทนากันอย่างออกรส
ชีวิตช่างสุขสบายเสียนี่กระไร
จนกระทั่งถึงเวลาพักกลางวันครอบครัวสกุลหลินสายรองที่ไม่รู้สึกหิวนักจึงไม่ได้กินอาหาร
หลินเฉิงเหยากับเจี่ยงฉีซวงออกไปเก็บสมุนไพรหลินเสวี่ยจู๋เดินตามหลังไปอย่างไม่รีบร้อน เดินไปเดินมานางก็ ‘ตกขบวน’ จึงมุ่งหน้าไปยังอีกทิศทางหนึ่งเพียงลำพังพยายามที่จะรวบรวมทรัพยากรให้ได้มากที่สุด
เมื่อรวบรวมได้มากพอแล้ว นางก็นำวัตถุดิบจำพวกผักจากในมิติออกมาใส่ตะกร้าจำนวนหนึ่ง
ตอนนี้ครอบครัวของนางไม่ขาดแคลนเนื้อสัตว์แต่ผักกับอาหารจำพวกแป้งนั้นกลับค่อนข้างขาดแคลน ผักไม่อาจเก็บไว้นานๆ นางจึงต้องหาวิธีอื่นในการนำมันออกมาแต่อาหารจำพวกแป้ง เช่น มันฝรั่ง มันเทศ เผือก หรือมันเทศจีนล้วนสามารถเก็บไว้ได้นาน และสามารถนำออกมาได้อย่างเปิดเผย
หลินเสวี่ยจู๋จัดตะกร้าเสร็จก็เก็บเข้าไปในมิติก่อนจากนั้นจึงเดินต่อไปอย่างคล่องแคล่ว ไม่นานนางก็พบบ่อโคลนหลายบ่อ
ตอนแรกนางไม่ได้สนใจนักเพียงเหลือบมองผ่านๆ แล้วเดินหน้าต่อไป ทว่าการเหลือบมองแวบเดียวนั้นทำให้นางเห็นฟองอากาศผุดขึ้นมาจากบ่อโคลนนางจึงหยุดฝีเท้าแล้วถอยหลังกลับมา
นางใช้ความคิดอย่างรวดเร็วในที่สุดสิ่งที่อยู่ในบ่อโคลนก็ถูกนางเก็บเข้าบ่อน้ำในมิติ
น้ำพุจิตวิญญาณที่อยู่ในบ่อมีคุณสมบัติในการชำระล้างตนเอง นี่คือข้อสรุปที่นางได้จากการสังเกต
ตอนแรกนางเลี้ยงปูกับปลาตัวเล็กๆไว้ในมิติ แม้ว่าพวกมันจะตัวโตขึ้นไม่น้อย แต่น้ำในบ่อยังคงใสสะอาดราวกับเพิ่งถูกเติมลงไปใหม่ๆ
ตอนนี้ปลาน้อยหลายตัวได้เติบโตจนออกลูกออกหลานและกลายเป็นครอบครัวใหญ่ที่สามารถนำมากินได้แล้ว ส่วนปูตัวนั้น เนื่องจากไม่มีคู่ต่างเพศจึงกลายเป็นปูตัวโตที่อยู่อย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย
หลินเสวี่ยจู๋รอจนกระทั่งสิ่งที่อยู่ในบ่อโคลนถูกชำระล้างด้วยน้ำพุจิตวิญญาณจากนั้นนางก็ค้นพบอย่างน่าตกใจว่านั่นคือกุ้งมังกรที่นางชอบกินมากที่สุด
กุ้งมังกรขยายพันธุ์ได้รวดเร็วหากมีตัวเดียว ไม่นานก็ย่อมมีเต็มบ่อ
หลินเสวี่ยจู๋ดีใจเป็นอย่างยิ่งจึงสร้างบ่อน้ำพุจิตวิญญาณขึ้นมาอีกหนึ่งบ่อในมิติ แล้วย้ายบ่อโคลนนั้นเข้าไปข้างในทว่าเนื่องจากมีโคลนมากเกินไป น้ำพุจิตวิญญาณจึงไม่อาจชำระล้างได้หมดจดภายในเวลาอันสั้น
หลินเสวี่ยจู๋ไม่รีบร้อนนางหยิบกิ่งไม้ขนาดใหญ่ขึ้นมา แล้วนำมาแกว่งไปมาในบ่อโคลนอื่นๆ ที่อยู่ในละแวกนั้นเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตใดหลงเหลืออยู่ แล้วจึงค่อยเดินหน้าต่อ
วันสุดท้ายบนภูเขาลึกกลายเป็นวันที่สมบูรณ์แบบเพราะการปรากฏตัวของกุ้งมังกร
หลินเสวี่ยจู๋เห็นว่าออกเดินมาพอประมาณแล้วจึงตัดสินใจเดินกลับเมื่อใกล้ถึงค่ายพักแรมนางก็นำตะกร้าออกมาจากมิติ นางครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะนำผักป่าออกมาอีกตะกร้าจากนั้นรีบเดินตรงไปหาทุกคน
เมื่อเห็นนางแบกตะกร้ามาสองใบทั้งครอบครัวต่างแสดงท่าทางชื่นชม
หากไม่ใช่เพราะไม่ต้องการเคลื่อนไหวอย่างเอิกเกริกจนเกินไปพวกเขาคงเอ่ยปากชมเชยนางสักหลายประโยคแล้ว
ขณะที่หลินเสวี่ยจู๋กำลังจะพักผ่อนจู่ๆ ก็เหลือบไปเห็นดอกไม้สีเหลืองจำนวนหนึ่งขึ้นอยู่ในพงหญ้าไม่ไกลจากค่ายพักแรมนัก
รูปร่างเช่นนั้นสีสันเช่นนั้น ต้องเป็นดอกไม้จีนอย่างแน่นอน
ดอกไม้จีนมีจำนวนไม่มากนักหากทุกคนในขบวนเนรเทศเห็น ย่อมแห่กันมาเก็บจนเกลี้ยงภายในเวลาอันรวดเร็วหลินเสวี่ยจู๋อยากได้ดอกไม้จีนเหล่านั้น แต่ก็ไม่อยากดึงดูดความสนใจจากผู้อื่น
ดังนั้นนางจึงกวักมือเรียกหลินอวี่เซวียนเมื่อเด็กน้อยเข้ามาใกล้ นางก็กระซิบอะไรบางอย่างที่ข้างหูของเด็กน้อย เมื่อเขาฟังจบก็ถือตะกร้าใบเล็กของตนกระโดดโลดเต้นไปเก็บดอกไม้
เนื่องจากเขาเป็นเด็กอีกทั้งสิ่งที่เขาเก็บก็เป็นเพียงดอกไม้ ต่อให้มีคนเห็นเข้าอย่างมากก็ชื่นชมว่าครอบครัวของหลินเหนียงจื่อมีอันจะกิน แม้แต่เด็กน้อยก็ยังร่าเริงและซุกซนกว่าเด็กจากครอบครัวอื่นย่อมไม่เอะใจสงสัยใดๆ
หลินเสวี่ยจู๋มองหลินอวี่เซวียนเขาใช้มือเล็กเก็บดอกไม้จีนได้ค่อนตะกร้าในเวลาอันรวดเร็ว
เวลานี้เองผู้คุมก็ตีฆ้องส่งสัญญาณให้ออกเดินทาง
หลินอวี่เซวียนได้ยินเสียงจึงหันกลับมามองหลินเสวี่ยจู๋นางโบกมือส่งสัญญาณให้เขากลับมา หลินอวี่เซวียนจึงวิ่งกลับมาอย่างร่าเริง ก่อนจะอวดดอกไม้จีนที่มีอยู่ค่อนตะกร้าให้หลินเสวี่ยจู๋ดูราวกับอวดสมบัติ
หลินเสวี่ยจู๋ลูบศีรษะเล็กของเขาแล้วเอ่ยชม
เมื่อทุกคนลุกขึ้นเดินทางกันหมดแล้วนางจึงเดินไปท้ายขบวนอย่างไม่รีบร้อน แล้วเก็บดอกไม้จีนจำนวนหนึ่งเข้าสู่มิติโดยเก็บไปทั้งราก
อาหารการกินนั้นสำคัญก็จริงแต่อีกสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือการตระหนักถึงแนวคิดเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืน
ดอกไม้จีนสดๆ ย่อมมีพิษหลินเสวี่ยจู๋จึงฉวยโอการที่ขบวนออกเดินทางได้ไม่ไกลให้ลู่โม่นำดอกไม้จีนไปตากแดดบนหลังคารถม้า นอกจากดอกไม้จีนแล้ว ยังมีหน่อไม้ เห็ดและผักกูดที่นำไปตากแห้งไว้ก่อนหน้านี้ เท่านี้ก็นับว่าครอบครัวของนางมีเสบียงมากพอสมควรแล้ว
เพียงแต่กว่าจะถึงฤดูหนาวนางก็อดกังวลไม่ได้ว่าเสบียงที่มีอยู่จะเพียงพอสำหรับคนจำนวนมากถึงเพียงนี้หรือไม่?
ขนเป็ดที่ได้จากการถอนขนเป็ดเมื่อวานพวกแม่นมหม่าช่วยกันทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว ตากแดดไว้ตลอดทั้งเช้าก็แห้งสนิท
ขนเป็ดนั้นเก็บรักษาได้ยากเสี่ยงที่จะถูกลมพัดปลิวหายไปได้ทุกเมื่อ นอกจากนี้ขนของเป็ดจำนวนยี่สิบเอ็ดตัวเมื่อตากแดดจนฟูแล้วก็มีไม่มากนัก เพียงค่อนตะกร้าเท่านั้น
หลินเสวี่ยจู๋เรียกแม่นมหม่ามาอธิบายวิธีการทำเสื้อขนเป็ดอย่างละเอียดจากนั้นก็ให้แม่นมหม่านำขนเป็ดไปตัดแต่ง แล้วทำเสื้อให้หลินอวี่เซวียนก่อน หลังจากแม่นมหม่าเข้าใจวิธีทำแล้วก็เอ่ยชมความเฉลียวฉลาดของคุณหนูเสวี่ยจู๋
จากนั้นหลินเสวี่ยจู๋ก็เลือกขนบริเวณหางเป็ดจากตะกร้าที่ใส่ขนเป็ดออกมาหลายเส้นเพื่อทำปากกาขนนกเช่นนี้ต่อไปหากคนในครอบครัวต้องการขีดเขียนก็สามารถหยิบมาใช้ได้ทันที ต่อให้มีคนเห็นเข้าก็จะคิดเพียงว่านางรู้จักใช้ประโยชน์จากขยะไม่อาจคิดไปไกลกว่านั้น
เมื่อทำทุกอย่างเสร็จแล้วหลินเสวี่ยจู๋จึงเดินเข้าไปในป่าเพื่อรวบรวมทรัพยากรอีกครา
“ฮูหยินรีบดูเร็วเข้านั่นคือต้นทงเฉ่า!” หลินเสวี่ยจู๋ได้ยินน้ำเสียงอันตื่นเต้นของหลินเฉิงเหยาดังแว่วมาจากด้านหลัง
นางรีบหยุดฝีเท้าแล้วนึกย้อนความทรงจำนางจำได้ว่าในโลกก่อนมีมรดกอันล้ำค่าอย่างหนึ่งที่เรียกว่า ‘หัตถกรรมดอกไม้จากต้นทงเฉ่า’
ขั้นตอนการทำเริ่มด้วยการนำแกนของต้นทงเฉ่ามาตัดเป็นแผ่นบางๆก่อนจะตัดเป็นรูปทรงกลีบดอกไม้ จากนั้นจึงนำไปย้อมสีและประกอบขึ้นเป็นดอกทงเฉ่าที่ดูสมจริง
กระบวนการนี้ต้องอาศัยทักษะขั้นสูงของช่างฝีมือหากเป็นผู้ที่ไม่ได้มีประสบการณ์ยาวนานนับสิบปีย่อมไม่อาจรังสรรค์ผลงานชิ้นนี้ให้งดงามได้
.............................