บันทึกราชันย์เทพอสูร

    เล่มที่ 2 บทที่ 51 ระเบิด?

            “ข้าขอเป็นคนถัดไปเอง!” ตู้เจ๋อเดินตรงไปที่เสาหินทดสอบพลัง

            ขณะจ้องมองตู้เจ๋อเดินไป ลู่เพียวกลอกจนตาขาวไปหมดแล้วไม่ง่ายเลยที่จะได้กลายเป็นจุดสนใจในที่สุดช่วงเวลาอันแสนเจิดจ้าคงต้องถูกตู้เจ๋อแย่งไปเสียแล้ว ช่างไม่ยุติธรรมเสียเลย!

            คนเทียบคนก็ได้แต่น้อยเนื้อต่ำใจ

            หากเทียบกับนักเรียนทั่วไป ลู่เพียวสมควรภาคภูมิใจอย่างยิ่งอายุเพียงสิบสามปีก็สามารถเป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองแดงสามดาวแล้วทว่าเมื่อเทียบกับตู้เจ๋อแล้วก็ช่างเกินไปเสียจริงๆ สองคนเริ่มฝึกยุทธ์มาพร้อมกันแท้ๆพลังยุทธ์ของลู่เพียวกลับถูกตู้เจ๋อทิ้งห่างไปไกลแล้ว

            ตู้เจ๋อเดินถึงหน้าเสาหินทดสอบพละกำลัง ใบหน้าอ่อนเยาว์ทว่าสีหน้าคล้ายผู้ใหญ่ เต็มไปด้วยความสงบ เขาตั้งใจยกหมัดขึ้นหันไปทางเสาหินทดสอบพละกำลังและปล่อยหมัดๆ หนึ่งออกไปอย่างหนักหน่วง

            ตูม!

            เสียงดังยิ่งกว่าหมัดของลู่เพียวเมื่อครู่นัก เสาทั้งต้นสั่นสะท้าน

            “ผลการทดสอบ ระดับทองแดงห้าดาว พลังกายห้าร้อยแต้ม” อาจารย์ผู้ควบคุมการทดสอบถอนหายใจเฮือกหนึ่งวันนี้เกิดอะไรขึ้นกัน เหตุใดนักเรียนจากชั้นเรียนการต่อสู้เบื้องต้นนับวันก็ยิ่งกลายเป็นสัตว์ประหลาดเมื่อครู่เพิ่งมีนักเรียนอายุสิบสามปีได้เป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองแดงสามดาวเวลานี้ก็มีระดับทองแดงห้าดาวเพิ่มขึ้นมาอีกคนหนึ่ง

            รอบด้านเงียบราวป่าช้าตู้เจ๋อยังเหมือนสัตว์ประหลาดยิ่งกว่าลู่เพียวเสียอีก!

            นักเรียนทุกคนที่อยู่ห่างออกไปมีสีหน้าช้ำใจยิ่งนักเป็นอย่างนี้ไปได้อย่างไร ความกล้าหาญที่จะเข้ารับการทดสอบล้วนหดหายไปหมดแล้ว

            ส่วนพวกผู้บริหารที่กำลังสังเกตการณ์อยู่บนระเบียงพวกเขาอดหายใจหนักเฮือกหนึ่งมิได้ เด็กอายุสิบสามปีที่มีระดับทองแดงห้าดาวนานเท่าไหร่แล้วที่ไม่มีอัจฉริยะระดับนี้ปรากฏตัวขึ้นในโรงเรียนเซิ่งหลัน?

            “ห้ามใครแย่งเด็กคนนี้กับข้าเด็ดขาด เขาเป็นลูกศิษย์ของข้า!” เยี่ยเซิ่งพูดอย่างตื่นเต้น

            “ท่านรองอาจารย์ใหญ่ ท่านใจร้ายปานนี้ได้อย่างไรหากจะฝึกนักเรียนให้เป็นนักสู้ ข้าเชื่อว่าข้าเหมาะสมกว่าอาจารย์ทุกคนท่านรองอาจารย์ใหญ่ก็ปล่อยให้ข้าได้ช่วยสอนเขาเถอะ!” ผู้เฒ่าท่านหนึ่งซึ่งมีทั้งเรือนผมและหนวดเคราขาวโพลนรีบพูดขึ้น

            “นักเรียนที่มีพรสวรรค์โดดเด่นปานนี้เจ้าคิดว่าพรสวรรค์ของเขาจะจำกัดอยู่แค่การเป็นนักสู้รึ?” ดวงตาของเยี่ยเซิ่งเป็นประกาย

            “ไม่ต้องทดลองสอบครั้งที่สองแล้ว” ตู้เจ๋อพูดเบาๆและเดินห่างไป เตรียมพร้อมเข้ารับการทดสอบพลังวิญญาณ

            “เจ้าไม่ต้องการทดสอบครั้งที่สองหรือ?” อาจารย์ผู้ควบคุมการทดสอบเอ่ยถามตู้เจ๋อ“หากเจ้าสอบรอบที่สอง อาจจะได้แต้มเกินห้าร้อยก็เป็นได้!”อาจารย์ผู้ควบคุมการทดสอบรอคอยอย่างคาดหวัง

            ทว่าคำตอบที่ได้รับก็คือแผ่นหลังที่นิ่งเฉยของเด็กหนุ่มเสียงของตู้เจ๋อค่อยๆ ดังขึ้น “นี่คือพลังระดับสูงสุดของข้าแล้ว!”

            “ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง!” อาจารย์ผู้ควบคุมการทดสอบผงกศีรษะเบาๆคะแนนระดับนี้ก็ถือว่าน่าอัศจรรย์ยิ่งแล้ว หากยังได้แต้มสูงกว่านี้เช่นนั้นก็มิใช่จะก้าวใกล้ถึงระดับเงินแล้วหรอกหรือ นักเรียนอายุสิบสามปีระดับเงินช่างเหลือเชื่อเกินไปจริงๆ

            ตู้เจ๋อหยิบผลึกวิญญาณขึ้นมาและถ่ายทอดพลังวิญญาณของตนเข้าไปผลึกวิญญาณทอแสงเจิดจ้า จุดสีขาวภายในผลึกค่อยๆ มากขึ้นเรื่อยๆ

            ผลึกวิญญาณเบื้องต้นดูราวกับอาทิตย์ดวงน้อยที่กำลังสาดแสงเจิดจ้า

            ตูม!

            ผลึกวิญญาณเบื้องต้นระเบิดหล่นลงพื้น

            “ระเบิดรึ?”

            “ซี๊ด! ประหลาดเกินไปแล้ว!”

            “แค่พลังกายของเขาก็มีถึงห้าร้อยแต้มแล้ว ไม่เคยคิดมาก่อนว่าพลังวิญญาณของเขายังประหลาดยิ่งกว่าเสียอีก!”

            “โอ้สวรรค์ นี่ออกจะเหมือนสัตว์ประหลาดเกินไปแล้ว!”

            ผลึกวิญญาณเบื้องต้นชิ้นหนึ่งสามารถรองรับพลังวิญญาณได้ไม่เกินหกร้อยแต้มหากเกินกว่านี้มันจะระเบิดออกมา ปกติแล้วชั้นเรียนเบื้องต้นใช้แค่ผลึกวิญญาณเบื้องต้นก็เพียงพอแล้วเพราะยังไม่เคยมีเหตุการณ์ผลึกวิญญาณระเบิดมาก่อนแม้แต่ท่านเยี่ยโม่เมื่อครั้งอายุสิบสามปีก็ยังไม่มีอัตราฝึกยุทธ์ที่รวดเร็วน่ากลัวถึงเพียงนี้

            ทันใดนั้น ทุกคนหันมองตู้เจ๋อด้วยสายตาที่แตกต่างออกไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงตู้เจ๋อทำลายความเข้าใจของพวกเขาทุกคนแล้วหรือว่าเมืองกวงฮุยจะมีบุคคลที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าท่านเยี่ยโม่ปรากฏตัวขึ้น?

            ท่านรองประธานเยี่ยเซิ่งนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง “ข้าจะรายงานเรื่องนี้ต่อท่านเจ้าเมืองและท่านเยี่ยโม่ด้วยตัวเองและตู้เจ๋อจะต้องได้รับความคุ้มครองอัจฉริยะระดับนี้เกินความสามารถของข้าที่จะสอนสั่งเขาได้แล้วข้าต้องไปปรึกษาท่านเยี่ยโม่เพื่อหาอาจารย์ที่เหมาะสมให้กับเขา!”

            พลังกายระดับห้าร้อยแต้ม พลังวิญญาณยังมากกว่าห้าร้อยแต้มตู้เจ๋อทำให้ทุกคนใจสั่นสะท้าน

            “ท่านรองอาจารย์ใหญ่ พวกเราควรเปลี่ยนผลึกวิญญาณหรือไม่?” อาจารย์ผู้ควบคุมการทดสอบมองมาที่รองอาจารย์ใหญ่และพูดด้วยน้ำเสียงสั่นคลอน

            “ไม่ต้องแล้ว!” เยี่ยเซิ่งส่ายหน้า “ข้าจะให้ท่านเหล่านั้นทดสอบพลังวิญญาณของเขาด้วยตนเอง!” นอกจากจะให้ตู้เจ๋อได้รับการทดสอบโดยตรงจากท่านเหล่านั้นเขายังต้องได้รับความคุ้มครองเป็นอย่างดี ไม่เช่นนั้นหากพวกสมาคมมืดได้ข่าวนี้เข้าก็อาจจะเกิดปัญหายุ่งยากขึ้นได้

            “เข้าใจแล้วขอรับ!” อาจารย์ผู้ควบคุมการทดสอบหันมองตู้เจ๋อเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพยิ่ง “การทดสอบของเจ้าเสร็จสิ้นลงแล้ว!”อายุเพียงเท่านี้ ความสำเร็จในอนาคตไม่ทราบจะไปถึงเท่าไหร่จะกลายเป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับตำนานอีกคนหนึ่งหรือไม่?

            การทดสอบเสร็จสิ้นลงแล้วหรือ? ตู้เจ๋อแปลกใจเล็กน้อยเขาพยักหน้าและเดินไปด้านข้าง

            เวลานี้นักเรียนทุกคนสบตากับตู้เจ๋ออย่างเกรงกลัวคนผู้นี้อาจจะกลายเป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับตำนานอีกผู้หนึ่งในอนาคตข้างหน้า!

            หลังจากตะลึงลานไปครู่หนึ่งใบหน้าของเสิ่นเยวี่ยเปลี่ยนสีเป็นสิ้นหวังยิ่ง สองหมัดกำแน่นกลางฝ่ามือมีเลือดไหลซิบๆ ออกมา การทดสอบครั้งนี้ทำให้เขาได้เห็นถึงความต่างชั้นระหว่างตนกับตู้เจ๋อและพวกนับวันก็ยิ่งมากขึ้นเขาไม่สามารถไล่ตามตู้เจ๋อและพวกได้ทันอีกแล้ว

            “พวกเขาเพิ่มพลังยุทธ์ได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้ได้อย่างไร?” สายตาของเสิ่นเยวี่ยฉายแววท้อแท้เขามีความรู้สึกว่าปัญหาทั้งหมดล้วนมาจากเนี่ยหลี อาจเป็นเนี่ยหลีที่ช่วยเหลือตู้เจ๋อลู่เพียว และพวกหาเคล็ดวิชาที่เหมาะสมให้อย่างแน่นอน!

            แน่นอน นี่เป็นความคาดเดาของเสิ่นเยวี่ย อย่างไรก็ตามเสิ่นเยวี่ยไม่รู้ว่าตนเดาได้ถูกต้องจริงๆ

            “เสิ่นซิ่ว เจ้ามีนักเรียนที่โดดเด่นปานนี้อยู่ในชั้นเหตุใดเจ้าไม่รายงานให้พวกข้ารู้รึ?” ผู้บริหารระดับสูงหลายคนจ้องมองเสิ่นซิ่วและเอ่ยถามเสียงเข้มยังโชคดีที่พวกเขาได้ทดสอบลู่เพียวและตู้เจ๋อเสียก่อนไม่เช่นนั้นหากข่าวนี้รู้ไปถึงหูของพวกสมาคมมืดก่อน ผลลัพธ์คงเป็นความหายนะแล้ว

            เสิ่นซิ่วอ้าปากแล้วอ้าปากอีก ทว่าอะไรก็พูดไม่ออก สีหน้าหดหู่ไม่รู้จบ

            ใบหน้าของเสิ่นซิ่วนานไปก็ยิ่งเศร้าหมองนางไม่อาจเข้าใจตู้เจ๋อและลู่เพียวได้อีกต่อไปแล้ว เมื่อไม่นานมานี้พลังยุทธ์ของตู้เจ๋อและลู่เพียวยังไม่เท่าไหร่เอง จู่ๆก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้ ช่างน่าประหลาดแท้! แต่นางจะไม่รายงานเรื่องนี้ให้พวกผู้บริหารระดับสูงทราบหากพวกเขารู้ว่าพลังยุทธ์ของตู้เจ๋อและลู่เพียวเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นนี้ได้ภายในเวลาสั้นๆกลัวแต่จะทำให้ตู้เจ๋อและลู่เพียวยิ่งมีค่าขึ้นไปอีก!

            เวลานี้นอกตึกสอบ นักเรียนจากชั้นเรียนผู้ควบคุมจิตอสูรกำลังคุยกัน

            “ไม่รู้ว่าการทดสอบของพวกขยะจากชั้นเรียนการต่อสู้เบื้องต้นเหล่านั้นจะเป็นอย่างไรบ้าง!”นักเรียนจากชั้นเรียนผู้ควบคุมจิตอสูรเบื้องต้นคนหนึ่งหัวเราะเบาๆพูดขึ้น เขาชื่อซือฮว๋า เป็นหัวโจกในชั้นเรียนผู้ควบคุมจิตอสูรเบื้องต้นมีพลังยุทธ์อยู่ในระดับผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองแดงสองดาว

            “หลายชั้นที่ผ่านมามีแค่สิบห้าคนที่มีคุณสมบัติพอเข้าเรียนในห้องผู้ควบคุมจิตอสูรเบื้องต้นได้สำหรับชั้นเรียนการต่อสู้เบื้องต้นนี้เดาว่านอกจากเด็กผู้หญิงสองคนนั้นแล้วก็อาจจะไม่มีใครผ่านอีก!” ซือฮว๋าพูด เขาปรารถนาในตัวของเยี่ยจื่ออวิ๋นและเซียวหนิงเอ๋อจึงหวังว่าพวกนางจะสามารถเข้าเรียนร่วมชั้นเดียวกันได้

            “ข้าได้ยินว่าเสิ่นเยวี่ยก็ไม่เลวเช่นกันเขาทะลวงถึงระดับผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองแดงหนึ่งดาวแล้ว”

            “จริงหรือ?” ซือฮว๋ายกยิ้มดูแคลน ต่อให้เสิ่นเยวี่ยก้าวเป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองแดงหนึ่งดาวแล้วก็ตามแต่ก็ยังไม่อาจดึงดูดความสนใจเขาได้

            เวลานี้นักเรียนจากชั้นอื่นๆ กำลังส่งเสียงเอะอะโวยวายขึ้นมา

            “เป็นไปได้อย่างไรกัน?”

            “เป็นไปได้หรือไม่ว่าผลการทดสอบนี้ผิดพลาด?”

            “เป็นไปไม่ได้ เสาหินทดสอบพละกำลังต้นนี้ใช้ทดสอบนักเรียนมาแล้วมากมายไม่เคยผิดพลาดมาก่อน!”

            “โอ้สวรรค์ นี่จะใช่การฝืนกฎสวรรค์เกินไปหรือ?”

            ซือฮว๋าขมวดคิ้วมุ่นมองดูเพื่อนร่วมชั้นเรียนผู้ควบคุมจิตอสูรเบื้องต้นและเอ่ยถามขึ้นว่า “เกิดอะไรขึ้น? พวกเขามีเรื่องอะไรหรือ?”

            “ซือฮว๋า เกิดเรื่องเหลือเชื่อขึ้นแล้ว!” นักเรียนคนหนึ่งยังมีสีหน้าตื่นตะลึงหลงเหลืออยู่เขาสูดลมหายใจลึกและพูดว่า “มีนักเรียนในชั้นเรียนการต่อสู้เบื้องต้นสองคนได้ผลการทดสอบที่น่าอัศจรรย์ใจยิ่ง!”

            “ก็แค่ชั้นเรียนการต่อสู้เบื้องต้น ต่อให้พรสวรรค์ไม่เลว อย่างมากก็เป็นแค่ผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองแดงหนึ่งดาวมีอันใดน่าตกใจกันรึ?” ซือฮว๋าหัวเราะเบาๆ

            “ไม่ใช่ หากเป็นแค่ผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองแดงหนึ่งดาวไหนเลยจะสามารถทำให้ผู้คนมากมายตกใจได้สามคนในชั้นเรียนการต่อสู้ทำการทดสอบของพวกเขาเสร็จแล้ว คนหนึ่งได้เป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองแดงหนึ่งดาวอีกคนได้เป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองแดงสามดาว ส่วนคนสุดท้ายน่าตกใจที่สุดผลึกวิญญาณเบื้องต้นถึงขั้นระเบิดออกมา! ระเบิดเชียวนะ! โอ้สวรรค์ นี่น่ากลัวเกินไปแล้ว!”

            “ผลึกวิญญาณเบื้องต้นระเบิดเลยรึ?” ซือฮว๋ากลอกตา สีหน้าตกตะลึงของเขายังดีกว่าเพื่อนนักเรียนคนอื่นๆ

            “หลังจากที่ผลึกวิญญาณเบื้องต้นระเบิดอาจารย์ผู้ควบคุมการทดสอบก็ให้เขายุติการสอบทันทีข้าจึงไม่รู้ว่าพลังวิญญาณของเขาที่แท้ได้กี่แต้มกันแน่!”

            ซือฮว๋าสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ทรวงอกของเขากระเพื่อมขึ้นๆ ลงๆ ไม่หยุด เขาถามขึ้นว่า“ใช่เป็นเด็กผู้หญิงสองคนนั้นหรือไม่?”

            “ไม่ใช่!” นักเรียนผู้นั้นส่ายหน้า “ขณะนี้แม่นางน้อยทั้งสองยังไม่เข้ารับการทดสอบจนถึงเวลานี้เพิ่งมีการทดสอบเด็กนักเรียนชายไปสามคนเท่านั้น!”

            ซือฮว๋าอ้าปากค้าง นี่เป็นเพียงชั้นเรียนการต่อสู้เบื้องต้นจริงหรือ?จู่ๆชั้นเรียนการต่อสู้เบื้องต้นผลิตนักเรียนที่น่ากลัวออกมาถึงสองคนเช่นนี้ได้อย่างไร?เขาเป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองแดงสองดาวและก็เป็นหัวโจกของชั้นเรียนผู้ควบคุมจิตอสูรเบื้องต้นเมื่อเทียบตัวเองกับสัตว์ประหลาดสองตัวนั้น ความต่างชั้นช่างมากกมายจนเกินไปนัก!

            เวลานี้ นักเรียนชั้นอื่นๆ ก็ส่งเสียงฮือฮาขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

            “เกิดอะไรขึ้นอีกกันแน่?” ซือฮว๋าสองตาหมดกำลังใจเอ่ยถามขึ้น

            “เมื่อครู่ชั้นเรียนการต่อสู้เบื้องต้นเพิ่งทดสอบนักเรียนไปอีกสามคนดูเหมือนจะชื่อเว่ยหนัน จูเสียงจวิ้น กับจางหมิง ทั้งสามล้วนได้ระดับทองแดงสองดาวขาดอีกนิดเดียวก็เป็นระดับทองแดงสามดาวแล้ว!”

            “นี่มันน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้วนี่เป็นการทดสอบนักเรียนจากชั้นเรียนการต่อสู้เบื้องต้นจริงๆ หรือ? เจ้าแน่ใจหรือว่าไม่ใช่ชั้นเรียนสำหรับผู้มีพรสวรรค์?” ในใจของซือฮว๋าตะโกนลั่นอย่างควบคุมมิได้

            ความตกใจของพวกเขายังไม่ทันจางหาย ข่าวใหม่ก็ตามมาติดๆเยี่ยจื่ออวิ๋นและเซียวหนิงเอ๋อเข้าทำการทดสอบแล้วทั้งคู่ต่างทำผลึกวิญญาณเบื้องต้นระเบิด

            ตายสนิท!

            ทำให้ทุกคนสำลักความเศร้าสลดเต็มปอดแล้ว!

            ซือฮว๋าอยากเอาหัวโครกกำแพงเสียให้รู้แล้วรู้รอดก่อนการทดสอบชั้นเรียนการต่อสู้เบื้องต้นจะเริ่มขึ้นในฐานะหัวโจกของชั้นเรียนผู้ควบคุมจิตอสูรเบื้องต้น เขามีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งรู้สึกว่าตนมีคุณสมบัติเกินพอที่จะไล่ตามเซียวหนิงเอ๋อหรือเยี่ยจื่ออวิ๋นอย่างไรก็ตาม เวลานี้ความภาคภูมิใจของเขามันป่นปี้หมดแล้วกลายเป็นว่าเยี่ยจื่ออวิ๋นและเซียวหนิงเอ๋อมิใช่ผู้ที่อยู่ในระดับเดียวกันกับเขา

            “พวกตัวประหลาด!” ซือฮว๋าพึมพำอย่างเหม่อลอย

    คล้ายกับเรื่องบันทึกราชันย์เทพอสูร ที่คุณอ่าน

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.76M 3640
    ระบบเจ้าสำนัก **จบแล้ว**

    ระบบเจ้าสำนัก **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    873K 2049
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

    ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    364K 318
    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    นิยาย แฟนตาซี
    571K 2468
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.78M 1459