ลมพัดกรรโชกท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาไม่ขาดสายหญิงสาวในชุดกระโปรงสีเหลืองคลุมด้วยเสื้อโค้ทกันฝนสีฟ้าอ่อนวิ่งหุบร่มเดินมายืนพักหลบฝนอยู่ที่หน้าตึกแห่งหนึ่งเธอหันหลังไปรวบผมสีน้ำตาลทองที่ยาวถึงกลางหลังซึ่งเปียกแฉะไปด้วยน้ำจึงได้มีโอกาสมองเห็นร้านค้าตกแต่งด้วยไม้เป็จุดเด่นโดยมีป้ายแขวนชื่อร้านเขียนว่า“เดอะ โมเมนโต” กระจกบานใหญ่เผยให้เห็นชั้นวางแสดงสินค้าภายในซึ่งสินค้าที่นำมาวางช่างแปลกตามองดูแวบแรกเหมือนกับกล่องดนตรีทรงกลมที่มีตุ๊กตาคริสตัลรูปซานตาครอสกับกวางเรนเดียร์หมุนไปตามเข็มนาฬิกาเธอไม่ได้ยินเสียงเพลงแต่คิดว่าน่าจะต้องเป็เพลงวันคริสต์มาสไม่นานนักเธอก็สังเกตเห็นว่ามีแสงสีแดงสะท้อนออกมาจากคริสตัลแสงกระจายเป็ริ้วผ่านม่านตาสีน้ำตาลเข้มของเธอแต่น่าประหลาดใจที่มันไม่ทำให้เธอกระพริบตาได้เลยด้วยความสนใจและอยากรู้อยากเห็นนำพาให้มือของเธอผลักประตูไม้ข้างๆบานกระจกให้เปิดออกรู้ตัวอีกทีเสียงกรีดร้องโหยหวนก็ดังแว่วเข้ามาในโสตประสาทจนต้องยกมือขึ้นปิดหูซึ่งดูเหมือนจะไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นเพราะเสียงนั้นดังมาจากข้างในหูไม่ใช่ข้างนอกทันใดหางตาของเธอก็ไปสะดุดเข้ากับกริ่งกดเรียกพนักงานที่อยู่ตรงเคาน์เตอร์ข้างๆเธอเอื้อมมือไปกดกริ่งในทันที
เสียงอะไรบางอย่างตกจากที่สูงดังมาจากข้างในร้านซึ่งถูกตู้กระจกบานใหญ่บดบังอยู่ทำให้มองไม่เห็นในตู้กระจกเต็มไปด้วยของที่ดูแปลกตาทั้งแจกันทรงแปดเหลี่ยม เรือโมเดลเก่าตุ๊กตาไม้หรือแม้แต่หีบทองสลักลวดลายประณีต เสียงในหูหายไปแล้วหญิงสาวจึงมีสติเดินไปที่ข้างตู้ก่อนชะโงกหน้าเข้าไปดูข้างในแล้วก็ต้องผงะถอยหลังเมื่อชายหนุ่มคนหนึ่งเดินถือสมุดปกหนาเล่มใหญ่ออกมาประสานสายตากับเธอเข้าพอดีผมสีเข้มซึ่งดูยุ่งเหยิงกับั์ตาสีเทาหม่นที่มองตรงมาทางเธอช่างดูคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูกไม่นานนักเขาก็เดินออกจากเงามืดมาสู่แสงสว่างสีส้มจากโคมไฟหลายดวงที่ห้อยระย้าอยู่บนเพดานภายในร้านทำให้ใบหน้าสีขาวซีดของเขาปรากฏชัดเจนขึ้นหญิงสาวเลิกคิ้วเหมือนภาพความทรงจำบางอย่างผุดขึ้นมาในห้วงความคิดมันเป็ภาพของเด็กหนุ่มในชุดมัธยมปลายนอนจมกองเือยู่บนพื้นในสวนสาธารณะแห่งหนึ่งภาพติดตานั้นทำให้เธอกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“เธโอนายยังไม่ตายหรือ”
ชายหนุ่มได้แต่ยิ้มน้อยๆก่อนกล่าวกับเธออย่างสุภาพ“ผมควรจะต้องรู้จักคุณก่อนใช่มั้ยครับ”
“นายจำฉันไม่ได้หรือ”เธอยังยืนกรานเสียงแข็ง “เฟรไง เราเคยเป็เพื่อนกันสมัยมัธยมจำได้มั้ย”
เขาดูเหมือนจะเริ่มรักษาระยะห่างกับเธอและยังใช้คำสุภาพในแบบที่เป็ทางการจนเธอััได้“ถ้าคุณลูกค้า้าสินค้าชิ้นใดเป็พิเศษ บอกได้นะครับ”
“ก็ได้ๆหลังเหตุการณ์ครั้งนั้นนายก็หายไปจากเกาะนี้ คงย้ายไปอยู่ที่อื่นล่ะสิ”เสียงของเธอเริ่มแ่ลงจนฟังดูเหมือนเสียงกระซิบ“เื่ตั้งสิบปีมาแล้วแถมยังไม่ใช่เื่ดี ลืมๆไปคงดีกว่านั่นแหละ”
ท่าทีของชายหนุ่มเปลี่ยนไปก่อนลอบมองเธออย่างตั้งใจมากขึ้นไม่นานเขาก็ส่ายหน้าเหมือนจนปัญญา “ผมไม่มีความทรงจำ่ก่อนอายุสิบเจ็ดครับก็เลยจำไม่ได้”
“ความจำเสื่อมหรือ”
“คล้ายๆแบบนั้นครับ”ชายหนุ่มเดินไปที่หลังเคาน์เตอร์ก่อนวางสมุดเล่มหนาปกสีน้ำเงินลงบนตู้กระจกข้างๆเครื่องคิดเงินซึ่งทำจากไม้แต่กลับมีจอััอัจฉริยะและเครื่องสแกนบาโค้ดเหมือนเครื่องคิดเงินรุ่นใหม่ๆ“ผมคิดว่าพอจะเชื่อถือคุณได้เพราะคุณเรียกชื่อผมได้ถูกต้อง”
สายตาของเฟรจับจ้องสมุดขอบทองที่สะท้อนแสงสะดุดตาพลางจะยื่นมือไปแตะโดยไม่รู้ตัวแต่เธโอดึงสมุดเข้าหาตัวเสียก่อนทำให้เธอชะงัก “อะ… ขอโทษ เป็หนังสือที่น่าสนใจดีก็เลย…”
“เล่มนี้เป็สมุดบันทึกครับเป็ของที่อยู่คู่กับร้านนี้มานานก็เลยไม่ได้มีไว้ขาย”
“เสียดายจัง”เธอยังคงจ้องมองสมุดบันทึกอย่างไม่ละสายตา เธโอจึงเปลี่ยนเื่เพื่อเรียกความสนใจ
“แล้วคุณชอบของชิ้นไหนในร้านหรือเปล่าผมจะได้แนะนำให้”
“ฉันเห็นกล่องดนตรีที่วางโชว์อยู่หน้าร้านก็เลยอยากเข้ามาฟังเสียงดูน่ะ”
“กล่องดนตรีหรือครับ”เธโอเลิกคิ้วพลางเดินออกจากหลังเคาน์เตอร์พาเฟรไปดูสินค้าที่เธอพูดถึง พอได้มาเห็นใกล้ๆจึงสังเกตุได้ว่าบริเวณฐานทรงกลมมีสวิตซ์เปิดปิดด้วย“คุณหมายถึงโคมไฟแดงนี่หรือเปล่า”
“อ้าวเป็โคมไฟหรอกหรือ”เธอนิ่งไปเหมือนใช้ความคิด “รู้สึกจะเห็นไฟส่องตาอยู่เหมือนกันแต่ก็ไม่ได้เปิดสวิตซ์อยู่นี่นา แถมตุ๊กตานี่ก็หมุนได้ด้วย…”
เธโอเห็นเฟรกล่าวพลางผงะก้าวถอยหลังสีหน้าซีดเผือดก็ประหลาดใจ“มันมีไฟแล้วก็หมุนได้จริงๆครับแต่คุณน่าจะเห็นภาพหลอนเพราะผมไม่ได้เปิดสวิตซ์นะครับ”
หญิงสาวหันขวับไปมองชายหนุ่มอย่างสงสัย“หรือว่าเป็แบบไขลานหรือคะ”
เธโอหยิบฐานของโคมไฟขึ้นมาวางบนฝ่ามือได้พอดีเขาวางมือระดับอกทำให้โคมไฟสูงเพียงระดับคางของเขา “มันไขลานไม่ได้ครับแต่สินค้าชิ้นนี้มีประวัติถ้าคุณยังจำคดีนักตกหญิงที่เป็ข่าวเมื่อยี่สิบปีก่อนได้ก็น่าจะพอรู้แล้วว่ามันเป็สินค้าแบบไหนชิ้นนี้ใหม่ที่สุดในบรรดาของมีประวัติที่อยู่ในร้านนี้เลยนะครับ”
เฟรรู้สึกเย็นวูบที่กลางหลังบรรยากาศโดยรอบดูจะวังเวงจนไม่น่าเป็ร้านค้าธรรมดาอีกต่อไป “งั้นฉันไม่สนใจแล้วก็ได้ค่ะ”
เธโอยิ้มน้อยๆก่อนวางโคมไฟกลับลงที่เดิม“ผมพูดเล่นครับ ของใหม่ที่พึ่งเข้ามาในร้านก็มีหลายแบบ เลือกดูก่อนได้ครับ”
“ที่จริงควรจะแนะนำแบบนั้นก่อนนะถ้าไม่อยากเสียลูกค้า” เฟรยิ้มแห้งๆ ก่อนมองผ่านกระจกเห็นฝนข้างนอกเริ่มซาลงแล้วจึงตั้งใจจะขอตัวออกจากร้านแต่เสียงโทรศัพท์บนเคาน์เตอร์ดังขัดจังหวะขึ้นเสียก่อนเธโอเดินไปยกหูโทรศัพท์ซึ่งทำจากทองเหลืองรูปร่างคล้ายกับโทรศัพท์โบราณต่างกันตรงที่หมุนเบอร์กลายเป็จอััที่มีปุ่มตัวเลขแทนเฟรได้แต่เงียบเดินดูของในร้านรอให้อีกฝ่ายคุยโทรศัพท์เสร็จก่อน
เธโอพยักหน้าตอบรับคู่สนทนาทางโทรศัพท์เป็ระยะอยู่ซักพักก็ยื่นมือไปเปิดสมุดบันทึกบนเคาน์เตอร์“เื่ที่ให้ลองค้นในสมุดบันทึกของคุณพ่อใช่มั้ยครับ มีครับ เกี่ยวกับเข็มกลัดรูปผีเสื้อแก้วประดับไข่มุกแต่คดีนั้นปิดไปแล้วไม่ใช่หรือครับ”
เฟรลอบมองชายหนุ่มไล่นิ้วไปตามแต่ละบรรทัดบนหน้ากระดาษขอบเหลืองที่ดูเก่าเล็กน้อยก่อนจะพลิกหน้าไปเรื่อยอย่างระมัดระวังในที่สุดเขาก็หยุดมือที่สามบรรทัดสุดท้ายของหน้ากระดาษกลางเล่มซึ่งมีรอยดินสอทำเครื่องหมายไว้พลางกล่าวใส่โทรศัพท์
“คุณพ่อเขียนว่าเป็หลักฐานที่ได้มาจากเหยื่อที่ตายรายสุดท้ายถึงจะจับฆาตกรกับนายหน้าค้าผู้หญิงได้แต่จับตัวผู้บงการไม่ได้…”เธโอเงียบไปนิดหนึ่งไม่นานนักเขาก็พยักหน้าสองสามครั้งก่อนที่จะรับปากอีกฝ่าย“ก็ได้ครับ เห็นแก่ที่คุณยอมจ่ายค่าข้อมูล ผมคิดว่าเธออาจจะเปลี่ยนรูปแบบการหลอกล่อคุณพ่อเขียนว่าก่อนจะเปิดเป็ไนท์คลับเธอหลอกผู้หญิงพวกนั้นว่าจะหางานต่างประเทศให้ทำ บางทีอาจจะใช้วิธีคล้ายๆ กัน”
หลังจากเห็นเธโอวางสายเฟรก็กล่าวขึ้นด้วยแววตาเป็ประกายอยากรู้อยากเห็น“มีคดีเกิดขึ้นหรือ”
“อ้าวยังไม่กลับอีกหรือครับ” เธโอพูดด้วยสีหน้าแปลกใจทำให้อีกฝ่ายหน้าเสียเขาถอนหายใจรู้สึกผิดเล็กน้อย “ถึงจะบอกว่าเคยเป็เพื่อนกันแต่สำหรับผมคุณยังเป็คนแปลกหน้าอยู่”
“ขอโทษ”หญิงสาวสีหน้าหมองลงก่อนจะเหลือบตามองอีกฝ่ายแล้วถามขึ้นด้วยน้ำเสียงแ่ “เข็มกลัดรูปผีเสื้อแก้วประดับไข่มุกใช่คดีที่เกิดขึ้นในเมืองเซรัสหรือเปล่า”
“ดูข่าวด้วยหรือครับ”
“เห็นแบบนี้แต่ฉันทำช่องออนไลน์อยู่นะถึงจะไม่ได้มีคนติดตามเยอะก็เถอะ”
“เป็ช่องแบบไหนหรือครับเผื่อผมจะลองเข้าไปดูบ้าง”
เฟรหน้าแดงได้แต่กล่าวยิ้มๆด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจ“ช่องของฉันคนดูน้อยอย่าสนใจเลย แต่เคยได้ยินข่าวนักโพสต์ที่ใช้ชื่อก๊อปปี้แคทในเว็บบอร์ดหรือเปล่าตอนนี้ฉันตามของเขาอยู่”
“จอมแฉในเว็บบอร์ดหรือครับ”
“ไม่ใช่จอมแฉนะในหมู่แฟนคลับนับถือว่าเขาเป็นักสืบฮีโร่เลยล่ะ”
เธโอใช้ความคิดลอบมองอีกฝ่ายอย่างสนใจ“แฟนคลับหรือครับ… ได้ยินว่าเื่ที่เขาโพสต์เกี่ยวข้องกับคดีที่ตำรวจปิดไม่ได้หรือไม่สนใจเขาจะเปิดเผยตัวคนร้ายพร้อมกับหลักฐานภายในเวลาสองวัน และวันที่สามคนที่เขาอ้างว่าเป็คนร้ายจะถูกพบเป็ศพสภาพที่เกิดเหตุและสาเหตุการตายก็มักจะเหมือนกับอาชญากรรมที่ผู้ตายเคยก่อเอาไว้แต่จนถึงตอนนี้ตำรวจก็ยังหาตัวคนที่ใช้ชื่อก๊อปปี้แคทคนนี้ไม่ได้”
“ใช่แล้วก๊อปปี้แคทคนนั้นแหละ ช่องของฉันติดตามเื่เขาอยู่ ตอนนี้เขาแทบจะกลายเป็ตำนานเมืองของเกาะออลันด์แห่งนี้ไปแล้ว”
“ถึงขนาดตั้งกลุ่มแฟนคลับกันแล้วหรือครับถ้าเขาเป็คนลงมือจริงๆ เขาก็คืออาชญากรคนนึงนะ”
“คนที่เขาโพสต์แฉและตายทั้งหมดเป็คนเลวนี่พอพวกเขาตายตำรวจถึงได้หาหลักฐานพบและสรุปว่าเป็คนร้ายจริงๆเหมือนที่ก๊อปปี้แคทบอกไว้เลย”เฟรหยิบโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋าสะพายข้างใบเล็กสีเบจ เธอกดโทรศัพท์อยู่พักหนึ่งจึงยื่นหน้าจอให้เธโอดู“ตัวอย่างคดีงานเลี้ยงรถไฟที่เมืองเนมุส มายาบรีเจียผู้จัดงานคือคนร้ายที่เชิญคนมารวมกันในงานเลี้ยงบนรถไฟแล้ววางยาในอาหารเพื่อให้เล่นเกมหาผู้รอดชีวิตเธอถ่ายวีดีโองานเลี้ยงด้วยมือถือเพื่อขายคลิปวีดีโอให้เว็บไซต์เถื่อน ั้แ่จัดงานวันแรกก๊อปปี้แคทก็เริ่มโพสต์ลงเว็บบอร์ดเกี่ยวกับประวัติของเธอและในวันที่สามที่งานเลี้ยงสิ้นสุดลงมายาก็ถูกพบเป็ศพเพราะพิษในขวดไวน์ที่อยู่ในเมนูอาหารของงานเลี้ยงตำรวจสรุปว่าเป็ความผิดพลาดของหุ่นยนต์บริการไวน์ที่เธอตั้งค่าไว้ให้คัดเลือกไวน์ที่ไม่มีพิษเอาไว้ดื่มเองตอนที่ปลอมตัวเป็แขกในงานแต่หุ่นยนต์พลาดไปหยิบเอาไวน์ขวดที่มีพิษให้เธอ”
“แต่มายาบรีเจียไม่ใช่ผู้ให้ทุนจัดงานนะครับเธอแค่รับบทเป็ผู้จัดงานและถ่ายคลิปวีดีโอเพราะได้รับการจ้างวานมาอีกที”
“แต่เธอจัดงานเลี้ยงหลายครั้งและแต่ละครั้งแขกที่เข้าร่วมงานเลี้ยงจำนวนเกือบสิบคนก็ตายหมดเพราะโบกี้รถไฟตกรางที่กลางทะเลสาบตอนแรกตำรวจจับไม่ได้เพราะเธอปลอมตัวเป็แขกในงานเมื่อจบงานเธอก็จะหาศพผู้หญิงที่รูปร่างใกล้เคียงกันมาถ่วงศพไว้ใต้น้ำกว่าจะหาศพเจอก็บวมอืดจนแยกแยะลำบากว่าเป็ใคร และทุกคนในงานก็ใช้ชื่อปลอมหมดเลยยิ่งพิสูจน์ตัวตนได้ยาก”
“ข้อมูลพวกนี้มาจากก๊อปปี้แคทหรือครับ”
เฟรชะงักไปนิดหนึ่งเหมือนนึกขึ้นได้ว่าเธอยังไม่ได้ตรวจสอบเปรียบเทียบข้อมูลที่ได้กับรายละเอียดข่าวที่เผยแพร่หลังมายาบรีเจียเสียชีวิต “แต่ทางตำรวจก็สรุปแบบเดียวกันไม่ใช่หรือ”
“ใช่ครับข้อมูลเมื่อครู่ถูกต้อง เพียงแต่สรุปข่าวหลังจากพบศพของมายาบรีเจียจะพูดถึงฐานะการเงินของเธอที่ไม่ค่อยดีนักและเธอไม่ใช่คนที่มีชื่อเสียงขนาดเชิญคนไม่รู้จักมากมายมาร่วมงานได้ตำรวจจึงสันนิษฐานว่าน่าจะมีผู้สมรู้ร่วมคิดแต่ก็ยังสืบไม่คืบหน้า ข่าวก็เลยเงียบไป”
“แต่แบบนี้ก็ทำให้งานเลี้ยงฆาตกรรมที่เคยจัดถูกยกเลิกไปไม่ใช่หรือ”
“ก็ใช่ครับบังเอิญข้อมูลถูกต้องเขาก็เลยเป็เหมือนฮีโร่ในสายตาคนทั่วๆไปที่ช่วยขจัดความไม่เป็ธรรม”เธโอกล่าวพลางยื่นโทรศัพท์คืนให้เฟร “แต่ถ้าข้อมูลไม่ถูกต้องขึ้นมาล่ะครับคุณจะรู้ได้ยังไงว่าเขาไม่ได้ฆ่าผิดคนเพราะแบบนี้ถึงต้องมีกระบวนการยุติธรรมไม่ใช่หรือครับ”
“แหมใช่ว่ากระบวนการยุติธรรมจะถูกต้องเสมอไปนี่ โดยเฉพาะคนมีเงินกับไม่มีเงิน”
“อย่างน้อยกระบวนการยุติธรรมก็เปิดโอกาสให้ทั้งคนมีเงินและไม่มีเงินได้แก้ต่างให้ตัวเองครับไม่ใช่การสังหารฝ่ายเดียวแบบนี้ เพียงแต่ความรู้ด้านสิทธิของตัวเองในกระบวนการยุติธรรมไม่เท่ากันเท่านั้น”
เฟรเผยอปากจะค้านแต่ก็พูดไม่ออกเธอย่นคิ้วเริ่มหงุดหงิดเล็กน้อยพลางเก็บมือถือลงในกระเป๋าสะพาย “จะว่าไปฉันว่าจะถามเื่ที่คุณคุยโทรศัพท์เมื่อครู่นี้ เื่หลอกให้ไปทำงานหรืออะไรใช่มั้ย”
เธโอลอบมองเธออย่างสงสัยไม่แน่ใจเจตนาของอีกฝ่าย“ได้ดูข่าวมั้ยครับ เื่ที่ผู้หญิงตายเพราะอุบัติเหตุต่อเนื่องในเมืองสิญาที่เราอยู่กัน”
“รู้สิ ในเมืองหลวงแท้ๆฉันตามข่าวอยู่เรื่อยๆ นั่นแหละ” เฟรกล่าวตอบ“แต่มันเกี่ยวอะไรกับเข็มกลัดรูปผีเสื้อแก้วประดับไข่มุกหรือข่าวไม่เห็นพูดถึงเื่นี้เลย”
“เื่นี้เป็ข้อมูลของตำรวจครับบอกไม่ได้”
“ทำไมล่ะมีผู้ตายที่ติดเข็มกลัดแบบนั้นอยู่หรือ แล้วที่ว่ายังไม่พบตัวผู้บงการในตอนนั้นก็แปลว่าเื่ที่เกิดขึ้นตอนนี้อาจเกี่ยวข้องกับผู้บงการที่ว่าใช่มั้ย”
เธโอสูดหายใจนิดหนึ่งเริ่มอึดอัดกับคำถามของหญิงสาว“เื่ที่เกิดตอนนี้ถูกมองว่าเป็อุบัติเหตุเท่านั้นครับ เื่ผู้บงการก็เป็แค่ข้อสันนิษฐานอย่าคิดจริงจังเลยครับ”
เฟรรับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายตั้งใจปิดบังข้อมูลและไม่คิดจะเปิดปากพูดอย่างแน่นอนเธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจากกระเป๋าสะพายแล้วกดบนหน้าจอไม่กี่ครั้งก่อนเปลี่ยนหัวข้อสนทนา“ถ้าพูดถึงเื่หลอกให้ไปทำงาน ฉันก็เจอโพสต์ประกาศรับสมัครงานแปลกๆตามหน้าเว็บไซต์อยู่นะ”
สายตาของเธโอบ่งบอกว่าเื่นี้ดึงความสนใจของเขาได้“แปลกยังไงหรือครับ”
“เป็โพสต์รับสมัครงานที่อ้างว่าให้ไปเข้าร่วมกิจกรรมในสถานที่และเวลาที่กำหนดฉันลองสมัครและไปเข้าร่วมด้วย มีวิทยากรผู้หญิงชื่อว่า เรย์ เวลลี่ออกมาพูดจูงใจว่าจะให้ไปทำงานต่างประเทศแล้วก็ให้ผู้สมัครงานทุกคนโอนเงินเป็ค่าที่พักกับค่าเดินทางจากนั้นก็นัดหมายให้ทุกคนมาพบกันที่เดิมอีกครั้งเพื่อเตรียมเดินทางน่ะ”
“แล้วคุณได้ไปมั้ย”
“ไม่ได้ไปหรอกก่อนถึงวันเดินทาง เขาโทรมาบอกให้โอนเงินเพิ่มอีกหลักหมื่นก่อนหน้านี้ก็โอนไปแล้วหลายพัน ฉันเลยไม่เชื่อแล้วก็ยอมเสียเงินก้อนแรกไปฟรีๆน่ะสิ”
สีหน้าของเธโอครุ่นคิด“เขาได้บอกมั้ยครับว่าเป็งานแบบไหน”
“งานแอดมินธรรมดาแต่ว่าต้องไปแสดงตัวพร้อมส่งเอกสารที่ออฟฟิศที่ต่างประเทศก่อนแล้วหลังจากนั้นก็ทำงานออนไลน์จากที่บ้านได้เลย”
“โดนหลอกแน่นอนครับไม่คิดว่าจะหลงเชื่อได้เลยสมัครงานแอดมินตามออฟฟิศทั่วไปไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรแบบนั้นหรอกครับ”
“เื่นั้นฉันก็พอรู้แค่คิดว่าอยากหารายได้เพิ่ม ยิ่งเป็งานออนไลน์ของต่างประเทศก็เลยไม่แน่ใจว่าเงื่อนไขมันต่างกันยังไงบ้างเอาเป็ว่ายอมเสียรู้แค่ครั้งเดียวนั่นแหละ”เฟรแสดงหน้าจอโทรศัพท์ให้เธโอดูโพสต์รับสมัครงานที่พูดถึง
“คุณได้เห็นหน้าของผู้หญิงที่ชื่อเรย์เวลลี่แล้วใช่มั้ย”
“เห็นแล้วแต่เขามีกฎห้ามถ่ายรูป ไม่งั้นจะถูกตัดสิทธิ์ทันทีน่ะสิ”
“กำหนดการที่จะพาไปต่างประเทศนั่นยังมีอยู่หรือเปล่าครับ”
“ยังมีอยู่แต่ถ้าไม่จ่ายเงินเพิ่มเขาก็ไม่บอกว่าให้ไปเจอที่ไหนไง” เฟรกล่าวก่อนจะนึกขึ้นได้“แต่มีคนรู้จักที่ไปงานด้วยกันแล้วก็ยอมเสียเงินเพิ่มด้วย ฉันถามเื่สถานที่นัดพบจากเขาแล้วล่ะ”
เธโอสีหน้าครุ่นคิดพลางมองดูเฟรเก็บมือถือกลับลงกระเป๋าสะพาย“ผมอยากลองไปสถานที่ที่ว่าได้มั้ย”
เฟรยิ้มกว้างดวงตาเป็ประกาย“สนใจขึ้นมาแล้วล่ะสิ ไปกับฉันมั้ยล่ะ”
“อย่าบอกนะครับว่าตอนแรกคุณคิดจะไปคนเดียวทั้งที่สถานการณ์มันน่าสงสัยขนาดนี้”
“ตอนแรกคิดว่าถามไว้เผื่อเป็ประโยชน์เท่านั้นไม่ได้คิดจะไปหรอก แต่พอได้ยินว่าข่าวผู้หญิงตายเพราะอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง่นี้อาจจะเกี่ยวข้องกับโพสต์หลอกให้ไปทำงานต่างประเทศฉันก็อดสงสัยไม่ได้น่ะสิ”
เธโอถอนหายใจยาวอย่างเสียไม่ได้“ผมว่าคุณไม่ต้องไปหรอก คนรู้จักที่คุณพูดถึงอาจเป็หน้าม้าเฉยๆ ก็ได้”
“ฉันก็อยากไปหาหัวข้อข่าวเด็ดๆมาลงช่องบ้างไม่ได้หรือไง มีแค่เื่ก๊อปปี้แคทอย่างเดียวใช้ไม่ได้หรอก”
“ถามตรงๆนะครับ คุณอยากทำเพื่อสังคมหรือว่า...” สีหน้าของเธโอเรียบเฉยแต่น้ำเสียงเย็นเยือกราวกับไม่แยแสต่อความรู้สึกของอีกฝ่ายอีกต่อไป“แค่อยากได้ยอดคนดูช่องออนไลน์เพิ่มเท่านั้น”
เฟรเงียบไปพักหนึ่งเพราะเริ่มหงุดหงิดกับคำพูดของเธโอ“ฉันก็แค่เห็นว่าอาชญากรรมมันเพิ่มขึ้นก็เลยอยากมีส่วนร่วมกับการเปิดโปงความจริงฉันอยากรู้เื่ก๊อปปี้แคทก็เพราะอยากรู้ความจริงว่าอาชญากรพวกนี้ตายได้ยังไงกันแน่เป็ฝีมือของก๊อปปี้แคทหรือว่ากรรมตามสนองจริงๆ…” เสียงของเธอแ่ลงในที่สุดจึงหลบตาเขาอย่างจนคำพูด“แล้วก็อยากได้ยอดคนดูจริงๆ นั่นแหละ”
“ก็ยังดีที่คุณไม่สร้างเื่ไม่ดีขึ้นมาเพื่อให้ได้ยอดคนดูไม่งั้นผมคงไม่คิดจะเป็เพื่อนกับคุณแน่”เธโอยิ้มนิดหนึ่งพลางยื่นมือมาทางหญิงสาวอย่างอ่อนโยน “ยินดีที่ได้รู้จักนะครับผมชื่อเธโอเป็เ้าของร้านขายของที่ระลึกแห่งนี้”
หญิงสาวนึกถึงคำพูดของเขาที่บอกว่าเธอยังเป็คนแปลกหน้าแต่สำหรับเธอแล้วชายหนุ่มยังคงเหมือนเดิมทั้งบุคลิกรูปร่างหน้าตาแต่ที่เปลี่ยนไปนิดหน่อยคงจะเป็ความคิดอ่านที่ฟังดูเป็ผู้ใหญ่ขึ้นเธอยิ้มกว้างยื่นมือไปจับมือของเขาเอาไว้ “ฉันชื่อเฟร ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”
รอยยิ้มของเฟรทำให้เธโอชักมือกลับอย่างเขินๆใบหน้าซีดขาวของเขาอมชมพูพอมีเืฝาดขึ้นมาบ้างเขาหันมองไปทางนาฬิกาลูกตุ้มไม้แขวนผนังก่อนจะกระแอมเบาๆ “เอ่อ…ตอนนี้ทุ่มนึงแล้วนะครับ คุณควรจะกลับบ้านไปพักผ่อนได้แล้ว”
“บ้านฉันอยู่ไม่ไกลเท่าไรหรอก”เฟรถลกแขนเสื้อนิดหนึ่งก่อนยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมองดูเวลา “แต่ก็ควรกลับได้แล้วงั้นฉันขอตัวนะ”
เฟรยิ้มกว้างก่อนจะเดินออกจากร้านเดอะโมเมนโตอย่างอารมณ์ดีคล้อยหลังเธอไปแล้วเธโอจึงเดินไปพลิกป้ายหน้าร้านเปลี่ยนเป็ปิดทำการแล้วตั้งค่ากลอนประตูไฟฟ้าให้ล็อกถาวรไว้เขาเดินกลับเข้าไปหลังร้านเพื่อตรงไปยังชั้นหนังสือขนาดใหญ่ที่ตั้งชิดกำแพงอยู่ ชายหนุ่มย่อตัวลงพลางไล่นิ้วไปตามสันหนังสือปกแข็งซึ่งวางเรียงรายอยู่บนชั้นรองสุดท้ายจนมาหยุดลงที่สมุดปกแข็งสีเืหมูเล่มเล็กดูใหม่ที่สุดบนชั้นแล้วดึงสมุดออกมาเผยให้เห็นตัวอักษรเขียนภาษาอังกฤษบนปกอ่านได้ว่า“ไดอารี่” เธโอเปิดสมุดแล้วเดินไปลงนั่งเก้าอี้ในห้องครัวพลางวางสมุดลงบนโต๊ะทรงกลมก่อนจะเริ่มตั้งใจอ่านบันทึกประจำวันที่ถูกเขียนทิ้งเอาไว้เมื่อสิบปีก่อน