บทที่ 1 ตอนที่ 2 ชีวิตประจำวัน (1/2)
ชีวิตของเด็กวัย 3 ขวบ ก็ไม่ได้เลิศหรู หรือหวือหวาอะไรเท่าไหร่นัก ถ้าหากว่ากันตามจริงแล้วออกจะไปทางว่างเลยด้วยซ้ำ ว่างขนาดหนักด้วย ถึงจะเกิดใหม่มาได้ 3 ปีแล้วก็เถอะ แต่ความว่างนี่มันศัตรูร้ายบันทอนชีวิตยิ่งกว่าการจิตตกซะอีก…
“ท่านพี่~!”
“หืม~?”เขาััได้ถึงแรงปะทะที่มาจากทางด้านหลัง เด็กหญิงตัวน้อยผมสีเงินซึ่งมีนัตย์ตาสีฟ้าสดใส และหูที่เรียวแหลม เธอนั้นพุ่งเข้ามาสวมกอดเขาจากทางด้านหลัง…
“เล่นกันนะ~!”น้องสาวตัวน้อยชวนด้วยน้ำเสียงร่าเริงสดใส นัตย์ตาเป็ประกายวิบวับ…
“เอาสิ…อยากเล่นอะไรล่ะ?”เขาจะไปปฏิเสธลงได้ยังไงล่ะจริงไหม
“ละคร!”สิ่งที่คุณน้องสาวอยากเล่นทำเอาเขาผงะเล็กน้อย
“ยังไง?”อยากแสดงละครเวทีรึ แต่นั่นมันต้องใช้คนเยอะนะ แต่ถ้าบอกท่านพ่อล่ะก็…คงเกณฑ์คนมาทั้งพระราชวังปราสาทหลังนี้แหง
“ท่านพี่เป็อัศวิน! ส่วนหนูจะเป็เ้าหญิงยังไงล่ะ!”
“แบบนั้นเอง งั้นก็…”ก็ในเมื่อบทบาทที่คุณน้องสาว้าว่าแบบนั้น…
เด็กชายผละตัวออกจากเด็กหญิงซึ่งกำลังกอดตัวเขาเองจากทางด้านหลัง เขายืนอกขึ้นก่อนจะเคลื่อนมือขวามาแนบที่อกซ้าย พร้อมกับย่อตัวลงคุกเข่าขวาโดยปายเท้าหันเฉียงไปทางซ้ายเล็กน้อย และในส่วนของเท้าซ้ายนั้นตั้งขึ้น โดยมือข้างซ้ายนั้นกำแน่นพร้อมกดแนบลงบนพื้น
“อัศวิน เซอซิล ฟอน โครเวลส์ พร้อมรับพระบัญชาของพระองค์แล้วพ่ะย่ะค่ะ องค์หญิงเฟลิเซีย”
เด็กชายนั้นกล่าว และเงยหน้าขึ้น นัตย์ตาสีน้ำเงินเข้มตวัดจับจ้องเข้าไปในนัตย์ตาสีฟ้าของเด็กหญิงอย่างจริงจังราวกับว่านี่เป็เื่จริงไม่ใช่การแสดงตามบทบาทสมมติ นอกจากนัตยต์ตาแล้วยังรวมถึงใบหน้าจริงจังอันหล่อเหลาอย่างเศร้าๆ ด้วย…
“นะ-หนูสั่งอะไรก็ได้เหรอ~?”เฟลิเซียถามอย่างขวยเขิน เพราะั้แ่ติดหนึบกับพี่ชายมาเพิ่งเคยเห็นทำสีหน้าจริงจังอันหล่อเหลาอย่างเศร้าๆ แบบนี้ก็ครั้งแรก…
“ตามแต่องค์หญิงบัญชาพ่ะย่ะค่ะ”
“งั้น! วะ-วันนี้อุ้มหนูในท่าอุ้มเ้าหญิงทั้งวัน!”ถึงแม้จะรู้สึกอาย! แต่เธอก็ลองสั่งออกไป!
“ตามแต่พระประสงค์(As You Wish)”ไม่เพียงแค่ตอบรับ
“ฟุเนี๊ย!?”
เด็กชายผู้เป็พี่ลุกขึ้นพร้อมกับพุ่งตัวโน้วไปข้างหน้าอุ้มช้อนร่างของเด็กหญิงผู้เป็น้องสาวมาไว้ในอ้อมแขนทั้งสอง มือซ้ายของเด็กชายนั้นโอบไหล่ และมือขวานั้นประคองขาเอาไว้---คนเป็น้องสาวได้ส่งเสียงร้องอย่างอย่างใปนเขิน
“ทะ-ทำจริงด้วยอ่า~!”ใครจะไปนึกว่าพี่ชายสุดที่รักจะอุ้มเธอจริงๆ กันล่ะ!
“แน่นไปรึเปล่าพ่ะย่ะค่ะ?”เซอซิลไม่ถามเปล่า เขาก้มหน้าลงมาพร้อมขยับกระชับให้ใบหน้าขอน้องสาวขึ้นมาใกล้ขึ้นอีกด้วย
“มะ-ไม่น่ะ-แน๊นเลยค่ะ!”ด้วยความเขินผสมกับความไม่ชินพี่ชายในมาดอัศวินผู้หล่อเหลาอย่างเศร้าๆ แต่เพราะการลงน้ำเสียง และสีหน้าอันจริงจัง…เฟลิเซียถึงกับลิ้นพันกัน
“ถ้าอย่างนั้น ขอทราบบัญชาต่อไปด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
“ตะ-ต่อไปเหรอ!?”
น่ะ-นี่พี่ชายของเธออินกับบทบาทอัศวินไปถึงไหนกันเนี่ย! แต่ในฐานะน้องสาวแล้ว! เธอจะต้องฉกฉวยโอกาสนี้ให้ได้กำไรมากที่สุดเท่าที่จะทำได้!---เฟลิเซียเริ่มวางแผนอันชั่วร้าย(?)หลายๆ อย่างให้พี่ชายของตัวเองทำให้…
“ทะ-ท่านพี่ไปไหนหนูไปด้วย~!”แบบอุ้มน่ะนะ!
“ตามแต่พระประสงค์”
เซอซิลเขาตอบรับคำขอ(สั่ง)นั้น แขนที่โอบอุ้มนั้นกระชับร่างของน้องสาวเล็กน้อย ก่อนที่จะก้าวเดินออกไปบนทางเดินหินอ่อนที่ทอดยาวสุดสายตา ท่ามกลางสายตาของเหล่าพ่อบ้าน แม่บ้าน และหญิงรับใช้ ที่แน่นอนที่สุดนั้น
มาเรียน่าได้แต่เดินตามไปอย่างเงียบๆ พร้อมก้มหน้างุนอย่างเขินๆ กับความหล่อแบบเศร้าๆ ของนายน้อยผู้เป็นายของเธอ---และเมื่อผ่านไปสักพักใหญ่ๆ ฝ่ายน้องสาวอย่างเฟลิเซียก็ขอลงเองเพราะทนสายตาอันอบอุ่นจากรอบข้างไม่ไหว…
“แฮร่~”คนเป็น้องสาวส่งเสียง ‘แฮร่’ เล็กน้อยหลังจากถูกปล่อยลงแล้ว
“ชาเ้าค่ะ นายน้อย คุณหนู”มาเรียน่าก็ทำตามหน้าที่อย่างทันที
ภายในหอสมุดอันเงียบวังเวงซึ่งแยกออกมาจากพระราชวังเล็กน้อย มีเด็กชายผู้หนึ่งกำลังนั่งอ่านหนังสือบนโซฟานุ่มสีน้ำตาล และมีเด็กหญิงคนหนึ่งนอนสอดตัวเอาขาเกยแขนของเด็กชายพลางส่งเสียง ‘แฮร่~’ ขณะที่เมดสาววัยสิบสามนั้นเสิร์ฟชาลงบนโต๊ะ
“มาเรียน่า อ่านหนังสือด้วยก็ได้นะ”
“ขอบพระคุณเ้าค่ะนายน้อย”เมดสาวนั้นไม่ปฏิเสธเลยแม้แต่น้อย เธอเลือกจะทำตาม และเดินไปหยิบหนังสือเล่มหนึ่งมานั่งอ่านบนโซฟาอีกตัวตรงข้ามกับนายน้อย และคุณหนูของเธอ…
“ไม่นั่งตรงนี้ล่ะ?”เขาถามอย่างสงสัยพลางมองข้างตัวที่ยังว่าง
“มะ-ไม่เหมาะสมจนเกินไปรึเ้าคะ…?”เมดนั่งข้างเ้านายเนี่ย ดูไม่สมควรนะ
“ไม่เป็ไรหรอก พวกเราเคยนอนด้วยกันแล้วนิ”
ความหมายอันสองแง่สองง่ามของคำพูดนั้นทำเอาเมดสาวแก้มแดงระเรื่อ ก่อนจะพยักหน้า ‘หงึก’ และลุกขึ้นพร้อมก้มหน้างุนเดินมานั่งข้างเด็กชายผู้เป็นายด้วยความรู้สึกเขินนิดหน่อย---ในตอนนั้น เซอซิลก็สังเกตเห็นว่าหนังสือที่เมดสาวหยิบมาอ่านนั้นไม่ใช่เพื่อความเพลิดเพลินเป็แน่
“สนใจในเวทมนตร์เหรอ?”
“ก็ไม่เชิงสนใจหรอก…เ้าค่ะ”เพราะว่าตามจริง เธอไม่เข้าใจที่เขียนอยู่ในหนังสือนี่เลยน่ะนะ
“‘ทฤษฎีการทหาร หัวข้อ เวทมนตร์ระดับยุทธศาสตร์ชั้นสูง’…ลองอ่าน ‘ทฤษฎีเวทมนตร์สำหรับผู้ฝึกตน’ น่าจะดีกว่านะ”จะว่าไป ใครกันเอาหนังสือทฤษฎีเวทมนตร์ที่ไว้ใช้พลิกสถานการณ์ในามาวางไว้ในหอสมุดหลวงของพระราชวังกันนิ…เซอซิลหยิบหนังเล่มหนึ่งยื่นไปหาเมดสาว
“ดิฉันอ่านผิดเล่มรึเ้าคะเนี่ย…?”เธอรับหนังสือนั้นมา พร้อมกับวางเล่มที่อ่านอยู่ก่อนลงบนโต๊ะไม้ตรงหน้า…
“ก็ไม่ผิดเท่าไหร่หรอก…แต่มันเป็หนังสือเวทมนตร์ทางการทหาร ที่ต้องใช้นักเวทหลายคนในการใช้เวทมนตร์บทนั้นน่ะนะ”ถึงจะว่ากันตามความเป็จริง เขาก็ใช้ได้แหละเพราะมีพลังเวทเหลือเฟือ
“นะ-นายน้อยเข้าใจรึเ้าคะ!?”นี่เธอแพ้นายน้อยของตัวเองที่เพิ่งสามขวบหรือนี่!
“ก็ไม่เข้าใจหรอก…แค่พอจับใจความได้น่ะ”ถ้าบอกไปว่ารู้เื่คงจะแปลกล่ะเนาะ
“สุดยอดเลย…”ขนาดเธอพยายามอ่านเท่าไหร่ก็ไม่เข้าใจแท้ๆ
“แล้วทำไมจู่ๆ ถึงสนใจเวทมนตร์ล่ะ?”
“ดิฉันมีความเข้ากันได้กับเวทธาตุ…ไฟ เ้าค่ะ”พอได้ยินแบบนั้นฝ่ายเซอซิลก็ดูแปลกใจพอสมควร ถ้ามาเรียน่าเมดของเขามีความเข้ากันได้ของธาตุเวทมนตร์ทำไมจึงถูกครอบครัวทิ้งซะงั้นล่ะ…
“ธาตุสายโจมตีเป็หลักด้วย…มาเรียน่า อยากเป็นักเวทเหรอ?”นักเวทเงอนเดือนดีจะตาย แถมยังเป็ทรัพยากรบุคคลอันทรงคุณค่าต่อดินแดนด้วย…
“เปล่าเ้าค่ะ…แต่ในฐานะเมดส่วนตัว ดิฉันต้องศึกษาเพื่อปกป้องนายน้อยกับคุณหนูได้ในอนาคตเ้าค่ะ”เมดส่วนตัวอย่างเธอไม่ได้มีหน้าที่แค่ปรนนิบัติผู้เป็นายอย่างเดียว แต่ต้องเป็ทั้งผู้คุ้มกัน และผู้ช่วยด้วย
“เป็อย่างนั้นนี่เอง…”
เขารู้สึกขอบคุณต่อความภักดี และความห่วงใยต่อเขากับน้องสาวถึงอนาคตจริงๆ แต่หากว่ากันตามจริง สำหรับคนธรรมดาที่มีพลังเวท และมีธาตุเข้ากันได้ ไม่ควรจะฝึกด้วยตัวเองสักเท่าไหร่ เพราะมันไม่ใช่แค่อันตรายต่อคนรอบข้าง มันเป็อันตรายต่อตัวคนฝึกเองมาก…
“มาเรียน่ามีอาจารย์รึยัง?”ถึงจะดูแล้วน่าจะไม่มีก็เถอะนะ
“…ยังไม่มีเ้าค่ะ นายท่าน กับนายหญิงทั้งสองก็ทราบเื่แล้ว แต่ค่อนข้างหานักเวทไฟที่มีความสามารถด้านการสอนยากเ้าค่ะ”พอได้ยินแบบนั้น เขาก็พอเข้าใจแล้วล่ะ
“เพราะแบบนั้นนี่เอง…แล้วพอรู้ปริมาณพลังเวทตัวเองไหม?”ถ้าได้เริ่มฝึกพื้นฐานแล้ว ต่อให้ไม่ใช่นักเวทเฉพาะธาตุก็ต้องฝึกเหมือนกันน่ะนะ
“ยังไม่เคยทราบขีดจำกัดตัวเองเลยเ้าค่ะ…”
เดี๋ยวนะ อายุก็ตั้ง 13 แล้ว แต่ยังไม่เคยฝึกเวทมนตร์เลยเนี่ย ค่อนข้างจะอันตรายเอาเื่แล้วนะเนี่ย คนปกติที่มีความเข้ากันได้ของธาตุเวทมนตร์ ถ้าไม่ได้รับการฝึกดีๆ เกิดวันใดวันหนึ่งพลังเวทสูญเสียการควบคุมแล้วจะแย่เอานะ
“มาเรียน่าช่วยหลับตาลง แล้วทำใจให้สงบนะ”
“เ้าค่ะ…?”
แม้จะสงสัยในเป้าหมายของผู้เป็นาย แต่เธอก็ขอเลือกที่จะปฎิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด เมดสาววัยสิบสามวางหนังสือที่เพิ่งได้รับมา พร้อมกับหลับตาลง และพยายามทำใจให้สงบเท่าที่เป็ไปได้ แต่ทันใดนั้นก็มีบางอย่างล้วงเข้ามา!?
““ฮร๊ายยย~!? / แฮรรร่~!!!!!””
“ทำใจให้สงบไว้…”
เซอซิลวางน้องสาวตัวน้อยที่เกาะแขนเขานอนลงบนตัก ก่อนจะสอดมือล้วงเข้าไปััหน้าท้องอันขาวเนียนเรียบนุ่มของเมดสาวจนเ้าตัวร้องสะดุ้งด้วยความจักจี้ที่ถูกมืออุ่นๆ ล้วงเข้าในชุดอย่างไม่บอกไม่กล่าว ส่วนเฟลิเซียนั้นส่งเสียงขู่เบาๆ…
“ััถึงพลังเวทที่จุดศูนย์กลางของร่างกาย…”
“สะ-ัั…”ถึงจะบอกให้ััก็เถอะ แต่จู่ๆ ล้วงเข้ามาลูบท้องน้อยใต้สะดือเธอมันยากที่จะทำใจให้สงบได้นะหลังจากที่โดนแบบนี้น่ะ!
“ทำใจให้สงบ…ััถึงพลังเวท”
เซอซิลไม่ได้สังเกตถึงความเขินอายของเมดสาวเลยแม้แต่น้อย ถึงแม้จะสงสัยในตัวน้องสาวตัวน้อยที่ส่งเสียงขู่ ‘แฮรรร่~’ นิดหน่อย แต่ในเวลานี้สิ่งที่จำเป็ที่สุด คือ การสอนให้มาเรียน่าควบคุมพลังเวทภายในกายไว้ให้ได้…
มาเรียน่าที่รู้สึกตัวว่านายน้อยผู้เป็นายของตนนั้น ทำทุกอย่างไปเพราะความหวังดี จึงหลับตาลงพร้อมกับเริ่มทำสมาธิเพื่อให้ใจนั้นสงบ ภายใต้ความมืดเมื่อหลับตาลง เธอััได้ถึงสองสิ่ง สิ่งแรก คือ เสียงของคุณหนูที่ร้อง ‘แฮร่~’ อย่างแ่เบา
และอีกสิ่ง คือ ความอบอุ่น ความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากฝ่ามือเล็กๆ ตรงท้องน้อยใต้สะดือซึ่งนั่นคือ มือของผู้เป็นายของเธอ แม้จะสวมเครื่องเมดที่มิดชิด และอยู่ในหอสมุดซึ่งป้องกันความหนาวเย็นจากพายุหิมะข้างนอกนั้นได้
แต่ความหนาวเย็นนั้นก็ยังคงอยู่เสมอ แต่เมื่อฝ่ามือของนายน้อยัับนท้องน้อยของเธอนั้น ความหนาวทั้งหลายก็พลันสลายหายไป เหลือแต่เพียงความอบอุ่นที่แผ่กระจายไปทั่วเรือนร่างของเธอ นั่นทำให้เธอรู้สึกเคลิมเคลิ้มสบายตัวอย่างบอกไม่ถูก…
ท่ามกลางความเคลิมเคลิ้มนั้น เธอััถึงอะไรบางอย่างที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ภายในกายของเธอ มันทั้งร้อน และอบอุ่นแตกต่างจากที่เธอได้รับมาจากฝ่ามือคู่เล็กนั้น---มันความรู้สึกประมาณเร่าร้อน เดือดพล่าน มากกว่าอบอุ่นซะอีกหากว่าไปแล้ว…
“ความเร่าร้อน ความเดือดพล่าน และสีชาด คือ ตัวแทนของธาตุไฟ…ถ้าััถึงได้ การควบคุมก็ไม่ยากเท่าไหร่”
“ควบคุม…ไม่จำเป็ต้องมีอุปกรณ์เวทมตร์เป็สื่อกลางรึเ้าคะ?”
“ไม่จำเป็”ถ้ายึดวิธีเขาสอนแบบไม่อิงตำราเวทของโลกใบนี้น่ะนะ ถึงการใช้อุปกรณ์ด้วยในการใช้เวทมนตร์จะทำให้ใช้เวทง่ายขึ้นก็เถอะ แต่ผู้ใช้จะเข้าถึงตัวตนที่แท้เวทมนตร์ได้ยาก…
““แต่แบบนั้-!/ เชื่อใจเรานะ””
มาเรียน่าเมื่อได้ยินแบบนั้น เธอก็ขอเลือกที่จะเชื่อใจนายน้อยของเธออย่างสนิทใจ แม้ว่าอาจถูกใครก็ตามต่อว่าที่เชื่อคำพูดของเด็กสามขวบซึ่งอายุน้อยกว่าตนง่ายๆ แต่ใครจะว่าอะไรเธอก็ไม่สนหรอก เพราะเธอเชื่อในตัว ‘เขา’ นายน้อยของเธอนั่นเอง…
เมดสาวทำตามคำสั่งของเด็กชายอย่างเคร่งครัด โดยเริ่มแรกนั้น เขาให้เธอเริ่มเข้าไปควบคุมการไหลเวียนของกลุ่มก้อนอันเร่าร้อนนั้นก่อน ซึ่งมันทั้งเดือดพล่านจนเธอนั้นอาบเหงื่อจนชุ่ม แต่เสียงนายน้อยของเธอที่คอยแนะนำอยู่นั้น
ก็ค่อยๆ ทำให้เธอรวมรวบสมาธิเพื่อเข้าควบคุมกลุ่มก้อนพลังเหล่านั่นไว้ได้ โดยมันไม่ทำให้เธอรู้สึกเดือดพล่านเร่าร้อนไปทั่วร่างอีกต่อไป ในครานี้นายน้อยของเธอเริ่มออกคำสั่งให้ลองแบ่ง และเคลื่อนกลุ่มก้อนพลังที่แย่งออกมานั้นไปยังสวนต่างๆ ของร่างกาย
เริ่มจากแขนซ้ายไป ส่วนหัว และหัวลงมาที่แขนขวา ก่อนจะกลับมาที่ท้อง และลงไปที่ขาข้างขวา และซ้ายสลับกัน พร้อมกับเคลื่อนมาอยู่ในตำแหน่งกลางอก ก่อนจะให้นำกลุ่มก้อนพลังนั้นกลับคืนไปยังจุดกำเนิดอีกครั้งเป็อันจบ…
“…นี่คือ การัักับควบคุมสินะเ้าคะ”
“ใช่…ฝึกพื้นฐานตรงนี้ให้ชำนาญก่อนนะ”พื้นฐานถือว่าสำคัญ ยิ่งกับคนที่รู้ว่าตัวเองมีพลังเวทแล้วไม่ได้ฝึกั้แ่ต้น ยิ่งจำเป็หนักเลย
“มาเรียน่ารู้ว่าตัวเองมีพลังเวทั้แ่เมื่อไหร่?”
ถ้าอย่างเขาที่เป็ขุนนางใหญ่ใช้อุปกรณ์เวทตรวจสอบตอนอายุ 5 ขวบ ส่วนของสามัญชนรู้สึกว่าจะต้องรอให้อายุครบ 10 ปีซะก่อน เพื่อที่จะได้เข้ารับการตรวจสอบจากทางโบสถ์โดยที่ไม่มีค่าใช้จ่าย แต่มาเรียน่าเป็อดีตขุนนาง…
“คะ-ค่อนข้างน่าอาย…แต่ดิฉันเพิ่งทราบเมื่อราวสามวันก่อนหน้านี้เองเ้าค่ะ”เธอตอบคำถามของผู้เป็นายด้วยความรู้สึกอายๆ
“งั้นรึ…”
ค่อนข้างน่าใ สำหรับอดีตลูกสาวขุนนางในต่างแดน แม้จะเกิดเป็บุตรีคนที่ 4 และเป็บุตรีคนที่ 6 ของบ้านบารอนซึ่งดูแลพื้นที่ชนบทของอาณาจักรเซราเซีย แต่ก็ไม่ขาดแคลนทรัพย์สินถึงขนาดที่ว่าไม่ได้พาบุตรีของตนเข้ารับการตรวจสอบพลังเวทนะ
“เราขอเป็คนสอนมาเรียน่าเองนะ”ทางที่ดีที่สุด ดูแล้วสถานการณ์ฝั่งเมดสาวของเขากับน้องสาว น่าจะมีสถานการณ์ซับซ้อน ให้เ้าตัวอยู่ใกล้ตัวคงจะเป็การดีที่สุด
“นะ-นายน้อยจะเป็คนสอน…?”
“อืม มาเรียน่าก็จะได้อยู่ข้างพวกเราสอนคนตลอดด้วยจริงไหม ถ้าเกิดต้องแบ่งเวลาไปเพื่อฝึกด้วยล่ะก็…ป่วยไปจะไม่ดีเอาด้วยนะ”นั่นก็เป็หนึ่งในอีกเหตุผลของเขา การให้เด็กสาวอายุสิบสามต้องทั้งทำงานแล้วก็เรียนไปด้วย…มันไม่ใช่อะไรที่เขาชอบซะเลย
“อีกอย่างนึง เรากับเฟลิเซียสบายใจกว่าถ้ามาเรียน่าอยู่ข้างๆ เสมอ”
นั่นเป็ความจริงจากใจของเขาเลยน่ะนั่น ในแง่ส่วนหนึ่งอาจเพราะเมดในพระราชวังส่วนใหญ่เป็ซัคคิวบัส ไม่ก็นิมฟ์ มันรู้สึกเหมือนจะโดนจับกินตลอด มันเลยไม่ค่อยสบายใจสักเท่าไหร่ ถึงแม้สายตาแบบนั้นจะโผล่มาจากคุณน้องสาวที่ร้อง ‘แฮร่~’ อยู่บนตักก็เถอะนะ
“ขอบพระคุณเ้าค่ะ…นายน้อย คุณหนู”
ต่อให้ใครจะว่าอะไรที่เธอให้เด็กอายุเพียงแค่สามขวบมาสอนเวทมนตร์ทั้งที่ไม่เคยเรียนมาเลย และยังไม่ได้ผ่านการตรวจสอบพลังเวทเลยด้วยซ้ำ เธอก็ไม่สน เธอจะขอเชื่อนายน้อยผู้เป็นายของเธอจนถึงที่สุดจนกว่าเขาจะเป็ผู้เอ่ยปากเอง!
ในขณะที่มาเรียน่าตัดสินใจเด็ดขาด และมาดมั่น ฝ่ายเซอซิลเองก็ได้แต่ครุ่นคิดหวนนึกถึงความหลังในสมัยก่อนของตนเมื่อครั้งกระนู้น เพราะเมื่อครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว เขานั้นเคยสั่งสอนวิชาต่อสู้ และเวทมนตร์ให้คนกลุ่มหนึ่งในฐานะลูกศิษย์…
จนพวกนั้นแกร่งกล้าจนกลายเป็ถึงผู้กล้าในโลกของตนเอง และถูกนำขึ้นมาสู่การกลายเป็วีรชนบนสรวง์ ต่อสู้ร่วมกับเขาในฐานะสหายศึก ในสมัยที่เธอผู้นั้นยังมิได้จากไปไหน แต่---ตอนนี้ไม่มีอีกแล้ว พวกนั้นทุกคนได้จากไปหมดแล้ว…
นัตย์ตาสีน้ำเงินนั้นตวัดจ้องมองออกไปยังพายุหิมะข้างนอกด้วยแววตาที่แฝงไปด้วยความโศกเศร้าอาลัยอาวรณ์อย่างเหลือคณา---ความรู้สึกอันเศร้าโศกที่แผ่ออกมานั้นมากเสียจนเฟลิเซีย และมาเรียน่ายังรับรู้ได้ แม้พวกเธอไม่จำเป็ต้องมีสัญชาตญาณเพื่อััเลยด้วยซ้ำ…
พวกเธอทั้งสองคนหวังว่า สักวันในอนาคต พวกเธอจะได้รับรู้ถึงเหตุผลที่นายน้อย-พี่ชายของพวกเธอนั้น ถึงดูโศกเศร้าอยู่ตลอดเวลา และในบางครั้งบางเวลา เขาช่างดูเปราะบางราวกับแก้วที่พร้อมจะแตกเป็เสี่ยงๆ ได้ทุกเมื่อ…พวกเธอจะรอจนกว่า วันนั้นจะมาถึง