ศาสตรามาปรากฏตัวเหนือร่างของาาสไลด์ที่บิดเบี้ยวและกำลังกลับคืนสภาพเดิม ทันทีทึ่มันคืนสภาพมันก็ชูมือทั้งสองตรงไปยังศาสตราที่อยู่เหนือร่างของมันทันใดนั้นเองนิ้วทั้งสิบของมันก็ยืดออกพุ่งแทงมายังศาสตรา เมื่อศาสตราเห็นเช่นนั้นเขาก็กางฝ่ามือออกปรากฏเส้นแสงสีดำยาวออกมาทันใดนั้นเขาก็จับเอาเส้นแสงสีดำนั้นฟันไปที่นิ้วยืดยาวของาาสไลด์ที่เข้าใกล้เขาจนมันขาดออกจากกัน ศาสตราฟันซ้ำไปอีกเขาฟันออกไปอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วจนตาเปล่าไม่อาจมองเห็นการเคลื่อนไหวของมือของเขาได้เลยจะเห็นก็เพียงแต่แสงสีดำฟาดไปมาเท่านั้น นิ้วที่ยืดยาวของเ้าาาสไลด์ไม่อาจผ่านการป้องกันของเขาได้แม้แต่น้อย เมื่อเ้าาาสไลด์เห็นเช่นนั้นมันก็กลายร่างเป็ของเหลวพุ่งหนีไปตั้งหลักห่างจากศาสตราพอควร
"อย่าทำให้เสียเวลานา"
ศาสตรามองตามร่างของเ้าาาสไสด์เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย เ้าราขาสไลด์ที่มีใบหน้าไร้ความรู้สึกใดๆแสดงออกมามันกางแขนออก ทันใดนั้นก็มีบางอย่างที่เหมือนกับปลาสีน้ำเงินพุ่งออกมาจากร่างของมันนับพันตัวและยังเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆปลาที่โผล่ขึ้นมาพวกมันอ้าปากที่มีฟันที่แหลมคมอย่างมากพุ่งเข้าหาศาสตราราวกับจะกัดกินเขาให้หายไป
"แย่แล้วแบบนี้มีหวังคนของหน่วยลับคนนั้นคงไม่รอดแน่ๆ!!!"
เสียงของวาร่า กล่าวออกมาด้วยความใ เธอและอีกสองหนุ่มรีบตามมาดูการต่อสู้แต่เมื่อมาถึงก็เห็นเ้าาาสไลด์ใช่ท่านี้ออกมา กลุ่มปลาสีน้ำเงินที่น่ากลัวนั้นปิดล้อมศาสตราจนมืดฟ้ามัวดิน
"แย่แน่ๆจำนวนมันมหาศาลเกินไปต่อให้เป็หน่วยลับก็ไม่อาจรับมือกับศัตรูจำนวนมากขนาดนั้นได้หรอก!"
อ๊อคที่ยังให้แวนช่วยพยุงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่สู้ดี
"ปลาพวกนั้นเหมือนจะเป็ร่างของเ้าปีศาจนั้นแน่ๆแต่ละตัวข้าััได้ถึงพลังอันน่ากลัวเหมือนกับเ้าปีศาจไม่มีผิด"
แวนกล่าวสบทบขึ้นมา
ฉากเบื้องหน้าของทั้งสามคนทำให้พวกเขาร่างกายสั่นสะท้านออกมาสิ่งที่เห็นอยู่นี้ถึงแม้จะให้ทั้งสามร่วมมือก็ไม่อาจจะรอดพ้นได้อย่างแน่นอน
ศาสตราที่อยู่ในวงล้อมของฝูงปลาสีน้ำเงินที่พุ่งเข้าใส่ ยังคงกวัดแกว่งดาบแสงสีดำในมือด้วยใบหน้าเฉยเมยเช่นเดิมไร้ซึ่งความตื่นตระหนกใดแสดงออกมา
"เฮ้อ...น่าเบื่อนึกว่าจะมีอะไรดีกว่านี้ชะอีกมาปิดฉากกันดีกว่าเสียเวลามากกว่านี้ไม่ได้แล้วขืนช้ากว่านี้โดนสวดยับเอาอีกแน่"
ศาสตราเมื่อคิดไปถึงใบหน้าอาจารย์ของเขาในตอนที่ดุด่านั้นก็ทำให้เขาสั่นสะท้านขึ้นมา
"หมดเวลาเล่นกันแล้ว"
ทันทีที่เขาเอ่ยออกมาประกายสายฟ้านับไม่ถ้วนก็ปะทุออกมาจากร่างของเขา ทันทีที่ปลาสีน้ำเงินเข้าใกล้ในรัศมีกระแสสายฟ้าพวกมันก็ถูกประกายสายฟ้าเ่าั้ฉีกกระชากร่างกลายเป็ผุยผงไม่อาจคืนร่างได้อีก ศาสตราพุ่งเข้าไปหาเ้าาาสไลด์ตรงๆโดยไม่สนการจู่โจมพวกปลาสีน้ำเงินที่พุ่งเข้าโจมตีเขาไม่หยุด เมื่อาาสไลด์เห็นเช่นนั้นมันก็รีบถอยห่างศาสตราไปอย่างรวดเร็ว
"นั้นอะไรนะสายฟ้าพวกนั้น..ร..รุนแรงเกินไปแล้ว!?!?"
หัวหน้าหน่วยทั้งสามที่เฝ้ามองอยู่ในที่ไกลๆเอ่ยออกมาอย่างใพร้อมๆกัน
"ไอ้เ้าบ้านี้หนีไวชะมัด"
ศาสตราที่พยายามไล่ตามเ้าาาสไลด์ที่เดี๋ยวผุดเดี๋ยวโผล่จากพื้นดินสบถออกมาด้วยความรำคาญ ทันทีที่เขาเข้าใกล้มันร่างของเ้าราขาสไลด์ทั้งร่างก็ซึมหายไปในพื้นดินอย่างรวกเร็วก่อนที่จะโผล่มาอีกที่พร้อมกับส่งพวกปลาสีน้ำเงินเพิ่มขึ้นมาอีกเป็จำนวนมาก
"พอชะทีน่ารำคาญโว้ย"
"อัสนีเทพคมเขี้ยวั!!"
ศาสตราะโออกมาเสียงดังลั่นก่อนที่เหนือฟากฟ้าในรัศมีสิบกิโลเมตรเกิดเฆมสีดำหนาม้วนตัวขึ้นมา ประกายสายฟ้าแลบเหนือก้อนเฆมออกมาไม่หยุด สายฟ้ามากมายเกิดการรวมตัวขึ้นเป็หอกขนาดใหญ่ขึ้นมานับร้อย ศาสตราที่ลอยตัวยกแขนขึ้นเหนือหัวตนอยู่นั้นอยู่ๆก็สะบัดมือลง เหล่าหอกนับร้อยก็ถูกส่งลงมายังพื้นพิภพอย่างพร้อมเพียง สามหัวหน้าหน่วยที่มองเห็นเหตุการณ์ต่างพากันอ้าปากค้างในสิ่งที่ตนเห็น ทันทีที่หอกสายฟ้าอันใหญ่โตนับร้อยตกลงสู่พื้นการะเิที่น่าตื่นตะลึงก็ปะทุขึ้นมากระแสสายฟ้ามากมายมหาศาลแผ่ขยายไปทั่วรัศมีสิบกิโลเมตร ล้างผลาญทุกสรรพสิ่งที่ขว้างหน้าจนหมดสิ้น เ้าาาสไลด์ที่อยู่ใจกลางมวลสายฟ้ามหาศาลมันดิ้นทุรนทุรายไม่อาจจะหลบหนีได้อีกเหล่าปลาสีน้ำเงินที่มันปล่อยออกมาหายไปไม่เหลือเพียงแม้แต่ตัวเดียว ร่างของมันค่อยๆเกิดรอยแตกร้าวขึ้นทั่วทั้งตัวและก็ค่อยๆสลายหายไปจนไม่เหลือเศษซากใดๆให้เห็นแม้แต่น้อย มวลสายฟ้ามหาศาลค่อยๆหายไปเมื่อหายไปทั้งหมดก็ปรากฏสภาพพื้นที่ราบโล่งเตียนเป็อาณาบริเวณนับสิบกิโลเมตร ศาสตราที่มองลงมาเบื้องล่างส่ายศีษระพร้อมพึมพำออกมาเบาๆ
"แย่ละดันเืขึ้นหน้าควบคุมพลังไม่ดีพอความเสียหายมีมากเกินไป"
เขาล่อนลงพื้นเบื้องล่าง เดินไปยังที่เคยมีร่างของาาสไลด์อยู่พร้อมกับมองหาบางสิ่งบางอย่างบริเวณนั้น สามหัวหน้าหน่วยที่ยังไม่หายตื่นตะลึงยังคงมองเขาอยู่ในที่ไกลๆบนฟ้าไม่กล้าเข้าไปใกล้มากนัก เกิดสะดุ้งขึ้นมาพร้อมๆกันเมื่อมีเสียงจากเครื่องมือสื่อสารของพวกเขาดังขึ้นมาวาร่ารีบยกข้อมือตนขึ้นมาภาพของแอนนาโผล่ขึ้นมาเหนือเครื่องสื่อสารบนข้อมือของเธอ
"หัวหน้าพวกผู้พิทักษ์วิหารแห่งแสงส่งหน่วยลับมาสิบคนคะพวกเขามาเพิ่งถึงและกำลังตรงไปหาหัวหน้า หัวหน้าอดทนหน่อยนะพวกเขาและพวกข้าใกล้ไปถึงที่นั้นแล้ว"
เสียงแอนนาที่เต็มไปด้วยความวิตกเอ่ยออกมา
"ไม่ต้องแล้วละเ้าปีศาจนั้นตายไปแล้วละ"
วาร่าที่กล่าวออกไปนั้นก็ยังคงแสดงถึงสีหน้าที่ไม่อาจเชื่อในสิ่งที่ตนเห็นอยู่เช่นเดิม
"ตาย!!!พวกท่านจัดการกับมันได้แล้วเหรอ?แต่เมื่อกี้หัวหน้าติดต่อมาบอกว่ารับมือกับเ้านั้นไม่ไหวให้ร้องขอกำลังเสริมอยู่ไม่ใช่เหรอ!?!?"
แอนนากล่าวออกมาอย่างมึนงงและสงสัย
"พวกเราไม่ได้ฆ่ามันแต่เป็คนอื่นหน่วยลับผู้มีตราัสีทองเป็คนฆ่ามัน"
วาร่ากลับไปจ้องชายที่อยู่ไกลๆอย่างพินิจพยายามสำรวจเขาั้แ่หัวจรดเท้า เธอเห็นตราัสีทองส่องแสงเรืองรองออกมาตรงแผ่นหลังเสื้อโค๊ทสีดำของเขาอย่างถนัด แต่ไม่อาจมองเห็นหน้าได้อย่างชัดเจนเหมือนกับว่าใบหน้าของเขามีเฆมหมอกบางๆปิดบังเอาไว้ รู้เพียงแค่ว่าเขานั้นมีเส้นผมสีดำสนิทราวกับห้วงรัตติกาลตราัที่ส่องประกายแวววาวและชุดของหน่วยลับที่พอจะมองเห็นได้อย่างเด่นชัด
ในขณะที่ทั้งสามไม่กล้าที่จะเข้าไปใกล้ศาสตราเสียงแหวกท้องฟ้าก็ดังขึ้นและตรงมาหาพวกเขา ทันทีที่ทั้งสามหันไปดูก็พบว่าบุคคลในชุดสีดำสี่ถึงห้าคนบินตรงมาทางพวกเขาอย่างรวดเร็ว
"พวกหน่วยลับของวิหารแห่งแสงมากันแล้ว"
อ๊อคกล่าวยังไม่ทันจบประโยคทั้งห้าคนก็เข้ามาถึงพวกเขา
"พวกเ้าร้องขอความช่วยเหลือไปใช่ใหมแล้วไหนละศัตรูที่ต้องจัดการ"
ชายผู้มีเรือนผมสีทองนัยตาสีฟ้ากล่าวถามทั้งสามอน่างไม่รอช้าเมื่อเขามาถึง ข้างกายของเขามีหญิงสาวตามมาสามคนและอีกคนชายหนุ่มที่เหมือนจะยังอายุน้อยอยู่
"เ้าปีศาจนั้นโดนคนผู้นั้นจัดการไปแล้วละ"
วาร่าชี้ไปทางศาสตราที่กำลังก้มๆเงยๆอยู่ที่เดิม เมื่อทั้งห้ามองตามนิ้วที่วาร่าชี้ก็พากับพึพำขึ้นมา
"หน่วยลับ!?!?จากที่ไหนกัน!!??"
ชายผู้มีเรือนผมสีทองไม่รอช้าเขาพุ่งตัวตรงเข้าไปหาศาสตราทันที ศาสตราััได้ว่ามีคนกำลังตรงมาหาเขา เขารีบควักเอาหน้ากากสวมบนใบหน้าอย่างรวดเร็วก่อนจะหายวับไปจากจุดเดิม ชายเรือนผมสีทองใที่อยู่ๆเป้าหมายของเขาก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยซึ่งแม้แต่เขาเองที่เป็ถึงหน่วยลับไม่อาจจับััหรือหาร่องรอยได้เลยแม้แต่นิด เขาหยุดการเคลื่อนไหวและมองหาศาสตราไปทั่วพรัอมกับแผ่ััของตัวเองออกเป็บริเวณกว้างก็ไม่อาจหาเจอ
"เ้านั้นเป็ใครกันแน่แม้แต่เราก็ยังไม่อาจจับััได้เลยรึ!?!?"
ชายผู้มีเรือนผมสีทองสบถออกมาเมื่อเขาพยายามจนสุดความสามารุของตนเองแล้วแต่ก็ยังไม่อาจหาตัวศาสตราเจอ ศาสตราที่หายวับไปปรากฏตัวอีกทีในซอกผาที่ห่างไกลที่เข้าซ่อนยานอวกาศเอาไว้ ทันทีที่เข้าไปนั่งบนยานเขาก็รีบออกจากดาวแฝดไปอย่างรวดเร็ว
"ฟู่...หวังว่าไม่มีใครเห็นใบหน้าของเรานะไอ้เราก็ไม่ชอบใส่หน้ากากนี้ชะด้วยหายใจหายคอลำบากชะมัด!!"
ศาสตราถอดหน้าของตนออกมาและโยนมันทิ้งไปยังที่นั่ง ข้างๆตนและค่อยเอื้อมมือไปที่คอของตนดึกสร้อยคอออกมา เขาลูบนิ้วไปที่จี้ที่ส่องแสงครั้งหนึ่งแสงบนจี้ก็ดับลงกลุ่มเฆหมอกที่ลอยวนรอบๆใบหน้าก็หายไป
"ดีนะยังมีเ้าจี้อำพรางอันนี้"
ไม่ถึงห้านาทียานของศาสตราก็หายลับไปจากวงโคจรของดาวแฝดไป บนดวงดาวกลุ่มคนรวมตัวกันนะคฤหาสน์ที่ผู้นำสูงสุดของดาวแฝดได้จัดเตรียมให้เป็ที่พักของพวกวิหารปีกแห่งแสงที่มาช่วยพวกตนให้พ้นวิกฤตในครั้งนี้ ภายในห้องโถงที่มีโต๊ะยาวบนโต๊ะเต็มไปด้วยอาหารคาวหวานต่างๆมากมายที่ถูกขนออกมาต้อนรับจากผู้นำดาวแฝด
"ในที่สุดก็ได้รู้ซะทีว่าผู้พิทักษ์ดราก้อนเซนต์นั้นมีตัวตนจริงๆแถมที่มานั้นยังเป็ถึงหน่วยลับ"
อ๊อคกล่าวออกมาขณะนั่งร่วมงานเลี้ยงฉลอง หลังจากที่พวกอ๊อคเล่าเื่ต่างๆให้บรรดาหน่วยลับของวิหารแห่งแสงฟังจนหมด พวกวิหารแห่งแสงก็ไม่รอช้ารีบกลับไปยังวิหารตนเองทันทีโดยไม่รอร่วมงานเลี้ยงฉลองที่เหล่าบรรดาผู้นำแห่งดาวแฝดจัดขึ้น ในตอนนี้มีเพียงกองกำลังของวิหารปีกแห่งแสงเท่านั้นที่เข้าร่วมงานเลี้ยงที่จัดขึ้นต้อนรับพวกเขาแต่ละคนราวกับาา อ๊อค แวนและวาร่าที่นั่งอยู่ใกล้กันพูดคุยกันอย่างออกรสเื่การปรากฏตัวของผู้พิทักษ์ของวิหารเทพแห่งัที่ลึกลับ
"นั้นนะสิตราประจำวิหารแต่ละที่ไม่อาจทำซ้ำหรือปลอมแปลงได้นิบนตรานั้นถูกตีประทับบนโชคชะตาแห่งดวงดาวหากถูกทำซ้ำขึ้นมาตราจะหายไปเอง"
วาร่าพยักหน้าพร้อมกับกล่าวออกมา
"คนของเราที่เข้าร่วมรบในที่ต่างๆเองก็พูดถึงเื่นี้กัน คนผู้นั้นแข็งแกร่งมากทันทีที่ปรากฏตัวก็กวาดล้างเ้าพวกปีศาจนั้นไปในพริบตาเลย"
แวนกล่าวเสริมขึ้นมา
"ทำไมเขาถึงมาปรากฏตัวที่นี้กันนะคงไม่ได้มาช่วยพวกเราหรอกมั้งเหมือนว่าข้าจะเห็นตอนที่เขาจัดการเ้าปีศาจนั้นเสร็จก็อย่างกับว่าหาอะไรบางอย่างอยู่เลย?"
อ๊อคกล่าวออกมาอีกครั้งพร้อมกับสีหน้าที่แสดงออกว่าเขากำลังคิดไปถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ในตอนนี้ทั่วทั้งกองกำลังต่างพากันพูดคุยถึงเื่ของศาสตราอย่างสนอกสนใจไม่ได้สนใจในงานเลี้ยงฉลองกันเลยจนทำให้เหล่าบรรดาผู้นำของดาวแฝดทำหน้าไม่ถูก
ณ ดวงดาวที่เต็มไปด้วยทะเลสีฟ้าบนที่ราบที่มีบ้านหลังหนึ่งตั้งอยู่ยานอวกาศลำหนึ่งล่อนลงจอด ศาสตรารีบลงจากยานและรีบเข้าไปภายในบ้านแต่ยังไม่ทันจะพ้นธรณีประตูเสียงโหวกเวกโวยวายก็ดังขึ้นมาทำให้เขาต้องหน้าซีดลง
"ช้าโว้ยช้า..แค่สไลด์พาลัมใช้เวลาไปตั้งชั่วโมงแบบนี้จะเข้าไปยังวิหารเทพแห่งัได้ยังไงกัน"
เสียงบามุสะโลั่นออกมา
"โธ่จารย์ที่นั้นมันอยู่ไกลนะจารย์สามหมื่นปีแสงจารย์คิดว่ามันของใกล้ๆรึไง แล้วข้าก็ได้มาแล้วของที่ท่านให้ไปเอามานะ"
"สามหมื่นปีแสงข้าใช้เวลาไม่ถึงสามวิอย่ามาอ้างไร้สาระ เ้านะมันอ่อนคงต้องให้ฝึกอีกรอบละมั้งแบบนี้"
คำกล่าวของบามุสทำให้ศาสตรากลืนน้ำลายลงคออย่างอยากลำบากเมื่อคิดถึงการฝึกของตนโดยที่มีบามุสพาไปฝึกตามสถานที่ต่างๆ ทุกครั้งนั้นแทบทำเขาตายไปตั้งหลายรอบและาเ็สาหัสมานับไม่ถ้วน ในระยะเวลาไม่กี่เดือนที่ราวตกอยู่ในขุมนรกที่เขาเพิ่งที่จะผ่านพ้นมาถ้าเกิดเขาได้ทำแบบนั้นอีกครั้งเขาแน่ใจอย่างมากว่าอาจารย์ผู้นี้ต้องพาไปยังที่โหดและเถื่อนกว่าเดิมเป็แน่ ดังนั้นการที่บามุสขู่เขาเช่นนี้จึงทำให้เขาเสียวสันหลังตนเองอย่างมาก
"โธ่..จารย์ไหนท่านว่าข้าต้องไปอยู่วิหารระดับพิทักษ์เป็เวลาสามปีก่อนจะเข้าสู่วิหารเทพแห่งัไม่ใช่เหรอขืนไปฝึกอีกรอบกว่าจะได้เข้าวิหารเทพแห่งัการทดสอบของหน่วยดรากูนข้าก็เข้าทดสอบไม่ทันนะสิ!?!?"
"เฮอะ..แค่รับมือกับสไลด์พาลัมยังใช้เวลาไปตั้งขนาดนี้ขืนเ้าไปทดสอบมีหวังถูกทืบตกรอบั้แ่รอบแรกนะสิ หน่วยดรากูนนะเป็หน่วยระดับหัวกะทิของวิหารเทพแห่งันะเว้ยคน้าเข้าประจำหน่วยนั้นมีมากมายการแข่งขันนั้นข้าพูดได้เลยว่าเ้าในตอนนี้ยากฉะนั้นเ้านะรีบๆปรับตัวเข้ากับยีนต์ของเ้าให้ได้ร้อยเปอร์เซ็นเร็วๆซะ"
บามุสที่มาโผล่เบื้องหน้าของศาสตรากล่าวออกมา ในขณะที่แบมือไปตรงหน้าเขาศาสตราควักเอาของบางอย่างออกมาซึ่งมันมีลักษณะคล้ายกับลูกแก้ว มันมีสีดำมืดทั่วทั้งลูกบามุสรับมันมาพร้อมกับยกขึ้นสำรวจดู
"หึ..ไอ้พวกเ้าสมาคมแลคติสเป็ฝีมือพวกมันจริงๆ"
บามุสที่สำรวจมองดูลูกแก้วเอ่ยออกมาก่อนจะเก็บเ้าลูกแก้วไปก่อนกลับมามองศาสตราอีกครั้งพร้อมกับกล่าวออกมา
"ข้าจะส่งเ้าไปอยู่วิหารปีกแห่งแสงในสามปีนี้ห้ามเ้าใช้พลังเกินสามเปอร์เซ็นต์และห้ามให้ใครรู้ว่าเ้าเป็คนของวิหารเทพแห่งั"
"ข้าละสงสัยจริงว่าทำไมต้องห้ามให้ใครรู้ถึงตัวตนของวิหารเทพแห่งัละจารย์แถมยังต้องไปอยู่ที่อื่นก่อนเข้าสู่วิหารเทพอีก??"
ศาสตราถามขึ้นมาในเื่ที่เขาสงสัยมานานแต่ไม่มีโอกาศได้ถามเพราในทุกวันเขาต้องเอาชีวิตตนให้รอดจากสถานที่ที่บามุสพาเขาไปปล่อยเกาะเอาไว้
"เอานะทำตามที่ข้าบอกไปก่อนรอพ้นสามปีเ้าเข้าสู่วิหารเทพแห่งัได้ก่อนข้าจะบอกเ้าเอง"
เขากล่าวออกมาก่อนหันหลังเดินหายเข้าไปในห้อง
"อะไรของเขาั้แ่ยีนต์ของข้าแล้วนี้ยังต้องมาเก็บความสงสัยเื่นี้อีกจะเป็ความลับอะไรนักหนา ฮู้!"
ศาสตราพึมพำออกมาก่อนที่จะเดินออกมาดูทะเลด้านนอกอีกครั้ง เขาออกมานั่งกอดเข่าตนเองเหม่อมองไปยังท้องทะเลที่นานๆครั้งจะสงบซะทีหนึ่งและคิดไปถึงสมัยที่ตนยังอาศัยอยู่บนโลกและยังเป็เพียงคนธรรมดาผู้หนึ่ง