ฮูหยินข้าคือนักวิทยาศาสตร์ 【จบ】

    เล่มที่ 2 บทที่ 51 ท่านแม่ทัพปอกส้ม

            ฟู่ถิงเย่ปล่อยนางในทันที!

            หวาชิงเสวี่ยมองเขาด้วยความงุนงงอยู่นาน...

            สายตาของนางค่อยๆ เลื่อนลงต่ำ

            ภายใต้เสื้อคลุมตัวนอกไม่เห็นความผิดปกติใดๆ เว้นแต่จะแนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงความผิดปกติข้างใน...

            หวาชิงเสวี่ยแม้จะไร้เดียงสาเพียงใดตอนนี้ก็เข้าใจแล้วว่านั่นคือ ‘กระบี่’ ของท่านแม่ทัพ!

            ปึง!

            ใบหน้าของหวาชิงเสวี่ยแดงก่ำขึ้นมาทันที!

            จำเป็นต้องตอบสนองรุนแรงถึงขนาดนี้เลยหรือ?!นางแค่โอบกอดเขาเบาๆ เท่านั้น! แค่นั้นจริงๆ นะ!

            ฟู่ถิงเย่ก็ดูเหมือนจะประหลาดใจเช่นกันเขารีบเปิดม่านกระโจม! หันหลังเดินออกไปแล้ว!

            เดินออกไปแล้ว...

            ไป...แล้ว...

            หลังจากนั้นก็ไม่ได้ปรากฏตัวให้เห็นอีกเลยตลอดสองวัน

            ...

            บางครั้งหวาชิงเสวี่ยก็อดคิดไม่ได้ว่าคนอย่างเจ้าเคราเฟิ้มผู้นี้ เขินอายเป็นด้วย?

            อืม...

            เขาเป็นคนหยิ่งในศักดิ์ศรีขนาดนั้นการที่ต้องมาเสียหน้าต่อหน้าสตรีของตน คงจะทำให้รู้สึกท้อแท้มาก รู้สึกอับอายขายหน้าจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหน?

            “ฟุ่บ...” พอหวาชิงเสวี่ยนึกถึงแผ่นหลังของเขาที่วิ่งหนีไปอย่างเร่งรีบก็อดหัวเราะไม่ได้

            “หัวเราะอะไร?”บุรุษผู้หนึ่งเปิดม่านเข้ามา

            หลังจากหายตัวไปสองวันในที่สุดวันที่สาม ท่านแม่ทัพก็ปรากฏตัวแล้ว

            ยังคงองอาจสง่างามเช่นเคยแม้ไม่ได้อยู่ในอารมณ์โกรธก็ยังแผ่ความน่าเกรงขามออกมา

            “ไม่ได้หัวเราะสักหน่อย...”มุมปากของหวาชิงเสวี่ยกระตุกขึ้น เขายิ่งทำตัวจริงจังมากเพียงใด นางก็ยิ่งรู้สึกว่าตลก

            ฟู่ถิงเย่เดินเข้ามาอย่างไม่ใส่ใจในมือถือตะกร้าสานทรงกลม ในตะกร้ามีส้มกองอยู่เจ็ดแปดผล

            “ทางใต้เพิ่งมีส้มเข้ามาใหม่เจ้าชิมดูสิ” เขาเอาส้มวางลงบนโต๊ะ แล้วหยิบส้มผลหนึ่งยื่นให้หวาชิงเสวี่ย ราวกับว่าที่มาวันนี้เพียงเพื่อเอาส้มมาส่งให้

            “หอมจัง!” หวาชิงเสวี่ยรับมาถือไว้ยกขึ้นมาแนบจมูกแล้วสูดดม มีกลิ่นสดชื่นของผลไม้ที่สดใหม่

            “แค่ก แค่ก” ฟู่ถิงเย่ไอสองครั้งแล้วกล่าวช้าๆ “เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสองวันก่อน...เจ้าอย่าเก็บไปใส่ใจเลยนะ”

            หวาชิงเสวี่ยเม้มริมฝีปากแล้วยิ้มนี่เขาจะมาขอโทษสำหรับความหุนหันพลันแล่นของเขาหรือ?

            “ข้าล่วงเกินเจ้ามากเกินไปแล้วหากทำให้เจ้าตกใจ ต่อไปนี้ ข้าจะพยายามควบคุมตัวเอง...” หาได้ยากที่ฟู่ถิงเย่จะแสดงท่าทีลำบากใจออกมาและคำพูดยังไม่ได้ตรงไปตรงมาเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา “เจ้าสบายใจได้ ก่อนแต่งงาน ข้าจะไม่ทำให้เจ้าต้องอึดอัดใจ”

            “อืม...” หวาชิงเสวี่ยตอบรับด้วยท่าทีเขินอายไม่กล้าพูดอะไรมาก เลยแสร้งทำเป็นเขินอาย อืม...ที่จริงนางก็เขินอายจริงๆ นั่นแหละ

            ฟู่ถิงเย่เห็นว่าหวาชิงเสวี่ยไม่ได้มีท่าทีโกรธเคืองก็รู้สึกโล่งใจ

            ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงกังวลขนาดนี้หากเป็นสตรีหัวโบราณคนอื่น เมื่อเจอเรื่องแบบนี้ คงจะรู้สึกอับอายจนอยากตาย!

            “กินส้มเถอะ” เขาพูดพลางเอื้อมมือไปหยิบส้มจากมือนางบีบขยี้ๆ สักพัก แล้วก็เริ่มปอกให้

            เปลือกส้มปล่อยกลิ่นส้มเข้มข้นออกมาเพราะแรงบีบ

            หวาชิงเสวี่ยมองเขาปอกส้มให้ก็รู้สึกอบอุ่นในใจ

            ฟู่ถิงเย่วางเปลือกส้มที่ปอกแล้วเอาไว้ด้านข้างหวาชิงเสวี่ยมองเปลือกส้มสีเหลืองสว่าง ภายในใจก็เกิดความคิดขึ้นมา จึงลงมือเก็บเปลือกส้มเหล่านั้นทั้งหมดขึ้นมา

            ฟู่ถิงเย่เลิกคิ้วขณะมองนาง“ไม่กินหรือ?”

            “กินสิ” หวาชิงเสวี่ยรับเนื้อส้มมาจากมือเขาแล้วแบ่งออกเป็นสองซีก ส่งให้เขาครึ่งหนึ่ง แล้วหยิบใส่ปากตัวเองหนึ่งกลีบ “อืม...หวานจังเลย”

            ฟู่ถิงเย่ก็กินบ้างหนึ่งกลีบแล้วถามว่า“เจ้าจะเอาเปลือกส้มไปทำอะไร? เอาไปชงดื่มหรือ?ไม่ต้องเสียเวลาขนาดนั้นหรอก หากเจ้าอยากได้ ข้าจะให้คนไปซื้อมาให้”

            หวาชิงเสวี่ยส่ายหน้า“ข้าอยากทำสีผึ้งบำรุงปากเจ้าค่ะ แต่ตอนนี้ยังไม่มีวิธีสกัดน้ำมันหอม เปลือกส้มน่าจะเอามาใช้ได้พอดี...กลิ่นหอมดีเหลือเกิน”

            นางหยิบชิ้นหนึ่งขึ้นมาบีบเบาๆ แล้วก็ขมวดคิ้ว “ข้าต้องการครกบดยาเจ้าค่ะ ไม่อย่างนั้นก็คงไม่มีทางเอาน้ำออกจากเปลือกได้ทั้งหมด”

            “เรื่องแค่นี้มีอะไรยาก”

            ฟู่ถิงเย่ยื่นมือไปหยิบเปลือกส้มหลายชิ้นออกแรงบีบอย่างแรง—

            น้ำคั้นสีเหลืองหยดออกมาทีละหยด!

            หวาชิงเสวี่ยตกใจจนพูดไม่ออก!

            นี่...นี่มันไม่ใช่ส้มนะ!แต่มันคือเปลือกส้ม! ยังจะบีบจนน้ำไหลออกมาได้?

            สมกับเป็นคนที่สามารถดึงธนูหนักแปดตั้นได้จริงๆ...

            สีหน้าตกตะลึงของหวาชิงเสวี่ยทำให้จิตใจของท่านแม่ทัพที่มีความคิดชายเป็นใหญ่พองโตขึ้นมา

            เขาโยนเปลือกส้มทิ้งอย่างไม่ใส่ใจคว้าผ้าเช็ดหน้าของหวาชิงเสวี่ยมาเช็ดมือ สีหน้าเหมือนกำลังบอกว่า ‘เรื่องเล็กน้อยไม่ต้องชื่นชมข้ามากขนาดนั้น’

            หวาชิงเสวี่ยเม้มริมฝีปากอุ้มตะกร้าส้มบนโต๊ะทั้งหมดมา “ท่านแม่ทัพ...”

            นางหยิบส้มผลใหม่ยื่นให้เขาด้วยความเขินอาย“ปอกให้ข้าทั้งหมดได้ไหมเจ้าคะ?”

            ไม่สามารถปฏิเสธได้เลย!

            ฟู่ถิงเย่ก็หยิบส้มขึ้นมาด้วยความกล้าหาญแล้วเริ่มปอกให้ทีละผล!

            หวาชิงเสวี่ยหยิบขวดกระเบื้องสวยงามอันเล็กๆเท่านิ้วชี้ออกมา นางเปิดจุกไม้แล้วมองไปที่ฟู่ถิงเย่ด้วยความคาดหวัง

            ฟู่ถิงเย่จะปล่อยให้สตรีของตนต้องผิดหวังได้อย่างไร?

            เขาปอกส้มให้ทีละผลจนได้เปลือกส้มกองโตแล้วเริ่มคั้นน้ำให้หวาชิงเสวี่ย!

            ทั่วทั้งกระโจมอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของเปลือกส้ม

            มือของฟู่ถิงเย่ก็เป็นสีเหลืองไปด้วย

            ด้วยความพยายามของท่านแม่ทัพหวาชิงเสวี่ยก็เก็บน้ำคั้นจากส้มได้สำเร็จหนึ่งในสามของขวด นางระบายรอยยิ้มสดใสแล้วกล่าวว่า“ขอบคุณท่านแม่ทัพมากเจ้าค่ะ!”

            ฟู่ถิงเย่ปล่อยมือที่ออกแรงมากเกินไปจนเมื่อยล้าลงอย่างไม่ใส่ใจแล้วพูดว่า “เจ้ากินส้มก่อนเถอะ ข้าจะกลับกระโจมแล้ว”

            “อืม!” หวาชิงเสวี่ยใส่จุกไม้แล้วส่งฟู่ถิงเย่ที่ประตู จากนั้นก็ถามเขาว่า “พรุ่งนี้ ท่านจะนำส้มมาให้ข้าอีกได้ไหมเจ้าคะ?”

            ฟู่ถิงเย่เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบอย่างเด็ดเดี่ยวว่า “ได้ พรุ่งนี้ข้าจะเอามาให้อีก”

            หากแม้แต่ความต้องการจากสตรีของตนเองยังทำให้ไม่ได้แล้วจะเรียกได้ว่าเป็นบุรุษได้อย่างไร?! แค่น้ำจากเปลือกส้มเท่านั้นเองเรื่องง่ายๆ!

            เอ่อ...เรื่องง่ายๆ...

            ฟู่ถิงเย่ก้มลงมองมือที่สั่นเทาเล็กน้อยของตนเอง...

            งานนี้ ไม่ได้ง่ายไปกว่าการน้าวสายธนูเลย...

            เปลือกส้มเล็กๆ ทั้งบางทั้งลื่นมือแทบแหลกถึงจะบีบน้ำมันออกมาได้สักสองสามหยด...

            ทว่า เมื่อเห็นใบหน้าที่สดใสของหวาชิงเสวี่ยแล้วฟู่ถิงเย่ก็รู้สึกว่ามัน คุ้มค่าแล้ว!

            ...

            ในวันรุ่งขึ้น ฟู่ถิงเย่ก็นำส้มมาให้อีกหนึ่งตะกร้าจริงๆ

            หวาชิงเสวี่ยยิ้มจนตาหยีแล้วยกเข็มขึ้นมา“ข้าจะเจาะเปลือกส้มด้วยเข็มก่อน ตอนที่ท่านบีบจะได้ง่ายขึ้น”

            ฟู่ถิงเย่รู้สึกราวกับหัวใจของตนกำลังจะถูกหลอมละลาย!

            —ช่างเอาใจใส่ สมกับเป็นสตรีที่ข้าหมายปองไว้!

            หวาชิงเสวี่ยตั้งใจเจาะรูเล็กๆถี่ๆ ให้พรุนไปทั่วเปลือกส้ม คราวนี้ฟู่ถิงเย่บีบง่ายขึ้นมาก ไม่นานขวดกระเบื้องเล็กๆของหวาชิงเสวี่ยก็เต็มแล้ว

            เขากำลังจะบีบต่อ แต่ถูกหวาชิงเสวี่ยจับมือเอาไว้

            “พอแล้วเจ้าค่ะ เท่านี้ก็พอแล้ว”

            หวาชิงเสวี่ยโยนเปลือกส้มลงในเตาไฟทองเหลืองกลิ่นส้มหอมอบอวลไปทั่ว

            บนเตามีน้ำร้อนเตรียมไว้นางเทน้ำลงในอ่าง แล้วผสมน้ำเย็นเล็กน้อย ให้น้ำอุ่นกำลังดี แล้วยกไปตั้งไว้ข้างหน้าหาฟู่ถิงเย่วางลงอย่างนุ่มนวล

            “ท่านแม่ทัพแช่มือเถอะเจ้าค่ะจะได้ผ่อนคลายหน่อย” นางพูดพลางเอื้อมมือไปจับมือที่หนาและใหญ่ของเขา จุ่มลงในน้ำ

            กล้ามเนื้อที่ตึงเครียดคลายออกในทันทีฟู่ถิงเย่ไม่เพียงแต่รู้สึกสบายมือเท่านั้น ในใจก็สบายมากเช่นกัน เขาจ้องมองสตรีตรงหน้าด้วยสายตาอ่อนโยน

            หวาชิงเสวี่ยก้มหน้าลงเส้นโค้งของแนวคางดูงดงาม อาจจะเพราะความรู้สึกเขินอาย จึงไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมองเขาเสียที

            นางหยิบผ้าฝ้ายสีขาวมาชุบน้ำร้อน แล้ววางลงบนมือของฟู่ถิงเย่ จากนั้นก็ใช้นวดฝ่ามือของเขาช้าๆ ผ่านเนื้อผ้าอย่างแผ่วเบา

            “กล้ามเนื้อที่ตึงเครียดอยู่ตลอดเวลาจะทำให้เมื่อยล้าหากหนักเข้าก็อาจจะเกิดตะคริวได้นะเจ้าคะ” นางพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ข้าจะนวดให้ท่านเจ้าค่ะ”

            ฟู่ถิงเย่รู้สึกสบายเมื่อถูกนวดเขานิ่งอยู่กับที่ไม่ขัดขืน

            จากมุมนี้ เมื่อมองท่าทางที่อ่อนโยนทั้งยังน่ารักของนางเขาก็อดไม่ได้ที่จะคิดฟุ้งซ่านไปถึงความรู้สึกตอนที่ได้โอบกอดนางไว้ในอ้อมแขน...

            นุ่มนิ่ม...

            หอมกรุ่น...

            ในใจยังรู้สึกคันยุบยิบ...

            อยากจะลองอีกสักครั้ง

            ฟู่ถิงเย่รู้สึกนึกเสียใจเล็กน้อยตอนนั้นเหตุใดเขาถึงได้พูดปิดช่องทางของตัวเองไปอย่างนั้น พวกเขาได้ตกลงปลงใจกันแล้วการมีปฏิสัมพันธ์ใกล้ชิดกันบ้างเป็นครั้งคราว คงไม่เสียหายอะไรหรอกกระมัง?

            อีกอย่าง...ดูจากท่าทางของนางแล้วเหมือนว่าจะไม่ปฏิเสธ...

            อืม...

            ครั้งหน้าค่อยลองดูก็แล้วกัน...

            ...

            หลังจากที่ได้แบกไม้มารับโทษเมื่อคราวก่อนรองหัวหน้าเว่ยก็เหมือนหายตัวไป ไม่ค่อยปรากฏตัวต่อหน้าผู้คนเลย

            เมื่อเห็นว่าธนูในตำนานใกล้จะสร้างเสร็จแล้วการเผยแพร่การตีเหล็กแบบพับทบก็เป็นไปอย่างราบรื่น รองหัวหน้าเว่ยในฐานะหัวหน้ากรมสรรพาวุธก็ปรากฏตัวขึ้นในที่สุด

            เขาประกาศให้ช่างของกรมสรรพาวุธหยุดงานหนึ่งวันเต็ม!

            โดยให้เหตุผลว่าเพื่อฉลองความสำเร็จแก่แม่นางหวา!

            หัวหน้าเสมียนรู้สึกว่าไม่เหมาะสมเอ่ยอย่างลังเลว่า “เรื่องนี้...ดูจะไม่เหมาะสมเท่าไหร่กระมัง?ตอนนี้ธนูก็ยังไม่ได้ผ่านการยิงทดสอบเลย ควรจะรอให้การแข่งเพื่อทดสอบธนูจบลงก่อนแล้วค่อยจัดงานจะดีกว่าหรือไม่? อีกอย่าง หากท่านแม่ทัพมีแผนการอื่น...”

            “จะไม่เหมาะสมได้อย่างไรกัน?!งานฉลองนี้ต้องมีอยู่แล้ว จัดตอนนี้เลยก็ถือว่าเป็นการปลุกขวัญกำลังใจให้กับทุกคน!”เว่ยฮั่นกล่าวด้วยรอยยิ้มสุภาพ “ใต้เท้าสวี ข้ารู้ว่าท่านกลัวว่าหากลองธนูแล้วไม่สำเร็จจะดูไม่ดีแต่ผลงานของแม่นางหวาช่วงนี้ทุกคนก็เห็นอยู่แล้ว แม้จะไม่สำเร็จ งานฉลองนี้ก็ยังควรมี!”

            หัวหน้าเสมียนตอบอึกอักว่า“ธนูที่ยิงได้ไกลสี่ร้อยก้าวไม่เคยมีมาก่อน ข้าแค่รู้สึกว่าคิดอย่างรอบคอบไว้ก่อนน่าจะดีกว่า”

            “ไปเตรียมงานเลี้ยงฉลองเถอะทุกคนเหนื่อยมานานขนาดนั้นแล้ว ถึงเวลาจัดงานเลี้ยงเพื่อเติมกำลังใจ!” เว่ยฮั่นตบไหล่อีกฝ่าย“วางใจเถอะ ทางฝั่งท่านแม่ทัพ ข้าจะไปบอกเอง”

            “ท่านรองหัวหน้ากล่าวได้ถูกต้องข้าจะไปจัดเตรียมคน เดี๋ยวจะเริ่มเตรียมงานเลย”

            รองหัวหน้าเว่ยมองหัวหน้าเสมียนจากไปรอยยิ้มบนใบหน้าก็จางหายลง

            เขาดูออกแล้วว่าฟู่ถิงเย่กับหวาชิงเสวี่ยมีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดาและเขาก็เห็นด้วยว่าฟู่ถิงเย่ตั้งใจที่จะสนับสนุนหวาชิงเสวี่ยและยกระดับสถานะของนาง

            “หึ แค่สตรีนางหนึ่ง...”รองหัวหน้าเว่ยมองไปนอกประตูด้วยสีหน้าเหยียดหยาม

            ในเมื่ออยากจะสนับสนุนนางเขาจะช่วยสนับสนุนให้นางสูงขึ้นไปอีก!

            ยิ่งสูงเท่าไหร่ ก็จะยิ่งตกลงมากระแทกพื้นแรงขึ้นเท่านั้น!เมื่อลองธนูไม่สำเร็จ นางก็จะต้องจากกรมสรรพาวุธไปด้วยความอับอาย!

            เป็นแค่สตรีนางหนึ่งกลับกล้าเข้ามาแทรกแซงงานของกรมสรรพาวุธ ช่างน่าขันเสียจริง!

            รองหัวหน้าเว่ยรู้สึกไม่พอใจอย่างมากเป็นสตรี! ควรจะอยู่แต่ในเรือน ดูแลสามีเลี้ยงลูก! ต่อให้นางจะมีพรสวรรค์มากเพียงใดก็ไม่ควรจะเข้ามาอยู่ในค่ายทหารอย่างเปิดเผยเช่นนี้! ช่างไร้สาระสิ้นดี!

            และที่ไร้สาระยิ่งกว่าก็คือฟู่ถิงเย่ซึ่งเป็นแม่ทัพใหญ่ของค่ายชิงโจว กลับปล่อยให้นางทำเช่นนี้?!

            สิ่งที่ฟู่ถิงเย่ทำไม่ต่างอะไรกับกษัตริย์ที่ลุ่มหลงหญิงงามเหล่านั้น!

            รองหัวหน้าเว่ยแค้นใจที่ตนไม่มีปากมีเสียงมากพอที่จะเรียกสติฟู่ถิงเย่ที่ไม่รับรู้สิ่งใดเช่นนี้ได้!

            ครั้นคิดอีกที ถ้า...หากหวาชิงเสวี่ยทำสำเร็จขึ้นมาจริงๆเล่า?

            สีหน้าของรองหัวหน้าเว่ยเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด

            หากนางทำสำเร็จจริงๆ...ไม่ ไม่! ไม่มีทาง!

            ธนูที่ยิงได้สี่ร้อยก้าวไม่มีทางเป็นไปได้แน่ๆ!นอกจากธนูของนางจะมีปีกแล้วบินได้!

            คอยดูเถอะ!

            วันทดสอบธนูนั่นแหละคือวันที่นางต้องเปิดเผยธาตุแท้ออกมา!

    คล้ายกับเรื่องฮูหยินข้าคือนักวิทยาศาสตร์ 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138