หลินตงตอนนี้เริ่มเตรียมสภาพของตนเองแล้ว ด้วยการที่ตราผนึกเป็นถึงสัญลักษณ์ระดับเจ็ดจึงทำให้ชายหนุ่มต้องการเวลาอยู่บ้าง เพราะถึงยังไงเขาก็มีพลังเพียงผู้เชื่อมต่อห้วงวิญญาณระดับสามเท่านั้นแต่ทว่าเขามีชุดคลุมวิญญาณเก้ามังกรสวรรค์นั่นเอง ของล้ำค่าชิ้นนี้ถือว่าเป็นชุดคลุมระดับเทพเจ้าเลยก็ว่าได้
ต่อให้ผนึกจะเป็นถึงระดับนั่นก็ตาม ถ้าเกิดเขาสามารถดึงพลังของชุดคลุมออกมาได้ละก็ทั่วทั้งทวีปชิงหลงแห่งนี้ก็ไม่มีผู้เชื่อมต่อห้วงวิญญาณคนไหนที่จะสามารถชนะเขาได้
ชายหนุ่มที่นั่งขัดสมาธิอยู่ก็เริ่มเปลี่ยนแปลงสภาพไป กายาของเขาค่อยๆลอยขึ้นเหนือพื้นอย่างช้าๆ ชุดคลุมวิญญาณมังกรเพลิงเก้าสวรรค์สีแดงโปร่งแสงปรากฏออกมาจากความว่างเปล่าและเริ่มสวมทับชุดคลุมสีดำของเขา
มันตอนนี้มีลวดลายสัญลักษณ์ที่งดงาม มังกรเพลิงศักดิ์สิทธิ์ขนาดสิบเมตรทั้งเก้าตนผุดขึ้นจากชุดคลุมพร้อมกับเวียนว่ายไปมารอบๆตัวของเขา พวกมันจ้องมองไปยังสัตว์อสูรทั้งสองอย่างไม่เกรงกลัว
เพียงชั่วครู่เดียวรูปลักษณ์ของเขาตอนนี้ก็เสมือนกับเป็นบุตรของมังกรเลยก็ว่าได้ เส้นผมสีเงินยาวประกายกับชุดคลุมวิญญาณมังกรเก้าสวรรค์ก็ทำให้ชายหนุ่มในสายตาของคนอื่นๆอหังการอย่างไม่น่าเชื่อ
ภาพที่สัตว์อสูรทั้งสองเห็นตรงหน้านี้มันกลับทำให้พวกเขาต้องหวาดสะพรึงกลัว จิตวิญญาณของมังกรศักดิ์สิทธิ์ถึงเก้าตน ต้องบอกก่อนว่ามังกรคือสัตว์อสูรสายพันธุ์ที่ยืนอยู่จุดสูงสุดของเผ่าพันธุ์ทั้้งมวล พวกมันครอบครองร่างกายแข็งแกร่งที่มาพร้อมกับพลังอันไร้ผู้ต้านและในตอนนี้จิตวิญญาณมังกรศักดิ์สิทธิ์ถึงเก้าตนกลับถูกหลอมรวมกันเป็นชุดคลุมวิญญาณขึ้น
"จะ.จะ.เจ้านกโง่ เจ้าเคยเห็นอะไรแบบนี้หรือเปล่า..!!"
ราชันย์ราชสีห์อัสนีถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่พลางพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นๆ มันสัมผัสได้ถึงพลังของวิญญาณมังกรทั้งเก้าตนนี้ได้อย่างใกล้ชิด ความรู้สึกของมันบอกเพียงแค่ว่าถ้าชุดคลุมวิญญาณมังกรอันนี้เปิดการทำงานขึ้นละก็แม้แต่มันก็ไม่สามารถต่อกรได้
"ไม่เคย ชายหนุ่มคนนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ ของล้ำค่าเช่นนี้แม้แต่พวกเราก็ยังไม่เคยได้พบเจอมันเลยเชียวนะ ข้าว่าพวกเราคิดถูกแล้วที่จะติดตามชายหนุ่มคนนี้..!!"
พญาอินทรีปีกทองคำที่ดูสุขุมสงบนิ่งยังต้องเอ่ยปากชมออกมา โดยปกติแล้วมันมีนิสัยที่จะไม่สนใจต่อสิ่งอื่นใด ไม่โวยวายเหมือนกับเจ้าราชสีห์อัสนีนั่นแต่ทว่าในตอนนี้ตัวของมันทำได้เพียงก้มหัวลงมองไปยังชายหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้า มันถึงกับมีความรู้สึกว่าการได้เป็นสัตว์อสูรของเขาอาจจะเป็นโชคดีของพวกมันแทนซะมากกว่าละมั้ง
ที่ด้านล่างหลินตงก็เริ่มไขว้นิ้วมือของตนไปมาทำท่าทางอะไรบางอย่าง คลื่นพลังยุทธของศาสตร์เทพบงกาสรอสูรเริ่มปรากฏออกมาเบื้องหน้าของเขา เปลวเพลิงสีแดงชาดผุดขึ้นจากความว่างเปล่าและเริ่มก่อตัวกันเป็นสัญลักษณ์โบราณอย่างรวดเร็วแต่มันยังไม่หมดแต่นั่นหลินตงได้อัดคลื่นพลังวิญญาณของตนเองเข้าไปด้วย คลื่นพลังวิญญาณสีฟ้าอ่อนเริ่มผสานเข้ากับตราผนึกอย่างสมบูรณ์จนทำให้ตราผนึกโบราณสีแดงเพลิงทั้งสองอันมีประกายวิญญาณแสงสีฟ้าอ่อนแซมอยู่นิดหน่อยอีกด้วย
ชายหนุ่มค่อยๆลืมขึ้นอย่างช้าๆพลางมองไปยังทั้งสอง นัยน์ตาสีแดงเพลิงสะท้อนประกายแสงออกมาราวกับสายฟ้า
"พวกท่านอยู่นิ่งๆนะ ในตอนแรกข้าอยากจะลงมือทีละตราผนึกแต่ทว่าถ้าทำแค่นั่นผู้เชื่อมต่อห้วงวิญญาณระดับเจ็ดจะต้องรู้ตัวเป็นแน่"
"ถ้าเป็นเช่นนั่นจริงๆเขาจะต้องเสริมพลังวิญญาณจนแม้แต่ข้าก็ไม่สามารถทำลายมันได้ เพื่อการนี้ข้าจะลงมือในชั่วพริบตาและประทับตราผนึกของข้าเข้าไปแทน ถ้าทำแบบนี้เขาจะไม่สามารถตั้งตัวได้"
สัตว์อสูรทั้งสองพงกหัวของตนอย่างเคร่งเครียด พวกมันก็รู้ดีว่าเรื่องราวเช่นนี้มันอันตรายเป็นอย่างมาก ถึงตราผนึกนี้จะอยู่ไกลจากผู้เชื่อมต่อห้วงวิญญาณระดับเจ็ดคนนั่นมากแต่ทว่าเชื่อเถอะ พวกเขาที่มีพลังถึงระดับนั่นก็ย่อมมีวิธีการในการลงมือตอบโต้เช่นเดียวกัน
สมมุติว่าถ้ามีตราผนึกหนึ่งอันถูกทำลายไปเขาจะต้องรู้ตัวอย่างแน่นอนและเตรียมพร้อมที่จะดำเนินการแต่ทว่าการที่ชายหนุ่มจะทำลายพวกมันทั้งสองอันพร้อมกันนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้อง ต่อให้ผู้ควบคุมคนนั่นจะสัมผัสได้แต่ก็ไม่ทันแล้ว
ชั่วขณะนึงรอบๆบริเวณก็เงียบสงัดลงอย่างช้าๆ เสียงของพายุทะเลทรายที่พัดผ่านมาเริ่มทำให้บรรยากาศเยียบเย็นขึ้น
หลินตงยกแขนของตนพร้อมกับกางฝ่ามือไปยังเป้าหมาย วินาทีนั่นตราผนึกที่มีขนาดเท่าฝ่ามือของศาสตร์เทพบงกาสรอสูรก็พุ่งเข้าใส่ทั้งสองอย่างรวดเร็ว
เพียงไม่นานตราผนึกสีแดงเพลิงอมฟ้าก็ผสานเข้าไปยังร่างกายของพวกเขา
หลินตงรีบเปิดเนตรมังกรอมตะของตนเองอย่างไม่เสียดาย เขาจ้องมองไปยังส่วนลึกของร่างกายทั้งสองก็เห็นถึงตัวอักษรสีฟ้าครามที่แปลกประหลาด
ชายหนุ่มรีบไขว้นิ้วมือไปมาเพื่อครอบคลุมมันในทันที
ตราผนึกของหลินตงก็เริ่มเข้ากลืนกินตัวอักษรสีฟ้าครามอย่างหนักหน่วง
ทันใดนั่นตัวอักษรสีฟ้าครามก็เปล่งแสงของตนขึ้น มันปลดปล่อยคลื่นพลังวิญญาณออกมาจนทำให้ตราผนึกของหลินตงต้องหม่นแสงลง มันตอบโต้ในทันทีและเข้าโจมตีสิ่งแปลกปลอมที่เล็ดลอดเข้ามา
"ไม่ได้ยังงั้นเหรอ? ก็คิดไว้แล้วละนะ..!!"
ชายหนุ่มที่โดนพลังเช่นนี้ก็หน้าซีดเผือดอยู่นิดๆพลางบ่นพึมพำขึ้น มุมปากมีโลหิตไหลรินออกมาอย่างไม่ขาดสาย
สัตว์อสูรทั้งสองที่เห็นก็ต้องตกตะลึง ลงมือแล้ว นี้คือการปะทะกันของพลังผู้เชื่อมต่อห้วงวิญญาณ
ขณะนั่นหลินตงก็คำรามลากเสียงยาวพร้อมกับปลดปล่อยพลังสูงสุดของตน ชุดคลุมวิญญาณมังกรเก้าสวรรค์สั่นสะท้านไปมาอย่างต่อเนื่อง มันตอนนี้ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงของมังกรอมตะที่ทรงพลัง
วินาทีต่อมามังกรเพลิงศักดิ์สิทธิ์ทั้งเก้าตนที่หมุนวนรอบๆตัวของชายหนุ่มก็พุ่งเข้าใส่สัตว์อสูรทั้งสอง พวกมันจมหายเข้าไปยังร่างกายของพวกเขาราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเสมือนกับดวงจิตวิญญาณของมังกรที่ไร้รูปลักษณ์
ที่ส่วนลึกมังกรแต่ละตนเริ่มไปโผล่ยังดวงจิตของสัตว์อสูรทั้งสอง พวกมันกู่ร้องด้วยน้ำเสียงที่ดังสนั่นพร้อมกับพุ่งโจมตีตัวอักษรสีฟ้าคราม แต่ละตนเริ่มอ้าปากปลดปล่อยคลื่นเปลวเพลิงออกมาอย่างรุนแรง
"มังกรเพลิงวิญญาณสะท้านภพ..!!"
หลินตงประกบฝ่ามือของตนพร้อมกับทำสีหน้าที่เคร่งเครียด ทั่วทั้งร่างของเต็มไปด้วยคลื่นพลังวิญญาณของชุดคลุมที่ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่อง ในตอนนี้เขาได้เข้าควบคุมมังกรศักดิ์สิทธิ์ทั้งเก้าตนแล้ว ตราผนึกของผู้เชื่อมต่อห้วงวิญญาณระดับเจ็ดหรอ เดียวข้าจะทำลายมันให้ดู
ภายในร่างของสัตว์อสูรทั้งสอง ตัวอักษรสีฟ้าครามเมื่อเห็นว่ามีผู้บุกรุกเข้ามาอีกก็เปล่งแสงออกมาอย่างถึงขีดสุด คลื่นพลังวิญญาณมหาศาลถูกปลดปล่อยออกมาเพื่อทำลายดวงจิตของมังกร แต่ทว่าด้วยระดับของพวกมันที่ทรงพลังมากยิ่งกว่าจึงทำให้จิตมังกรศักดิ์สิทธิ์ทั้งเก้าตนไม่ได้เป็นอะไร พวกมันทั้งหมดอ้าปากขย้ำพร้อมกับโจมตีตัวอักษรสีฟ้าครามอย่างบ้าคลั่ง
ตัวอักษรสีฟ้าครามก็พยายามที่จะตอบโต้แต่ทว่าก็ไม่สามารถทำได้ ชั่วครู่เดียวพลังของมันก็หมดลงและสูญสลายหายไปจากส่วนลึก
ชายหนุ่มเมื่อได้จังหวะก็ไม่รีรอที่จะประทับตราของศาสตร์เทพบงการอสูร สัญลักษณ์มังกรเพลิงผุดขึ้นจากความว่างเปล่าผสานเข้ากับร่างกายของทั้งสองอย่างสมบูรณ์
"เสร็จเรียบร้อยแล้ว ทีนี้ก็รอดูได้เลย"
เขาพูดจบก็ถอนพลังของตนออกมาจากส่วนลึก
ที่โลกภายนอกราชันย์ราชสีห์กับพญาอินทรีปีกทองคำก็สั่นสะท้าน พวกมันกู่ร้องออกมาอย่างหนักจนทำให้เมฆหมอกต้องสั่นไหว วินาทีนั่นพลังอสูรภายในร่างก็พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนทำให้เทวสถานโบราณต้องสั่นสะเทือน
หลินตงปาดเลือดที่มุมปากของตนอย่างยินดี นัยน์ตาสีแดงเพลิงจ้องมองไปยังร่างกายของทั้งสองที่เริ่มใหญ่โตขึ้นอย่างรวดเร็ว นี้คือผลลัพธ์การกระตุ้นของศาสตร์เทพบงการอสูร ของขวัญเช่นนี้สำหรับพวกเขาแล้วมันก็ดูไม่เลวเลย