การสอบเลื่อนระดับรอบสองผ่านไปแล้วอีกหลายๆคู่แม้กระทั้งคู่ของหวังหมู่ทีต้านไว้ได้ 5 กระบวนท่าเช่นเดียวกับก๊กทันแต่กระนั้นก็ยังไม่มีใครทำให้พี่ปี 3 นั้นกล่าวยอมแพ้โดยที่ยังไม่ครบ 5กระบวนท่าซักคน
ชินหยางซี ประลองกับ อิงเยว่ปราณฝึกหัดขั้น 8
“โอ้ในที่สุดก็มาถึง คู่ของลูกท่านผู้นำตระกูลซักทีเจอคู่ต่อสู้ที่ระดับเดียวกันคงไม่หนักหนาเท่าไหร่กระมัง หึหึ” เหม่ยซูกล่าวพร้อมหัวเราะในลำคอ
“โอ้มาแล้วๆ ในที่สุดพี่หยางซีก็ได้ประลองซักทีรอรากงอกแล้วนี้” ชินหลงบ่นอุ่บ
“ศิษย์น้องหยางซี ออมมือให้ด้วย”อิงเยว่กล่าว
“เช่นกันศิษย์พี่อิงเยว์”
เริ่มการประลองได้!!!!
สิ้นสุดเสียงประกาศ
ร่างของทั้งสองก็พุ่งเข้าใส่กันทันที
เปรี้ยง!!!!!
ทั้งหยางซีและอิงเยว่ยกขามาเตะปะทะกัน จากนั้นทั้งสองก็พุ่งถอยหลังอย่างรวดเร็ว
พิรุณกระหน่ำ!!!อิงเยว่ปล่อยปราณสายน้ำพุ่งใส่หยางซีอย่างรวดเร็ว
วายุพิฆาตพยัค!!!หยางซีก็ปล่อยวายุดาบ 4สายออกไปพร้อมกัน
ตู้ม ตู้ม ตู้ม ตู้ม
เสียงปะทะกันของคมดาบวายุกับคลืนพิรุณสลายออกพร้อมๆกัน ยังไม่ทันพลังจะสลายดี ทั้งสองก็พุ่งเข้าปะทะกันอีกครั้ง
เปรี้ยง!!!!!!!!
เสียงหมัดทั้งสองคนปะทะกัน ทั้งสองต่างกระเดินออกหลังไปคนละ10 ก้าว
ฮือฮา
“ไม่นานก็ผ่านไป 3 กระบวนท่าแล้วยังไม่ถึง1 นาทีด้วยซ้ำ”
“ทั้งสองพลังเท่ากัน ช่างเป็คู่ที่สูสีอะไรอย่างนี้”
“แม้หยางซีจะอายุน้อยกว่า 1 ปีก็ฝีมือไม่ต่างกันเลย”
“พี่หยางซีท่านช่างสุดยอดจริงๆ”ชิงหลงกล่าวชมออกมาเบาๆ พร้อมกันแสดงสีหน้าชื่นชม
บนสนามประลองทั้งสองคนยืนบนพื้นมั่นคงเตรียมเข้าปะทะกันอีกครา
ฟิ้วววววววววว
เป็ครั้งนี้หยางซีโจมตีก่อนโดยการพุ่งเลียดพื้นเข้าโจมตีอิงเยว่
ตู้มมมมมมมมมมม
หยางซีทีพุ่งเลียดพื้นเข้าถึงระยะโจมตีก็เตะเสยใส่หน้าอกอิงเยว่จากดันล่างอิงเยว่เอามือมากันไว้ได้ทัน แต่ก็ถึงกับลอยขึ้นบนไป เกือบ 5 เมตร
วายุพิฆาต!!!! หยางซีปล่อยปราณ ตามออกไป
อิงเยว่ที่โดนท่าโจมตีต่อเนื่องไม่มีเวลาปล่อยท่าปราณออกมาต้านไว้จึงได้แต่ใช้ปราณคุมร่างเอาไว้และไขว้แขนกากะบาทกันเอาไว้
ตู้มมมมมมมมมมมมม
คลืนวายุกระแทกใส่ร่างอิงเยว่จนปราณคุมร่างหายไปทันทีเมือสิ้นสุดการปะทะ หยางซีกระโดนตามขึ้นมา พร้อมกับเตะเข้าใส่ท้องอิงเยว่เต็มแรง
เปรี้ยง!!!!!!!!!!
อั๊กกกกกก
โลหิตพุ่งออกมาจากปากอิงเยว่กลางอากาศพร้อมกับร่างลอยลงไปกระแทกพื้นอย่างแรง
ตู้มมมมเสียงร่างกระทบพื้นอย่างแรงจนเกิดเป็หลุมแตกเล็กๆตรงร่างของอิงเยว่ที่นอนอยู่
หยางซีลอยลองมายืนบนพื้นอย่างแ่เบา
เงียบงันกันทั้งสนาม
ผ่านไป 3 นาที อิงเยว่ก็ยังไม่ลุกขึ้นมา
อิงเยว่หมดสภาพในการต่อสู้ หยางซีเป็ฝ่ายชนะเข้าสู่ห้องพิเศษ
ฮือฮา
“จัดการรุ่นพี่จนสลบไปได้ไม่น่าเชื่อเลย” ชิงหลงกล่าว
“สุดยอดจริงๆท่านผู้นำตระกูลสามารถล้มรุ่นพี่ลงได้” เหม่ยซุกล่าวอย่างตื่นเต้น
“เห้อๆเพราะว่าไม่จำกัดกระบวนท่าของรุ่นน้อง ถ้าหากว่าจำกัดที่ 5กระบวนท่าเท่ากันคงยังไม่อาจเอาชนะได้ แต่ก็ยอดเยี่ยมมากลูกข้าไม่ทำให้ผิดหวัง”อู่เจี้ยนกล่าว
หลังจากนั้นอีกไม่นานการสอบก็จบลงผู้คนต่างพากันทยอยกลับชิงหลงก็กำลังจะกลับเช่นกัน
เมื่อกำลังจะเดินออกจากสนาม ฟิ้ววววววตุบ
หยางซีกระโดนลอยลงมายืนข้างๆ ชิงหลง
“ฮี่ๆๆๆ ข้าสุดยอดไปเลยใช่ไหมหล๊า อาหลง”หยางซีกล่าวพร้อมพูดหน้ายิ้มแย้ม
“พะ พี่ หยางซี ทะ....ท่านไม่ควรมาคุยกับข้าณ ทีนี้ตอนนี้ แต่ท่านก็สุดยอดมาก” ชิงหลงตอบพร้อมกับระแวงซ้ายขวา
“อะไรกันนี้เ้ากลัวท่านพ่อข้าจะดุเ้าหรืออย่างไร ไม่ต้องห่วงมีข้าอยู่ด้วยทั้งคน”หยางซีตอบ
“ตะ ตะ แต่ว่า”
“เหอะเ้าเด็กน้อย เ้าบังอาจมาคุยอะไรกับลูกข้า”อู่เจี้ยนที่เดินมาถึงกล่าวพร้อมทำสีหน้าทะมึน
“ทะ ทะ ท่านผู้นำตระกูลข้าชิงหลงขอคาราวะท่านผู้นำตระกูล” ชิงหลงกล่าวพร้อมก้มลงคำนับ
“ท่านพ่อทำไมลูกจะคุยกับชิงหลงไม่ได้ท่านไม่เห็นต้องว่าอะไรแบบนี้เลย” หยางซีกล่าวพร้อมเดินมายืนหน้าอู่เจี้ยน
“เหอะทำไมลูกต้องไปเสวนากับไอ้ขยะพันธุ์นี้”อู่เจี้ยนกล่าวประชด
“ทำไมท่านพ่อว่าแบบนี้ชิงหลงก็เป็คนตระกูลชินเหมือนกันนะ”หยางซีเริ่มพูดใส่อารมณ์โกรธเข้าไป
“ตระกูลเราไม่มีขยะแบบนี้ในตระกูลต่อให้เป็คนรับใช้ชั้นต่ำสุดยังมีปราณฝึกหัด ขั้น 3 ตอนอายุ 13 แล้วเ้านี้อะไรลูกกำพร้าปราณฝึกหัดขั้น 1 ถ้าเจี้ยนเหวยไม่ขอรับเลี้ยงมันไว้จะมีหรือที่ข้าจะยอมให้คนแบบนี้มาใช้นามสกุลชินเหอะ” อู่เจี้ยนกล่าวพร้อมกับทำหน้าสมเพจ
“ท่านพ่อลูกจะโกรธแล้วนะไม่เห็นต้องว่าแรงขนาดนั้นเลย”
“งั้น ขะ ขะ ข้าขอตัวกลับก่อน” ชิงหลงกล่าวพร้อมกับลุกขึ้นเดินจากไป
“ดี อย่างน้อยมันก็รู้ตัวว่าควรทำอะไร”อู่เจี้ยนกล่าว
“เดียวสิอาหลง” หยางซีพยายามเรียกมันกลับมา
“จากนี้ไปเ้าอย่าไปสนทนากับมันอีก มันไม่มีค่าให้เ้าไปสนทนาด้วยและเ้าก็กลับบ้านไปพักผ่อนได้แล้ว วันนี้เ้าทำได้ดี แต่ก็ยังไม่ข้อผิดพลาดทีต้องแก้ไขอีกเยอะ”อู่เจี้ยนกล่าว
“ข้าจะคุยกับใครมันก็เื่ของข้า เชอะ”หยางซีกล่าวจบก็ทะยานออกไป
“เ้าลูกคนนี้ชั่งดื้อยิ่งนัก” อู่เจี้ยนส่ายหน้า
“ท่านผู้นำตระกูลอย่าไปเครียดนักเลยถ้าท่านไม่อยากให้ลูกท่านคุยกับเ้าหลงนั้นท่านก็ไล่มันออกตระกูลไปสิ” เหม่ยซูกล่าวเสียงเย็น
“เหอะเห็นแก่หน้าเจี้ยนเหวยมันหรอก ที่รักษาคนในตระกูลเรามานานทั้งยังเป็หมออันดับ1 แห่งหมู่บ้านนี้ ไม่งั้นข้าไล่มันไปนานแล้ว” อู่เจี้ยนกล่าวพร้อมกับเดินออกไป
ตึกพักอาศักของเจี้ยนเหวย
“อ้าวกลับมาแล้วรึชิงหลง ทำไมหน้าตาเศร้าแบบนั้นเล่าพี่เ้าประลองแพ้หรืออย่างไร” เจี้ยนเหวยเห็นหน้าหลานที่เดินคอตกเข้าห้องมาก็จึงเอยปากถาม
“มิใช่หรอกท่านปู่ พี่หยางซีนั้นสุดยอดโจมตีรุ่นพี่จนไม่ได้ตั้งตัวจนสลบและชนะไปข้าแค่เหนื่อยเท่านั้นเอง” ชิงหลงกล่าวพร้อมกับเดินไปนั่งข้างๆเจี้ยนเหวย
“เหอะอย่างเ้าถึงร่างกายอ่อนแอแต่ก็คงไม่ถึงกับเหนื่อยเพราะไปดูการประลองหรอกมั้งถูกผู้นำตระกูลด่ามาหละสิ” เจี้ยนเหวยกล่าวเหมือนมองมันทะลุปรุโปร่งไปหมด
“เฮ้อ ข้าไม่เคยปิดท่านได้ซักเื่จริงๆ”ชิงหลงกล่าวหน้าเศร้า
“ท่านปู่ข้าอยากรู้ พ่อกับแม่ข้าคือใครทำไมท่านจึงทอดทิ้งข้าเยี่ยงนี้” ชิงหลงกล่าวพร้อมนัยตราที่พร้ามัว
“เขาอาจมีเหตุผลของเขาก็ได้แม้ว่าข้าจะไม่รู้ว่าเป็เพราะสิ่งได แต่ข้าก็ไม่คิดว่าพ่อกับแม่จะทอดทิ้งเ้าเพราะไม่้าเ้าหรอกนะแม้จะไม่มีสิ่งบอกต้นกำหนดของเ้า แต่ข้าว่าพ่อกับแม่เ้าคงมีเหตุผลที่ต้องปล่อยเ้าพวกเขาคงเจอปัญหาอะไรบ้างอย่าง” เจี้ยนเหวยกล่าวพร้อมแตะไปที่ไหลชิงหลงอย่างแ่เบา
“์หรือเหล่าเทพเกลียดแค้นข้าหรืออย่างไรทำให้ข้าเป็ลูกกำพร้า ฝึกวิชาไม่ก้าวหน้า ทำไม์ถึงทำกับข้าแบบนี้” ชิงหลงกล่าวตัดพ้อ
“แม้เ้าจะฝึกยุทธไม่ก้าวหน้า แต่สมองความจำเ้าช่างดีนักข้าสอนวิชาแพทให้เ้าแค่ 2 ปีเ้าก็จดจำได้หมด แม้เ้าจะเป็ยอดยุทธไม่ได้เ้าก็ยังสามารถฝึกวิชาแพทได้เ้าอาจกลายเป็หมอเทวดาก้ได้” เจี้ยนเหวยกล่าวปลอบ
“ข้าชั่งท้อแท้กับโชคชะตาตัวเองยิ่งหนัก”
“……” เจี้ยนเหวย