บทที่ 45
นำเสนอของขาย
ซูฉีถกแขนเสื้อสองข้างกำลังจะแสดงความสามารถของถ้วยปริศนา นางตั้งใจจะแสดงมันให้กับแม่ทัพหนุ่มได้เห็น
ถ้วยปริศนาตั้งอยู่เบื้องหน้า แม่ทัพหนุ่มมองอย่างไม่กระพริบตา ซูฉีนำน้ำที่เก็บเอาไว้ภายในถุงขึ้นมาก่อนที่จะเทมันลงไป
เมื่อน้ำมันถูกเทลงไปภายในถ้วยนั้น ถ้วยที่ดูแสนธรรมดาอยู่มันก็แปรเปลี่ยนน้ำที่ถูกเทลงไปให้กลายเป็นน้ำวิเศษ
หวงเจียวลู่ขมวดคิ้วทั้งสองข้างเข้าหากัน แม่ทัพหนุ่มมองสิ่งที่อยู่ด้านหน้าอย่างไม่กระพริบตา “ น้ำมันเปลี่ยนไป.. ”
แม้ว่ามองผิวเผินน้ำเปล่าก็ยังคงเป็นน้ำ แต่ว่าในสายตาของแม่ทับหนุ่มกับแยกแยะความแตกต่างเล็กน้อยออก
“ ท่านเข้าใจได้ถูกเจ้าค่ะ มันเปลี่ยนไปถ้วยนี้เป็นถ้วยวิเศษ มันเป็นถ้วยที่สามารถทำน้ำธรรมดาที่ใส่ลงไปให้กลายเป็นน้ำที่มีคุณภาพสูงได้ ”
“ แม้ว่ามันจะไม่ใช่น้ำที่มีคุณภาพสูงเทียบเท่ากับน้ำวิญญาณ แต่ว่ามันเองก็ใกล้เคียง ”
ซูฉีใช้กรรมวิธีพิเศษ ก่อนหน้านี้ที่นางฝึกฝนเกี่ยวกับเรื่องการแยกแยะส่วนประกอบในวัตถุ เมื่อนางฝึกฝนไปมาการแยกแยะส่วนประกอบภายในวัตถุ
มันกลับทำให้นางนั้นบรรลุอีกความสามารถนึงขึ้นมาด้วย นั่นคือเมื่อนางเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องวัตถุของเหลวและสามารถแยกแยะส่วนประกอบภายใน
นางก็สามารถใส่พลังวิญญาณหรือว่าแทรกแซงพลังบางส่วนเข้าไปภายในวัตถุได้เช่นเดียวกัน มันเลยทำให้นางสามารถใส่พลังของตนเองเข้าไปภายในถ้วยนี้ได้
เมื่อใส่มันเข้าไปแล้ว จากถ้วยธรรมดาทั่วไป ยามนี้แปรเปลี่ยนกลายเป็นถ้วยวิเศษขึ้นมา ความสามารถของมันแม้จะไม่เทียบเท่ากับของวิเศษชั้นยอด
แต่เมื่อใส่น้ำลงไปมันก็กลายเป็นถ้วยที่สามารถทำให้น้ำเป็นน้ำคุณภาพสูงได้ กล่าวได้ว่าเป็นเสมอกับเครื่องของน้ำชั้นยอดที่เปลี่ยนจากน้ำธรรมดาให้กลายเป็นน้ำแร่
ซูฉีคิดว่าของสิ่งนี้น่าจะสามารถขายทำเงินให้กับนางได้ แม้ว่าน้ำที่ใส่ลงไปจะไม่ถึงขั้นขนาดที่แปรเปลี่ยนกลายเป็นนำวิญญาณ
แต่ว่ามันเองก็ทำให้น้ำพวกนี้มีคุณภาพสูงจนน่าเหลือเชื่อ มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับน้ำวิญญาณดื่มและสามารถช่วยเพิ่มพูลกำลังได้
หวงเจียวลู่นั่งอยู่ด้วยท่าทางเรียบเฉย “ เจ้าจะขายของสิ่งนี้ให้กับข้าอย่างนั้นรึ ”
“ มันเป็นของที่เรียกได้ว่าเป็นของวิเศษไม่ใช่หรือ เจ้าจะขายข้าในราคาเท่าใด? ”
“ ก่อนที่จะซื้อไปท่านแม่ทัพต้องทำความเข้าใจกับมันก่อน ”
“ ถึงแม้ว่ามันจะสามารถแปรเปลี่ยนน้ำให้กลายเป็นน้ำคุณภาพสูงได้ แต่ในขณะเดียวกันมันก็มีเวลาการใช้งานจำกัด”
“ เวลาการใช้งานจำกัด ”
“ ใช่แล้วเจ้าค่ะมันมีเวลาในการใช้งานจำกัด ตรงที่ว่ามันสามารถแปรเปลี่ยนน้ำให้กลายเป็นน้ำคุณภาพสูงได้เพียงแค่ประมาณยี่สิบครั้งเท่านั้น ”
กรรมวิธีการแปรเปลี่ยนน้ำที่ใส่ลงไปภายในถ้วยให้กลายเป็นน้ำคุณภาพสูง มันคือกรรมวิธีที่ง่ายดาย
ตรงที่ว่าก็ใช่พลังวิญญาณที่อยู่ภายในถ้วยทำการแปรเปลี่ยนน้ำที่ใส่ลงไป หลังจากการทดลองหลายต่อหลายครั้งทำให้นางรู้ได้ว่าถ้วยพวกนี้ มันมีคุณสมบัติในการแปรเปลี่ยนน้ำเพียงแค่ยี่สิบครั้งเท่านั้น
มันมีวิธีการใช้และจำนวนการใช้ที่ เพราะแบบนั้นมันจึงไม่สามารถพูดได้ว่าเป็นของวิเศษที่ใช้ได้อย่างถาวร
“ เพราะแบบนั้นของพวกนี้จึงไม่สามารถขายในราคาสูงให้ท่านได้”
“ แต่ว่ามันเองก็มีอีกความสามารถหนึ่งที่ข้าคิดว่าน่าจะมีประโยชน์กับพวกท่าน ”
ซูฉีหยิบน้ำอีกถุงนึงขึ้นมา โดยน้ำถุงนี้เป็นน้ำไม่สะอาดเมื่อหยิบขึ้นมาแล้วลองเทมันลงไปภายในถ้วย ปรากฏว่าถ้วยวิเศษกลับแปรเปลี่ยนน้ำนั้นให้กลายเป็นน้ำคุณภาพสูง
แม่ทัพหนุ่มยกยิ้มที่มุมปาก คนผู้นี้ไม่ได้แสดงใบหน้าตื่นตระหนกตกใจ แต่กับแสดงรอยยิ้ม
“ เห็นไหมเจ้าคะถึงแม้ว่าจะไม่สามารถใช้งานได้ไปตลอด แต่ว่ามันเองก็สามารถแปรเปลี่ยนน้ำไม่สะอาดให้กลายเป็นน้ำสะอาดได้ ”
“ ถ้าเกิดว่าพวกท่านเดินทับแล้วก็ไม่มีน้ำสะอาดอยู่แถบนั้นล่ะก็ การที่จะแปรเปลี่ยนน้ำไม่สะอาดให้กลายเป็นน้ำที่กินได้ของสิ่งนี้จะมีประโยชน์เป็นอย่างมาก ”
“ ชายแดนแห่งนี้แหล่งน้ำสะอาดหายาก ข้าคิดว่าการเดินทัพของพวกท่านในแต่ละครั้งคงจะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่น้อย ” นางนำเสนอสิ่งของของตนเองยังยืดอก
หวงเจียวลู่รู้สึกประหลาดใจในใจ คุณหนูตระกูลใหญ่ผู้นี้ที่โดนเนรเทศกลับรู้เกี่ยวกับปัญหาภายในกองทัพอย่างชัดเจน
เขาเองก็ตั้งคำถามว่านางคือผู้ใดกันแน่ แม้จะเป็นแบบนั้นแต่ก็ไม่เอ่ยถามออกไปตรงๆ แววตาของเขาได้แต่จ้องมองไปที่คุณหนูตระกูลซู
ซูฉีใช้แววตาที่เปล่งประกายมองมาที่แม่ทัพหนุ่ม “ ว่าอย่างไรเจ้าคะ ของที่ข้ามานำเสนอให้กับท่านดีหรือไม่ ”
นางแสดงรอยยิ้ม ของสิ่งนี้นางทำขึ้นมาเพื่อตั้งใจจะนำมันมาขายให้กับกองทัพเลยนะ เพราะว่าชาวเมืองส่วนใหญ่คงจะไม่ต้องการมันเพราะมีแหล่งน้ำสะอาดอยู่แล้ว
แต่ว่าพวกกองทัพที่ต้องเดินทางอยู่บ่อยครั้ง ภายในชายแดนแห่งนี้เป็นอาณาเขตที่แห้งแล้ง จึงสามารถเรียกได้ว่าการเดินทางไปในหลายๆที่อาจจะไม่พบเจอแหล่งน้ำสะอาด
เพราะแบบนั้นของพวกนี้จะมีประโยชน์กับ และกองทัพเองก็มีงบประมาณภายในกองทัพที่มากพอ นางเพียงแค่ต้องการจะได้ไปซื้อที่ดินผืนนั้น
หวงเจียวลู่เหลือบสายตามอง “ เข้าใจแล้วถ้าแบบนั้นเจ้าจะขายพวกมันในราคาเท่าไหร่? ”
“ การที่ข้าจะซื้อหรือไม่ย่อมอยู่กับราคาที่เจ้านั้นจะเสนอออกมา”
“ ถ้าราคาสูงเกินไปงบประมาณภายในกองทัพของข้าก็ไม่สามารถซื้อได้ ”
“ เข้าใจหรือไม่เพราะว่างบประมาณภายในกองทัพส่วนใหญ่ที่ต้องใช้ ล้วนแล้วเป็นพวกการซื้ออาวุธหรือว่าชุดเกราะให้กับพวกทหาร”
“ หรือแม้แต่กระทั่งเสบียงอาหารที่ต้องใช้กับทหารมันเองก็ล้วนแล้วสำคัญกว่า ” แม่ทัพหนุ่มกล่าวถึงเรื่องราคา เขาค่อยๆยื่นมือของตนเองออกไปหยิบพู่กันที่อยู่ข้างกาย
พู่กันนั้นถูกเขียนลงไปภายในกระดาษก่อนทีจะยื่นมาให้กับคุณหนูตระกูลซู
ซูฉีรับมันเอาไว้มองภายในแผ่นกระดาษที่เขียนถึงราคาที่อีกฝ่ายต้องการ ซูฉีดวงตาเบิกกว้างขึ้น “ หนึ่งตำลึงเงิน ”
“ ถูกต้องหนึ่งตำลึงเงินนั่นคือราคาต่อหนึ่งถ้วยที่ข้าสามารถจ่ายให้ได้”
“ ถ้าเจ้าตกลงแล้วก็ข้าจะขอซื้อถ้วยพวกนั้นในราคาหนึ่งตำลึงเป็นจำนวนสองร้อยถ้วย ” แม่ทัพแสดงรอยยิ้มหลังจากติดต่อเจรจาการค้า
ซูฉีกับก้มหน้าของตนเองแล้วคิดในใจ ‘ หนึ่งตำลึงเงินมากกว่าที่เราคิดเอาไว้เสียอีก ’
‘ ถ้วยพวกนี้เป็นถ้วยธรรมดาธรรมดา ถ้ามองถึงต้นทุนเเล้วก็ใช่เพียงแค่ไม่กี่เหรียญทองแดงเท่านั้น’
“ถ้าเกิดว่าอีกฝ่ายยอมรับซื้อในจำนวนสองร้อยถ้วยจริงๆแล้วก็เทียบเท่ากับ ทั้งหมดสองร้อยตำลึงเงิน โดยจำนวนเท่านั้นสามารถนำไปซื้อที่ดินผืนนั้นได้ ไม่เพียงเท่านั้นยังมีเงินเหลือการใช้งานอื่นๆ ”
ซูฉีคำนวณทุกอย่างอยู่ในใจ หลังจากคำนวณทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว มันทำให้นางรู้ว่าเงินที่จะได้จากการซื้อขายในครั้งนี้มากกว่าที่นางคิดเอาไว้
นางเงยหน้าของตนเองขึ้นมาแสดงรอยยิ้มแล้วก็พูดขึ้น “ ตกลงเจ้าค่ะถ้าแบบนั้นก็เป็นอันตกลง ”
“ ข้าจะขายให้ท่านในราคาถ้วยละหนึ่งตำลึงเงิน ”
“ ถ้าแบบนั้นข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะจะไปรีบจัดเตรียมของให้กับท่าน ” นางก้มศีรษะของตนเองกล่าวลาแม่ทับหนุ่มเเล้วก็เดินออกไปจากสถานที่แห่งนี้
ซูฉีเดินจนหายสายตา นางเดินออกไปจากกระโจมเรียบร้อย ขุนพลสือที่ยืนอยู่ข้างๆเอ่ยถามกับแม่ทัพ “ ท่านซื้อของพวกนั้นเพราะอยากจะช่วยเหลือนางอย่างนั้นหรือขอรับ? ”
ขุนพลสือกล่าวถามแบบนี้เพราะมองไม่เห็นถึงผลประโยชน์ที่พวกเขาต้องใช้เลย
หวงเจียวลู่แสดงรอยยิ้มแม่ทับหนุ่มตอบว่า “ ข้าคิดว่าอย่างไรเราก็ต้องได้ใช้มัน ไม่จำเป็นต้องกังวลหรอกเงินสองร้อยตำลึงเงินข้าจะใช้เงินของข้าเป็นคนจ่ายไม่ยุ่งเกี่ยวกับงบประมาณภายในกองทัพ ”
เมื่อแม่ทัพหนุ่มพูดแบบนั้นขุนพลข้างกายไม่สามารถพูดอะไรต่อได้แล้ว
จบบท