ในที่ประชุมคณะตรวจสอบถือคำสั่งจากนครหลวง ้าให้สถานศึกษาทั่วประเทศสอบวัดผลการศึกษาก่อนถึงเวลาสำหรับมณฑลตะวันตกเขตที่สี่ โดยเฉพาะเมืองสุ่ยภายในสามวันนี้ต้องจัดให้มีการทดสอบนักเรียนในสถานศึกษา เพื่อทำการสอบเด็กน้อยแม้ว่าคณะอาจารย์จะแย้งว่ายังมีเวลาทำการเรียนการสอนเหลืออีกถึง หนึ่งเดือนเต็มแต่คณะขุนนางไม่สนข้อโต้แย้งนี้ ยืนกรานเป็คำสั่งจากเมืองหลวงยังมีข้อกำหนดอื่นอีกเช่นวิธีการวัดผลที่แตกต่างในแต่ละวิชาส่วนใหญ่จะเป็การเฉลี่ยคะแนนรวม ยกเว้นการวัดผล การพัฒนาวิชายุทธ์ให้นำผลการพ้ฒนาคะแนนสูงสุดในแต่ละวิชาจากทำเนียบยุทธ์ลำดับที่หนึ่ง ลำดับที่สิบหกและลำดับสุดท้าย มาเฉลี่ยใช้วัดผลประเมินศักยภาพของสถานศึกษา
อาจารย์ใหญ่หลี่เฉียงโกรธจนหนวดกระดิกหลังจากประชุมรวมกลับมาพูดคุยเป็การส่วนตัวในห้องพักอาจารย์ตบโต๊ะแล้วพูดด้วยความโกรธ “นี่เป็เลห์ร้ายในการจัดลำดับสถานศึกษา ทำไมไม่จัดทดสอบพร้อมกัน อ้างว่าไม่มีกำลังพลแล้วทำไมไม่จัดทดสอบที่นครหลวงเป็ที่แรกเล่า ถึงแม้เมืองสุ่ยไม่ใช่เมืองแรกของมณฑลนี้ ที่ทำการทดสอบแต่สถานศึกษาใดถูกทำการสอบทีหลังย่อมได้เปรียบ ระยะเวลาที่เหลืออีกเดือนหนึ่งมีผลต่อการทดสอบมหาศาลนัก” อาจารย์ทุกคนในสถานศึกษาต่างไม่พอใจแต่ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่แจ้งกับนักเรียน ว่าจะมีการทดสอบในวันถัดไปเริ่มจากการทดสอบ วรรณกรรมศิลปะ วิชาคำนวณ และวันสุดท้าย วิชายุทธ์
การทดสอบวิชาวรรณกรรมศิลปะ แบ่งเป็สองส่วนคือวัดที่คะแนนวิชา วรรกรรมศิลปะ กับทักษะการเล่นดนตรี ทั้งสองส่วนส่วนแรกเป็ การสอบข้อเขียน ส่วนที่สองเป็การทดสอบวิชาดนตรี ตามที่นักเรียนเลือกบรรดาคณะผู้ทดสอบที่มาจากเมืองหลวงล้วนเป็ อาจารย์ในสายวิชามีครบครันเทียนหลงสอบผ่าน วิชาวรรณกรรมศิลปะ ได้คะแนนในระดับกลางๆ ค่อนไปทางสูงคะแนนวิชานี้เฉลี่ยทั้ง สถานศึกษาเมืองสุ่ย เด็กน้อยทั้งสามสิบสองคนทำคะแนนเฉลี่ยถึงเจ้ดสิบสาม จากร้อยส่วน ทุกคนรับทราบหลังจากสอบเสร็จ ภายในเวลาสิบห้านาทีก็ประกาศผลการทดสอบอย่างน้อยห้าเมืองที่คณะทดสอบผ่านมา เมืองสุ่ยจัดอยู่ในลำดับที่ สองรองจากเมืองผิงตงได้น้อยกว่าเพียงแต้มเดียว
วันนี้เป็วันทดสอบวิชาคำนวณการวัดผลเหมือนกับวิชาที่ผ่านมาใช้ค่าเฉลี่ยมาวัดลำดับสถานศึกษาเพียงแต่จะมีการจัดลำดับภายใน เพื่อแสดงความสามารถและความเร็วในการคำนวณของเด็กตัวข้อสอบอาจารย์ของสถานศึกษาเมืองสุ่ย เลือกสุ่มมา หนึ่งชุดจาก สิบชุดตัวเลือกความยากของข้อสอบทุกชุดถูกสภาคำนวณ ลงความเห็นว่าความยากง่ายใกล้เคียงพอๆกันแต่มีบางชุดที่อาจยากไปนิดแต่ก็ถือเป็โชคของสถานศึกษาว่าเลือกได้ง่ายหรือยากการทดสอบระดับความสามารถของการคำนวณ การจัดลำดับการทดสอบภายในแบ่งออกเป็สองส่วนส่วนแรกคะแนนจากคำตอบในการคำนวณ ถ้าคะแนนได้เท่ากันจะดูส่วนที่สองคือระยะเวลาในการทำข้อสอบใครทำเสร็จส่งก่อนย่อมมีลำดับที่ดีกว่า ข้อสอบมีทั้งหมด สิบข้อคะแนนเต็มทั้งหมดหนึ่งร้อยแต้ม ให้เวลาทำสามชั่วโมง หลังจากแจกแบบทดสอบอย่าว่าแต่เด็กน้อยส่วนใหญ่ที่เห็นข้อสอบแล้ว ถึงกับหน้าซีดมือไม้สั่นระริกๆบรรดาหล่า อาจารย์ทั้งหลายของสถานศึกษาอ่านข้อสอบแล้วทำหน้าตาเหมือนเห็นผีตอนกลางวันแสกๆ บรรยากาศโดยรอบกลายเป็อึมครึมเศร้าหมองหม่าหลงรู้สึกสะใจ และยินดีอย่างยิ่งที่เห็นอาการของนักเรียนและอาจารย์ในสถานศึกษา ที่จริงเขาแอบเล่นตุกติก สับข้อสอบวิชาคำนวณชุดที่ถูกเลือกเป็ชุดที่ยากที่สุดในจำนวนสิบชุด เื่ก่อกวนขบวนโกงขอให้บอก เขากับเย่หลางไม่ได้มีกุศลจิตมาแต่ไหนแต่ไรโดยเฉพาะกับเมืองที่มี หมงต้าซื่อ เป็อาจารย์สอนวิชาคำนวณ
แต่พอหันไปเห็นหน้าตาอันเฉยเมยของอาจารย์หมงต้าซื่อ ก็หันไปคุยกับเย่หลาง ขุนนางคนสนิท “เย่หลางเ้าว่าจะมีเด็กน้อยคนใดทำข้อสอบได้คะแนนดีๆบ้างไหม” เย่หลางกลั้นขำจนพุงใหญ่กระเพื่อม กระซิบตอบ “หึๆ ยากๆดูอย่างอัจฉริยะอันดับหนึ่งภาคตะวันตกแห่งเมืองผิงตง ซุนเฉิง ใช้เวลาเต็มสามชั่วโมงทำได้แค่ สี่สิบสามแต้ม เด็กบ้านนอกในเมืองกันดารนี้ได้เกินสิบห้าแต้มก็เก่งแล้วการทดสอบวิชาคำนวณนี้นอกจากท่านๆ ในสำนักศึกษาประจำเมืองหนานชาง กับเมืองหลวงไม่มีทาง มีใครได้คะแนนในวิชาคำนวณเกินห้าสิบแต้มไปได้ ถึงเมืองสุ่ยจะมีอาจารย์หมงต้าซื่อแต่ใช่ว่าตัวมันจะลงมือทำข้อสอบเองซะเมื่อไหร่ ผลการทดสอบนี้เป็ที่คาดเดาได้ผู้ครองลำดับที่หนึ่ง นอกจากคุณชายเว่ยชาง ของพวกเรา ไม่มีทางเป็คนอื่นไปได้” พูดคุยกันอย่างปลอดโปร่ง มองดูบรรดาเด็กน้อยหน้าดำคร่ำเครียดก้มหน้าก้มตาทำข้อสอบ สองจอมโกงยิ้มอย่างมีความสุข
แต่ว่า...เพียงชั่วสองอึดใจใหญ่หรือราวห้านาที ก็มีเด็กน้อยคนหนึ่งส่งข้อสอบแล้วเดินออกไปรอด้านข้าง บรรดาอาจารย์ประจำสถานศึกษา หันมาสบตากันวูปหนึ่งโดยเฉพาะมองมาที่ หมงต้าซื่อ ทุกคนต่างเห็นรอยยิ้มในตาของอีกฝ่ายหนึ่งพากันคลายใจโดยสิ้นเชิง หม่าหลงเห็นว่า ทันทีที่เด็กน้อยนั้นส่งคำตอบบรรยากาศฝั่งเมืองสุ่ย ก็เปลี่ยนไป หันไปสะกิดถามเย่หลาง “ไอ้เด็กนั่นเป็ใคร...” แน่นอนคำถามนี้ไม่ใช่ แค่ถามชื่อแต่้ารู้ถึงโคตรเง้าเย่หลางออกไปเพียงครู่เดียว ก็กลับมาพร้อมเสียงหัวเราะพูดเสียงดัง “ไอ้เด็กนั้นเป็คนดังของเมืองสุ่ยเชียวนะท่าน ฮ่าๆๆๆ มัน..มันเป็เด็กป่าลำดับยุทธ์ท้ายสุด ลำดับที่สามสิบสองมีฉายาอันเกรียงไกร....เรียกว่า...ฮ่าๆๆ เรียกว่า หินโง่แห่งเมืองสุ่ย ...น..นายท่าน ฮ่าๆๆๆข้า..ข้า..ขอโทษ..ข้าหยุดหัวเราะไม่ได้จริงๆ ” ไม่ใช่เพียงแต่เย่หลางจะหัวเราะเท่านั้น ทั้งคณะผู้ตรวจสอบทั้งหมด พอได้ยินฉายานี้ ก็พากันหัวเราะราวกับเป็เื่ขบขำชวนหัวเกินห้ามใจ “อาจหาญ..อาจหาญ..องอาจ จริงๆ เพียงห้านาที...ข้าว่าส่งกระดาษเปล่าแน่นอน ....ฮ่าๆๆๆ” ขุนนางขั้นแปดในคณะผู้หนึ่งพูดขึ้น
เย่หลาง หันมาพูดกับหมงต้าซื่อ “ได้รับคำสั่งมาให้ตรวจสอบผลการสอนของสถานศึกษาพวกข้าตั้งใจทำงานถึงแม้ต้องตรากตรำ เดินทางอย่างเหน็ดเหนื่อยตะเวนไปทั่วมณฑลตะวันตกแห่งนี้คิดไม่ถึงเลยว่าจะถูกิ่เกรียติจากเด็กน้อยคนหนึ่ง ด้วยการส่งกระดาษคำตอบเปล่าท่าน..เป็อาจารย์มันช่างสมคำร่ำลือจริงๆ” เขาแอบกระแทกแดกดันว่าหมงต้าซื่อ ไม่มีความรับผิดชอบ มีเื่แล้วก็หนี ตอนนี้ยังสั่งสอนลูกศิษย์ให้หนีปัญหาไม่สู้เลย พี่งพูดจบก็มีเสียงหนักแน่นเย็นเหยียบลอยมา
“จงหุบปากบัดซบของเ้าเสีย และขอขมา อาจารย์หมงต้าซื่อเดี๋ยวนี้” เย่หลางโกรธหันไปหมายจะแสดงอำนาจข่มขู่ผู้กล่าววาจา กลับเห็นหน้าเ้าเมืองเฟิงซีหมินถลึงตาใส่ เขารีบหุบปาก หลบไปด้านหลังหม่าหลงทันที กับทุกคนในเมืองสุ่ยในสายตาของคณะตรวจสอบล้วนไม่เห็นอยู่ในสายตา แม้แต่อาจารย์หมงต้าซื่อ แต่ไม่ใช่กับเ้าเมืองคนนี้เฟิงซีหมินเป็ขุนนางขั้นสอง ระดับตำแหน่งสูงกว่า หม่าหลงถึงสามขั้นอย่าว่าแต่พวกเขามาจากราชสำนัก รู้ดีว่าเ้าเมืองสุ่ย ไม่ได้มาจากขุนนางฝ่ายบุ๋นแต่เคยเป็แม่ทัพรักษาชายแดน มีประวัติการรบที่เกรียงไกร กับขุนนางบุ๋น หม่าหลงไม่เคยกริ่งเกรงแต่กับ เ้าเมืองผู้นี้ ผิดหูเพียงเล็กน้อย ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะตัดศีรษะตนเองออกมาเมื่อใดยิ่งฝ่ายตรงข้าม เป็ยอดฝีมือระดับขั้นปราณิญญาระดับห้า นับว่าสูงที่สุดในมณฑลตะวันตกนี้
หม่าหลง “ถึงแม้เย่หลาง จะจาบจ้วงไปบ้าง แต่มันก็แค่พูดความจริงท่านเ้าเมืองคงปฏิเสธเื่นี้ไปไม่ได้กระมัง” เฟิงซีหมินโบกมือตัดบท “จริงหรือไม่ ไม่ใช่พวกเ้า ตัดสินยังไม่มีใครเห็นคำตอบของเด็กน้อยนั้น อีกเพียงแค่สองชั่วโมงครึ่ง ตรวจข้อสอบแล้วรู้เองแต่เมื่อถึงเวลานั้น หากเย่หลางผิดจริงแล้วไม่ขอขมา ข้าจะฟาดขามันให้หักแต่หากมันถูกไม่เพียงไม่มีเื่ราว ข้าจะขอขมาเ้าแทนตอนนี้ขอให้เด็กๆของเมืองข้าทำข้อสอบด้วยความสงบก่อน” ทุกคนหยุดนิ่งสิ่งที่เฟิงซีหมินพูดไม่สามารถปฏิเสธได้ ถึงเทียนหลงจะส่งคำตอบแต่ยังไม่มีการตรวจใดๆทั้งสิ้นได้แต่คว่ำหน้ากระดาษเอาไว้รอตรวจพร้อมกันเมื่อสอบเสร็จ
เมื่อหมดเวลาสอบ เด็กๆทุกคนที่เหลือส่งคำตอบพร้อมกันหลังจากนั้นทุกคนมายืนด้านข้าง มุงรอดูกระดานคะแนน กู้คุนต๋า เปิดฉากด่าเทียนหลง “น่าอับอายจริง ไอ้ขยะกล้าส่งกระดาษเปล่าคะแนนเฉลี่ยของทั้งหมดถูกเ้า..ไอ้บัดซบ...ฉุดลงอย่างงี่เง่าข้าอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี ไอ้เฒ่าโสโครกจางเหว่ย ไม่น่านำเ้ามาเรียนที่นี่เลย” แต่ไหนแต่ไร เทียนหลงไม่เคยตอบโต้ไม่ว่าจะเป็ คำก่นด่าเหยียดหยามเพียงใด เขาแค่เฉยเมยมองผ่านอย่างมากแค่คิดอะไรในใจแต่วันนี้ กู้คุนต๋า ด่ากระแทกลามปามถึง ปู่จาง เทียนหลงเลิกคิ้วเดินฝ่าเหล่าเด็กๆ ตรงเข้าไปหาทั่วร่างแผ่แรงกดดันชนิดหนึ่งบรรดาเด็กน้อยในเส้นทางมีความรู้สึกอึดอัดพากันแตกฮือ หลบออกด้านข้าง ก่อนที่จะเกิดเื่ หลี่ซวนซวนกลับมาขวางทางเทียนหลง หันหลังให้เขา แล้วพูดขึ้นว่า “ยังไม่มีใครเห็นเลยว่าเทียนหลงส่งกระดาษคำตอบเปล่า เ้าพูดอะไรออกมา” กู้คุนต๋ายังไม่ได้พูดอะไรต่อ กู้หงซวน ด้านข้างก็ด่าออกมาอีก “ไอ้ขยะหลบหลังผู้หญิงรึ ทำพวกข้าขายหน้าอับอายแล้วยังไม่สำนึก หากข้าไม่เกรงใจเหล่าอาจารย์ข้าจะสั่งสอนเ้าเสียตรงนี้”
เย่หลาง ได้ยินเช่นนั้นนึกอุบายตบหน้าเ้าเมืองสุ่ยขึ้นมาทันที “โอ หลานชายสองท่านนี้ช่างอาญหาญยิ่งนัก พวกเ้าชื่ออะไรมีลำดับยุทธ์ที่เท่าไหร่รึ” กู้หงซวน ยืดอกตอบอย่างอวดโอ่ว่า “ข้าขื่อกู้หงซวน ลำดับยุทธ์ที่สอง นี่น้องชายข้ากู้คุนต้าลำดับยุทธ์ที่สี่” เย่หลาง “ที่แท้หลานชายทั้งสองเป็ถึงลำดับต้นๆของทำเนียบยุทธ์สถานศึกษาเมืองสุ่ย ท่านเ้าเมืองนี่ลำเอียงจริงมีอัจฉริยะอยู่ตรงหน้าไม่ส่งเสริม ช่างน่าเสียดายจริง ๆลำดับยุทธ์ของพวกเ้าสูงกว่า ตามหลักถือเป็ผู้ที่มียศสูงกว่าทำไมปล่อยให้ผู้น้อยสามหาว หากเป็ข้าคงไม่ปล่อยไว้เช่นนี้แน่ลำดับชั้นเป็เื่ที่ไม่อาจมองข้าม” กู้คุนต้าหน้าแดง“ข้าไม่สามารถทำอะไรได้ มันผิดกฏสถานศึกษา” “เอ๋...อยู่ในสถานศึกษาสามารถ ท้าประลองได้เ้าไม่รู้กฏนี้หรอกหรือ” เย่หลาง “แกล้งชี้โพรงให้กระรอก” อาจารย์ใหญ่หลี่เฉียงเค้นเสียงถามกู้คุนต้าขึ้นมา “คุนต้า.เ้า…เ้าจะทำอะไร?” กู้หงซวน หมดความอดทน เข้าเห็นว่ายอมให้พี่น้องตระกูลหลี่มากแล้วเื่จางเทียนหลง แต่หมือนผู้คนรอบข้างยิ่งมองยิ่งไม่เห็นพวกเขาเขาพูดออกมาเสียงดัง “ใช่แล้วท้าประลอง ...ข้าขอท้าประลองกับเ้า ไอ้ก้อนหิน”
จะอย่างไร สถานศึกษามีกฎนี้จริงอาจารย์ทุกคนในสถานศึกษาหน้าตาเป็กังวลวิตกเป็ทุกข์ร้อนทุกคนหันมาที่เ้าเมืองเฟิงซีหมิน จิ้งจอกเฒ่าหม่าหลงอ่านเกมกระต่ายตายจิ้งจอกเศร้า ของเย่หลางออก รีบพูดสำทับว่า “ใช้แล้ว ธรรมเนียมผู้น้อยไม่อาจล่วงละเมิดเบื้องสูงเป็ธรรมเนียมที่ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัดส่วนการประลองในสถานศึกษา ยิ่งเป็การส่งเสริมการพัฒนาด้านพลังยุทธ์สมควรจัดให้มีขึ้นเพื่อกระตุ้นเหล่านักเรียน ให้มีความตั้งใจฝึกฝนเพื่อความก้าวหน้าข้าเห็นด้วย ท่านเ้าเมืองเองก็มาจากขุนนางฝ่ายบู้คงเข้าใจในข้อนี้ดีนี่เป็เื่ดีงามใช่ไหมท่านเ้าเมือง”
เฟิงซีหมินขมวดคิ้วแล้วพูดขึ้น ”ต้องระวังห้ามใช้ปราณยุทธ์อันร้ายแรง จี้ถึงให้หยุดยั้ง ตกลงหลังการวัดพลังยุทธ์วันพรุ่งนี้จัดให้มีการประลองขึ้น” คณะตรวจสอบและบรรดาเด็กน้อยฟังความหมายในวาจาเฟิงซีหมินไม่ออก เขากำลังบอก เทียนหลงว่าอย่าใช้พลังยุทธ์ในการประลองให้หยุดมือเมื่อชนะคู่ต่อสู้ เพราะด้วยระดับยุทธ์ของเทียนหลงในยามนี้ต่อให้สองพี่น้องตระกูลกู้เข้าไปพร้อมกัน เกรงว่าคงได้ไปโอ้อวดวาจาเขื่องโขกับยมบาลในเวลาเสี้ยวอึดใจแต่คราวนี้ หลี่หยวนเจ๋อ กลับพูดขึ้นว่า “ออกจะไม่ยุติธรรมเกินไปกู้หงซวนและกู้คุนต้า ล้วนมีระดับปราณเหนือกว่า จางเทียนหลงแต่กลับต้องเข้าประลองกัน เื่นี้ข้าไม่เห็นด้วยเ้าสองคนคนใดคนหนึ่งมาประลองกับข้าดีกว่า”
เย่หลางได้ยินเช่นนั้นรู้สึกเหมือนมีหมูวิ่งมาชนปังตอเพิ่ม “ฮ่าๆๆๆเด็กน้อยเมืองสุ่ย ช่างอาจหาญยิ่งนัก ใช่แล้วอาณาจักรของเรา้า...้าผู้เยาว์ที่มีอนาคตเช่นนี้ยิ่งมีกำแพงสูงให้ปีนป่าย ย่อมต้องมุ่งมั่น ระดับปราณต่างกันเล็กน้อยยิ่งดียิ่งแสดงความมุ่งมั่นได้เต็มที่ การประลองเริ่มในวันพรุ่งนี้ หลังทดสอบความก้าวหน้าการสอนยุทธ์ของสถานศึกษาแล้ว..จุ๊ๆๆ ข้าอดใจรอไม่ไหว....อยากเห็นการปะลองนี้โดยไวจริงๆ ฮ่าๆๆๆ ”
ยังไม่ทันพูดอะไรกันต่อไปเ้าหน้าที่ก็เอาผลการสอบมาติดบนกระดาน ยังไม่ทันติดเสร็จ ก็มีเสียงอุทานเซ็งแซ่ “ไม่...ไม่จริง...เป็ไปไม่ได้”… “นี่ข้าฝันอยู่หรือนี่...” เด็กน้อยบางคนถึงกับตบหน้าตัวเอง “เพี้ยๆๆ...ตื่นๆๆ” มันเกิดอะไรขึ้น ..
หลังจากเ้าหน้าที่ติดเสร็จบรรดา อาจารย์และนักเรียนทุกคนได้แต่ ปากอ้าตาค้าง โดยเฉพาะสองพี่น้องตระกูลกู้ กู้คุนต้า ชี้มือไปที่บนสุดของกระดาน “นี่...เปน..ไป..เป็ไม่ได้.....มัน...มันต้องโกงแน่ๆ”
พอเย่หลางเห็นกระดานชัดตา ถึงกับพ่นน้ำชาที่พึ่งดื่มลงไป “พรวด..!” หยดน้ำชา เลอะเทอะเปรอะเปื้อนชายเสื้อของ หม่าหลง หม่าหลงโกรธ “เ้า...บ้า” เสียงด่ายังไม่ทันหมดคำ ก็ปากอ้าตาค้างพูดอะไรไม่ออกไปอีกคนผ่านไปสักพัก
หลี่ซวนซวนอ่านป้ายประกาศออกมาทีละคำ “ลำดับที่หนึ่ง จางเทียนหลงผลสอบคะแนนวิชาคำนวณ หนึ่งร้อยคะแนนเต็ม ใช้เวลา ห้านาที” สักพักเหมือนเื่ตลกเย้ยหยันไม่รู้ใครอ่านเสียงดัง “ลำดับที่สิบสี่ กู้คุนต้า ผลสอบคะแนนวิชาคำนวณสิบแปดคะแนน ใช้เวลาสามชั่วโมง”
เนิ่นนานให้หลัง ทุกคนถึงหันมามอง เทียนหลงราวกับมองเห็นสัตว์ั์ประหลาดยุดดึกดำบรรพ์ข้ามเวลาออกมาแยกเขี้ยวอยู่ตรงหน้ามีเพียงอาจารย์หมงต้าซื่อ เดินไปตบไหล่พูดกับเทียนหลง “อดทนได้ดีรอตั้งห้านาทีถึงค่อยส่งคำตอบ ...ข้ารู้ว่าแค่ข้อสอบสิบข้อนี้ เ้าใช้เวลาไม่ถึงนาทีใช้ได้..ใช้ได้” ทุกคนโดยเฉพาะพี่น้องตระกูลกู้ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกชาไปทั้งร่าง คะแนนของเทียนหลงกลายเป็ฐานทำให้ผลคะแนนเฉลี่ยรวมของสถานศึกษาถึงกับเป็อันดับหนึ่งจากห้าเมืองที่ทำการทดสอบแล้ว
สำหรับ อาจารย์หมงต้าซื่อ เขาสอนวิชาค่ายกลให้เทียนหลงมาห้าเดือนถกถึงปัญหาการคำนวณที่ลึกล้ำกว่านี้ไม่รู้ว่ากี่ร้อยกี่พันเท่าขนาดตำแหน่งการโคจรดวงดาวบนท้องฟ้าเทียนหลงยังใช้เวลาคำนวณเพียงหนึ่งนาทีแถมยังแนะนำเขาเื่วิชาภาคตัดกรวย การคำนวณอนุภาคทิศทางของสารละลายการแพร่กระจายของสีในน้ำแน่นอนปัญหาการคำนวณของบททดสอบเหล่านี้ เพียงแค่สิ้นคำถามเทียนหลงก็ตอบได้แล้วไม่ต้องใช้เวลาใดๆ ในการขบคิดทั้งสิ้น
เฟิงซีหมินปรายตาเย็นยะเยียบ แผ่รังสีสังหารมอง เย่หลาง “คงไม่ต้องให้ข้าออกมือกระมัง”
เย่หลาง ใจหายวาบ เขารู้ดีว่าเื่นี้ร้ายแรงเพียงใดไม่กล้าล้อเล่นกับอดีตแม่ทัพปัจจุบันเป็ขุนนางระดับสอง รีบขอขมาอาจารย์หมงต้าซื่อในทันที “ข้าน้อยมีตาไร้แววขอท่านอาจารย์อย่าได้ถือสา ขอขออภัยในวาจาที่ล่วงเกินขอให้ท่านอาจารย์ให้อภัยในความโง่เขลาของข้า” หมงต้าซื่อเพียงผงกศีรษะรับ เขาเองก็ไม่อยากมีเื่ราว ให้ทุกอย่างยุติเพียงนี้ก็ดีมากแล้วคนสันดานชั่วอย่างเย่หลาง มีหรือจะไม่จำความแค้นนี้ไว้ ขอเพียงมีโอกาสพวกมันต้องแว้งกัดเขาอีก ส่วนเย่หลาง คิดในใจ ‘เฟิงซีหมินฝากไว้ก่อนเถอะแค้นแม้ต้องรออีกสิบปีค่อยชำระ ยังไม่สาย’
สองพี่น้องตระกูลกู้แทบมุดแผ่นดินหนี พวกมันสองพี่น้อง หายตัวไปในทันที ที่มีใครไม่รู้อ่านผลการสอบของพวกมันส่วนพวกเพื่อนๆในห้อง ต่างพากันล้อมรอบกายเทียนหลง มะรุมมะตุ้มถามกันให้ควักโดยเฉพาะข้อสอบที่พวกเขาทำกันไม่ได้ “เทียนหลงข้อนี้เ้าคิดอย่างไรช่วยเฉลยหน่อย ข้าคิดจนหัวแทบแตกยังคิดไม่ได้”
“…เทียนหลงเ้าเก่งขนาดนี้สอนข้าหน่อย....
...ข้าไม่เคยคิดว่าเ้าจะยอดเยี่ยมขนาดนี้ ...
ในที่สุดถึงกับมีคนร่ำร้องว่า 'กู้คุนต้า เอาหัวเ้าไปโขกก้อนหิน..เสีย.. พวกเ้านี่ดีแต่ปากจริงๆ'
....”
คงมีแต่สองพี่น้องสกุลหลี่หันมาคุยกัน
หลี่ซวนซวน “เห็นไหมว่าข้าคิดถูกเสมอมา การที่อาจารย์หมงต้าซื่อไม่ให้เทียนหลงเข้าเรียนกับพวกเรา เพราะเขาเก่งเกินไป”
หลี่หยวนเจ๋อ “หรือแม้แต่...เื่วิชาตัวเบาก็เป็เช่นกันข้าได้ยินมาว่าเทียนหลงก็ไม่ได้เข้าเรียนพร้อมห้องเด็กอ่อนแอเหมือนกัน”
สองพี่น้องมองหน้ากันแล้วฝืนยิ้ม
เื่การทดสอบพลังยุทธ์กลายเป็เื่รองไปแล้วตอนนี้ทุกคนมองไปที่การประลองในวันพรุ่งนี้...